เข้าสู่ระบบสามเดือนแล้วตั้งแต่ของขวัญย้ายมาทำงานที่นี่ เธอปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานและสภาพแวดล้อมของที่นี่ได้เป็นอย่างดี มีสิ่งที่ยังติดอยู่ในใจเธอตั้งแต่วันนั้นที่ขับรถสวนกับเขาคนนั้น คนที่เหมือนคนในความทรงจำของเธอ ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่เคยพบเขาคนนั้นอีกเลย
"คุณหมอคะมีเคสด่วนค่ะ มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้รับบาดเจ็บนอนรออยู่ที่ห้องฉุกเฉินค่ะ"พยาบาลวิ่งเข้ามาตาของขวัญที่กำลังนั่งพักอยู่ในห้องพักแพทย์
ของขวัญมองนาฬิกาบนผนังบอกเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว เธอรีบไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นและรีบตามพยาบาลออกไปดูคนไข้ทันที เธอยืนอ่านประวัติและอาการของผู้ป่วยแล้วถึงกับยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งพยาบาลให้ไปเตรียมอุปกรณ์สำหรับตรวจผู้ป่วย
ทันทีที่ม่านกั้นห้องเปิดออกกรวิชที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงผู้ป่วยมองของขวัญตาไม่กะพริบ เขานอนนิ่งตัวแข็งทื่ออาการเดียวกันกับตอนที่ของขวัญอ่านชื่อผู้ป่วยไม่มีผิด ทั้งคู่ไม่คิดว่าการเจอกันครั้งแรกในรอบหลายปีจะเจอกันในรูปแบบนี้
"หมอขอตรวจดูอาการหน่อยนะคะ"
"ครับ"
เพราะไปช่วยชาวบ้านที่หนีเอาตัวรอดจากไฟป่าทำให้กรวิชโดนกิ่งไม้ขนาดใหญ่หักโดนไหล่ จนอีริคเพื่อนรักต้องรีบพามาส่งโรงพยาบาล
เมื่อตรวจดูอาการของเขาแล้วกระดูกบริเวณไหลร้าวของขวัญจึงต้องเข้าเฝือกให้และให้นอนโรงพยาบาลหนึ่งคืนเพื่อรอดูอาการ อีริคและมีนาภรรยาสุดที่รักจัดการเรื่องห้องพักพิเศษให้เพื่อนรักเสร็จรีบเดินตรงไปดูอาการเพื่อนรักที่ห้องพัก ทันทีที่ประตูห้องเปิดออกเขาก็พบกับของขวัญเพื่อนเก่าของตัวเองและยังเป็นแฟนเก่าของกรวิชด้วย
หลังจากทักทายกันเรียบร้อยแล้วของขวัญจึงขอตัวไปทำงานต่อส่วนอีริคก็เดินเข้าไปแซวเพื่อนรักยกใหญ่จนโดนมีนาปรามให้เลิกแซวเพื่อนและปล่อยให้เขานอนพักผ่อนก่อนที่อีริคและมีนาจะลงไปซื้ออุปกรณ์อาบน้ำเพื่อมานอนเฝ้ากรวิช แต่ระหว่างทางกลับเจอของขวัญที่เลิกงานพอดีและกำลังจะกลับบ้าน อีริคจึงวางแผนเพื่อให้เพื่อนได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันสองต่อสองโดยการขอร้องให้ของขวัญไปเฝ้ากรวิชและหาข้ออ้างว่าภรรยาไม่ค่อยสบายต้องพากลับไปพัก แต่ไม่อยากปล่อยกรวิชไว้คนเดียวจึงต้องรบกวนให้ของขวัญเฝ้าคนป่วยให้
ของขวัญไม่รู้จะปฏิเสธยังไงจึงทำได้เพียงรับปากเฝ้าไข้คนป่วยให้ ของขวัญจึงต้องกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักเวรของแพทย์โดยไม่ได้กลับบ้านเพราะต้องรีบมาดูแลคนป่วย คืนนั้นกรวิชไข้ขึ้นของขวัญคอยดูแลเขาไม่ห่างโดยไม่ได้หลับได้นอนกว่าจะวางใจว่าไข้เขาลดและไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วก็เกือบเช้าถึงยอมงีบหลับ
