Masukเสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้นที่ทุกคนเรียกว่าชั้นไพรเวต ไข่มุกก้าวเท้าออกจากลิฟต์เดินตามลูกน้องของเอเดน ตั้งแต่ก้าวมาที่นี่ร่างบางก็ตกตะลึงนับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะห้องนี้ที่เรียบหรูจนไม่กล้าก้าวขาเดิน
ภายในห้องตกแต่งสไตล์เฉพาะตัวด้วยสีขาวดำ สมกับเป็นห้องพักของผู้ชายมาดนิ่ง ไข่มุกสังเกตการณ์และได้รู้ว่าชั้นนี้มีห้องนอนแค่สองห้อง
“ห้องของเธอ”
“ขอบคุณนะที่พาขึ้นมา เอ่อ คุณชื่ออะไรเหรอคะ” เพราะต้องอยู่ที่นี่อีกเป็นเดือนไข่มุกจึงเลือกที่จะผูกมิตรเอาไว้บ้าง
“มาวิน เรียกวินเฉยๆ ก็ได้” ถึงหน้าจะนิ่ง แต่อย่างน้อยคนตรงหน้าก็ยังตอบชื่อ ทำให้ร่างบางพลอยโล่งอกว่าที่นี่ยังมีคนปกติอยู่ ไม่ปิดปากเงียบเหมือนใครบางคน
“เราชื่อไข่มุกนะ” เธอแนะนำตัวบ้าง
“อืม” มาวินตอบพร้อมพยักหน้าก่อนที่จะหมุนตัวกลับไปที่ลิฟต์หลังทำหน้าที่ตัวเองเรียบร้อย
“เอ่อ...เดี๋ยวสิแล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง”
“อยู่ในห้องไปก่อน สักพักนายคงให้เฮียหลุยส์มาบอกเองแหละ”
“อ่อ” ใบหน้าจิ้มลิ้มพยักหน้าแล้วส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้
“เธอ...ห้ามออกไปจากห้องนี้จนกว่านายจะอนุญาตนะ เข้าใจใช่ไหม” มาวินเตือนอย่างหวังดีเพราะหากคนที่คิดจะขัดคำสั่ง บทลงโทษมันโหดร้ายเกินกว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้จะรับไหว
“อืม โอเคฉันไม่ออกไปเดินเล่นที่ไหนหรอก จะอยู่แบบเจียมเนื้อเจียมตัวที่สุด”
เมื่ออยู่คนเดียวเธอจึงเปิดประตูเข้ามาในห้องของตัวเอง ภายในห้องก็ยังคงตกแต่งสไตล์เหมือนกับด้านนอก ห้องสีดำแบบที่คนมองรู้สึกเศร้าใจชอบกล มันรู้สึกไม่สดใสแบบที่ไข่มุกชอบ
คนเคยมีความฝันอยากมีบ้าน มีห้องเป็นของตัวเอง จินตนาการบ้านในฝันไว้ว่ามันต้องน่ารักอบอุ่นสำหรับคนที่ได้พัก ต่างจากห้องนี้ที่สัมผัสได้ถึงความโหวงในใจแปลกๆ ถ้าเป็นเธอห้องชุดแห่งนี้มันต้องน่าอยู่มากกว่าน่ากลัว
แต่มันคงเป็นไม่ได้เพราะยังไงเธอก็คงเป็นเด็กรับใช้บ้านอนันต์พัฒน์ไปตลอด ไม่มีทางที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง
-ผ่านไปสักพัก-
“เห้อ...เบื่อชะมัด”
“นี่เฮียพอร์ชจะรู้ไหมนะว่าเราไม่ได้ไปสิงคโปร์อย่างที่เฮียคิดไว้”
“เอาไงดี อยู่ในห้องก็เบื่อ แถมตอนนี้ก็เริ่มจะหิวแล้วด้วยสิ” ไข่มุกนั่งเถียงกับตัวเองอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะตัดสินใจลุกจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องไป
แล้วมาหยุดในห้องครัวก่อนที่จะหาอะไรมาประทังชีวตไปก่อน
แต่...
