Mag-log inขวับ! ทั้งไมเนอร์และฝันดีหันขวับไปมองยังที่มาของเสียงอย่างพร้อมเพรียง ร่างสูงของใครบางคนเดินยิ้มมาหยุดตรงหน้าคนตัวเล็ก ซึ่งเป็นคนที่เธอนั้นรู้จักเป็นอย่างดี ส่วนไมเนอร์นั้น...มันเป็นใคร?
“คุณแผ่นดิน?” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนมาใหม่ด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าจะมาเจออีกคนที่นี่ แม้จะอดสงสัยไม่ได้แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป “มาคุณอะไรกัน” แผ่นดินดีดนิ้วลงที่หน้าผากมนเบา ๆ อย่างไม่แรงนัก บอกหลายครั้งแล้วแต่เธอก็ไม่เคยจำว่าอยู่ข้างนอกให้เรียกเขายังไง “แหะ~ พี่แผ่นดิน” แผ่นดินเคยบอกกับเธอไว้ตั้งเจอกันช่วงแรก ๆ เขาขอให้เธอเรียกพี่แทนเรียกคุณ ฝันดีได้ยินแบบนั้นก็ปฏิเสธทันที แผ่นดินคือเพื่อนสนิทของฟินิกซ์ คนที่เป็นถึงประธานบริษัทเจ้านายเธอเลยนะ จะให้มาเรียกเหมือนคนสนิทกันมันคงจะเป็นไปไม่ได้ แผ่นดินเห็นหญิงสาวมีท่าทีลำบากใจจึงยื่นข้อเสนอใหม่ให้นั่นก็คือ.. เวลาอยู่ข้างนอกให้เรียกเขาพี่ตามที่บอกไปตอนแรก ส่วนคุณให้เรียกเฉพาะตอนที่อยู่ในที่ทำงานเท่านั้น ฝันดีคิดจะค้านแต่สุดท้ายก็ต้องรับปากในที่สุดเมื่อเขาใช้ไม้เด็ด “แล้วนี่มาเที่ยวเหรอ” เขามองดูเธอก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับรอยแดงบริเวณลำคอหญิงสาว แม้มันจะถูกปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์ตัวแพงก็ตาม แต่มันก็ไม่อาจหลุดพ้นสายตาเขาไปได้ แผ่นดินละสายตาจากรอยนั้นไปมองหน้าเธอแทน เขาทำเป็นไม่เห็นแล้วคุยตอบปกติ “ใช่ค่ะ ฝันมากับแม่” คนตัวเล็กตอบกลับใบหน้ายิ้มแย้ม “แล้วแม่ไปไหนล่ะ” พลางกวาดสายตามองหาแม่คนตัวเล็ก “แม่นอนพักอยู่โรมแรมค่ะ ฝันเบื่อ ๆ เลยออกมาเดินเล่น” “อ๋อ..แล้วกินอะไรหรือยัง” เขาเองก็เพิ่งมาถึง ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยถามดูเผื่อเธอยังไม่ได้กินจะได้ชวนไปด้วยกัน “ยังค่ะ รอช่วงค่ำจะพาแม่ไปหาอะไรเด็ด ๆ กิน” เห็นคนรีวิวร้านอาหารที่นี่เยอะมาก เธอจะพาแม่ตะลอนกินให้พุงแตกไปเลย “ถ้าฝันไม่ว่าอะไรพี่ขออาสาพาทัวร์ได้ไหม พี่รู้จักร้านเด็ด ๆ เยอะเลย” แผ่นดินอาสาที่จะพาคนตัวเล็กทัวร์หาของอร่อย ๆ กินระหว่างที่มาเที่ยว เขาชอบเวลาที่เธอกินที่สุด มันดูน่ารักมากสำหรับเขา “พี่แผ่นดินไม่ได้ทำงานเหรอคะ” เธอนึกว่าเขามาทำงานซะอีก แค่บังเอิญมาเจอกันเท่านั้น “พี่มาเที่ยว” จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เขามาเที่ยวนั่นแหละถูกแล้ว “แต่ฝันพาแม่มาด้วยนะคะ มันจะรบกวนพี่เปล่า ๆ” “ไปคิดแบบนั้นได้ยังไง