งีบหลับได้เพียงครู่เดียวกรวิชก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาของขวัญจึงรีบเข้ามาดูอาการเขาด้วยความเป็นห่วง สายตาของทั้งคู่เผลอมองสบตากันนิ่ง ความทรงจำเก่าๆเริ่มฉายชัดขึ้นมาในใจ จนของขวัญกลัวเขาเห็นใบหน้าที่เริ่มร้อนของตัวเองจึงรีบขอตัวออกจากห้อง
"ยัยขวัญนะยัยขวัญเกือบไปแล้วมั้ยล่ะ"ของขวัญบ่นพลางเอามือจับใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเองหลังเดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วยแล้ว
เย็นวันนั้นของขวัญบังเอิญเจอกับมีนาภรรยาของอีริคที่ซูเปอร์มาร์เก็ต มีนาจึงชวนของขวัญไปทานข้าวเย็นที่บ้านของกรวิชเพื่อเลี้ยงขอบคุณที่เธออยู่เฝ้าไข้กรวิชทั้งคืน ทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่ได้พักผ่อน ของขวัญไม่รู้จะปฏิเสธยังไงจึงยอมตกลง บรรยากาศอาหารค่ำมื้อนั้นเต็มไปด้วยความอึดอัดของกรวิชและของขวัญ แม้อีริคและมีนาจะพยายามชวนคุยและสร้างบรรยากาศให้สนุกขึ้นก็ไม่เป็นผล
หลังจากวันนั้นทั้งสองคนไม่ได้พบกันอีกเลยจนถึงวันที่ทั้งคู่มาร่วมงานฉลองมงคลสมรสของอีริคและมีนา หลังจากงานแต่งงานอีกสามวันอีริคและมีนาชวนทั้งสองคนไปทานข้าวที่บ้านทั้งคู่จึงได้พบกันอีกครั้ง แม้วันงานแต่งจะเจอหน้ากันแล้วแต่เป็นแค่การแอบมองอีกฝ่ายเท่านั้น
ขณะที่กรวิชและของขวัญกำลังแยกย้ายกันกลับบ้านอยู่ๆอีริคก็บอกให้กรวิชไปส่งของขวัญด้วยเพราะเธอไม่ได้ขับรถมาและทางกลับบ้านของทั้งคู่ก็ไปทางเดียวกันจะได้นั่งรถไปเป็นเพื่อนกัน เพราะกว่าจะถึงก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง ของขวัญพยายามปฏิเสธแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อสองสามีภรรยาไม่ยอมฟังเธอเลยกลับดันหลังเธอให้ขึ้นรถไปกับกรวิช
"เป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย"ของขวัญเป็นฝ่ายถามเขาก่อนหลังจากที่นั่งเงียบกันอยู่ร่วมชั่วโมง
"สบายดี"กรวิชตอบเธอเพียงสั้นๆด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ย้ายมาทำงานที่นี่นานแล้วหรอ"ของขวัญถามเขาอีกครั้ง
"หลายปีแล้ว ถ้าคุณง่วงก็นอนไปเลยนะไม่ต้องนั่งเป็นเพื่อนผม ถึงตัวจังหวัดแล้วจะเรียก"กรวิชบอกหญิงสาวข้างกายโดยไม่หันมองเธอแม้แต่น้อย
"อืม"
ของขวัญรับคำกรวิชก่อนจะหลับตาลง ความจริงเธอไม่ได้ง่วงแต่เพราะไม่รู้จะคุยอะไรกับเขาต่อเพราะถามอะไรไปเขาก็ตอบกลับมาเพียงสั้นๆแถมยังทำสีหน้าเมินเฉยใส่เธออีก ของขวัญจึงเลือกหลับตาเพื่อให้บรรยากาศภายในรถไม่อึดอัดไปมากกว่านี้ กรวิชเองตอนนี้ภายในใจก็ว้าวุ่นไม่ต่างจากเธอทั้งที่คิดว่าเวลาผ่านมานานแล้วตัวเขาเองน่าจะจัดการความรู้สึกได้ดีกว่านี้ แต่พอเจอหน้าเธอกลับทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง
เมื่อขับรถมาถึงตัวจังหวัดกรวิชจึงปลุกของขวัญเพื่อถามทางกลับที่พักเธอ
"คุณพักที่ไหน"
"หมู่บ้านรื่นรมย์ค่ะ คุณรู้จักมั้ยคะอยู่ห่างจากโรงพยาบาลประมาณสามกิโลค่ะ"
"อืม"เขาตอบเธอสั้นๆพลางนึกแปลกใจว่าทำไมเธอถึงได้พักที่หมู่บ้านนี้ คงไม่ใช่ว่า.....
