INICIAR SESIÓNเซริว ใช้เล่ห์เหลี่ยมผูกมัด แพรไหม ไว้ข้างกายจากของเล่นกลายเป็นของหวงที่เขาไม่มีวันปล่อยเธอไป “แล้วถ้าทำให้ท้องเราจะเลิกกันไหม?”
Ver másลาพักร้อน
ข่าว! นายกิตติ ธำรงศิริพิพัฒน์ มาเฟียและพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ขัดขวางการจับกุมและต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จนเกิดวิสามัญไปเมื่อสองเดือนก่อน ยังคงเป็นข่าวดังระดับประเทศ โดยเฉพาะทางสื่อวิทยุ โทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์ หรือ แม้แต่บนโลกสังคมออนไลน์
เสียงรายงานข่าวจากวิทยุ ถูกเปิดคลอเบาๆ รายงานว่า 'นายพลกฤษณ์ ธำรงศิริพิพัฒน์' ลูกชายของนายกิตติ ธำรงศิริพิพัฒน์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด แต่ในสังคมยังคงตั้งข้อสังเกตและถกเถียงกันในวงกว้างว่าเหตุใดลูกชายแท้ๆ จึงไม่มีส่วนรู้เห็นซึ่งการกระทำความผิดของผู้เป็นพ่อ
ภายในห้องเช่าขนาดเล็กชั้นบนสุดของตึกแถวเก่าแก่ทรุดโทรมด้วยราคาไม่กี่พันบาท แต่บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย ห้องพักดูสะอาดสะอ้านเกินราคาค่างวดที่ต้องจ่าย สายลมโชยอ่อนจากนอกหน้าต่างกระทบชายผ้าม่านสีขาวโปร่งแสงทำให้อากาศภายในห้องไม่ร้อนอบอ้าว
ร่างบางระหงทรงผมเกล้ามวยสูง ปอยผมทั้งสองข้างถูกปล่อยสลวยลู่สายลมอ่อนๆ กระทบแก้มเนียนใสของผู้เป็นเจ้าของห้อง เดินถือถ้วยโกโก้ร้อนที่พึ่งชงมาสดๆ ร้อนๆ จากเคาน์เตอร์เครื่องดื่มขนาดย่อมภายในห้องส่งกลิ่นหอมกรุ่น ด้วยฝีมือการชงไม่แพ้บาริสต้าร้านดังจากแห่งไหนเลย
เอวบางคอดกิ่วเดินประคองถ้วยโกโก้อุ่นๆ อย่างระมัดระวัง มาวางลงบนโต๊ะทำงานด้านซ้ายของเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดวิทยุตัวจิ๋วรุ่นเก่ายุค 90 ที่อยู่ถัดจากเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ที่พึ่งจบการรายงานข่าวต้นชั่วโมงไปเมื่อครู่
“เอ๊ะ! รูปนี้...คุณยิ้มเหรอ” มือบอบบางเลื่อนเก้าอี้เข้ามาแล้วนั่งลงดูภาพถ่ายจากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่พึ่งจะอัพโหลดมาไว้ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหรูพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นภาพถ่ายในนั้น
“ไม่ได้เห็นคุณยิ้มแบบนี้ มาเป็นเดือนแล้วนะ” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นเป็นประกายหลังจากที่เห็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มในภาพ เรียวปากบางชมพูระเรื่อเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนดูภาพอื่นๆ ซึ่งเป็นภาพของชายหนุ่มคนเดียวกัน
ผู้ชายผิวขาว ใบหน้าเนียนใสคล้ายกับผู้หญิง ทว่าคิ้วหนาคมเข้มดูหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสันรับกับรูปหน้า โดยรวมแล้วอาจจะบอกได้ว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีถึงขั้นหล่อเหลาเอามากๆ เรียวปากชมพูอมส้มนิดๆ ราวกับถูกแต่งแต้มด้วยสีจากลิปสติก แต่เปล่า! ความสูง ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ต่ำกว่า 180 เซนติเมตร ทำให้เขาดูหุ่นดีราวกับนายแบบ แต่ทว่าไม่ใช่!
'ฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา'
ปลายนิ้วเรียวเลื่อนดูภาพอื่นๆ เป็นภาพในลักษณะที่ไม่ใช่ภาพถ่ายใบหน้าตรง ซึ่งจริงๆ มันคือรูปที่เธอแอบถ่าย ถึงบางรูปจะดูเบลอๆ ไม่ค่อยชัด แต่ถ้าเทียบกับรัศมีความหล่อเหลาของบุคคลในภาพแล้วกลับชัดเจนมาก
เวนิตา แอบตามถ่ายรูปของผู้ชายคนนี้เป็นระยะเวลาเกือบๆ สามเดือน เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมถึงต้องตามเก็บภาพของผู้ชายคนนี้ ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่ดารา ถึงหน้าตาของเขาจะดูไม่ได้ด้อยไปกว่าบุคคลเหล่านั้น แต่ทุกครั้งที่ได้มองภาพจากรูปถ่ายของผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขากลับทำให้ 'หัวใจพองโต' ขึ้นมาได้ทุกครั้ง
“คุณช่วยกลับมายิ้มแบบในรูปนี้อีกเร็วๆ นะ ฉันจะรอค่ะ” มือบางกดเซฟรูปที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขา ก่อนจะถ่ายโอนมายังโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่พึ่งจะถอยมาใหม่แทนเครื่องเก่าที่ทำหายไป
โอนไฟล์ข้อมูลสำเร็จ!
มือบางขยับแว่นสายตาที่กรอบแว่นด้านซ้ายมีรอยร้าวบางๆ แต่ยังคงสภาพดีสวมใส่ได้ตามปกติ พลางกดดูที่ภาพถ่ายก่อนจัดแจงตั้งเป็นภาพหน้าจอมือถือ แล้วเพ่งดูรูปนั้นอย่างชื่นชมอีกครั้ง
ติ๊ด! เสียงข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ แจ้งเตือนข้อความที่ถูกส่งเข้ามา เธอละสายตาจากภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วกดเปิดอ่านข้อความ
“เว...บ่ายนี้ว่างไหม ช่วยมาทำโอทีแทนพี่หน่อย น้องหมาป่วยพี่ต้องพาไปหาหมอ ตั้งแต่เช้ายังถ่ายไม่ยอมหยุดเลย เดี๋ยวสิ้นเดือนพี่เลี้ยงข้าวตอบแทนนะ” 'พี่พลอย'
ใบหน้าเนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะที่เหลือบมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นเวลาสิบโมงครึ่ง
'ให้ตายสิ วันหยุดของเธอหลังจากที่ทำงานยาวมาเกือบๆ จะสองอาทิตย์ มันพังทลายไปหมดแล้ว เมื่อคำว่าโอทีมาจ่ออยู่ตรงหน้า'
มือบางละจากโทรศัพท์มือถือ รีบถอดแว่นแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวผืนหนาพอดีตัวตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อพาตัวเองไปให้ทันเวลาก่อนบ่ายโมงตรง
ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนกลาง กองบังคับการป้องกันและปราบปราม 'พันตำรวจเอก เศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์' ตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการป้องกันและปราบปราม ในชุดนอกเครื่องแบบ นั่งถือเอกสารสำคัญฉบับหนึ่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนหลังโต๊ะทำงานภายในห้อง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น
“เข้ามาได้” เสียงเข้มทรงพลังกล่าว ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคนเดียวกับที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเวนิตาเดินเข้ามายืนตรงทำความเคารพผู้บังคับบัญชาพร้อมกล่าวคำทักทาย
