Se connecterหลังกลับจากออกค่ายกรวิชใช้เวลาอีกหลายวันคิดทบทวนเรื่องราวระหว่างเขากับของขวัญ ตอนนี้ภายในใจสับสนไปหมดใจหนึ่งอยากเริ่มต้นใหม่กับเธอ อีกใจก็กลัวจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมกลัวว่าสุดท้ายละครบทนี้จะมีตอนจบเหมือนเดิม
คิดอะไรของมึงวะไอ้กรอยากจะกลับไปคบกับเธอทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอมีแฟนหรือยัง "ไอ้กรพรุ่งนี้วันหยุดเข้าเมืองกันมั้ย อยากไปหาของอร่อยๆกินว่ะ"เสียงณภัทรดังมาแต่ไกลทำลายความคิดฟุ้งซ่านของกรวิช "ไม่ไปขี้เกียจ" "ไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ ไม่มีมึงกูก็ไม่มีใครแล้วเนี่ย" "เออๆๆ ไปก็ไป มึงหนิวุ่นวายได้ทุกเรื่อง"กรวิชบ่นณภัทร วันต่อมา "ฮัลโหลค่ะพี่รัณใกล้ถึงแล้วหรอคะ ขวัญรอยัยอรแป๊บเดียวพี่รัณรอที่ร้านก่อนเลยนะคะ"เมื่อวางสายจากศรัณของขวัญหันไปเร่งเพื่อนรักที่มัวแต่เลือกชุดอยู่จนไม่ได้ออกจากบ้านสักที วันนี้ทั้งสองสาวมีนัดทานข้าวกับศรัณรุ่นพี่ที่มาประชุมที่จังหวัดใกล้ๆกันก่อนกลับจึงถือโอกาสแวะมาทานข้าวกับทั้งคู่ก่อน "ยัยขวัญแกเข้าไปกับพี่รัณก่อนนะชั้นแวะไปซื้อของแป๊บเดียวเดี๋ยวตามเข้าไป” “โอเคอย่าให้นานนักล่ะ" "จ้า คุณแม่" "สองสาวยังแกล้งกันเก่งเหมือนเดิมเลยนะ"ศรัณเดินลงจากรถมาหาสองสาว "พี่รัณสวัสดีค่ะ เข้าร้านไปกับยัยขวัญก่อนนะคะ อรขอตัวครู่เดียวค่ะ" หลังจากเอมอรเดินออกไปศรัณเดินโอบหลังของขวัญเข้ามาในร้านซึ่งมีกรวิชและณภัทรนั่งอยู่อีกมุมของร้าน กรวิชเมื่อเห็นของขวัญเดินเข้าร้านอาหารพร้อมกับศรัณ แถมยังคุยกันสนิทสนมส่งยิ้มหวานให้กันตลอดเวลา ทำให้รู้สึกเจ็บแปลบที่กลางใจเหมือนมีคนเอามีดมากรีดแผลเก่าให้ลึกลงไปกว่าเดิม สมน้ำหน้ามึงมั้ยไอ้กรเอาแต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอยังมีใจ เป็นยังไงล่ะเขาควงแฟนมาให้เห็นต่อหน้าต่อตาเจ็บมั้ยล่ะคราวนี้ ต่อไปจะได้จำสักทีว่าที่เธอทำลงไปทุกอย่างแค่หน้าที่ไม่ใช่เป็นห่วง อย่างมากก็แค่ในฐานะคนเคยรักก็เท่านั้น กรวิชบอกตัวเองให้มองโลกตามความเป็นจริงบ้างอย่าคิดเพ้อฝัน "ไอ้กรเป็นอะไรวะทำไมอยู่ๆถึงดูหน้าเครียดๆ" "อยู่ๆกูก็ปวดหัวขึ้นมากูว่าเรากลับกันดีกว่าเดี๋ยวกูไปรอที่รถนะ"กรวิชลุกเดินออกไปจากโต๊ะ เดินหลบออกไปอีกฝั่งหนึ่งของร้านเพื่อไม่ให้ของขวัญมองเห็น "อะไรของมันวะไอ้นี่ดูสิอาหารพึ่งกินไปได้ครึ่งเดียว"ณภัทรบ่นเพื่อนก่อนให้พนักงานห่ออาหารให้และรีบเดินตามเพื่อนออกจากร้าน จังหวะที่ณภัทรกำลังเดินออกมาจากประตูและมัวแต่ก้มหยิบกุญแจรถทำให้ชนเข้ากับเอมอรที่กำลังเดินเข้าร้านมาพอดี "ขอโทษครับผมไม่ทันมอง คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ" "ไม่เป็นไรค่ะ อ้าวนี่คุณเจ้าหน้าที่ป่าไม้นี่คะ" "คุณหมอคนสวยนี่เองมาทานข้าวหรอครับทำไมมาคนเดียวล่ะครับ" "อรมากับยัยขวัญค่ะนั่งรออยู่ในร้านแล้ว" "คุณหมอของขวัญก็มาหรอครับเสียดายจังไม่ได้เจอกับไอ้กรเพื่อนผม มันปวดหัวเลยไปรอที่รถแล้ว" "คุณกรสุดหล่อก็มาหรอคะ เสียดายจังอดเจอเลย ฝากสวัสดีคุณกรด้วยนะคะ" "ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับเดี๋ยวคนป่วยรอนานจะโมโหเอา" "ค่ะ" เมื่อแยกจากณภัทรเอมอรกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาของขวัญในร้านทันที “นี่ยัยขวัญให้ทายว่าเมื่อกี้ชั้นเจอใคร” “ใคร” “คุณณภัทรเจ้าหน้าที่อุทยานที่เราไปตรวจสุขภาพวันนั้น เสียดายที่ไม่ได้เห็นคุณกรวิชสุดหล่อ” “แกเจอเค้าที่ไหน” “หน้าร้านเขามากินข้าวกับคุณกร เห็นบอกว่าคุณกรไม่ค่อยสบายเลยไปรอที่รถก่อน” ของขวัญมีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนักเพราะไม่รู้ว่ากรวิชเห็นเธอมากับศรัณหรือเปล่า เธอไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดและคิดไปเองอีก “แกเป็นอะไรรึเปล่ายัยขวัญทำไมหน้าซีดๆไม่สบายหรอ”เอมอรที่ไม่เคยรู้เรื่องของกรวิชและของขวัญถามเพื่อน เพราะทั้งสองคนพึ่งมารู้จักกันตอนของขวัญไปเรียนต่อ ผู้ชายคนเดียวที่วนเวียนอยู่ในชีวิตเธอช่วงนั้นมีแค่ศรัณคนเดียว ตอนแรกเธอเชียร์คู่นี้ให้เป็นแฟนกันแต่น่าเสียดายที่ของขวัญบอกว่าเขาเป็นพี่ชาย “นั่นสิขวัญเป็นอะไรมั้ย” “ไม่เป็นอะไรค่ะ น่าจะแค่เมาแดดเฉยๆ เราสั่งอาหารกันดีกว่าค่ะ” คืนนั้นของขวัญนอนไม่หลับเอาแต่นั่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน ได้แต่ภาวนาขออย่าให้เขาเห็นเธอกับศรัณเลย “เฮ้อ”ของขวัญถอนหายใจยาวคิดไม่ตก อยากเจอหน้าเขาอยากอธิบายทุกอย่างให้เขาเข้าใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขายังมีใจให้เธออยู่มั้ยกลัวพูดความในใจไปแล้วผลจะไม่เป็นอย่างที่เธอต้องการ กรวิชเองก็ไม่ต่างจากของขวัญไม่ว่าจะพยายามข่มตานอนเท่าไหร่ก็นอนไม่หลับ ภาพที่ศรัณเดินโอบเอวของขวัญและส่งยิ้มให้กันอย่างมีความสุขตามมาหลอกหลอนเขาแม้กระทั่งตอนนอน แค่หลับตาภาพนั้นก็ลอยเข้ามาทันที แม้จะเลิกกันไปหลายปีแล้วแต่เธอยังมีอิทธิพลต่อใจของเขามากเหมือนเดิม “ที่ผ่านมาคิดเพ้อฝันอะไรของมึงวะไอ้กร นี่สิคือความจริง ความจริงที่เป็นแค่แฟนเก่าเธอเท่านั้น อย่าคิดไปเองว่าเธอยังสนใจ ใส่ใจมึงสิวะ ทุกอย่างมันคือหน้าที่”กรวิชย้ำเตือนตัวเองไม่ให้เผลอตัวเผลอใจคิดเข้าข้างตัวเองว่าของขวัญยังมีใจให้อยู่ แม้จะบอกตัวเองแบบนั้นแต่ในใจลึกๆยังแอบหวังว่าจะมีวันที่ความรักของเขาจะสมหวัง ถ้ายังไม่ได้ยินจากปากเธอว่าเธอมีคนอื่นแล้วใจเขาก็ยังเฝ้ารอที่จะรักเธอเหมือนเดิม กรวิชและของขวัญที่นอนไม่หลับลุกออกมายืนมองท้องฟ้าในยามนิทรา ใบหน้าของคนรักเก่ากำลังส่งยิ้มมาให้ฉายชัดขึ้นกลางความมืด สายตาแห่งความโหยหาและคิดถึงทอดมองออกไปยังท้องฟ้ากว้างใหญ่ ในค่ำคืนที่มืดมนนี้ขอเพียงแสงสว่างจากดวงดาวสักดวงนำพาความรักความคิดถึงไปหาคนในความทรงจำให้เธอและเขารับรู้ว่ายังมีใครบางคนรออยู่ตรงนี้เสมอ ทั้งคู่ต่างหลับตาอธิษฐานขอพรต่อท้องฟ้าและดวงดาวให้ได้สมปรารถนาในความรักสักที ขณะที่ทั้งสองคนหลับตาอธิษฐานอยู่นั้นเหมือนดวงดาวจะรับรู้และให้พรกับพวกเขา เพราะอยู่ๆดาวดวงหนึ่งก็ตกลงมาจากฟ้า “ขอดวงดาวได้โปรดนำทางพาเธอ/เขากลับมาคืนใจด้วยเถิด”“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า พี่อีริคขามินเสียว”เสียงร้องครางของมีนาดังลั่นทั่วห้องน้ำ ตั้งแต่ทั้งคู่เดินเข้าห้องน้ำไปยังไม่ได้อาบน้ำสักหยดเพราะอีริคจับเธอกระแทกตั้งแต่ยืนล่างหน้าอยู่ที่อ่างล้างหน้า“อื้ม ซี๊ด ผัวก็เสียวมากครับเมีย อ่า ทำไมข้างล่างเมียตอดดีขนาดนี้โดนเอาทุกวันรูยังฟิตอยู่เลย อูย เสียว”“อ๊า ก็เพราะโดนเอาทุกวันถึงต้องดูแลเป็นพิเศษเดี๋ยวสามีจะเบื่อเอา อ๊า”“ใครจะไปเบื่อลงมีแต่จะรักมากขึ้นทุกวัน ดูสิเมียพี่ในกระจกน่าเอาเป็นบ้าเลย”อีริคที่ยืนกระแทกเมียรักจากด้านหลังบอกเธอให้เงยหน้าขึ้นมองกระจก“อ๊า สามี แข็งแรงจัง”“ชอบมั้ยครับ”“ชอบค่ะ ทั้งใหญ่ทั้งแข็งแรงเลย”“หึ ยัยเมียร่าน”หลังจากร่วมรักกันในห้องน้ำเสร็จไปรอบนึงแล้วอีริคถึงยอมปล่อยให้มีนาไปอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จอีริคนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวนั่งดื่มรอเมียรักแต่งตัวอยู่บนเตียง เพราะเธอไม่ยอมให้เขาอยู่ด้วยจึงต้องออกมารอข้างนอกสักพักมีนาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนซีทรูลายลูกไม้สีดำที่ดูจะปิดอะไรไม่มิดสักอย่างพร้อมถุงน่องตาข่ายสีดำ อีริคมองเมียรักตาค้างกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่เพราะภาพตรงหน้าตอนนี้คือเมียรักที่กำลังยืนยั่วเขาอยู่“เมียจ
“ไอ้กรกูไปถึงบ้านมึงวันนี้ช่วงเย็นนะ”“อืม ไว้เจอกันขับรถดีๆแล้วกันอย่าให้หลานกูเวียนหัวนะ”“ลูกกูกูดูแลเองได้ไม่ต้องให้เพื่อนอย่างมึงบอกหรอก”อีริคโทรบอกเพื่อนรักขณะที่กำลังพาภรรยาสุดที่รักและลูกชายตัวน้อยไปหาเพื่อนรัก“ทะเลาะกันเป็นเด็กอีกแล้วนะคะ แสดงว่าแบบนี้พี่กรก็หายดีแล้วใช่มั้ยคะ”“คงจะอย่างนั้น