“ทำไมห้องเขาไม่มีอะไรเลยอะ” กวาดตามองรอบห้องครัวสไตล์ยุโรปก็รู้ทันทีว่าห้องครัวห้องนี้เป็นห้องที่ทำไว้ประดับก็เท่านั้น ไม่ได้มีไว้ให้ใช้งานจริง
“หรือต้องออกไปจากห้องนี้ดี”
“จะโดนด่าไหมนะ เอาน่าก็เราหิวนี่” ก่อนที่จะก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ
นี่มันก็สี่ทุ่มแล้ว ร่างบางไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงหิวเหมือนไส้จะบิดก็ตั้งแต่โดนลากตัวมายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
เมื่อไม่มีทางเลือกเธเอาอจึงตัดสินใจออกจากห้อง เป็นไงเป็นกัน เกิดอะไรขึ้นค่อยว่ากันอีกที
.
.
ตื้ด!
ไข่มุกยืนรอลิฟต์ก่อนที่ประตูจะแยกออกจากกัน แล้วเธอก็เข้ามายืนนิ่งอยู่สักพักใหญ่ ไม่รู้จะกดชั้นไหนซึ่งที่นี่มีทั้งหมด 39 ชั้น
จากที่สังเกตชั้นบนสุดเป็นเพนท์เฮ้าส์ที่พักของเจ้าของ ส่วนชั้นอื่นๆ เธอไม่รู้เลยว่าที่นี่ทำธุรกิจอะไรบ้าง แต่ที่รู้คือในลิฟต์มีเลขให้กดไม่กี่เลขเท่านั้น ไม่สามารถใช้ลิฟต์ตัวนี้ในการเข้าออกทุกชั้นได้
“ชั้นนี้ละกัน” เมื่อตัดสินใจได้นิ้วเรียวก็จิ้มทันทีโดนไม่ลังเลอีกต่อไป
ตึ้ง!
เสียงลิฟต์ดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะเปิดออก ไข่มุกตัดสินใจเดินออกไปจากลิฟต์แล้วมาหยุดหันซ้ายหันขวา
ถ้าจำไม่ผิดชั้นนี้น่าจะเป็นชั้นที่ปอร์เช่พาเธอมาทิ้งไว้ แต่เพราะปอร์เช่พาขึ้นมาทางด้านหลังเลยทำให้ไข่มุกจำไม่ค่อยได้
แต่พอเดินสำรวจมาสักพักจึงมั่นใจว่าไม่ใช่ชั้นที่มาครั้งแรก สถานที่แห่งนี้คือคาสิโนที่มีนักพนันมากมายกำลังหลงใหลไปกับความโลภ
“ไปไหนต่อดีนะ”
“ในบ่อนแบบนี้น่าจะมีร้านอาหารบ้างสิ”
ร่างบางพยายามคิดว่าสถานที่แบบนี้จะต้องมีอะไรบ้างและร้านอาหารมันก็ต้องมีรอรับผีพนันอยู่แล้ว
ไข่มุกหมุนตัวมองตัวรอบๆ ก่อนที่จะมีห้องหนึ่งสะดุดตาอย่างจัง
“เริ่มจากห้องนั้นแล้วกัน”
ตึกตึก
ตึกตึก
แอดด~
มือบางเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ ก่อนที่จะได้ยินอะไรบางอย่างจากโซฟาด้านใน
“คุณเอเดน...อย่าค่ะ”
“อื้ออ อย่ารีบสิคะ”
จ๊วบบ~
เสียงนี้มันเสียงอะไรนะ หรือว่าเจอแจ็คพอตแล้ว
ใช่ๆ ต้องใช่แน่ๆ
“อุ้ย...คุณเอเดน อื้อออ”
หมับ!
