Masukฝันดีหอบร่างอันบอบซ้ำของตัวเองมานั่งรอรถที่ป้ายรถโดยสารหน้าคอนโดที่เธอนอนเมื่อคืน หญิงสาวก้มหน้านิ่ง เธอรู้สึกผิดต่อตัวเองเป็นอย่างมากที่พามาเจอเรื่องแบบนี้ เพราะความอยากรู้อยากลองทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงไร้ค่าของผู้ชายใจร้ายคนนั้น ระหว่างที่รอรถมือถือในกระเป๋าก็สั่นไหว ฝันดีหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นเพื่อนตัวเองที่โทรเข้ามา และนี่ไม่ใช่สายแรกของวัน เพราะใยไหมพยายามติดต่อเธอตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ ใยไหมก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นกลับถึงบ้านได้ยังไง เธอจำอะไรไม่ได้เลยจึงทำให้เธอรีบคว้ามือถือต่อสายหาฝันดีทันที ทว่าพยายามติดต่ออยู่หลายครั้งก็ไม่มีท่าทีว่าฝันดีจะรับสาย นั่นจึงทำให้ใยไหมอดห่วงเพื่อนตัวเองไม่ได้ อีกอย่างคือฝันดีไม่เคยหยุดงานหากไม่จำเป็นจริง ๆ แล้วนี่ก็เลยเวลาเข้างานมาหลายชั่วโมงแล้ว คนตัวเล็กไม่กล้าที่จะกดรับ เธอรู้สึกละอายแก่ใจที่ทำเรื่องบัดสีลงไป สุดท้ายเธอก็โดนหลอกฟันจนได้ เป็นเธอเองที่โง่ โง่ไปหลงกลผู้ชายคนนั้น ในขณะนั้นเอง..รถสีดำเงาก็ขับมาจอดเทียบฟุตบาทตรงหน้า ฝันดีมองไปที่รถคันนั้นครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ทว่า..
“ขึ้นรถ” กระจกทึบลดลงปรากฎให้เห็นใบหน้าของคนด้านในได้ชัด ดวงตาคู่สวยชะงักไปทันทีเมื่อได้เห็นเจ้าของเสียงนั้น “ทะ ท่านประธาน” เขาคือประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่นั่นเอง ฝันดีเม้มปากแน่น เธอรู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเจออีกคนที่นี่ “....” ฟินิกซ์ส่งสายตาออกคำสั่งให้เธอรีบมาขึ้นรถ เขาไม่ชอบพูดอะไรซ้ำซาก มันน่ารำคาญ “มะ ไม่เป็นไรดีกว่า” “...” “...คะ ค่ะ” ทว่าครั้งนี้เธอต้องยอมเงียบแล้วพาตัวเองขึ้นไปนั่งรถประธานหนุ่มอย่างไม่เต็มใจมากนัก เธอไม่กล้าแม้แต่จะพูดหรือเอ่ยอะไรออกไปนอกจากนั่งเงียบ ๆ ตลอดทาง ฟินิกซ์มองหญิงสาวด้วยหางตา สภาพเธอไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไปโดนอะไรมา ไหนจะรอยที่คอนั้นอีก เขาขับรถไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึงหน้าบ้านของเธอ ใบหน้าสวยหันขวับไปมองอีกคนด้วยใบหน้าตกใจ เขารู้จักบ้านเธอได้ยังไง เพราะมัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยให้ไม่ทันสังเกตตอนที่เขาเลี้ยวรถเข้ามาในหมู่บ้านของเธอ “พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงาน” ประโยคที่ยาวที่สุดจากเขาทำหัวใจดวงน้อยตกไปอยู่ตาตุ่ม