FAZER LOGINคณินซึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่เงยหน้าขึ้นมองลูกชายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง การรับมือลูกชายเจ้าอารมณ์และตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขามาตั้งแต่อายุ7ขวบ เป็นเรื่องที่เขาถนัดพอๆกับการคุมนักเลงหลายร้อยคนให้อยู่ในกฎระเบียบของแก๊ง
“สำคัญมากเลยล่ะ”
ชายวัยกลางคนวางเอกสารในมือลง แม้อายุจะล่วงเลยเข้าสู่วัยห้าสิบกว่าแล้ว แต่ความน่าเกรงขามยังคงไม่ต่างจากเดิม เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุม
“นั่งก่อนสิ”
“พูดมาเลยครับ ผมไม่มีเวลามาก”
คณินส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างคนที่คุ้นชินกับนิสัยดื้อรั้นของลูกชาย
“ตามใจ อยากเมื่อยก็ยืนไป”
“งั้นผมกลับนะ”
“ถึงเวลาที่แกต้องแต่งงานแล้วไอ้เวหา”
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงในทันที
เวหาหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน มันเป็นเรื่องตลกที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้
“แต่งงาน?”
“ใช่”
“ผมไม่แต่ง”
“ไม่ได้ ต้องแต่ง”
คำตอบหนักแน่นของผู้เป็นพ่อทำให้แววตาของเวหาเย็นเยียบลงกว่าเดิม
เขาจ้องหน้าพ่อนิ่ง ๆ รอคำอธิบาย
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นคู่หมั้นของแก ตอนนี้แกก็อายุยี่สิบห้าแล้ว ควรแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว”
“คู่หมั้น? ตลกละ ผมมีคู่หมั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย”
“เป็นคู่หมั้นกันตั้งแต่เด็ก” สีหน้าของพ่อจริงจังเสียจนเวหาเริ่มรู้ว่าพ่อไม่ได้กำลังล้อเล่น
“ฉิบหาย...”
“เออ ฉิบหายแน่ ถ้าแกไม่ยอมแต่ง เพราะคู่หมั้นของแกเป็นลูกสาวของผู้มีพระคุณของฉัน ฉันเคยให้สัญญากับเด็กคนนั้นไว้ด้วย”
“งั้นพ่อก็แต่งเองสิครับ”
“ไอ้บ้า! ตอนนั้นแกเองก็เป็นคนสวมแหวนให้เด็กคนนั้นด้วยตัวแกเอง”
เวหาส่ายหน้าอย่างเหลือเชื่อ ทำไมเขาจำเรื่องนี้ไม่ได้เลยล่ะ
“ตั้งแต่ผมอายุกี่เดือนครับ ตอนนั้นผมยังไม่รู้ประสีประสา เด็กๆอาจเล่นผัวเมียกัน แล้วทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงคิดเป็นเรื่องจริงจัง อยากจะบ้าตาย!”
“แกแหกปากร้องไม่ยอม ถ้าไม่ให้แต่ง แกจะหนีออกจากบ้าน แกจะแต่งตอนนั้นด้วยซ้ำ”
เวหาอึ้งไปกันใหญ่ “ผมเนี่ยนะ! ตอนนั้นผมอายุกี่ขวบครับ ถามจริง”
“เจ็ดขวบ”
“แค่เจ็ดขวบ! จะเอาอะไรกับเด็ก!”
“ตอนนั้นแกพูดเองว่าเด็กก็มีหัวใจ”
เวหาพูดไม่ออก “โอเค ต่อให้ผมพูดแบบนั้นจริง แต่สถานการณ์ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วครับ ผมไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากอยู่กับใครทั้งนั้น”
คณินถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าลูกชายเป็นคนยังไง !