ไข่มุกรีบเอามือปิดปากเพื่อกลบเสียงของตัวเอง ก่อนที่คิดได้ว่าควรจะพาตัวเองออกจากตรงนี้
“มาทำอะไรที่นี่ครับ”
ไข่มุกค่อยๆ หมุนตัวกลัับหลังไปตามเสียงทันที
“เอ่อ…คือว่า” ก่อนที่เธอจะอึกอักไม่กล้าเอ่ยออกไป
ใครมันจะคิดว่าจะซวยซ้ำซวยซ้อน
เจอเจ้าของบ่อนกำลังเล่นจ้ำจี้ แล้วดันมาเจอลูกน้องคนสนิทเขาอีก
“ว่าไงครับ ตกลงเข้ามาทำอะไรในห้องนี้” เสียงราบเรียบของหลุยส์ยังคงถามเพื่อต้องการคำตอบ น้ำเสียงไม่เหมือนทุกครั้งที่ได้ยิน ไม่มีความใจดีหลงเหลือในน้ำเสียงเลย
“คือเรา...เอ่อ มุก” ไข่มุกหาคำแก้ตัว
“มีอะไรกันวะ” เสียงเข้มเจ้าของบ่อนตะโกนถาม ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเท้ามาหยุดใกล้กัน “นี่เธอ มาอยู่ที่นี่ได้ไง”
“คือเรา…” ไข่มุกพูดไม่ออก
“เราอะไร เห็นไหมว่าฉันกำลังติดธุระอยู่ ไม่มีมารยาท!” เอเดนมองไข่มุกด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์หนัก
“อ้าว ใครมันจะรู้ละว่ากำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่” คนที่ถูกตำหนิพึมพำแผ่วเบา
“พูดอะไร”
“เปล่านะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มส่ายหน้าเป็นพัลวัน
“ไอ้หลุยส์ทำไมมึงให้ยัยเด็กนี่เข้ามา” แล้วร่างสูงก็หันไปหาเรื่องคนที่ทำงานพลาด
“ผมจะไปรู้เหรอครับว่าเธอจะกล้าลงจากชั้นไพรเวต” หลุยส์บอกเอเดนออกไปก่อนจะหันมามองไข่มุก
“-///-” ไข่มุกได้แต่ยิ้มบางๆ ให้หลุยส์อย่างไม่รู้จะทำหน้ายังไง
“...” ส่วนเจ้าของบ่อนก็เหลือบมองด้วยสายตาเย็นชา
“ก็เราหิวนี่ มีอะไรให้กินไหม” ไข่มุกเอ่ยพร้อมฉีกยิ้มให้พวกเขาแห้งๆ ทำตาปริบๆ เพื่ออ้อนวอนของข้าวกิน
“จริงด้วยสิ เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่มาที่นี่” หลุยส์เอ่ยอย่างนึกขึ้นได้
“ก็ใช่นะสิ เลยต้องออกมาหาอะไรกินนี่ไง แถมในห้องครัวด้านบนก็ไม่มีอะไรในตู้เย็นเลย ไม่รู้จะทำห้องครัวทำไม” ด้วยความหิว ทำให้ไข่มุกเผลอหลุดปากไปจนหมด
“นี่เธอ ค้นห้องครัวฉันเหรอ”
“ถึงค้นก็ไม่เจออะไรหรอก ยังดีนะที่มีน้ำเปล่าไม่งั้นเราว่ารื้อทำเป็นห้องอย่างอื่นเถอะ”
“จะมากไปแล้วนะ ค้นห้องคนอื่นแล้วยังมาวิจารณ์อีก ไม่มีมารยาทจริงๆ” เสียงเข้มของเอเดนดังขึ้นทันที
“ก็คุณไม่อยู่ให้เราขออนุญาตเองนี่” ไข่มุกยังคงเถียงต่อไป
“เธอ!!” เอเดนเริ่มจะมีน้ำโห
เขาไม่เคยเจอใครกวนประสาทเท่านี้มาก่อน
โดยเฉพาะผู้หญิง ล้วนแต่พยายามทำตัวเอาใจ ไม่ใช่กวนประสาท
“หึ” แล้วอยู่ๆ หลุยส์ก็เค้นหัวเราะขึ้นมา
“ขำอะไร ไอ้หลุยส์!!”