"เลี้ยวซ้ายข้างหน้าก็ถึงแล้ว หลังนี้แหละ"ของขวัญชี้ไปที่บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้สีขาวฝั่งซ้ายมือ
กรวิชจอดรถและทำท่าจะพูดกับของขวัญแต่ก็ไม่ยอมพูด ของขวัญรอเขาสักพักพอเห็นเขาไม่พูดอะไรจึงขอตัวเข้าบ้าน
"ขอบคุณที่มาส่งนะ เอ่อ ถ้ามีโอกาสขวัญขอเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนได้มั้ย"
"ไม่ต้องหรอก ขอตัวนะ"กรวิชตัดบทเธอก่อนจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ของขวัญยืนน้ำตาคลอด้วยความเสียใจที่เขาดูไม่เหลือเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่น้อย
หลังดูหนังเสร็จอองลีพาสาวๆไปทานข้าวเย็นต่อก่อนพาสาวน้อยซุกซนอย่างนิรินกลับมาส่งบ้านอย่างปลอดภัย"ขอบคุณนะคะที่สละเวลาอันมีค่าไปเป็นเพื่อน"นิรินขอบคุณรุ่นพี่แต่ก็ไม่วายแซะเขาไปด้วยอองลีไม่ตอบทำเพียงยักคิ้วให้เธอก่อนสั่งคนขับรถเดินทางกลับบ้านวันเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่อองลีต้องไปเรียนต่อต่างประเทศทั้งอีริค มีนาและครอบครัวของกรวิชต่างเก็บกระเป๋าเดินทางมาส่งอองลีถึงต่างประเทศ นอกจากจะมาส่งหนุ่มน้อยเข้าเรียนแล้ว พ่อแม่ยังถือโอกาสมาเที่ยวพักผ่อนกันด้วยหลังจัดการธุระเรื่องเรียนของอองลีเรียบร้อยแล้วเหล่าพ่อแม่ๆก็ขอไปใช้เวลาสวีทกันสักสามสี่วันจึงทิ้งลูกๆให้อยู่เที่ยวด้วยกันโดยไม่ถามความสมัครใจของลูกๆเลยแม้แต่น้อย"ลุงฝากดูแลน้องด้วยนะตาอองลี"กรวิชฝากฝังลูกสาวให้หลานชายสุดที่รักช่วยดูแล"คุณลุงไม่ต้องห่วงครับ ไปเที่ยวให้สนุกได้เลยครับ""อย่าอยู่แต่บ้านพาน้องออกไปเที่ยวบ้าง เข้าใจมั้ย"มีนากำชับลูกชายเพราะเธอรู้จักนิสัยของลูกชายคนนี้ดี"รู้แล้วครับ ไปเถอะครับสายแล้ว""อยากไปเที่ยวไหน"อองลีถามนิรินหลังจากพ่อแม่ออกจากบ้านไปแล้ว"สวนสนุกค่ะ ถ้าพี่ไม่สะดวกรินไปเองได้นะคะ"นิรินทำเป็นพูดว่าตัวเองไปค
ชีวิตหลังแต่งงานของกรวิชและของขวัญดำเนินไปได้อย่างดี ดูเหมือนว่าหลังจากแต่งงานแล้วทั้งคู่ยิ่งหวานกันมากขึ้นจนคนเป็นเพื่อนอย่างอีริคอดแซวเพื่อนไม่ได้"ไงมึงเดี๋ยวนี้หายใจเข้าหายใจออกก็พูดถึงแต่เมียเลยนะ""ก็กูรักของกู มึงเองก็คลั่งรักไม่ใช่เล่น"สองเพื่อนรักแหย่กันขณะนั่งดื่มกันอยู่ที่บ้านใหม่ของกรวิช"อาหารเย็นเสร็จแล้วมาทานข้าวกันได้แล้วค่ะหนุ่มๆ"ของขวัญเดินมาตามสองหนุ่มที่นั่งเล่นกันอยู่ในสวนให้เข้าไปทานข้าว"อองลีเข้าบ้านกันครับลูก"อีริคเรียกลูกน้อยวัยขวบกว่าที่กำลังเดินเล่นอยู่ในสวนให้เข้าบ้านพร้อมกันเย็นนั้นทุกคนทานข้าวกันอย่างมีความสุข บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยิ่งมีเจ้าตัวเล็กคอยสร้างสีสันยิ่งทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนต่างมีรอยยิ้มและความสุขเพิ่มขึ้น"ตาอองลียิ่งโตยิ่งน่ารักนะคะ"ของขวัญมองหลานน้อยอย่างเอ็นดู"พี่ขวัญต้องรีบมีน้องแล้วนะคะ ตาอองลีจะได้มีเพื่อนเล่น"มีนาบอกพี่สาวคนสนิท"วันนี้ผมมีข่าวดีจะบอกทุกคนครับตอนนี้คุณภรรยาของผมท้องได้สามเดือนแล้วครับ"กรวิชลุกขึ้นบอกทุกคนอย่างภูมิใจ"จริงหรอคะพี่ขวัญ ดีใจด้วยนะคะ""แบบนี้ต้องฉลอง"อีริคพูดเสริมเวลาผ่านไปอย่า
สามเดือนต่อมางานแต่งงานของของขวัญและกรวิชถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมของกรวิช ทั้งคู่เลือกมาจัดงานที่นี่เพราะเป็นที่ที่ทำให้พวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้ง วันนี้มีแขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น“ยินดีด้วยนะยัยขวัญ”เอมอรกอดแสดงความยินดีกับเพื่อนรัก“ขอบใจนะแก ขอให้แกได้เจอความรักดีๆเหมือนกัน เอ๊ะหรือว่าเจอแล้ว”“เจออะไร ไม่มี๊”เอมอรตอบเพื่อนเสียงสูงเพราะตลอดหลายเดือนมานี้ผู้ชายคนเดียวที่วนเวียนอยู่ในชีวิตเธอก็คือณภัทร แม้เธอจะยังไม่ได้รับรักเขาแต่ก็ไม่ได้ปิดโอกาส เพราะความไว้ใจและรักคนยากจึงทำให้เธอยังไม่กล้าเปิดใจให้เขาเต็มร้อย แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะค่อยๆพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ“ไม่มีก็ไม่มี ทำไมต้องเสียงสูงขนาดนั้น”ของขวัญแซวเพื่อนงานแต่งดำเนินมาจนถึงช่วงท้ายของงานเป็นตอนที่สาวโสดต่างเฝ้ารอคือช่วงของการโยนช่อดอกไม้“5 4 3 2 1”“โยนเลยๆๆ”หมับ!!!อยู่ๆดอกไม้ช่องามก็ตกลงในอ้อมแขนของเอมอรทำเอาคนที่ไม่ตั้งใจรับอย่างคุณหมออรตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ผิดกับณภัทรที่แอบยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง พลางนึกในใจว่าสงสัยความพยายามที่เขาตามจีบคุณหมอคนสวยมานานจะสำเร็จเสียทีและแล้วงานแต่งงานสุดแสนโรแม
และแล้ววันที่กรวิชและของขวัญต้องกลับบ้านก็มาถึง วันนี้เพื่อนๆต่างมาส่งทั้งคู่กลับอย่างคับคั่ง"งื้อ แกจะไปแล้วจริงๆหรอ พอถึงวันจะไปจริงๆก็ใจหายเหมือนกัน"เอมอรจับมือเพื่อนรักแน่น"ยัยอรชั้นไม่ได้หายไปไหนสักหน่อยแค่ย้ายกลับบ้านเองนะ เดี๋ยวมาหาบ่อยๆโอเคมั้ย""แกต้องมาบ่อยๆนะ""อืม ไม่หลอกแน่นอน""โชคดีนะครับคุณหมอของขวัญ โชคดีนะโว้ยไอ้กร"ณภัทรลาเพื่อนๆบ้าง"อืม