พี่เต็มใจต่างหาก” “เอ่อ..” ฝันดีลำบากใจเล็กน้อย เธอเกรงใจคนตรงหน้าด้วยแหละ “ห้ามปฏิเสธพี่ด้วย” เขาบอกยิ้ม ๆ ทุกการกระทำของทั้งสองได้ตกอยู่ในสายตาของร่างสูงอีกคน ไม่รู้ทำไมเขาต้องรู้สึกไม่พอใจที่เห็นชายหนุ่มอีกคนเข้ามาวุ่นวายกับหญิงสาว ทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด ไมเนอร์ทำทียืนนิ่งรอดูปฏิกิริยาของทั้งสองว่าจะเป็นยังไงต่อไป “งั้นก็ได้ค่ะ” คลี่ยิ้มหวานจนตาหยี แล้วคำตอบของเธอเผลอทำใครบางคนร้อนรุ่มอยู่ในใจ มือหนากำเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิด ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม “เหอะ!” รอยยิ้มที่เธอส่งให้อีกคนทำเขาแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน โดนเอาจนสลบยังกล้ามายืนยิ้มให้คนอื่นหน้าตาเฉย ไม่ละอายใจบ้างเลยหรือยังไง เขาตัดสินใจหมุนตัวเดินกลับห้องตัวเองไปในทันที ไม่อยากดูอะไรที่มันเกะกะสายตาสักเท่าไหร่ น่ารำคาญ และแล้วก็ถึงเวลาที่ทั้งสามจะออกไปตะลอนทัวร์หาร้านอาหารเด็ด ๆ โดยมีแผ่นดินอาสาเป็นไกด์นำทางให้กับทั้งสอง ฝันดีแนะนำชายหนุ่มให้กับแม่ตัวเองได้รู้จัก และเหมือนว่าทั้งสองจะเข้าขากันได้ดีด้วยสิ หญิงวัยกลางคนลอบมองชายหนุ่มที่ชวยคุยไม่หยุดตลอดทางด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เพลงพิณเลือกจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องของหนุ่มสาว ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของเด็กไป เธอเป็นแม่ที่ทำได้เพียงเฝ้ามองลูกอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น ณ ร้านอาหารริมทะเล “เชิญนั่งครับคุณป้า” แผ่นดินดึงเกาอี้ออกเล็กน้อยเพื่อให้หญิงวัยกลางคนได้นั่ง เพลงพิณยิ้มให้ก่อนจะนั่งลงพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ “ขอบคุณจ้ะ” “อยากทานอะไรสั่งเลยนะครับผมขอเลี้ยงเอง” “ได้ไง พี่พาฝันกับแม่มาแล้ว ฝันขอเป็นเจ้ามือนะคะ” เขาอุส่าห์พามาทั้งยังแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่างให้อีก เรื่องเลี้ยงข้าวปล่อยให้เป็นหน้าที่เธอเถอะ “แต่ว่า..” “ให้ฝันเลี้ยงนะคะ” “เอางั้นก็ได้ครับ” เขาตามใจเธอ เมื่อตกลงกันได้แผ่นดินจึงทำการสั่งอาหาร เขาเลือกเมนูที่เด็ดที่สุดของทางร้านมาให้ทั้งสองได้ลิ้มลอง แล้วมันดันถูกปากเพลงพิณและฝันดีจนเขารู้สึกปลื้มที่ทั้งสองชอบมัน หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จเขาก็แนะนำร้านขนมหวานต่อทันที กินคาวแล้วต้องตบท้ายด้วยของหวานสิจะได้ล้างปาก แล้วแผ่นดินก็ยังรู้มาอีกว่าคนตัวเล็กนั้นกำลังมองหารถสักคัน