หมายความว่ายังไงที่บอกว่าไม่ให้ไปทำงาน เขาจะไล่เธอออกอย่างนั้นเหรอ ไม่นะ! ถ้าเธอออกแล้วค่าใช้จ่ายล่ะ ตอนนี้เธอเป็นเสาหลักของครอบครัว ถ้าเธอตกงานมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน “ทะ ท่านประธาน อย่าไล่ฝันออกเลยนะคะ” ฝันดีหันไปสบตากับคนตัวสูงพร้อมกับเอ่ยแววตาขอร้องไม่ให้เขาไล่เธอออก “...” เงียบ “ฝันขอโทษที่วันนี้ฝะ..” “กำลังคิดอะไร” “กะ ก็..” “ลงไป” “แล้วเรื่องงาน” กำลังจะถามเรื่องงานแต่แล้วเสียงของเธอก็ต้องเบาลงเมื่อเจอสายตานิ่งน่ากลัวนั้น “อยากให้คนเห็นรอยที่คอหรือไง” ว่าพร้อมกับมองรอยมือที่คอยหญิงสาว พรึ่บ! ฝันดีรีบยกมือขึ้นปิดมันไว้ทันที เธอไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็นมัน “คะ คือว่า..” ฝันดีเกิดอาการร้อนรนที่จะหาคำมาอธิบาย เขาต้องเข้าใจผิดแน่ ๆ ว่าที่เธอไม่ไปทำงานก็เพราะแบบนี้ “ลงไป” “ประธานจะไม่ไล่ฉันออกใช่ไหม” “ลงไป” “..ค่ะ” มือเล็กยกขึ้นไหว้ขอบคุณก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ ฟินิกซ์ขับออกไปทันทีเมื่อคนตัวเล็กลงไปแล้ว ระหว่างขับรถเขาก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยก่อนจะตัดสินใจหักเลี้ยวไปยังสถานที่หนึ่ง เพื่อไปหาใครบางคน “ไปไหนมาฝันดี” เสียงผู้เป็นแม่ดังขึ้นหลังจากที่ปิดรั้วบ้านเสร็จและกำลังจะหมุนตัวเดินเข้าไปข้างใน ทว่ากลับพบแม่ตัวเองยืนกอดอกมองอยู่ที่ประตูบ้านพอดี แล้วที่แม่เธอถามแบบนี้ก็เพราะว่าใยไหมโทรมาที่บ้านเนื่องจากติดต่อเพื่อนไม่ได้ ทำให้ท่านรู้ว่าทั้งสองไม่ได้อยู่ด้วยกัน ปกติฝันดีไม่ใช่คนเกเรที่จะไปไหนมาไหนไม่ยอมบอกแม่ตัวเอง ทว่าครั้งนี้เธอกลับไปโดยไร้การติดต่อ “แม่..” “เข้ามาคุยกันในบ้าน” หญิงวัยกลางคนบอกกับลูกสาวก่อนจะเดินหันหลังเข้าบ้านไป ไปนั่งรอที่โซฟา ตึกตึก.. “สรุปหายไปไหนมา” “แม่ ฮึก!” ร่างบางโผลกอดแม่ตัวเองด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจที่ทำตัวแบบนี้ ผู้เป็นแม่เมื่อเห็นลูกเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดอะไรจึงเลือกที่จะไม่เซ้าซี้ เพลงพิณ กอดตอบลูกสาวเพียงคนเดียวพลางลูบหลังเบา ๆ เป็นการปลอบใจไม่ให้ลูกคิดมาก ยังมีแม่คนนี้ที่คอยอยู่ข้างกายในยามมีปัญหา ยิ่งแม่เธอทำแบบนี้ฝันดียิ่งร้องไห้โฮออกมาอย่างหนัก ใช้เวลาอยู่นานกว่าที่หญิงสาวจะยอมสงบลงแล้วเล่าทุกอย่างให้แม่ฟังจนหมด “หิวไหม แม่ทำอะไรให้กิน” ถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “แม่..” “เลิกร้องได้แล้ว อายุไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะ” เพราะไม่อยากเห็นลูกเครียดจึงชวนเปลี่ยนบทสนทนา เพลงพิณทำเพียงแนะนำและชี้แนะลูกสาวเท่านั้น ยังไงซะมันก็คือชีวิตของลูก จะให้เข้าไปก้าวก่ายมันก็ใช่เรื่อง เธอเป็นแม่ขอดูอยู่ห่าง ๆ แล้วคอยให้กำลังใจอยู่ตรงนี้ดีกว่า เมื่อไหร่ที่ลูกเหนื่อยเราก็พร้อมโอบกอดชาร์จพลังให้เขาอย่างเต็มที่เพื่อกลับไปสู้รบกับโลกภายนอกนั้นอีกครั้ง “ฝันรักแม่นะ” “รู้แล้ว ไปอาบน้ำให้สดชื่นเถอะแม่จะทำอะไรให้กิน” “เดี๋ยวฝันมานะ” “อืม” พยักหน้าเบา ๆ แอด “เห้อ..” คนตัวเล็กเข้ามายังห้องนอนตัวเอง เธอทิ้งกระเป๋าลงพื้นแล้วพาร่างกายอันหนักอึ้งไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงขนาดห้าฟุตสีขาวสว่างตา เธอหลับตาลงพลางนึกถึงเรื่องเมื่อคืน “คะ คุณจะทิ้งฉันไหม” “ไม่ ไม่ทิ้ง” “หึ” คำพูดของเขาทำเธอกระตุกยิ้มสมเพชตัวเอง ไม่ทิ้งอย่างนั้นเหรอ ตลกชะมัด นอนไปได้สักพักเธอก็เหมือนจะง่วงจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำล้างตัวให้สดชื่นแล้วออกมาส่องกระจกมองรอยที่คอตัวเอง รอยนิ้วมือเขามันชัดจนเธอไม่รู้ว่าจะหายเมื่อไหร่ มันไม่ใช่แค่แดง แต่มันซ้ำเลยต่างหาก ฝันดีถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อแต่งตัวทำอะไรเสร็จจึงลงไปกินกับข้าวที่ผู้เป็นแม่ทำไว้รอ “แม่” “ว่า” “พรุ่งนี้เราไปเที่ยวกันไหม” “ไม่ได้ทำงาน?” “หยุด” ฟินิกซ์สั่งให้เธอหยุดเอง ในเมื่อไม่ได้ไปทำงานแล้วงั้นก็ไปหาที่พักผ่อนเที่ยวให้สนุกกันตามประสาแม่ลูกดีกว่า “จะไปไหน” “ทะเลยไหม หรือแม่อยากไปไหน” “ตามใจคนชวน” “งั้นก็ทะเล” “ไปรถไหน” “เหมือนเดิม” “เที่ยวยังไงให้เหมือนผู้ประสบภัย” เพราะการไปเที่ยวแต่ละทีของสองแม่ลูกมักจะมีเรื่องตลอดการเดินทาง ไม่หลงก็ตกรถ นั่นแหละสิ่งที่เธอกับแม่ต้องเจอทุกครั้ง “แม่อะ” ทำหน้ายู่ใส่แม่ตัวเอง ไม่ว่าเธอจะเครียดหรือมีปัญหาอะไรมา พอได้คุยกับแม่แล้วมันทำให้เธอได้รับพลังบวกทุกครั้ง นี่คือเหตุผลที่ฝันดีไม่เคยมีความลับกับแม่เลยสักครั้ง แม่ฝันดีท่านจะปรับตัวตามยุคตามสมัย ไม่หัวโบราณอย่างที่ควรจะเป็น เพลงพิณเปรียบเสมือนเพื่อนและแม่ในคนเดียวกัน “รีบไปกินข้าว ยาซื้อมาให้แล้ววางอยู่ที่โต๊ะ” ดีที่บ้านเธออยู่ใกล้ร้านขายยา เพลงพิณจึงรีบไปซื้อยาคุมมาให้ลูกสาวทันที แม้จะอยากมีหลานสักแค่ไหนก็ตาม แต่การที่หลานเธอจะเกิดมาต้องเกิดจากความรักของพ่อกับแม่เท่านั้น ไม่ใช่เกิดแบบนี้ หากว่ามันพลาดขึ้นมาจริง ๆ เธอก็พร้อมที่จะเลี้ยง หลานแค่คนเดียวทำไมจะเลี้ยงไม่ได้ กับฝันดียังเลี้ยงจนโตมาได้ขนาดนี้หลานก็ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด “ขอบคุณค่า~” “สักที” “แหะ ๆ” “อย่าลืมหาชุดสวย ๆ ไปใส่ด้วยนะ” “ใส่ผ้าถุงพอ”ภายในคอนโดหรูมีเพียงความมืดสนิทเท่านั้น ร่างสูงของใครบางคนนั่งจิบไวน์อยู่คนเดียวเงียบ ๆ ท่ามกลางความมืด กินบุหรี่ผสมกลิ่นไวน์คละคลุ้งอบอวลไปทั่วห้อง แววตาของเขานิ่งสงบและน่ากลัว ตั้งแต่กลับมาจากร้านอาหารไมเนอร์ก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ภาพที่เธอเดินออกไปกับผู้ชายคนอื่นยังติดอยู่ในหัว มันทำให้เขาหงุดหงิดในใจ ในเมื่อเธออยากไปงั้นก็ไปเลย เขาไม่จำเป็นต้องง้อผู้หญิงอย่างเธออีกต่อไปแล้วเขาจะคอยดูว่าเธอจะไปได้สักกี่น้ำกันเชียว“ไปเรียกเดซี่มาหากู” เขากดโทรหาลูกน้องพร้อมกับออกคำสั่งให้ไปตามหญิงสาวอีกคนมา อารมณ์เขาตอนนี้มันบอกว่าอยากปลดปล่อยเต็มทน เผื่อว่าตัวเองจะหายหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง และเดซี่เป็นคนเดียวที่รู้ดีว่าเวลาเขาหงุดหงิดต้องทำยังไง(ครับนาย)“ค่ะคุณไมเนอร์” ไม่นานเดซี่ก็มาถึง หญิงสาวก้าวไปทิ้งตัวลงนั่งบนตักแกร่งพร้อมกับเลื่อนมือขึ้นไปลูบแผงอก ไมเนอร์เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อให้เธอปรนเปรอเขาได้อย่างถนัด บุหรี่ในมือถูกยกขึ้นสูบเอาควันเข้าเต็มปอดก่อนที่เขาจะแหงนหน้าปล่อยควันขึ้นสู่อากาศ เดซี่รู้หน้าที่ตัวเองจึงเลื่อนตัวลงไปนั่งข้างล่างพร้อมกับปลดกระดุมกางเกงควักเอาแก่นกายที่ยังไม่แข็ง
หลังจากพี่กลับมาเราไปเที่ยวกันไหม” แผ่นดินตัดสินใจพูดสิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุด เขาอยากไปเที่ยวกับเธอแค่สองคน เที่ยวกันอย่างมีความสุข“ไว้พี่กลับมาแล้วค่อยมาคุยกันอีกที” ฝันดีไม่อยากให้ความหวังเขามากเธอจึงเลือกที่จะพูดออกไปแบบนั้น หากเธอตกลงว่าจะรอ เมื่อถึงเวลาเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว เธอไม่อยากเป็นคนผิดคำพูดกับใคร“พี่รอนะ รอฝันพร้อม”“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจฝัน” แม้ว่าทั้งสองจะไม่พูดออกไปตามตรง แต่คำพูดของพวกเขาต่างฝ่ายต่างก็รู้ดี แผ่นดินรู้ว่าหญิงสาวพยายามรักษาน้ำใจและระยะห่าง แต่ไม่เป็นไร เธอถอยเขาก็แค่ขยับเข้าไป ขยับจนกว่าจะได้ใจเธอมา“ทานอาหารเถอะ” เมื่อเขาเห็นพนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟเขาจึงเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากให้หญิงสาวอึดอัดไปมากกว่านี้“หูวว น่ากินจังเลย”“น่ากินก็กินเยอะ ๆ”“มันจะอ้วนเอานะ^^”“อ้วนพี่ก็ชอบ” กลายเป็นฝันดีที่เงียบไป