“ขอโทษที่มาสายนะ” เวหาเลื่อนเก้าอี้ข้างบุหลันออกแล้วนั่งลงชบากับนงนุชตกใจ งงงัน ทำไมรองประธานถึงมานั่งที่โต๊ะพวกเธอล่ะบุหลันเองก็ประหลาดใจเหมือนกันที่เขามา รีบกระซิบถามเขา “คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอ”“เลิกแล้ว ไว้ประชุมต่อพรุ่งนี้ก็ได้”บุหลันยิ้มแฉ่ง “ดีใจจังที่คุณมา”“ผมต้องมาอยู่แล้ว คุณเลี้ยงทั้งที”“แล้วคุณจะให้รางวัลฉันรึเปล่า ที่ฉันชนะการแข่งขันน่ะ”เขาขยับใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าเธอ “แน่นอน จะให้รางวัลแบบจัดหนักจัดเต็มเลย”“บ้า! พูดอะไรเนี่ย”ใช่...สองผัวเมียนี่บ้าไปแล้ว ลืมไปแล้วรึไงว่าไม่ได้นั่งกันอยู่สองกันบุหลันยิ้มเขินหันไปสบตากับเพื่อทั้งสองอย่างจัง สติถึงได้กลับมาว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน“เอ่อ...จริงสิ ยังไม่ได้แนะนำเลย ชบา นงนุช นี่สามีฉันเองแหละ”“สามี!” ชบากับนงนุชอุทานพร้อมกัน จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งตัวแข็งเหมือนถูกสาป“ที่รัก ..นี่เพื่อนร่วมงานของฉันเอง ชบากับนงนุช เราสามคนสนิทกันมาก พักอยู่ที่หอเดียวกันด้วย”“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เวหาทักทายเพื่อนเมียด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สุภาพ พร้อมรอยยิ้มเล็กน้อยบุหลันเห็นเพื่อนทั้งสองนั่งเกร็ง เลยรีบเทขวดเบียร์ใส่แก้วของเพื่อนๆ
สัปดาห์ต่อมา...การแข่งขันภายในของห้องครัวเบเกอรี่ก็ถูกจัดขึ้น โดยมีผู้ตัดสินหลักสามคนด้วยกัน คือหัวหน้าเชฟคเชนทร์ ผู้จัดการห้องอาหาร และเชฟชาวอิตาเลียนประจำห้องอาหารยุโรปส่วนผู้ตัดสินรองคือพนักงานห้องครัวทุกคน ที่จะต้องใส่คะแนนให้แก่จานขนมที่พวกเขาชื่อชอบมากที่สุด โดยไม่เปิดเผยว่าขนมจานนั้นเป็นฝีมือใครสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเชฟ ส่วนขนมที่ได้รับคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง จะได้เป็นเมนูพิเศษของห้องอาหารโรงแรมต่อไป และใช่เลย...ครั้งนี้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการแข่งขันก็คือ...“ดีใจด้วยนะแก!” ชบายื่นมือที่กำแก้วเบียร์ผ่านโต๊ะมาชนกับแก้วของบุหลันที่ยื่นออกไป ขณะหมู่ย่างบนเตากำลังสุกได้ที่ ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง“ในที่สุด แกก็ได้เป็นรองหัวหน้าเชฟแล้ว” นงนุชที่นั่งคู่กับชบายื่นแก้วเบียร์มาชนกับเพื่อนทั้งสองคน “แกเก่งสุดๆเลยเยลลี่!”บุหลันยิ้มอย่างมีความสุข “ที่สำคัญ เมนูที่ฉันคิดค้นขึ้นมาก็จะได้ไปอยู่ในเมนูขนมของโรงแรมด้วย”“งั้นต่อไปแกก็รวยแล้วสิ เพราะแกจะได้เปอร์เซ็นต์จากการขายเมนูนั้นด้วย”“ใช่ ขอให้เมนูของฉันขายดีๆยอดปังๆเถอะ”ชบาคีบหมูย่างเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ “ว่