เขาจึงแนะนำเธอให้ไปออกที่โชว์รูมเพื่อนของเขา ฝันดีเห็นว่าเป็นคนรู้จักของชายหนุ่มเธอจึงตอบตกลงที่จะให้เขาช่วยอีกครั้ง ไม่ว่าเธอจะเอ่ยอะไรออกมาเขาก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย หลังจากที่ทานกันจนอิ่มทั้งสามจึงกลับมายังที่พักตัวเอง เพลงพิณขอตัวเข้าห้องก่อน ปล่อยให้วัยรุ่นเขาคุยกันไป เธอไม่อยากเป็นก้างขวางคอ “เราดูไว้หรือยังว่าอยากได้รุ่นไหน” แผ่นดินเอ่ยถามขณะที่พวกเขานั่งเล่นอยู่ริมชายหาด “ที่คิดไว้ฝันอยากได้ตัวที่ราคาไม่แรงมากค่ะ” “ราคาไม่แรงเหรอ..” ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดว่ารุ่นไหนที่มันไม่แรงบ้าง เพราะขึ้นชื่อว่ารถยนต์มันต้องหลักแสนอยู่แล้ว “แค่เอามาไว้ขับไปทำงานและพาแม่ไปเที่ยวเท่านั้นค่ะ ฝันเลยไม่อยากซื้ออะไรที่มันเกินตัว” เธอพูดโดยที่สายตาก็ทอดมองท้องทะเลที่มีแสงไฟจากเรือประมงจนดูสวยงาม แผ่นดินมองเสี้ยวใบหน้าหญิงสาวทำเขาชะงักไปเล็กน้อย มันไม่อาจละสายตาจากใบหน้าสวยนั้นได้เลย “เราดูรักแม่มากเลยนะ” กระทั่งเขาเอ่ยประโยคนี้ออกไป “ใช่ค่ะ ฝันมีแค่แม่ แม่ที่เป็นทุกอย่างให้กับฝันในตอนนี้” เธอเอ่ยพลางหันมายิ้มให้กับเขา ทว่า.. “เอ๊ะ!” คนตัวเล็กมองรอยสักบริเวณลำคออีกคนแววตาลุกวาวเหมือนกับว่ามันคือสิ่งแปลกใหม่อย่างไรอย่างนั้น “มีอะไรเหรอ” แผ่นดินเห็นว่าเธอเอาแต่จ้องที่คอของตนจึงเลื่อนมือไปจับดูว่ามีอะไรหรือเปล่า “พี่สักด้วยเหรอคะ” “อ่า.. ใช่ พี่ชอบ” “ผีเสื้อด้วย” รอยสักที่คอเขาเป็นรูปผีเสื้อสองตัวที่กำลังโบยบิน ซึ่งมันสวยมาก ๆ ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป “ทำไม ชอบเหรอ” “ใช่ค่ะ^^” เธออาจจะตอบมันออกมาอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก แต่เธอจะรู้ไหมว่าคำตอบของเธอมันทำให้ใครอีกคนรู้สึกดีใจแทบเก็บอาการไม่อยู่ “...” แผ่นดินเงียบแล้วเบื่อนหน้าไปมองยังคลื่นทะเล ก่อนจะชวนเปลี่ยนเรื่อง “พี่มีรุ่นหนึ่งแนะนำ” เมื่อนึกได้ว่ากำลังคุยเรื่องรถอยู่เขาจึงตัดบทแล้ววนกลับมาที่เรื่องรถอีกครั้ง แผ่นดินหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมกดเปิดรูปรถยนต์ให้ฝันดีดู “โห ตัวนี้ฝันสู้ไม่ไหวค่ะ” เพราะรถที่เขาเอาให้เธอดู คือรถBMWยังไงล่ะ สำหรับเธอถือว่าราคาแรงเอาเรื่องอยู่นะ เธอตั้งใจจะซื้อเงินสด เพราะไม่อยากเป็นหนี้ รุ่นที่เขาให้ดูเธอไปศึกษาราคามาหมดแล้ว มันเกินงบที่ตั้งไว้เยอะมาก คงไม่ไหวถ้าจะเอา “เรามีงบเท่าไหร่” “ฝันตั้งไว้แค่สี่แสนค่ะ” เป็นเงินเก็บที่เธอเก็บไว้ซื้อรถโดยเฉพาะ “คันนี้สองแสน” “ฮะ?!” เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม “พี่ถามเพื่อนแล้ว มันขายขาดทุน รอคนไปซื้ออยู่” เขาบอกกับเธอน้ำเสียงจริงจังไม่มีทีท่าว่าจะเล่นแต่อย่างใด ฝันดีแทบไม่เชื่อหูตัวเอง มันจะเป็นไปได้ยังไง รุ่นนี้ตัวท็อปออกใหม่เลยนะ “พี่โกหกฝันอยู่หรือเปล่า ถ้าคิดจะช่วยไม่ต้องเลยนะฝันไม่เอาค่ะ” ฝันดีเอ่ยอย่างรู้ทัน “ไม่ได้โกหก มันซื้อให้เมียแต่เมียมันอยากได้อีกสีมันเลยขายทิ้ง ตอนแรกมันจะเอาให้พี่เฉย ๆ แต่พี่เห็นว่าเรากำลังหารถพอดีเลยแนะนำคันนี้ เอาไง? สนใจไหม” “มะ..มัน” “ถ้าสนพี่จะบอกมันไม่ให้ขายให้คนอื่น” ขายให้คนอื่นอย่างนั้นเหรอ ถ้ามันจริงตามที่พูดเธอก็ไม่ลังเลที่จะซื้อมัน เพราะราคานี้ไม่ได้หากันง่าย ๆ นะ ป้ายแดงด้วย “ตกลงค่ะ!” “โอเค พรุ่งนี้พี่ให้มันเอารถมาส่ง” “แล้วเงินต้องจ่ายยังไงคะ สัญญาด้วย” “เดี๋ยวมันมาพี่จัดการเอง เราโอนแค่เงินเข้าบัญชีให้พี่ก็พอ” “ได้ค่ะ” “เข้าห้องเถอะดึกมากแล้ว” “งั้นแยกกันตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เห็นแผ่นดินบอกว่ามีเพื่อนนัดดื่ม สงสัยแยกกันเขาคงไปต่อกับเพื่อน เธอจึงแยกกับเขาตรงนี้เลย “ขึ้นห้องเถอะ” เขารอส่งเธอก่อนถึงจะไป “เที่ยวกับเพื่อนให้สนุกนะคะ” “พี่ไปแป๊บเดียวก็กลับแล้ว” “พี่ไปเถอะค่ะ” “เราปะ..” “โรมแรมอยู่แค่นี้เอง” เพราะจุดที่ทั้งสองนั่งอยู่มันคือฝั่งตรงข้ามกับโรมแรม ไม่ได้ไกลกันสักนิดไม่จำเป็นต้องอยู่รอส่ง “พรุ่งนี้เดี๋ยวพี่พาเที่ยวอีกนะ” เขาเอ่ยน้ำเสียงใจดี “ฝันเกรงใจจัง” “ไม่ต้องคิดมาก ไว้เจอกันพรุ่งนี้ ฝันดีนะตัวแสบ” “ฝันดีค่ะ^^” แผ่นดินส่งยิ้มอบอุ่นให้ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินจากไป ฝันดีมองร่างสูงที่ค่อย ๆ ห่างออกไปกระทั่งหายไปในที่สุด หลังจากที่อีกคนไปแล้วเธอจึงเตรียมตัวจะกลับโรมแรมเพื่อไปพักผ่อน ทว่า.. ตึก! “ไง” “คะ คุณ” ดวงตาคู่สวยเปิดกว้างเมื่อพบกับใครบางคน “จำฉันได้ด้วยเหรอ” เขาเลิกคิ้วถามพลางมองต่ำไปยังหน้าอกและลำคอที่มีรอยนิ้วมือที่เกิดมาจากฝีมือของเขาเอง “มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ทว่าคำพูดของเธอทำเขาขมวดคิ้วทันที เมื่อครู่เธอยังดูตกใจที่เจอเขา ทำไมตอนนี้กลับทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน “ว่าไงนะ” “ถ้าไม่มีอะไรฉันขอตัว” สำหรับผู้ชายคนนี้เธอไม่อยากให้ค่า เพราะสิ่งที่เขาทำมันโคตรทุเรศ ฝันดีเลี่ยงไปอีกทางเพื่อหนีผู้ชายตรงหน้า หมับ! “เธอกล้าเมินฉันเหรอ?” ไม่มีใครกล้าเมินเขาสักคน แล้วเธอเป็นใครถึงกล้าทำ ไมเนอร์ออกแรงบีบแขนเล็กจนเธอนิ่วหน้าเจ็บ “ปล่อย” แม้จะเจ็บแค่ไหนเธอก็สู้กลับไป “ทำไม? แค่ทิ้งให้นอนคนเดียวถึงกลับวิ่งหาผู้ชายคนใหม่เลยเหรอ” คำพูดของเขามันกำลังดูถูกเธอ “ใช่ อะไรที่มันอร่อยฉันก็พร้อมเข้าหา” แต่มีหรือคนที่ไม่ยอมคนอย่างเธอจะยอมแพ้ “หึหึ ปากเก่ง” แสยะยิ้มเหี้ยม “รบกวนปล่อยด้วยค่ะ” ส่งสายตาบอกให้เขารู้ “สงสัยต้องทวนความจำ..” “!!” “..