“เปล่าครับ”
“เปล่าอะไร กูได้ยินว่ามึงขำ”
“หยุดเถียงกันก่อนได้ไหม พาเราไปห้องอาหารก่อนสิ” ไข่มุกรู้สึกเหมือนท้องจะร้องขึ้นมาอีกแล้ว ขืนรอให้เขาเถียงกันเสร็จโรคกระเพาะคงเล่นงานกันพอดี
“ไม่เห็นรึไง ว่าเจ้านายกับลูกน้องคุยกันอยู่” เอเดนหันมาต่อว่า อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาสามารถต่อปากต่อคำได้นานขนาดนี้
“เห็น แต่เขาไม่ได้เรียกว่าคุยกัน”
“แล้วเรียกว่าอะไร” เอเดนพูดพร้อมเลิกคิ้ว
“เถียงไง คุณกำลังเถียงเพื่อเอาชนะคุณหลุยส์อยู่”
“ไปสนิทกับมันตอนไหน ถึงกล้าเรียกชื่อมัน”
“เราเรียกเอง ทำไมอยากจะสนิทกับเราด้วยใช่ไหมล่ะ” ไข่มุกเอ่ยไปพร้อมทำท่ากวนๆ
เพราะจับทางได้ว่าคนตรงหน้าไม่ชอบให้ใครขัดใจ หากขัดใจก็กล้าที่จะเอ่ยออกมา ไม่เหมือนตอนที่เจอกัน ไม่มีทางที่จะพูดมากแบบนี้
“ใครมันอยากสนิทกับเธอไม่ทราบ”
“หึ ผมว่าพาเธอไปหาอะไรทานก่อนดีกว่าครับ อิ่มแล้วเดี๋ยวผมพามาเถียงกับเจ้านายผมต่อ”
“ไอ้หลุยส์!!”
“ครับ!?” หลุยส์ขานรับพร้อมแสยะยิ้มออกมาเบาๆ
“ไม่ต้องพามาห้องนี้อีก เอาไปไกลๆ ฉันเลย”
“คุณเอเดนขา” ก่อนที่ร่างเพรียวสวยจะก้าวเท้ามายืนควงแขนเจ้าของบ่อนคาสิโนหลังจากจัดชุดเข้าที่เรียบร้อย สายตาสวยเฉี่ยวไล่สายตามองร่างบางที่ตัวเล็กกว่าเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ใครเหรอคะ”
“ออกไปได้แล้ว” เอเดนไม่ตอบเจ้าของร่างเพรียวสวย แต่หันไปสั่งลูกน้องแทน
ซึ่งไข่มุกก็ทำตามอย่างว่าง่ายเพราะไม่อยากขัดจังหวะขึ้นสวรรค์ของใครเข้าอีก
“เฮียพอร์ช!” และเป็นไข่มุกเองที่ขำไม่ออกเพราะสายตาดันมองไปเห็นร่างหนาของพอร์ช“อย่าบอกน่ะว่า...” เมื่อได้ยินไข่มุกเรียกชื่อคู่อริทำให้พายุหันไปมองหน้าเอเดนทันทีก่อนจะพูดต่อ“...เป็นเด็กไอ้ปอร์เช่!?”เอเดนได้แต่นิ่งเพราะกลัวพายุจะแสดงท่าทีจนไข่มุกรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกเขาและบ้านอนันต์พัฒน์“กูถาม” พายุตะคอกเสียงดังต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้“อืม...มุกขึ้นไปรอเฮียบนห้องก่อนไป” เขาเลยหันไปบอกคนตัวเล็กให้ออกไปก่อน“ค่ะ” ไข่มุกพยักหน้ารับทันทีเพราะเธอเองก็อยากจะหนีไม่ให้พอร์ชเห็นจนความเเตกซะก่อนสิ้นเสียงปิดประตูพายุเปิดประเด็นกับเอเดนทันทีโดยที่มีหญิงสาวที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้นั่งฟังอยู่ด้วย“กูเตือนมึงแล้วใช่ไหม เรื่องไอ้ปอร์เช่”“เออ!! กูรู้”“แล้วมึงก็ดันไปหลงกลมันเนี่ยนะ”“กูจะหลงกลได้ไงในเมื่อกูเป็นคนเริ่มให้มันมาเป็นหนี้กู” เอเดนตอบกลับเพราะคิดว่าตัวเองยังคงเหนือกว่าอีกฝ่ายเหมือนเดิม“เหรอวะ...