เธอรู้แหละว่าแผ่นดิน ชอบและกำลังจีบอยู่แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายนั้นจะรุกหนักขนาดนี้ บางทีเธอก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกันนะ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะทานอาหาร เหมือนว่าเธอต้องการอะไรสักอย่างเลยหันไปเรียกพนักงาน และสิ่งที่แผ่นดินกลัวที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้ เขาห้
“วันนี้ไปทานข้าวเย็นด้วยกันไหม” “คือว่า…” “อย่าปฏิเสธพี่เลย เราปฏิเสธพี่บ่อยแล้ว” พอเขาพูดมาแบบนั้นเธอก็นิ่งไปทันที เพราะมันจริงอย่างที่เขาพูดมาทั้งหมด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แผ่นดินชวนเธอไปทานข้าวแต่มันหลายครั้งและเธอก็ปฏิเสธตลอด แต่เหมือนว่าครั้งนี้ เธอจะปฏิเสธไม่ได้แล้วสิ “ก็ได้ค่ะ” สุดท้ายเธอก็ยอมไปกับเขา “ขอบคุณครับ!” แผ่นดินยิ้มขอบคุณเหมือนเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ เธอแค่ยอมไปทานข้าวกับเขาเองนะ จะดีใจอะไรขนาดนั้น “แล้วนี่คุณแผ่นดิน..” “ไม่ต้องเรียกคุณแล้ว เพราะต่อไปจะไม่มีคุณแผ่นดินอีกจะมีแค่พี่แผ่นดินเท่านั้น” เขาบอกพร้อมกับสบตาเธอแววตาจริงจัง เพราะต่อไปนี้เขาจะไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากผู้หญิงที่ชื่อฝันดี “แต่ว่านี่มันคือที่ทำงานนะคะ” เธอเบื่อจะเป็นขี้ปากคนแล้ว “ช่างมันสิ พี่ว่าพี่ชัดเจนแล้วนะ แล้วเราก็ไม่ได้โง่” เขารู้ว่าฝันดีรู้มาตลอดว่าเขานั้นชอบเธอ ตอนนี้เธออาจจะยังไม่ได้รักเขา แต่เขาจะพยายามทำให้เธอเห็นความรักที่เขามีต่อเธอ มันมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก “…” ฝันดีเงียบ “ขอโทษนะที่พี่ทำให้เราอึดอัด แต่พี่ก็อึดอัดเหมือนกันถ้าพี่ยังเป็นอยู่แบบนี้” “….” ฝันดียังคงเงียบ
ปึก! ปึก! ปึก!“อ๊า”ปึก! ปึก! ปึก!ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงที่ผมยังคงกระแทกตัวตนใส่เธอไม่หยุดพัก ผมแตกไปแล้วสองน้ำแต่เธอน่าจะหลายรอบได้จนตอนนี้สลบไปเป็นที่เรียบร้อย หลุบมองใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อมีเม็ดเหงื่อตามกรอบหน้า ร่างของเธอสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่ผมมอบให้ และเหมือนว่าผมกำลังจะปลดปล่อยอีกครั้ง“ซี๊ดด~” พอเป็นเธอผมแทบคุ้มตัวเองไม่อยู่ทุกครั้งปึก! ปึก! ปึก!