ได้คุณหมอแสนสวยดูแลดีขนาดนั้นคงหายวันหายคืน”“มาถึงกันแล้ว”ของขวัญยืนรอผู้มาเยือนอยู่หน้าบ้านบอกกรวิชเมื่อเห็นรถของอีริคเคลื่อนที่เข้ามา“ไงไอ้เพื่อนรักหายดีแล้วสิมึง”อีริคลงมากอดทักทายเพื่อนรัก“อือ หายแล้ว เข้าไปพักในบ้านก่อนกูให้คนเตรียมของว่างไว้ให้เยอะแยะเลย”“เจ้าตัวเล็กมาหาน้าขวัญนะคะ น่ารักน่าชังจังเลย หน้าตาดีกว่าคุณพ่อเยอะเลยนะครับ”ของขวัญเข้าไปรับหลานรักในวัยเจ็ดเดือนจากมีนาและไม่วายพูดแซวเพื่อน“ยังดีที่ได้แม่มาเยอะค่ะ”มีนาก็แซวสามีตามของขวัญฟอดดดอีริคเข้าไปโอบเอวและหอมแก้มเมียรักโชว์ทุกคนฟอดใหญ่“คุณนายจะแซวสามีแบบนี้ไม่ได้นะครับ”“คนบ้า ทำอะไรไม่อายคนอื่นเลย”“พอเลยไอ้ริคมึงอย่าหวานให้มันมากเกรงใจพวกกูบ้าง”กรวิชแซวเพื่อน“คู่มึงไม่หวานล่ะมั้ง”อีริคเอาคืนเพื่อนบ้าง“เออๆ
กรวิชพรมจูบใบทั่วใบหน้าของคนรักก่อนจะประกบริมฝีปากจูบเธออย่างดูดดื่ม ทั้งสองจูบแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อนจนของขวัญหายใจแทบไม่ทันต้องถอนริมฝีปากออกจากเขาก่อนเธอโอบกอดรอบคอเขาพร้อมทั้งหายใจหอบถี่ส่งสายตามองเขาอย่างลึกซึ้ง“กรคนเดิมของขวัญกลับมาแล้วจริงๆหรอ”“ถ้ายังไม่เชื่อคืนนี้จะทำให้เหมือนคืนนั้นทุกท่าเลย”กรวิชบอกคนรักด้วยเสียงแหบพร่าและก้มลงจูบเธออีกครั้ง“อื้ม กรขวัญว่าเราเข้าไปในเต็นท์ดีกว่านะคะ”“ทำไม ไม่อยากพิสูจน์แล้วหรอว่าความจำกรกลับมารึยัง”กรวิชก้มลงจูบไซร้ซอกคอขาวเพื่อเล้าโลมคนรักต่อ“อื้อ กรคะ เดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้าเต็นท์กันนะ”“ทำตรงนี้ก็ตื่นเต้นดีออก”กรวิชบอกของขวัญเสียงกระเส่าและดึงผ้าห่มมาค
“คืนนี้ไปนอนบ้านขวัญนะ”“นอนไหนก็ได้ขอแค่มีขวัญอยู่ด้วยก็พอ”เพราะอยากให้เขาฟื้นความทรงจำได้เร็วๆเธอจึงเลือกที่จะพาเขาไปสถานที่ที่เคยไปให้ได้มากที่สุดและคืนนั้นของขวัญก็ทำตามสัญญาปล่อยให้เขาได้กินเธออย่างสมใจเช้าวันต่อมากรวิชที่ตื่นก่อนนอนเท้าคางมองคนรักและเอามือข้างหนึ่งเขี่ยผมที่ปิดบังใบหน้าเธออยู่ออกพลางลูบไล้แก้มขาวเนียนของเธออย่างทะนุถนอม ภาพของเขาและเธอในช่วงเวลาที่มีความสุขด้วยกันเริ่มกลับมา เขาอยากทำเหมือนที่เคยทำจึงลุกออกจากที่นอนไปจ่ายตลาดเพื่อทำอาหารเช้าให้คนรักทานของขวัญที่นอนหลับด้วยความเพลียจากศึกรักอันเร่าร้อนเมื่อคืนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เธอควานหาคนตัวโตข้างกายที่นอนกอดเธอทั้งคืนจนทั่วเตียงก็ไม่พบจึงรีบลุกขึ้นเดินตามหาเขา พอลงมาถึงชั้นล่างของขวัญได้กลิ่นหอมของอาหารโชยออกมาจากห้องครัวจึงเดินตามกลิ่นหอมไปเห็นกรวิชกำลังง่วนกับการทำอาหารอยู่“หอมจัง”เธอเดินไปโอบกอดเขาจากด้านหลัง“ตื่นแล้วหรอ หิวหรือยัง”“หิวแล้วแต่ขวัญยังไม่ได้อาบน้ำเลย รีบตามหาคนนึกว่าหายไปไหนที่แท้ก็ทำอาหารอยู่ข้างล่างนี่เอง”“เป็นห่วงหรอ”“อื้อ ห่วงมากรักมากด้วย”“ปากหวานจัง จะกินข้าวเลยมั้ยหรื