บุหลันอึ้งไปนิด ก่อนจะพยักหน้า แล้วหันหลังให้อรอุมา แต่ไม่ทันจะก้าว เสียงใครบางคนดังมาจากด้านหลัง“เดี๋ยว!”เธอหยุดชะงัก หันกลับไปมองเขาเวหาเดินมาหาเธอกับอรอุมาอรอุมารีบปรับสีหน้าโกรธเกรี้ยวให้เป็นปกติ ยืนในท่าสุภาพเรียบร้อย“นึกว่าไปแล้วซะอีก คุณลืมโทรศัพท์” เวหายื่นโทรศัพท์ให้เธออรอุมายิ้มขำ ยัยเชฟแผนสูงเหลือเกิน แกล้งทำเป็นลืมโทรศัพท์งั้นเหรอ“อ๋อ ขอบคุณค่ะ ฉันมัวแต่คุยกับเลขาของคุณอยู่น่ะ เธอคุยสนุกดีนะ”อรอุมาแอบส่งสายตาขู่เธอ“เธอเป็นน้องสาวของธามไง ผมเคยบอกคุณแล้ว จำไม่ได้เหรอ”“อ๋อ น้องสาวคุณธาม คนนี้เอง” เธอแสร้งทำเป็นเพิ่งรู้ “บอสมีเลขาที่เก่งมากค่ะ”อรอุมาขมวดคิ้วนิ่วหน้า ทำไมเจ้านายกับยัยเชฟคุยกันสนิทสนมขนาดนี้ แถมยัยเชฟก็ยังรู้เรื่องพี่ชายของเธอด้วย เวหาพยักหน้าให้เธอ แอบส่งสายตาหวาน ก่อนจะเดินกลับไปบุหลันยิ้มให้อรอุมาอีกครั้ง “ฉันไปนะคะ”“ไปสิ แล้วไม่ต้องกลับมาอีก”บุหลันแอบถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ กดลงชั้นหก เพื่อจะกลับไปทำงานส่วนอรอุมา เดินอย่างเร่งร้อนไปหาพี่ชายที่ห้องทำงานของเขา“พี่ธาม ไล่ยัยเชฟคนหนึ่งออกเดี๋ยวนี้!”ธนวัฒน์นิ่วหน้าสงสัย “เชฟคนไหน”“ป้าย
“อืออ พอแล้วที่รัก เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”“ผมมีห้องพักส่วนตัวนะ เข้าไปมั้ย”“นี่ หยุดหื่นได้แล้ว” เธอหน้าแดงก่ำด้วยความอาย ดวงตาตื่นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความแข็งคัดของลำแกร่งที่สะโพกของเธอทาบทับเอาไว้“นะที่รัก แป๊บเดียว”“อย่างคุณน่ะ ไม่แป๊บหรอก ใกล้ถึงเวลางานฉันแล้วด้วย คุณกินมื้อเที่ยงนะ..”“อือ ไม่เอาอ่ะ อยู่ต่ออีกนิดนะ” ไม่อ้อนเปล่า แต่ประกบปากจูบริมฝีปากเธออย่างกระหาย ไล่ริมฝีปากจูบลงมาตามลำคอ ขบเม้มเนินอกราวกับกำลังกินของโปรด ครางกระเส่าในลำคออย่างสุขสม“อ่า ที่รัก.. ของผม.. อยากเข้าไปในตัวคุณ”“อืออ” ใบหน้าสวยเคลิบเคลิ้ม ดวงตาปรืออย่างมีอารมณ์ รสจูบของเขาทำเธอร้อนเร่าไปทั้งตัวเสมอ “งั้น..ฉันให้เวลาสิบห้านาที”เวหายิ้มดีใจ สายตาร้อนแรงวามวาว รีบอุ้มเมียสุดที่รักเข้าไปในห้องพักส่วนตัวทันทีหลังจากมีความสุขกันไปหนึ่งครั้งในห้องพักส่วนตัวของห้องทำงานเธอจูบลาเขา ก่อนจะเปิดประตูออกมา ด้วยสีหน้าเขินๆ แววตาเปล่งประกายสดใส“นี่! ทำไมเข้าไปนานขนาดนั้น!” เสียงคุณเลขาที่ดังมาจากด้านหลังทำเธอสะดุ้งตกใจ“เอ่อ..” บุหลันหันไปมองอรอุมาด้วยสีหน้าอายๆ ก่อนจะยิ้มแห้ง คำตอบของคำถามนี้ มันไม่ควรพูด