“สวัสดีครับ ท่านผู้กำกับ” เสียงทุ้มเอ่ย
“นั่งก่อนสิผู้กอง” เศรษฐพงศ์กล่าวเสียงเรียบ
“ครับ” ผู้กองฐานัตถ์รับคำแล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งยืดอกผายตรง ภายนอกที่แต่งกายด้วยเสื้อยืดคอวีสบายๆ สีขาวทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์สีเทา ด้านหน้ามีปอยผมบางๆ ยาวเลยติ่งหูปลิวกระทบแก้มใส หากมองเผินๆ แล้วไม่มีใครคิดว่า 'ฐานัตถ์' คือเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน
ทว่า...ด้วยทรงผมที่ยาวบระบ่า บุคลิก ท่าทาง และการแต่งตัว รวมถึงฝ่ามือเรียวๆ ที่คล้ายกับมือของสุภาพสตรี และยังมีใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา หน้าออกไปทางศิลปินดารา หรือ นักร้องนักแสดงมากกว่า แต่ทว่าความจริงแล้วเขาคือ 'ร้อยตำรวจเอก ฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา' เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน กองบังคับการป้องกันและปราบปราม กรมตำรวจสืบสวนกลาง วัย 29 ปี สูง 185 เซนติเมตร ดูแล้วเหมาะที่จะเป็นพระเอกละครหลังข่าวเสียมากกว่าที่จะมาเป็นตำรวจ 'นอกจากเขาจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝีมือดีแล้ว ยังถนัดด้านการต่อสู้ และยิงปืนได้แม่นยำอีกด้วย'
“ไม่ทราบว่าผู้กำกับเรียกตัวผมมา มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าเป็นเรื่องคดี” ฐานัตถ์เริ่มซักถามผู้บังคับบัญชาออกไปอย่างไม่รีรอ ตามสไตล์ของคนที่ทุกเวลามีค่าไม่อยากให้สูญเปล่า เศรษฐพงศ์ส่ายหน้า แล้วรีบแย้ง
“ไม่ใช่เรื่องคดีหรอกผู้กอง แต่เป็นเรื่องของผู้กองนั่นแหละ”
“เรื่องของผม เรื่องอะไรเหรอครับ” ผู้กองฐานัตถ์ถามออกไปตรงๆ แววตาจับจ้องไปที่เรียวปากของคนกำลังจะตอบ
“ผมว่าปีสองปีมานี้ ผู้กองดูเครียดๆ ไปนะ ผมอยากให้ผู้กองหาเวลาไปพักผ่อนบ้าง” ฐานัตถ์ขมวดคิ้วให้กับคำพูดของเศรษฐพงศ์แล้วถามออกไปตรงๆ อีกครั้ง
“ผู้กำกับ ต้องการให้ผมทำอะไรครับ”
“นี่ใบลา! ผมเซ็นไว้ในเอกสารเรียบร้อยแล้ว แค่ผู้กองเซ็นแล้วเอากลับมายื่น” ฐานัตถ์รับเอกสารฉบับนั้นมาจากมือของผู้บังคับบัญชา 'อนุมัติลาพักร้อน! '
“ผู้กำกับจะให้ผมลาพักร้อน เกือบสัปดาห์ ทั้งๆ ที่ผมมีคดีที่ต้องสะสางอยู่ในมือเหรอครับ” เจ้าตัวไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้บังคับบัญชา ท้วงออกไปอย่างทันควัน
“ผมทิ้งงานไปไม่ได้จริงๆ ถ้าหมดเรื่องแล้วผมขออนุญาตครับ พอดีมีงานต้องรีบกลับไปเคลียร์” ผู้กองฐานัตถ์วางเอกสารลงที่โต๊ะ แล้วลุกพรวดออกจากเก้าอี้ เศรษฐพงศ์รีบท้วงก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวก่อนสิผู้กอง ถ้าคุณเป็นห่วงเรื่องงานน่ะ ผมว่าคุณอย่ากังวลไปเลย เรื่องคดีผมโอนให้ผู้กองรฉัตรเป็นคนดูแลแทนแล้ว” คำพูดนี้ทำให้ผู้กองหนุ่มถึงกับชะงักงัน แล้วหันกลับไปมองหน้าเศรษฐพงศ์อย่างไม่เชื่อสายตา