แต่เท่าที่กูเห็นเป็นมึงนะที่จะแพ้ นอกจากเงินจะไม่ได้ผู้หญิงคนนั่น!! มึงไม่มีทางที่จะได้” คำพูดพายุเล่นเอาเอเดนถึงกับพูดไม่ออก แต่ถ้าตามที่เขาสืบมามันง่ายนิดเดียวแค่ให้ไข่มุกเลือกที่จะอยู่กั
“น้ำขิงนี่คะ” เสียงหวานๆ ของคนข้างกายพายุเอ่ยออกมาก่อนที่พวกเพื่อนๆ จะหันไปตามนิ้วเรียวของเธอที่ชี้ผ่านกระจกใสลงไปด้านล่างผับ ผู้หญิงสวยหวานเด่นมาแต่ไกลกำลังเดินเข้ามายังโถงผับพร้อมผู้ชายเคียงข้างที่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพายุ“ไอ้พอร์ช!!” เสียงเรียบนิ่งหลุดจากปากพายุ“ควงใครมาวะ” คลาสถามขึ้นด้วยความสงสัย“กูจะไปรู้ไหมละ ถามไอ้พายุสิ” เอเดนจึงหันไปมองเพื่อนแต่กลับเห็นแววตาแข็งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากพายุ ตอนแรกเอเดนเข้าใจว่าพายุคงไม่สบอารมณ์ที่เห็นคู่อริ ทว่าสายตาที่มองลงไปด้านล่างกลับไม่ได้จับจ้องร่างหนาของพอร์ชเลยสักนิด“เอาเหอะ!! ควงใครไม่สำคัญหรอกแต่มันกล้ามาถิ่นพวกกูได้ไง” คลาสยังคงเอ่ยต่อ“...” พายุกำหมัดแน่นแววตายังจับจ้องที่ร่างบางอยู่ไม่วางตา“ไอ้พายุ!!” คลาสที่ตะคอกเรียกสติให้เพื่อนกลับมา“คุณพายุคะ” เสียงหวานๆ จึงช่วยเรียกอีกราย“เอ่อ...ครับ!?” เมื่อได้ยินมะปรางนักศึกษาฝึกงานเรียกจึงตั้งสติและกลับมาสนใจรอบข้างแทน“เป็นไรของมึงวะ”“เปล่า” เสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างเอ่ยออกมา แววตาไม่มั่นคงเหมือนน้ำเสียงที่เปล่งให้ได้ยิน“จะลงไปนั่งกับเพื่อนก็ได้นะ” พายุเลยหัน
-คฤหาสน์อนันต์พัฒน์-ปอร์เช่เดินเข้าในบ้านด้วยอารมณ์ดีกว่าปกติ หลังจากที่เครียดกับหนี้สินและสัญญาบ้าบอนั่นหลายวัน จนสุดท้ายก็หาทางออกให้ตัวเองจนได้ ทว่างานนี้จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับน้องสาวบุญธรรมอย่างไข่มุกเพียงคนเดียว“ทำไมเพิ่งกลับเอาป่านนี้” เสียงทุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างหนาของปอร์เช่เดินผ่านห้องอาหาร“อะไรเฮียพอร์ช หาเรื่องอะไรผมแต่เช้า” ปอร์เช่หมุนตัวกลับไปคุยกับผู้เป็นพี่ทันที ทว่ายังคงแกล้งไม่รู้ไม่ชี้“หึ หมดสภาพมาหลายวัน...”