ว่าไม่ควรอวดดีกับฉัน”ภายในคอนโดหรูมีเพียงความมืดสนิทเท่านั้น ร่างสูงของใครบางคนนั่งจิบไวน์อยู่คนเดียวเงียบ ๆ ท่ามกลางความมืด กินบุหรี่ผสมกลิ่นไวน์คละคลุ้งอบอวลไปทั่วห้อง แววตาของเขานิ่งสงบและน่ากลัว ตั้งแต่กลับมาจากร้านอาหารไมเนอร์ก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ภาพที่เธอเดินออกไปกับผู้ชายคนอื่นยังติดอยู่ในหัว มันทำให้เขาหงุดหงิดในใจ ในเมื่อเธออยากไปงั้นก็ไปเลย เขาไม่จำเป็นต้องง้อผู้หญิงอย่างเธออีกต่อไปแล้วเขาจะคอยดูว่าเธอจะไปได้สักกี่น้ำกันเชียว“ไปเรียกเดซี่มาหากู” เขากดโทรหาลูกน้องพร้อมกับออกคำสั่งให้ไปตามหญิงสาวอีกคนมา อารมณ์เขาตอนนี้มันบอกว่าอยากปลดปล่อยเต็มทน เผื่อว่าตัวเองจะหายหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง และเดซี่เป็นคนเดียวที่รู้ดีว่าเวลาเขาหงุดหงิดต้องทำยังไง(ครับนาย)“ค่ะคุณไมเนอร์” ไม่นานเดซี่ก็มาถึง หญิงสาวก้าวไปทิ้งตัวลงนั่งบนตักแกร่งพร้อมกับเลื่อนมือขึ้นไปลูบแผงอก ไมเนอร์เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อให้เธอปรนเปรอเขาได้อย่างถนัด บุหรี่ในมือถูกยกขึ้นสูบเอาควันเข้าเต็มปอดก่อนที่เขาจะแหงนหน้าปล่อยควันขึ้นสู่อากาศ เดซี่รู้หน้าที่ตัวเองจึงเลื่อนตัวลงไปนั่งข้างล่างพร้อมกับปลดกระดุมกางเกงควักเอาแก่นกายที่ยังไม่แข็ง
หลังจากพี่กลับมาเราไปเที่ยวกันไหม” แผ่นดินตัดสินใจพูดสิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุด เขาอยากไปเที่ยวกับเธอแค่สองคน เที่ยวกันอย่างมีความสุข“ไว้พี่กลับมาแล้วค่อยมาคุยกันอีกที” ฝันดีไม่อยากให้ความหวังเขามากเธอจึงเลือกที่จะพูดออกไปแบบนั้น หากเธอตกลงว่าจะรอ เมื่อถึงเวลาเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว เธอไม่อยากเป็นคนผิดคำพูดกับใคร“พี่รอนะ รอฝันพร้อม”“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจฝัน” แม้ว่าทั้งสองจะไม่พูดออกไปตามตรง แต่คำพูดของพวกเขาต่างฝ่ายต่างก็รู้ดี แผ่นดินรู้ว่าหญิงสาวพยายามรักษาน้ำใจและระยะห่าง แต่ไม่เป็นไร เธอถอยเขาก็แค่ขยับเข้าไป ขยับจนกว่าจะได้ใจเธอมา“ทานอาหารเถอะ” เมื่อเขาเห็นพนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟเขาจึงเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากให้หญิงสาวอึดอัดไปมากกว่านี้“หูวว