Masukเซริวพักรักษาตัวแค่สามวันหมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ ตลอดสามวันที่ผ่านมาแพรไหมไม่ได้มาเยี่ยมเขาเลย ตั้งแต่วันนั้นวันนี้จึงรีบออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปดักรอแพรไหมที่หน้าบริษัท “เซริวลูกจะไปทำงานแล้วเหรอ” “ปาป๊า ผมหายดีแล้วครับ” “ออกไปทำงานเช้าขนาดนี้ไปตามใคร?” เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนทำไมจะไม่รู้ว่าเจ้าลูกชายกำลังมีความรัก แต่ไม่รู้หัวใจตัวเองเกิดเป็นลูกเขาทั้งทีแต่มาตกม้าตายเรื่องผู้หญิง “แล้วป๊ามาหาผมทำไมแต่เช้า” “ไอ้ลูกชายป๊าจะมาหาแกไม่ได้หรือไง อยากจะให้สาวสนใจเคยพูดหวานๆ กับเขาไหมหรือบังคับเขาอย่างเดียว เกิดมาเป็นลูกชายป๊าแต่มาโง่เรื่องนี้ ปล่อยให้เขาทำงานหนักมันได้ที่ไหน” เขาตามสืบประวัติแพรไหมมาจนหมด แทนที่เซริวจะช่วยแพรไหมเรื่องเงินทอง แต่ความบ้าระห่ำคือตามราวีแต่เขา แค่ทำดีพูดหวานๆ ยังทำไม่เป็น “ผู้หญิงเขาชอบความชัดเจน ไม่ใช่วันๆ มีแต่ข่าวเสียๆ หายๆ ถ้าเป็นป๊านะหาผัวใหม่ไปแล้ว” “ป๊าอย่ามาพูดแบบนี้นะ” แพรไหมอยู่ให้เขาเจอหน้าเสียที่ไหนกลับดึกโทรหาก็ไม่รับสาย ขนาดอยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ เรื่องวี
แพรไหมเห็นแขกที่นั่งอยู่กับคุณพ่อจึงแปลกใจ ว่าเขาเรียกเธอมาพบทำไมรอวันพันปีไม่เคยคุยกัน เรียกว่าต่างคนต่างหลบหน้ากันมากกว่า “แพรมานั่งข้างพ่อสิลูก” ตฤณเรียกลูกสาวมานั่งข้างๆ นานแล้วที่เขาไม่เคยเรียกลูกสาวแบบนี้ ความเย็นชาที่แพรไหมส่งให้ทำให้คนเป็นพ่อไม่สบายใจ “หนูแพรไหมใช่ไหมจ๊ะ” “สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ” แพรไหมรู้ว่าเขาคือพ่อแม่ของเซริว คงไม่ได้มีธุระอะไรกับเธอหรอกนะ หรือว่าเขาจะรู้แล้วว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้เซริวป่วย “อาจะมาพูดเรื่องของหนูกับเซริวจ้ะ” “เรื่องของคุณเซริวเหรอคะ” “หนูไปเยี่ยมลูกชายอาหน่อยได้ไหมจ๊ะ เซริวเขาป่วยและอยากเจอหนู” แอลลี่ส่งยิ้มให้สาวรุ่นลูกหน้าตาน่ารักสมคำร่ำลือ กิริยามารยาทอ่อนช้อยกว่าพลอยนิตามาก “...” “อามาวันนี้เพื่อจะมาสู่ขอหนูให้เซริวจ้ะ” แพรไหมมองสบตาแม่ของเซริว หมายความว่าอย่างไรเธอไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม หากเป็นแบบนั้นจริงๆ ไปอยู่กับเขาน่าจะดีกว่าต้องทนอยู่ที่บ้านหลังนี้ให้คนดูถูกเหยียดหยาม “หนูเป็นแค่ลูกเมียน้อยค่ะคงไม่เหมาะที่จะเชิดหน้าชูตาในสังคม” “แพรไหม!” ตฤณ