“เหี้xจะแตกอีกแล้ว” เร่งความเร็วเมื่อจะถึงจุดสุดยอด ผมไม่เคยป้องกันเลยสักครั้งเวลามีอะไรกับเธอ เพราะผมเชื่อใจว่าเธอจะไม่ไปนอนกับคนอื่นนอกจากผม ก้มมองยังจุดเชื่อมต่อของเราสองคน น้องสาวของเธอบวมและแดงมากสงสัยจะใช้งานหนักไปหน่อย แต่แล้วยังไง? แค่ผมเสร็จก็พอแล้วไหม ผมจัดการถอดถอนแก่นกายออกหลังจากแตกไปสามน้ำก่อนจะก้าวลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้เธอนอนอย่างนั้นแหละ หลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จออกมาก็ยังเห็นเธอนอนอยู่ที่เดิม ผมตัดสินใจเดินไปดึงผ้าขึ้นมาคลุมตัวเธอให้เหลือไว้แค่หัว ว่าจะออกไปทำงานสักหน่อยคงไม่แล้ว เริ่มเพลียแล้วขอพักสักหน่อยดีกว่า ผมอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นไปนอน ในขณะที่ผมจะดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอง ฝันดีก็พลิกตั
เลิกงาน“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินขึ้นมายังชั้นทำงานของประธานอย่างถือวิสาสะ หล่อนยืนกอดอกมองมาที่ฝันดีด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม และมันทำให้ฝันดีรู้สึกไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก เธอจึงใช้สายตาแบบเดียวกันกับผู้หญิงคนนั้น ราวกับว่าเป็นกระจกที่สะท้อนกลับคืนไปให้เธอ“มีอะไรว่ามาสิ” ไม่จำเป็นต้องเดินไปคุยที่อื่น ในเมื่อตรงนี้มีกันอยู่แค่สองคน ก็คุยมันตรงนี้ไปเลย ที่น่าแปลกใจคือทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงกล้าขึ้นมายังชั้นทำงานของท่านประธาน ทั้งยังทำตัวไม่เกรงกลัวต่อกฎระเบียบของบริษัทอีก“เธอคบกับไมเนอร์เหรอ” หล่อนกอดอกเชิดหน้าถามอย่างเย่อหยิ่ง ทว่าชื่อที่เอ่ยมาทำฝันดีกระตุกยิ้มชอบใจ“ทำไมต้องเป็นฉัน” ในเมื่อผู้หญิงของเขาไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ทำไมต้องเจาะจงมาที่เธอล่ะ“เพราะฉันเจอนี่ มันอยู่ในห้องนอนไมเนอร์” และผู้หญิงที่ฝันดีกำลังพูดด้วยไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจีน.. เพื่อนร่วมงานของเธอนั่นเอง“งั้นฉันขอถามกลับคืน เธอเป็นอะไรกับเขา?” แต่แล้วคำถามที่เธอส่งไปให้เพื่อนร่วมงาน ทำเอาอีกคนไปต่อไม่ถูก ก็เพราะว่าหล่อนกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันยังไงล่ะ อีกอย่างเธอก็นอนกับเขาแค่ครั้งเดียว นั่นก็คือเมื่อเช้า จะ