น่ากินจังเลย”“น่ากินก็กินเยอะ ๆ”“มันจะอ้วนเอานะ^^”“อ้วนพี่ก็ชอบ” กลายเป็นฝันดีที่เงียบไป เธอรู้แหละว่าแผ่นดิน ชอบและกำลังจีบอยู่แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายนั้นจะรุกหนักขนาดนี้ บางทีเธอก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกันนะ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะทานอาหาร เหมือนว่าเธอต้องการอะไรสักอย่างเลยหันไปเรียกพนักงาน และสิ่งที่แผ่นดินกลัวที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้ เขาห้
“วันนี้ไปทานข้าวเย็นด้วยกันไหม” “คือว่า…” “อย่าปฏิเสธพี่เลย เราปฏิเสธพี่บ่อยแล้ว” พอเขาพูดมาแบบนั้นเธอก็นิ่งไปทันที เพราะมันจริงอย่างที่เขาพูดมาทั้งหมด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แผ่นดินชวนเธอไปทานข้าวแต่มันหลายครั้งและเธอก็ปฏิเสธตลอด แต่เหมือนว่าครั้งนี้ เธอจะปฏิเสธไม่ได้แล้วสิ “ก็ได้ค่ะ” สุดท้ายเธอก็ยอมไปกับเขา “ขอบคุณครับ!” แผ่นดินยิ้มขอบคุณเหมือนเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ เธอแค่ยอมไปทานข้าวกับเขาเองนะ จะดีใจอะไรขนาดนั้น “แล้วนี่คุณแผ่นดิน..” “ไม่ต้องเรียกคุณแล้ว เพราะต่อไปจะไม่มีคุณแผ่นดินอีกจะมีแค่พี่แผ่นดินเท่านั้น” เขาบอกพร้อมกับสบตาเธอแววตาจริงจัง เพราะต่อไปนี้เขาจะไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากผู้หญิงที่ชื่อฝันดี “แต่ว่านี่มันคือที่ทำงานนะคะ” เธอเบื่อจะเป็นขี้ปากคนแล้ว “ช่างมันสิ พี่ว่าพี่ชัดเจนแล้วนะ แล้วเราก็ไม่ได้โง่” เขารู้ว่าฝันดีรู้มาตลอดว่าเขานั้นชอบเธอ ตอนนี้เธออาจจะยังไม่ได้รักเขา แต่เขาจะพยายามทำให้เธอเห็นความรักที่เขามีต่อเธอ มันมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก “…” ฝันดีเงียบ “ขอโทษนะที่พี่ทำให้เราอึดอัด แต่พี่ก็อึดอัดเหมือนกันถ้าพี่ยังเป็นอยู่แบบนี้” “….” ฝันดียังคงเงียบ
ปึก! ปึก! ปึก!“อ๊า”ปึก! ปึก! ปึก!ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงที่ผมยังคงกระแทกตัวตนใส่เธอไม่หยุดพัก ผมแตกไปแล้วสองน้ำแต่เธอน่าจะหลายรอบได้จนตอนนี้สลบไปเป็นที่เรียบร้อย หลุบมองใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อมีเม็ดเหงื่อตามกรอบหน้า ร่างของเธอสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่ผมมอบให้ และเหมือนว่าผมกำลังจะปลดปล่อยอีกครั้ง“ซี๊ดด~” พอเป็นเธอผมแทบคุ้มตัวเองไม่อยู่ทุกครั้งปึก! ปึก! ปึก!