“แอ้ๆ” เซริวสะดุ้งตื่นนี่เขานั่งหลับได้ยังไงแถมในมือกำลังอุ้มลูกอยู่ ส่วนในเปลมีแฝดพี่นอนหลับปุ๋ย คนน้องกำลังส่งยิ้มให้เขา “ทำไมไม่หลับ” เขาไม่ได้หลับได้นอนตอนนี้เด็กแฝดอายุได้ครบหนึ่งเดือนพอดี แพรไหมไปพบแพทย์ตามที่หมอนัดจึงให้เขาอยู่ดูลูก “แอ้” “อย่าเสียงดังเดี๋ยวน้องตื่นลีโอ” เขาดุลูกแต่เด็กน้อยกลับร้องเสียงดัง จนเขาส่ายหน้า ลีโอ คือแฝดพี่ส่วน โนเอลคือแฝดน้อง หน้าตาไม่ต้องพูดถึงได้เขามาเต็มๆ คนพี่เหมือนจะดื้อกว่าเขาอีก เขาให้กินนมจนหมดไปขวดหนึ่งละ แต่ไม่ยอมนอนสักที “ให้ผมช่วยไหมครับ” ไนล์เห็นสภาพพ่อลูกอ่อนแล้วนึกสงสาร ขอบตาดำเหมือนไม่ได้หลับได้นอนมาหลายคืน คุณหนูก็เหมือนไม่อยากนอน “เออ เอาไป” “ทำไมไม่นอนครับ” ไนล์รับเด็กน้อยขึ้นมาอุ้มและพาเดินเล่นแถวนั้น ไม่น่าเชื่อว่าลีโอจะหลับทันที สงสัยชอบพาเดินหลับปุ๋ยเลย “เห้อ เมียก็นานกลับจัง” คิดถึงเมียขึ้นมาทันที แพรไหมเก่งมากที่เลี้ยงลูกพร้อมกันถึงสองคน เขาจ้างพี่เลี้ยงไว้ถึงสี่คนแต่วันนี้แพรไหมอยากให้เขาอยู่เลี้ยงลูกเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ขนาดเขาเข้าคอร์สเรีย
เซริวนั่งหน้านิ่งอยู่ในห้องประชุมเพราะเขาโดนพ่อตามตัวให้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เป็นการประชุมงบประมาณประจำปีของปีหน้า ผู้บริหารทุกคนต้องเข้าร่วม “ท่านประธานมีอะไรจะแย้งไหมครับ” “ไม่เลิกประชุมได้” หลังจากประชุมเรื่องนี้เสร็จ เขาต้องเข้าประชุมกับคู่ค้าธุรกิจคนสำคัญ แต่แปลกที่ครั้งนี้ไม่ใช่คนที่เขาเคยร่วมงานด้วย “สวัสดีค่ะฉันข้าวหอมเข้าประชุมแทนพี่ขุนค่ะ” ข้าวหอมส่งยิ้มให้คนตรงหน้า วันนี้เธออาสาเข้าประชุมแทนพี่ชาย เพื่ออยากเจอหน้าเซริว พี่ชายเตือนว่าเขานั้นมีคนรักอยู่แล้วแต่เธอไม่เชื่อ “ครับ เชิญคุณตามสบาย” เขาไม่ชอบทำงานกับผู้หญิงที่หวังเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องงาน เมื่อก่อนเขาไม่ขัดแต่ตอนนี้เขามีภรรยาแล้ว “รบกวนคุณแต่งตัวให้เรียบร้อยครับ” “ข ขอโทษค่ะ” ข้าวหอมดึงชุดสายเดี่ยวขึ้นเธอสวมทับด้วยเสื้อสูทกระโปรงนั้นสั้นมาก หญิงสาวนั่งไม่ไกลจากเซริว พยายามส่งยิ้มให้เขาตลอด “คุณไม่เข้าใจตรงไหนถามมาเลย” “แล้วถ้าไม่เข้าใจคุณเซริวจะบอกแบบละเอียดไหมคะ” “คุณอยากรู้อะไรครับ” นับหนึ่งถีงสามไว้ในใจ เซริวหลับตาสูดหายใจเข
เซริวกลับเข้ากรุงเทพในช่วงเช้า เขามีงานด่วนต้องกลับมาจัดการ มีภูผาและไนล์กลับมาด้วย พวกมันทั้งสองเหมือนจะยังเคืองๆ เขาอยู่ “กาแฟครับ” “เดี๋ยว! มึงเป็นเมียกูหรือไงงอนไปได้” ทุกครั้งเขาอารมณ์เสียให้หน่อยก็ไม่เห็นโกรธอะไรกัน เริ่มกำแหงขึ้นมามากแล้วนะ “ก็คุณไม่ยอมให้พวกผมพักร้อน” เขาทำงานหนักมาตลอดทั้งปี ให้พักสักสิบวันก็ไม่ได้ใจร้าย หน้าเลือดมากด้วยสมแล้วที่เมียหนีไป “โกรธกูแค่นี้ เคลียร์งานนี้เสร็จกูจะให้ตั๋วไปเที่ยวฮาวายเลย” “จริงเหรอครับ” ไนล์หูผึ่งขึ้นมานานๆ ทีจะได้พักร้อนและไปเที่ยวต่างประเทศคงต้องหาชุดหล่อๆ ไปอ่อยสาวเสียแล้ว “โห่เจ้านายใจดีที่สุดเลย เจ้าแฝดคลอดออกมาคงดีใจที่มีพ่อสายเปย์ อุปส์” หลุดปากออกมาจนได้กู คุณแพรไหมเล่นงานกูตายแน่ “ใคร? แฝดไหน” เซริวมือไม้อ่อนแรงมันพูดหมายความว่าอะไร ลูกแฝดของใครเขาเพิ่งเสียลูกไปไม่ใช่เหรอ หน้าอย่างไอ้ไนล์เก็บความลับไว้ไม่เคยได้ “ผมไม่รู้ครับ” “กูให้ 1 แสนบอกกูมา” “...” ไนล์เอามือปิดปากและส่ายหน้ารัวๆ ถ้าเขาพูดออกไปคุณแพรไหมเล่นงานเขาแน่ “3 แสนพร้