กลับกรุงเทพ“อยากไปอยู่ที่อื่นไหม” ขณะที่รถกำลังแล่นไปตามถนน เสียงฟีนิกซ์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบภายในรถ ที่อื่นในความหมายของฟีนิกซ์นั่นก็คือบริษัทในเครือของเขานั่นเอง เขาแค่อยากให้เธอไปอยู่ในที่ที่มันสบายใจมากกว่านี้“ทำไมเหรอคะ” ฝันดีไม่เข้าใจที่เขากำลังจะสื่อ ในเมื่อทำอยู่ที่นี่มันก็ดีอยู่แล้ว จะไปทำไม อีกอย่างเขาให้เธอเป็นถึงเลขา เธอก็ต้องอยู่กับเขาสิ จะให้ไปทำที่อื่นแบบนี้จะเรียกเลขาได้ยังไง“ตำแหน่งเลขาที่ฉันให้ไปไม่จำเป็นต้องอยู่กับฉันก็ได้” เขามีบริษัทอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งห่างจากที่นี่มากพอสมควร ไม่ได้บังคับให้เธอไปวันนี้พรุ่งนี้ แต่เขามีเวลาให้เธอตัดสินใจสามเดือน ถ้าเธอพร้อมเขาก็จะส่งเธอไปอยู่ที่นั่นทันที“ทำไมล่ะคะ ฝันไม่เข้าใจ”“ฉันให้เวลาเธอสามเดือนไปตัดสินใจมาว่าจะอยู่หรือไป”“…” เงียบ“ฉันไม่บังคับ เคารพการตัดสินใจของเธอ แต่ถ้าเธออยากไป เธอก็เตรียมตัวได้เลย ที่โน่นจะมีที่พักให้ เธอสามารถพาแม่ไปด้วยก็ได้”“อยู่ไกลไหมคะ”“ไกล” ถ้าคิดจะให้ไปแล้ว เขาคงไม่ให้อยู่ใกล้แน่นอนหญิงสาวเงียบไปอีกครั้ง เธอกำลังใช้ความคิด ถ้าเธออยู่ที่นี่ทุกอย่างมันก็สะดวกไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินห
“ฝันดีทางนี้”“ฉันนึกว่าแกกลับไปแล้ว” ฝันดีเดินเข้าไปหาเพื่อนสาวที่หลบอยู่ตรงพุ่มไม้มุมมืด ตอนแรกเธอเข้าใจว่าใยไหมกลับไปแล้ว ทว่าเพื่อนยังอยู่“จะให้ฉันกลับได้ยังไง เธอหายไปทั้งคนนะยัยบ้า ฉันก็ต้องเป็นห่วงสิ เมื่อกี้ตอนที่ฉันเดินหาเธอ อยู่ ๆ ก็มีผู้ชายสองคนที่หน้าเหมือนกันเด๊ะ น่าจะเป็นแฝดมั้ง บอกก
“แก คืนนี้แผนกบัญชีเขาชวนไปกินเลี้ยงวันเกิดพี่ฝ้ายอะ ไปดีปะ”“ที่ไหนอะ” ฝันดีถามโดยที่สายตาก็จดจ่ออยู่หน้าจอมือถือ ทั้งสองพากันมานั่งดื่มกาแฟที่คาเฟ่ในบริษัท ตอนนี้เป็นเวลาพักเลยพากันมานั่งจิบกาแฟพูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก“ร้านเดิมที่เราไปเลื้อยกันนั่นแหละ เอาไง จะไปปะ? เอาจริงถ้าเราจะไปก็ไม่เป็นไ
เช้าวันต่อมาร่างสูงที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงพลิกกายไปอีกฝั่งที่คิดว่ามีหญิงสาวนอนอยู่ข้างกาย เขายื่นมือหมายจะคว้าตัวเธอมากอด ทว่ากลับพบกับความว่างเปล่า ร่างสูงผงกหัวมองหาอีกคนด้วยใบหน้างัวเงีย“หายไปไหนวะ” ดันตัวลุกนั่งพิงหัวเตียง สภาพเขาในตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายไม่ได้สวมเสื้อผ้า มีเพียงผ้าห่
ขวับ! ทั้งไมเนอร์และฝันดีหันขวับไปมองยังที่มาของเสียงอย่างพร้อมเพรียง ร่างสูงของใครบางคนเดินยิ้มมาหยุดตรงหน้าคนตัวเล็ก ซึ่งเป็นคนที่เธอนั้นรู้จักเป็นอย่างดี ส่วนไมเนอร์นั้น...มันเป็นใคร?“คุณแผ่นดิน?” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนมาใหม่ด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าจะมาเจออีกคนที่นี่ แม้จะอดสงสัยไม่ได้แต่เธอก็ไม