“เหี้xจะแตกอีกแล้ว” เร่งความเร็วเมื่อจะถึงจุดสุดยอด ผมไม่เคยป้องกันเลยสักครั้งเวลามีอะไรกับเธอ เพราะผมเชื่อใจว่าเธอจะไม่ไปนอนกับคนอื่นนอกจากผม ก้มมองยังจุดเชื่อมต่อของเราสองคน น้องสาวของเธอบวมและแดงมากสงสัยจะใช้งานหนักไปหน่อย แต่แล้วยังไง? แค่ผมเสร็จก็พอแล้วไหม ผมจัดการถอดถอนแก่นกายออกหลังจากแตกไปสามน้ำก่อนจะก้าวลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้เธอนอนอย่างนั้นแหละ หลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จออกมาก็ยังเห็นเธอนอนอยู่ที่เดิม ผมตัดสินใจเดินไปดึงผ้าขึ้นมาคลุมตัวเธอให้เหลือไว้แค่หัว ว่าจะออกไปทำงานสักหน่อยคงไม่แล้ว เริ่มเพลียแล้วขอพักสักหน่อยดีกว่า ผมอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นไปนอน ในขณะที่ผมจะดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอง ฝันดีก็พลิกตั
เลิกงาน“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินขึ้นมายังชั้นทำงานของประธานอย่างถือวิสาสะ หล่อนยืนกอดอกมองมาที่ฝันดีด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม และมันทำให้ฝันดีรู้สึกไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก เธอจึงใช้สายตาแบบเดียวกันกับผู้หญิงคนนั้น ราวกับว่าเป็นกระจกที่สะท้อนกลับคืนไปให้เธอ“มีอะไรว่ามาสิ” ไม่จำเป็นต้องเดินไปคุยที่อื่น ในเมื่อตรงนี้มีกันอยู่แค่สองคน ก็คุยมันตรงนี้ไปเลย ที่น่าแปลกใจคือทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงกล้าขึ้นมายังชั้นทำงานของท่านประธาน ทั้งยังทำตัวไม่เกรงกลัวต่อกฎระเบียบของบริษัทอีก“เธอคบกับไมเนอร์เหรอ” หล่อนกอดอกเชิดหน้าถามอย่างเย่อหยิ่ง ทว่าชื่อที่เอ่ยมาทำฝันดีกระตุกยิ้มชอบใจ“ทำไมต้องเป็นฉัน” ในเมื่อผู้หญิงของเขาไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ทำไมต้องเจาะจงมาที่เธอล่ะ“เพราะฉันเจอนี่ มันอยู่ในห้องนอนไมเนอร์” และผู้หญิงที่ฝันดีกำลังพูดด้วยไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจีน.. เพื่อนร่วมงานของเธอนั่นเอง“งั้นฉันขอถามกลับคืน เธอเป็นอะไรกับเขา?” แต่แล้วคำถามที่เธอส่งไปให้เพื่อนร่วมงาน ทำเอาอีกคนไปต่อไม่ถูก ก็เพราะว่าหล่อนกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันยังไงล่ะ อีกอย่างเธอก็นอนกับเขาแค่ครั้งเดียว นั่นก็คือเมื่อเช้า จะ