“แพรไหม...” เพล้ง หญิงสาวหยุดเดินและหันกลับมามองเซริวที่ตอนนี้เขาล้มไปนั่งอยู่ที่พื้น เธอจึงรีบวิ่งกลับมาหาเขา “คุณเป็นอะไร” เธอเห็นเขาจับที่หัวใจหรือจะป่วย ใบหน้าของเขาซีดเผือด “พ พี่เจ็บตรงนี้” เขาชี้ไปที่หน้าอกข้างซ้าย พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและสลบไปในอ้อมแขนของแพรไหม “คุณเซริว! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย” “เกิดอะไรขึ้นครับ” “คุณเซริวเป็นอะไรไม่อยู่ค่ะบอกว่าเจ็บที่หัวใจ” “ผมจะพาไปโรงพยาบาลคุณเซริวอาจจะอาการกำเริบ” ภูพาและไนล์รีบพาเจ้านายไปส่งโรงพยาบาลเขารู้แค่ เจ้านายป่วยเกี่ยวกับโรคหัว ให้ระวังและเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา “ป่วย? คุณเซริวป่วยเป็นอะไรคะ” “หากคุณแพรไหมจะตามไปขึ้นรถคันนั้นตามมาเลยครับ ไว้คุณถามเจ้านายเองดีกว่า” “ค่ะ” แพรไหมตามไปที่โรงพยาบาลทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด เธอนั่งเงียบๆ รออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินไม่นานก็มีคนมาสมทบเพิ่ม น่าจะเป็นพ่อกับแม่ของเซริวเพราะเห็นแคนดี้มาด้วย แพรไหมเมื่อเห็นว่าแคนดี้มองมาจึงลุกออกไป เธอไม่ได้เป็นอะไรกับเขา ไม่ควรที่จะอยู่ตรงนี้ แพรไหมจึง
แพรไหมปฏิเสธสาวรุ่นพี่อย่างแคนดี้วันนี้เธอมีงานด่วนจึงไม่สามารถไปทานข้าวด้วยได้ แต่คนที่มีปัญหากลับเป็นเซริวที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับตลอดทาง “พี่เซริวก็เห็นแล้วหนิคะว่าน้องแพรไม่ว่าง” “ไอ้ไนล์กลับบริษัท!” ไม่กงไม่กินมันแล้วข้าวอารมณ์ไม่ดี วันนี้ดีใจลุกขึ้นมาแต่งตัวฉีดน้ำหอมเพื่อที่จะรอเจอสาว ที่ไหนได้โดนเทอีก “พี่เซริวไหนๆ ก็มาแล้วกินข้าวเป็นเพื่อนแคนดี้ก่อนสิคะ” “เรานี่ไม่เก่งเหมือนปากเลย” เห็นอะไรก็หงุดหงิดไปหมด แพรไหมนะแพรไหมถ้าให้เจออีกครั้งรอบนี้จะไม่ปล่อยให้กลับบ้านเลย “มาโทษได้ยังไง” สองพี่น้องมัวแต่ทะเลาะกันอีกคนก็งอนไม่ยอมพูดจานั่งหน้าตึง กอดอกหันหน้าออกไปมองข้างนอกร้าน ใครมาเห็นเขาสภาพนี้มีหวังหัวเราะจนฟันหลุด “น้องแพรกินอะไรดีครับ” เสียงผู้ชายที่ลอยมาทำให้เซริวและแคนดี้หันไปมอง แล้วไหนบอกว่าไม่ว่างติดงาน แล้วมากินข้าวกับผู้ชายคนอื่นหมายความว่ายังไง “น นั่นน้องแพรนี่คะ” “...” “มาได้ยังไงเดี๋ยวแคนดี้เข้าไปทักทายก่อน” “ไม่ต้องเขาไม่อยากมาก็ไม่ต้องไปทัก!” เซริวโกรธจนแทบระงับไ