“...ไปทำอะไรมาล่ะถึงได้อารมณ์ดี” พอร์ชเองที่สังเกตอาการน้องชายมาหลายวัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าปอร์เช่ติดการพนันแต่ว่าเขาทำได้เพียงมองดูห่างๆ หากเรื่องที่น้องชายไปก่อไว้ไม่ร้ายแรงมาก“เฮียบ่นเก่ง ผมจะขึ้นไปนอนแล้ว” พูดจบก็เดินออกไปทันทีแต่...“ผกาจองตั๋วให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ว่าแต่คุณพอร์ชจะไปคนเดียวแน่นะคะ” เสียงนุ่มนวลของเลขาพอร์ชเอ่ยขึ้น วันนี้มีงานสำคัญที่ต้องจัดการเลขาอย่างผกาเลยต้องแวะเข้ามาคุยงานที่คฤหาสน์หรูก่อนเวลางานจะเริ่ม“ครับ” พอร์ชตอบกลับเลขาสาววัยกลางคน“เฮียจะไปไหน!?” เมื่อได้ยินเรื่องการเดินทางทำให้ปอร์เช่ให้ความสนใจอย่างมาก“ทำไม!?” ทว่าท่าท
“ฉันอาจจะพูดไม่เก่ง แต่ฉันถนัดทำมากกว่า!!” พูดจบก็ยกคนตัวเล็กให้นอนราบไปกับเตียงก่อนที่จะขึ้นคร่อมเอาไว้ไข่มุกได้แต่นอนนิ่งๆ สับสนกับคนบนร่างเพราะตอนนี้เธอรู้ใจตัวเองแล้วว่าเอเดนคือคนที่เธอมอบหัวใจให้ไปแล้ว“เธออาจจะสงสัยในตัวฉัน แต่เธอจำไว้ว่าเธอคือความสุขของฉัน...ไข่มุก” คำพูดที่ออกจากความรู้สึกจริงๆ ของเอเดนเอ่ยออกมาจนทำให้ไข่มุกเขินอายหลังจากรับฟัง“เอเดน” เสียงหวานได้แต่เอ่ยชื่อเขาด้วยความรู้สึกบางอย่างถ้าเธอต้องเลือกระหว่างอนันต์พัฒน์ที่เป็นเสมือนครอบครัวกับเอเดนสุดท้ายแล้วเธอต้องเลือกทางไหนกัน...มันเป็นคำตอบที่ยากที่สุดสำหรับไข่มุก ทว่าตอนนี้นาทีนี้ และวินาทีนี้ ไข่มุกรู้แค่ว่าเธออยากใช้เวลากับคนที่รู้สึกดีด้วยให้ได้มากที่สุดเพราะเอเดนคือความสุขของเธอ“ตกลงให้รางวัลฉันได้ยัง” เอเดนถามออกไป“รางวัล!?” แต่ไข่มุกกลับมีสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ“หึ” เมื่อเห็นใบหน้าสงสัยของไข่มุกก็ทำให้เอเดนหลุดขำจนได้“รางวัลอะไรเหรอคะ” ไข่มุกยังคงถามต้องการคำตอบ“ก็เรื่องที่เธอเข้าใจผิดฉันเรื่องพิมพ์ไงละ” เขายอมเฉลยเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับรางวัล” ทว่าไข่มุกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี“ราง