กลับกรุงเทพ“อยากไปอยู่ที่อื่นไหม” ขณะที่รถกำลังแล่นไปตามถนน เสียงฟีนิกซ์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบภายในรถ ที่อื่นในความหมายของฟีนิกซ์นั่นก็คือบริษัทในเครือของเขานั่นเอง เขาแค่อยากให้เธอไปอยู่ในที่ที่มันสบายใจมากกว่านี้“ทำไมเหรอคะ” ฝันดีไม่เข้าใจที่เขากำลังจะสื่อ ในเมื่อทำอยู่ที่นี่มันก็ดีอยู่แล้ว จะไปทำไม อีกอย่างเขาให้เธอเป็นถึงเลขา เธอก็ต้องอยู่กับเขาสิ จะให้ไปทำที่อื่นแบบนี้จะเรียกเลขาได้ยังไง“ตำแหน่งเลขาที่ฉันให้ไปไม่จำเป็นต้องอยู่กับฉันก็ได้” เขามีบริษัทอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งห่างจากที่นี่มากพอสมควร ไม่ได้บังคับให้เธอไปวันนี้พรุ่งนี้ แต่เขามีเวลาให้เธอตัดสินใจสามเดือน ถ้าเธอพร้อมเขาก็จะส่งเธอไปอยู่ที่นั่นทันที“ทำไมล่ะคะ ฝันไม่เข้าใจ”“ฉันให้เวลาเธอสามเดือนไปตัดสินใจมาว่าจะอยู่หรือไป”“…” เงียบ“ฉันไม่บังคับ เคารพการตัดสินใจของเธอ แต่ถ้าเธออยากไป เธอก็เตรียมตัวได้เลย ที่โน่นจะมีที่พักให้ เธอสามารถพาแม่ไปด้วยก็ได้”“อยู่ไกลไหมคะ”“ไกล” ถ้าคิดจะให้ไปแล้ว เขาคงไม่ให้อยู่ใกล้แน่นอนหญิงสาวเงียบไปอีกครั้ง เธอกำลังใช้ความคิด ถ้าเธออยู่ที่นี่ทุกอย่างมันก็สะดวกไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินห
ฝันดีหอบร่างอันบอบซ้ำของตัวเองมานั่งรอรถที่ป้ายรถโดยสารหน้าคอนโดที่เธอนอนเมื่อคืน หญิงสาวก้มหน้านิ่ง เธอรู้สึกผิดต่อตัวเองเป็นอย่างมากที่พามาเจอเรื่องแบบนี้ เพราะความอยากรู้อยากลองทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงไร้ค่าของผู้ชายใจร้ายคนนั้น ระหว่างที่รอรถมือถือในกระเป๋าก็สั่นไหว ฝันดีหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่
“แก คืนนี้แผนกบัญชีเขาชวนไปกินเลี้ยงวันเกิดพี่ฝ้ายอะ ไปดีปะ”“ที่ไหนอะ” ฝันดีถามโดยที่สายตาก็จดจ่ออยู่หน้าจอมือถือ ทั้งสองพากันมานั่งดื่มกาแฟที่คาเฟ่ในบริษัท ตอนนี้เป็นเวลาพักเลยพากันมานั่งจิบกาแฟพูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก“ร้านเดิมที่เราไปเลื้อยกันนั่นแหละ เอาไง จะไปปะ? เอาจริงถ้าเราจะไปก็ไม่เป็นไ
เช้าวันต่อมาร่างสูงที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงพลิกกายไปอีกฝั่งที่คิดว่ามีหญิงสาวนอนอยู่ข้างกาย เขายื่นมือหมายจะคว้าตัวเธอมากอด ทว่ากลับพบกับความว่างเปล่า ร่างสูงผงกหัวมองหาอีกคนด้วยใบหน้างัวเงีย“หายไปไหนวะ” ดันตัวลุกนั่งพิงหัวเตียง สภาพเขาในตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายไม่ได้สวมเสื้อผ้า มีเพียงผ้าห่
วันต่อมา “นี่ค่ารถค่ะ” ฉันยื่นค่าโดยสารให้ลุงคนขับ “ไม่เป็นไรยัยหนู ลุงไม่คิดเงิน” ได้ไงอะ จุดที่ฉันลงรถมาถึงที่พักไม่ใช่ใกล้ ๆ เลยนะ ฉันเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน ฉันพยายามยัดเงินใส่มือคุณลุงทว่าลุงแกก็ยังปฏิเสธเหมือนเดิม “ไม่ได้นะคะ” ค่าน้ำมันค่าเสียเวลาอีก แบบนี้ฉันไม่โอเคหรอกนะถ้าจะให้ฉันนั่งมาฟรี