มึงไม่ต้องทำเป็นเศร้าเลยโรงแรมกูก็อยู่ที่นี่ต้องแวะมาบ่อยๆแน่นอนไม่ต้องห่วง""เออให้มันจริง ไม่ใช่ว่ากลับบ้านแล้วหายเงียบเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าวันหลังถ้ากูกลับมามึงยังจะมีเวลาว่างให้กูอยู่หรือเปล่า"กรวิศมองเพื่อนอย่างมีเลศนัย"พูดอะไรของมึงวะ รีบกลับได้แล้วเดี๋ยวจะถึงบ้านดึก""เออๆๆกลับแล้ว ไปแล้วนะครับทุกคน เดี๋ยวผมแวะมาเยี่ยมบ่อยๆนะครับ""กลับแล้วนะคะ ไปแล้วนะแกมีอะไรก็โทรคุยกันนะ""อื้อ เดินทางปลอดภัยนะ"สองเพื่อนรักกอดลากันพร้อมน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้ม“ไม่ร้องแล้วนะคนดี ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว”กรวิชเช็ดน้ำตาให้แฟนสาว“พอถึงวันที่ต้องจากลาจริงๆก็ใจหายมากเหมือนกันนะคะ”ของขวัญสูดหายใจลึกเพื่อให้น้ำตาหยุดไหลพลางมองออกไปสองข้างทางขณะที่ร
“ขอโทษที่ตอนเด็กขวัญเคยงี่เง่าไม่เคยถามเหตุผลกรเลย”“ไม่ต้องขอโทษอะไรทั้งนั้นคนที่ต้องขอโทษควรเป็นกรเองมากกว่าที่ดูแลขวัญได้ไม่ดีพอ ต่อจากนี้ไปขวัญให้โอกาสกรได้ดูแลขวัญใหม่นะกรสัญญาว่าจะไม่ละเลยความรู้สึกขวัญเหมือนตอนนั้นอีก”ทั้งคู่กอดกันกลมอยู่เนิ่นนานก่อนที่กรวิชจะจับไหล่ของขวัญให้มองหน้าตนและจุมพิตที่หน้าผากเธออย่างอ่อนโยน"ขอบคุณนะครับที่กลับมาหากร มาเติมเต็มช่องว่างในชีวิตที่ขาดหายมานาน""ขวัญก็ขอบคุณกรเหมือนกันนะที่ยังรอขวัญอยู่"กรวิชจับมือคนรักให้ไปจับที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองและมองหน้าเธอด้วยแววตาลึกซึ้ง"หัวใจดวงนี้ไม่เคยเป็นของใครนอกจากขวัญคนเดียว""กร"ทั้งคู่โผเข้าจูบกันอย่างดูดดื่มและมอบบทรักแสนหวานให้กันทั้งคืนสองวันต่อมาหลังส่งอีริคเพื่อนรักกลับบ้านแล้วกรวิชจึงแวะเข้าไปทำเรื่องลาออกอย่างเป็นทางการที่อุทยาน ส่วนของขวัญก็กลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ เมื่อมีเวลาว่างของขวัญรีบเข้าไปพบผู้อำนวยการเพื่อปรึกษาเรื่องย้ายที่ทำงาน ตอนแรกเธอกล้าๆกลัวๆไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงแต่พอได้บอกเหตุผลแล้วท่านก็เข้าใจเธอเป็นอย่างดีแถมยังช่วยดูตำแหน่งที่ว่างในโรงพยาบาลใกล้บ้านเธอให้อีกด้วย เอมอ