ภายในห้องยังคงมีแต่ความเงียบเกิดขึ้นเหมือนเดิม ไม่นานไข่มุกจึงเป็นฝ่ายทำลายมันก่อน“คุณเอเดน” เสียงใสๆ ของเธอเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าที่ยืนกำหมัดตัวเองแน่น ทว่าเอเดนไม่ได้หันกลับตามเสียงหมับ!ไข่มุกเอื้อมมือไปคลายกำมือเอเดนออกแล้วดึงให้เขาหันมา“เป็นอะไรรึเปล่า” เธอถามเขาเมื่อเห็นสีหน้าแววตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“...” แต่เอเดนไม่ได้เอ่ยตอบกลับเขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะไข่มุกแทนแล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดทันที“เอ่อ...เอเดน” ไข่มุกตกใจมาก ไม่คิดว่าเอเดนจะกล้ากอดเธอต่อหน้าลูกน้อง“มันบังคับอะไรเธออีก” เอเดนถามในสิ่งที่คิดไว้และมั่นใจว่าไข่มุกไม่มีทางบอกเขา“เปล่า” เธอตอบเขาทันทีอย่างไม่ลังเลพึ่บ!“แน่ใจ?” เมื่อฟังคำตอบของคนตัวเล็กเอเดนจึงผละไข่มุกออกเพื่อมองใบหน้าจิ้มลิ้มสายตาจับผิดชัดเจน“อืม” สายตาที่แน่วแน่ของเธอทำให้เอเดนเปลี่ยนเรื่องเพราะเขาไม่อยากคาดกลั้นเธอ“กลับห้องไปรอฉัน”“ค่ะ” ไข่มุกตอบกลับอย่างว่าง่าย“ไอ้หลุยส์ไปบอกไอ้วินให้ไปส่งไข่มุก” เขาหันไปสั่งหลุยส์“ครับนาย”“ไม่เป็นไรหรอก มุกกลับเองได้” เธอเงยหน้าบอกเอเดน และห้ามไม่ให้หลุยส์ออกไปตาม“ไอ้หลุยส์!! กูสั่ง” เอเดนตะคอกเสียงดังขึ
“ยัยมุกมานั่งนี่เลย มา!!” หลังจากที่หลุยส์เดินออกไปปอร์เช่ก็ลากไข่มุกให้ไปนั่งข้างๆ เพื่อคุยได้สะดวกขึ้น“เฮียมีอะไรรึเปล่า” ไข่มุกจึงถามในสิ่งที่อยากรู้“เธอกับมันถึงไหนกันแล้ว” แล้วเฮียปอร์เช่ก็ยิงคำถามตรงๆ ตามที่ตั้งใจจากบ้าน กะระยะเวลาที่คิดไว้ว่ามันต้องคืบหน้าคำถามจากปอร์เช่ทำให้ไข่มุกถึงกับพูดไม่ออกทีเดียว มันจุกในอกอย่างอธิบายไม่ถูก“หึ เสร็จมันแล้วสิ” ก่อนที่ปอร์เช่จะหัวเราะออกมาเหมือนพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น“...” ไข่มุกมองปอร์เช่ด้วยแววตาผิดหวังกว่าเดิม แต่ทำไงได้ทุกอย่างมันเลยเถิดเกินจะแก้ไขแล้ว“ดีเลย ตามแผนเดะ!!” แล้วปอร์เช่ก็นั่งพิงโซฟาอย่างสบายใจ“นี่เฮียตั้งใจให้ฉันเสียตัวให้กับเขาเนี่ยนะ” ตอนแรกตั้งใจปล่อยผ่าน แต่พอคนเห็นแก่ตัวพูดแบบไม่ทุกข์ร้อนจึงโกรธจนควันออกหู“อืม!!” แต่คนตั้งใจส่งตัวประกันมาที่นี่ก็ตอบอย่างหน้าตาย ไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับไข่มุกเลยสักนิด“เฮียทำแบบนี้ได้ไงอะ แล้วถ้าเฮียพอร์ชรู้ขึ้นมาจะทำยังไง”“ไม่มีทาง!! ฉันไม่มีทางให้เรื่องนี้ถึงหูเฮียพอร์ชหรอก...ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิวะ” แล้วเขาก็หันมาดุไข่มุกทันที“ฉันจะไม่ยอมอยู่ที่นี่อีกต่อไป” พูดจบไข่