เพล้ง! เซริวปาแก้วกาแฟลงพื้น เขาติดต่อแพรไหมไม่ได้ตลอดสองวันที่ผ่านมา ได้เขาแล้วกับไม่รับผิดชอบเขาตื่นมาก็ไม่เห็นแม้แต่เงา หากแพรไหมถามหาความรับผิดชอบจากเขาก็ยังดี แต่นี้เล่นหนีหายงานไม่ยอมมาทำ “เซริวลูกเป็นอะไร” เคลวินเห็นสภาพห้องทำงานของลูกชายแล้วส่ายหัว “ปาป๊ามาทำอะไรครับ” “ไม่มาจะรู้เหรอว่าเจ้าลูกชายกำลังทำนิสัยไม่ดี” โมโหขนาดไหนเซริวก็ไม่เคยทำลายข้าวของ หรือพาลไปทั่วแต่เห็นแววตาของพนักงานแล้วเดาว่าลูกชายของเขามีเรื่องเครียด “ผมแค่เครียดนิดหน่อยครับ” “เรื่องงานมีเหรอที่ลูกจะจัดการไม่ได้” “ผ ผมขอตัวทำงานก่อนนะครับ” เซริวเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของพ่อ “ถ้าไม่อยากให้มามี้จับคู่ให้ลูกควรรีบหาคนรักซะ” เขาเข้าใจดี ภรรยาอยากให้ลูกมีชีวิตคู่ที่ดี แต่ความรักไม่สามารถบังคับกันได้ เซริวเห็นว่าประตูห้องทำงานปิดลงแล้วเขาจึงพิงผนักเก้าอี้อย่างหมดแรง และหลับตาลงใช้มือนวดขมับทั้งสองข้าง เขาไม่เข้าใจตัวเองแค่ผู้หญิงคนเดียวทำไมต้องเป็นถึงขนาดนี้ เขาจะบุกเข้าไปให้แพรไหมที่บ้านเลยก็ไม่ได้ ปากของแค่เป็นของเล่น
“จะไปไหน!”“ไอ้คนสารเลว นิสัยไม่ดี” แพรไหมตะโกนออกมาด่าเขา พร้อมกับหลับหูหลับตากรีดร้องออกมา โดยไม่สนใจเสียงของเขา“เฮ้ย เงียบ!”“ปล่อยฉัน อื้ออออ”เขาจูบเธอด้วยความดุดัน แต่หญิงสาวไม่ยอมเผยปากขึ้น เซริวจึงปิดปลายคางให้แพรไหมยอมตอบรับจูบของเขา เรื่องแค่นี้ไม่พ้นมือเขาหรอก“อ๊ะ อื้อ ป ปล่อย”“เข้ามาแล้วอย่าหวังว่าจะได้ออกไป” เซริวอุ้มร่างบางพาดบ่าแลัเดินไปที่เตียงกว้าง โยนหญิงสาวลงด้วยความโมโห ไม่เข้าใจจะเล่นตัวอะไรนักหนา“กรี๊ดดดด ปล่อยฉัน ฉันไม่ชอบคนแก่”อึก เซริวหยุดการกระทำและจ้องมองใบหน้าสวยของแพรไหมด้วยดุดัน เขาเพิ่งจะ 35 กล้ามาว่าเขาแก่ คนนี้ฟังแล้วมันคันที่หัวใจไม่น้อย“แก่? ฉันเพิ่งจะ 35 ดีเลยคืนนี้จะทำให้เธอรู้ว่าฉันมีแรงเย็บเธอทั้งคืน!”“ฮือ ไม่นะปล่อยแพรไปเถอะนะคะ” แพรไหมยกมือขึ้นไหว้เขา น้ำตาไหลเปียกชุ่มบนหมอน เผ้าผมสยายไปตามแรงดิ้นของหญิงสาว“แพรไหม!” เห็นน้ำตาแล้วกูหมดอารมณ์จริงๆ ลูกชายหดกลับไปอยู่ที่เดิมแล้ว เขาไม่ได้จะข่มขืนเด็กมันสักหน่อย ได้กับเขาต้องดีใจสิเซริวก้มหยิบของบางอย่างขึ้นมาเขาจับฉีกซองและเทเข้าปากตัวเอง มือหนาบีบแก้มให้แพรไหมอ้าปาก เขาประกบปากบางและดันลิ