“วันนี้อยากไปเที่ยวไหนกันรึเปล่า”กรวิชถามเพื่อนรัก“ไม่ไปพักผ่อนที่บ้านนี่แหละ แค่อยากมาเยี่ยมมึงไม่ได้อยากไปเที่ยวไหน”อีริคตอบ“ก็ดีเหมือนกันนะคะเย็นนี้เราทำมื้อใหญ่ทานกันดีมั้ยคะ ชวนเพื่อนๆที่ทำงานกรมาด้วยฉลองที่กรหายดีแล้ว ดีมั้ยคะ”ของขวัญเสนอ“เอาตามที่รักว่าเลยครับ”“แล้วว่าแต่กูคลั่งรักมึงก็คลั่งรักเหมือนกันนั่นแหละ”“ทะเลาะกันเป็นเด็กอีกแล้วนะคะคู่นี้”มีนายิ้มเอ็นดูเพื่อนรักทั้งสองเถียงกันตลอดบ่ายวันนั้นสองสาวง่วนกับการเตรียมอาหารต้อนรับแขกอยู่ แม้กรวิชจะบอกว่าให้แม่บ้านที่โรงแรมทำให้ก็ได้พวกเธอก็ไม่ยอมบอกอยากโชว์ฝีมือให้ทุกคนทานหน้าที่เลี้ยงเจ้าอองลีน้อยจึงตกเป็นของหนุ่มๆแทน“ลูกมึงนี่หน้าตาดีแต่เด็กเลยนะไอ้ริค”“มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วมั้ยวะพ่อแม่หน้าตาดีขนาดนี้ ไม่ได้หน้าตาดีอย่างเดียวนะโว้ย ฉลาดแล้วก็อารมณ์ดีมากด้วย ต้องขอบคุณเทียสุดที่รักที่เลี้ยงเจ้าตัวเล็กได้ดีขนาดนี้ ใช่มั้ยครับลูกพ่อ”“หึ ดูมึงตอนนี้สิจากคนที่ไม่คิดว่าขีวิตนี้จะมีครอบครัวกลับมีครอบครัวที่อบอุ่นขนาดนี้”“อย่ามัวแต่อิจฉารีบตามกูมาเร็วๆเดี๋ยวลูกกูไม่มีเพื่อนเล่น”“เออ กูก็กำลังพยายามอยู่นี่ไง เอาใจช่วยน
“กรมีเรื่องจะถามขวัญหน่อย ได้ไหม”กรวิชถามแฟนสาวขณะที่นั่งดูหนังอยู่ในช่วงสายของอีกวัน“ได้สิ กรอยากรู้อะไรถามได้เลย”“ขวัญกับไอ้หมอรุ่นพี่นั่นทำไมถึงเลิกกัน แล้วทำไมเราสองคนถึงกลับมาคบกันได้”“ขวัญกับพี่รัณเราไม่เคยเป็นแฟนกัน”“ไม่เคยได้ยังไง ตอนนั้นที่ร้านอาหารกรเห็นมันคุกเข่าขอขวัญเป็นแฟนกับตา”“
“วันนี้เลิกงานกี่โมง”กรวิชถามของขวัญขณะที่ทั้งคู่กำลังแต่งตัวอยู่“พรุ่งนี้สี่โมงเย็นเลย”“พรุ่งนี้กรให้คนขับรถไปรับที่โรงพยาบาลนะ”“ไม่เป็นไรขวัญขับรถไปเองได้”“ไม่ได้ ช่วงนี้ขวัญต้องอยู่กับกรที่นี่ก่อน กรยังไม่ไว้ใจให้อยู่บ้านคนเดียว”“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ กรคิดมากไปเอง”“กรขอร้องนะ กรเป็นห่วงขวัญจริ
"เหนื่อยมั้ย"กรวิชที่นอนลูบผมคนรักอยู่ถามของขวัญเมื่อเห็นเธอลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายเพราะบทรักอันร้อนแรงเมื่อคืนทำให้วันนี้จนสิบโมงเช้าแล้วทั้งคู่ยังไม่ยอมลุกออกจากเตียง"เพลียนิดหน่อย กรตื่นนานแล้วหรอ""อืม เดี๋ยวจะเข้าไปโรงแรมสักหน่อยอยากได้อะไรมั้ยเดี๋ยวให้คนเอามาให้"เพราะวันนี้เป็นวันหยุดกรวิ
เมื่อขึ้นมาถึงห้องนอนเขาพบว่าของขวัญนอนหลับไปแล้วคงเป็นเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอนพอหัวถึงหมอนจึงหลับทันที กรวิชค่อยๆซุกเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธอและนอนมองหน้าเธอด้วยความคิดถึง มือลูบไล้ทั่วใบหน้าสวยและพรมจูบไปทั่วใบหน้าของเธอ “ฝันดีนะที่รัก”กรวิชกระซิบข้างหูคนรักเก่าและล้มตัวลงนอนข้างกายเธอ โอบกอดเ