“กรมีเรื่องจะถามขวัญหน่อย ได้ไหม”กรวิชถามแฟนสาวขณะที่นั่งดูหนังอยู่ในช่วงสายของอีกวัน“ได้สิ กรอยากรู้อะไรถามได้เลย”“ขวัญกับไอ้หมอรุ่นพี่นั่นทำไมถึงเลิกกัน แล้วทำไมเราสองคนถึงกลับมาคบกันได้”“ขวัญกับพี่รัณเราไม่เคยเป็นแฟนกัน”“ไม่เคยได้ยังไง ตอนนั้นที่ร้านอาหารกรเห็นมันคุกเข่าขอขวัญเป็นแฟนกับตา”“นี่กรแอบตามขวัญไปหรอ”“เปล๊า แค่บังเอิญไปกินข้าวร้านนั้นพอดี”กรวิชตอบแฟนสาวเสียงสูง“พี่รัณเขาขอขวัญเป็นแฟนจริงๆแต่ขวัญไม่ได้ตอบตกลงเพราะใจอยู่กับคนนี้คนเดียว”เธอพูดพลางจิ้มที่อกเขา ทำให้กรวิชอมยิ้มชอบใจที่เธอไม่ได้รับรักหมอศรัณ“หลังจากที่เราเลิกกันและแยกย้ายกันไปเรียนต่อ ปีที่แล้วขวัญรู้ว่ากรมาทำงานที่นี่ ประกอบกับมีตำแหน่งว่างพอดีขวัญเลยย้ายมาเพื่อให้ได้เจอกรอีกครั้ง”“แล้วหลังจากนั้น”กรวิชเลิกคิ้วถามเธอต่อเมื่ออยู่ๆเธอก็ไม่พูดอะไรต่อ“เราก็ได้ทำงานด้วยกันอีกหลายครั้ง จำได้มั้ยตอนไปค่ายอาสากรเคยไล่ตุ๊กแกในห้องน้ำให้ขวัญด้วย”กรวิชค่อยๆคิดถามคำบอกเล่าของของขวัญ ภาพเก่าๆค่อยๆผุดขึ้นมาในหัวแต่เขาก็ยังปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้“จากนั้น”เขาถามเธอต่อ“ขวัญก็ค่อยๆตามจีบกรอีกครั้ง”“ขวัญตามจีบกรก
“คงเป็นขวัญที่คิดมากไปเองสินะ ที่กลัวว่ากรจะลืมเรื่องราวดีๆระหว่างเรา”“ถึงตอนนี้กรจะยังจำไม่ได้ แต่คนสวยคนนี้กรยังรักมากเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนนะ”ทั้งคู่มองสบสายตากันอย่างหวานซึ้งก่อนที่กรวิชจะโผเข้าไปจูบเธออย่างดูดดื่มและค่อยๆเลื่อนใบหน้าต่ำลงจนถึงกลีบกุหลาบงาม เขาตวัดลิ้นไปมารัวๆจนของขวัญร้องครางดังลั่น สองมือขยุ้มผมเขาเพื่อระบายความเสียว“อ๊า กรขวัญเสียว ลิ้นของกร อ๊า ทำขวัญขนลุกไปหมดแล้ว อ๊า”กรวิชไม่ตอบแต่ดูดกินกุหลาบของเธอไปด้วยส่งสายตาหื่นกระหายให้เธอไปด้วย ยิ่งเห็บเธอทำหน้าเหยเกกัดปากและร้องครางเสียงดังเท่าไหร่เขายิ่งพอใจมากเท่านั้นและเร่งจังหวะรัวลิ้นใส่เธอจนของขวัญทนไม่ไหวปลดปล่อยน้ำหวานออกมาเต็มปากเขา“เสร็จแล้วหรอครับที่รัก”เขาแกล้งถามเธอเมื่อเห็นเธอกระตุกและหายใจหอยถี่“อืม รู้อยู่แล้วยังแกล้งถามอีก”“เสร็จง่ายจังนะ แค่โดนลิ้นเอง ยังไม่โดน…เอา…เลย”กรวิชเน้นคำใส่เธอทำให้คนฟังอย่างของขวัญเขินจนหน้าแดงก่ำพลางนึกตำหนิตัวเองที่ตั้งใจมานี่วเขาแท้ๆแต่กลับโดนเขาเอาคืนจนทำอะไรไม่ถูก“ก็ลิ้นของกรมัน…ทำให้ขวัญเสียว”ของขวัญตอบเขาด้วยเสียงแผ่วเบา ทำเอาคนตัวโตยิ้มออกมาอย่างพอใจ“มีเส