หลังแยกกับเพื่อนทั้งสอง บุหลันหยิบถุงใส่แซนวิสที่ทำเองออกจากครัว แวะไปซื้อกาแฟร้านโปรด แล้วขึ้นลิฟต์ กดชั้น59 ซึ่งเป็นออฟฟิศใหญ่ของฝ่ายบริหารเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอเดินเข้าไปในสำนักงานสุดทันสมัย พนักงานหนุ่มสาวแต่งตัวดีเดินกันขวักไขว่ หลายคนกำลังจะออกไปกินข้าว บางกลุ่มยังนั่งเม้ามอยด์ที่โต๊ทำงาน หลายคนอยู่ในห้องแคนทีนของชั้น กำลังดื่มกาแฟกินขนมกันอยู่“ห้องทำงานรองประธานอยู่ทางไหนคะ” เธอถามพนักงานหญิงสองคนที่กำลังจะเดินไปที่ลิฟต์ พวกเธอหยุดเดิน มองเธออย่างแปลกใจ คงสงสัยว่าเชฟขนมของโรงแรมขึ้นมาทำไมที่ชั้นบริหาร“ทางนั้นค่ะ” แต่พวกเธอก็บอกอย่างสุภาพ“ขอบคุณค่ะ”“ว่าแต่ มาทำไมหรือคะ”“มาส่งแซนวิสค่ะ”เธอพยักหน้าขอบคุณสองสาวแล้วเดินไปตามเส้นทางที่สองสาวแนะนำให้ กระทั่งเห็นประตูบานใหญ่ มีป้ายเขียนกำกับเอาไว้ว่าห้องรองCEOเธอเดินตรงไปที่ประตูบานนั้น แต่ไม่ทันจะเคาะประตู เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน“มาหาใครคะ”เธอหันไปมองเจ้าของเสียง หญิงสาวหน้าตาดี สวมเสื้อเชิ้ตขาวกับกระโปรงสั้นสีดำ ยืนขึ้นหลังโต๊ะทำงานที่มีป้ายติดว่าเลขาCEOบุหลันยิ้มสดใส “ฉันมาหารองประธานค่ะ”เลขาสาวลุกออกจากโต
“เฮ๊ย! กลับมาทำงานว่ะ สงสัยจะไปไม่รอด”เมื่อเห็นบุหลันกลับมาทำงานในครัวเบเกอรี่ หลังจากลาออกไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อนระรินก็ต้อนรับเธอด้วยน้ำเสียงดูถูก สีหน้าเย้ยหยันทันที“แล้วทำไมหัวหน้าเชฟถึงรับยัยนี่กลับมาอีกเนี่ย”“ก็เพราะหัวหน้ายังไม่เซ็นใบลาออกของเยลลี่ไงล่ะ” ชบาพูดแทนเพื่อน“เพราะหัวหน้าไม่อยากเสียคนเก่งๆไปน่ะ”นุงนุชพูดเสริม“ชิ!” ระรินสบถดูถูก แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าบุหลันเก่งของจริง แต่เธอไม่มีวันยอมรับหรอก คนที่จบมาจากสถาบันเล็กๆอย่างบุหลัน จะมาเทียบกับคนที่จบจากสถานใหญ่ๆอย่างเธอได้ยังไง“ที่รับกลับมา น่าจะเพราะเรื่องอื่นมากกว่า ไม่รู้ว่าหัวหน้าชอบความเก่ง หรือชอบ..อย่างอื่นกันแน่”กลุ่มของระรินพากันหัวเราะหยามเหยียด บางคนถึงขั้นจับนมตัวเอง“เสียดายนมฉันเล็ก ไม่งั้นจะใช้เต้าไต่บ้าง”“เฮ่อ..” บุหลันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่อยากเถียงกับพวกที่อคติกับเธอ เถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ดีกว่า“พวกเธอไม่ควรดูถูกหัวหน้าอย่างนั้นนะ หัวหน้าน่ะเป็นมืออาชีพมาก” บุหลันมองหน้าระริน พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เธอคงจะเจ็บใจเรื่องที่ฉันชนะทำครัวซองต์ครั้งก่อนสินะ ทั้งที