เซริวเดินเป็นหนูติดจนเมื่อกลับมาบ้านแล้วไม่เจอแพรไหม แถมเสื้อผ้าบางส่วนก็หายไป แพรไหมไม่มีญาติที่ไหนจะหนีไปไหนได้ ทำไมต้องหนีเขาไปด้วย “คุณเซริวใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” “ใจเย็นได้ก็บ้าแล้ว เมียกูหายไปทั้งคน” เขาโทรไปแล้วแพรไหมปิดเครื่อง ให้คนไปแอบดูที่บ้านของตฤณ ก็ไม่เจอใครหรือว่าจะมีคนแกล้งเขา “พวกผมตามสัญญาณมือถือแล้วครับ ปิดเครื่อง” ไนล์คิดในใจว่าเขาซวยอีกแล้ว ช่วงนี้เจ้านายอารมณ์ไม่ดีอยู่ ทำอะไรก็ไม่เคยเข้าตา “ตามหาให้เจอ! นี่เป็นคำสั่ง” “เจ้านายก็ปล่อยให้คุณแพรไปพักผ่อนหน่อยไม่ได้หรือไงครับ บางทีเขาอาจไม่อยากเจอหน้าก็ได้” ไนล์เองก็ลำบากทำตัวไม่ถูก “ไอ้ไนล์กูไล่มึงออก” มันขยันกวนโมโหเขาจริงรู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นคนใจร้อน อารมณ์ไม่ได้ดีเหมือนหน้าตา “ครับ ไม่ต้องมาง้อไนล์นะ” “ไอ้ไนล์มึงก็เกินไปนะ” ภูผาปวดหัวแทนเจ้านายไล่มันร้อยครั้งมันไม่ยอมไปไหน มาครั้งนี้กลับยอมไปง่ายๆ “ไม่ต้องมาตามง้อผมนะ” “เออ ไปเลย!” ไนล์หยิบปืนประจำกายออกมาและป้ายชื่อวางไว้ตรงหน้าเซริว และเดินออกมา ใครจะไปง้อต่อจากนี้อย
แพรไหมนอนร้องไห้น้ำตาไหลออกมาเป็นสายน้ำ หญิงสาวกุมท้องน้อยไว้ ตอนนี้ยังคงรู้สึกเจ็บปวดหน่วงๆ ที่ท้อง แต่ที่เจ็บคือเจ็บใจมากกว่า ที่ปล่อยให้ผู้หญิงของเขาทำร้ายเธอได้ “น้องแพรหิวไหมครับ” “ออกไป” หญิงสาวไม่อยากเจอหน้าเขา ยิ่งเห็นเธอยิ่งรู้สึกเจ็บ เพราะเขาทำให้เธอต้องเป็นแบบนี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “Hi คุณเซริวคะ” แอนนี่ส่งยิ้มทักทายให้เขา เธอได้ยินข่าวว่าเขาป่วยจึงมาเยี่ยม ทีแรกบอดี้การ์ดของเขาไม่ให้เข้าเยี่ยม แต่เจอกับน้องชายเขาพอดีเลยได้เข้ามา “มาทำอะไร” เขาเคยเอากับหญิงสาวแต่จำชื่อไม่ได้ ตอนนั้นใครมีรูก็เด้าได้หมดแหละ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วเพราะเขามีเมี
“เอสลูก” อดิวิชญ์เข้ามากอดลูกชายที่ล้มลงอยู่กับพื้น เขาถูกปืนลั่นเข้าที่หน้าอก ลมหายใจเริ่มรวยรินลงไปทุกที ทุกอย่างคงจบแล้วสินะ “พ่อ” “ผมจะพาพ่อไปโรงพยาบาล” เจ้าคุณพยายามจะอุ้มพ่อเพื่อพาไปส่งโรงพยาบาล “เจฟฟ์ ปล่อยพ่อไปเถอะพ่อเหนื่อยแล้ว” เขาตายทั้งเป็นมาทั้งช
“ไอ้เจฟฟ์มึง!” เซริวเดินมาต่อยหน้าเพื่อนโดยไม่ฟังเสียงห้ามของใครทั้งนั้น เขาไว้ใจมันแต่ทั้งหมดเป็นฝีมือมัน มันเกือบจะฆ่าแพรไหมวันนั้น “มึงเป็นบ้าอะไร” “มึงเอาแพรไหมไปไว้ไหน กูไว้ใจมึงเป็นเพื่อนมึงมาครึ่งชีวิต ไอ้เหี้*มึงใจร้ายกับกูได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ” “มึงรู้เรื่องแล





