Masuk"เป็นยังไงบ้างแกเดินทางเหนื่อยมั้ย"เอมอรถามของขวัญเพื่อนรักที่พึ่งเดินทางมาถึง
"นิดหน่อยน่ะ ที่นี่บรรยากาศดีมากเลย"ของขวัญมองไปรอบๆ เห็นภาพธรรมชาติที่สบายตา ต้นไม้และภูเขาที่รายล้อมทำให้เธอตกหลุมรักที่นี่ตั้งแต่ครั้งแรกที่มา
หลังจากเรียนจบแพทย์เฉพาะทางอายุรกรรมของขวัญตัดสินใจย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดตามเอมอรเพื่อนรัก ที่นี่แม้จะเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดแต่ยังขาดแคลนบุคลากรจำนวนมากเพราะเป็นจังหวัดที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขาจะมีก็แต่คนที่มีบ้านเกิดอยู่แถวนี้เท่านั้นที่อยากย้ายมา แต่เธอกลับเลือกย้ายมาที่นี่ทั้งที่อยู่ไกลบ้านมาก
"แกตัดสินใจดีแล้วใช่มั้ยที่ย้ายมาทำงานที่นี่"เอมอรถามเพื่อนรักอีกครั้ง
"อืม ทำไม แกคิดว่าฉันจะอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอ แกอย่าลืมนะว่าตอนเรียนฉันออกค่ายอาสาบ่อยๆ ลำบากแค่ไหนแกเองก็เคยไปไม่ใช่หรอ"
ของขวัญบอกเพื่อนรักให้สบายใจเพราะไม่อยากให้เอมอรเป็นห่วง เธออยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าลูกคุณหนูอย่างเธอไม่ได้ติดหรู อ่อนแอและยอมแพ้อะไรง่ายๆ อีกอย่างที่เธอตัดสินใจมาที่นี่เพราะอยากดูแลคนไข้ที่อยู่ห่างไกลความเจริญเข้าถึงการรักษาพยาบาลมากขึ้น อยากให้มีบุคลากรทางการแพทย์เพียงพอต่อการดูแลคนไข้
"ไปกันได้แล้วคุณหมอคนเก่ง ฉันจะพาแกไปดูบ้าน"
"หลังใหญ่กว่าที่คิดนะเนี่ย ร่มรื่นน่าอยู่มาก"ของขวัญมองไปรอบๆ บ้านเช่าครึ่งตึกครึ่งไม้ที่ปลูกต้นไม้และดอกไม้เต็มสวนหน้าบ้าน
"แกอยู่ที่นี่คนเดียวไม่กลัวแน่ใช่มั้ย"
"ไม่กลัว ดูสิเพื่อนบ้านเยอะแยะใช่ว่ามีแต่บ้านฉันหลังเดียวที่ไหน"แม้บ้านแต่ละหลังจะอยู่ไม่ติดกันเพราะทุกบ้านมีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ แต่ก็ไม่ได้อยู่ไกลกันจนน่ากลัว เธอตัดสินใจเช่าบ้านหลังนี้ตั้งแต่เห็นรูปที่เอมอรส่งให้เพราะต้องการอยู่ในที่ที่เป็นส่วนตัวและเงียบสงบ ซึ่งบ้านหลังนี้ก็ถูกใจเธอทุกอย่างจึงให้เอมอรช่วยทำเรื่องเช่าบ้านหลังนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้เห็นบ้านจริง
เมื่อเข้ามาในบ้านเธอถึงกับยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจเพราะภายในบ้านถูกตกแต่งอย่างสวยงามแถมยังมีเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
"เจ้าของบ้านเค้าลงทุนซื้อของพวกนี้ให้หนูใหม่เลยหรอคะคุณป้า"ของขวัญหันไปถามคุณป้าคนดูแลบ้านเพราะเห็นของบางอย่างดูเหมือนซื้อใหม่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
"คุณเขาบอกว่าอยากให้คุณหมอได้อยู่สบายๆ ค่ะ จะได้มีแรงไปดูแลคนป่วย แถมยังกำชับป้าไว้อีกนะคะว่าถ้าคุณหมอต้องการอะไรเพิ่มเติมให้บอกได้เลยค่ะ"
"ไม่ต้องการอะไรแล้วค่ะ แค่นี้ขวัญก็เกรงใจจะแย่แล้ว ค่าเช่าก็คิดถูกมาก ขวัญฝากขอบคุณเจ้าของบ้านด้วยนะคะ ฝากบอกว่าขวัญชอบที่นี่มากเลยค่ะ"
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วป้าก็ตัวก่อนนะคะ ถ้าคุณต้องการอะไรโทรหาป้าได้ตลอดเลยนะคะ บ้านป้าอยู่ซอยถัดไปนี่เอง"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณป้า"
วันนี้นอกจากจะมาช่วยเพื่อนเก็บของและจัดบ้านแล้วเอมอรตั้งใจมานอนเป็นเพื่อนของขวัญด้วย สองเพื่อนรักพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันจนดึกดื่นกว่าจะเข้านอน
ของขวัญมาที่นี่ก่อนเริ่มงานหลายวันพอสมควรเพราะอยากทำความรู้จักกับพื้นที่และให้เวลาตัวเองได้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ
วันเริ่มงานวันแรก
ของขวัญมองป้ายโรงพยาบาลตรงหน้าและหลับตาสูดหายใจลึกเข้าเต็มปอดพร้อมบอกกับตัวเองว่าขอให้เต็มที่และมีความสุขกับการเริ่มต้นงานใหม่ ก่อนเดินเข้าไปในตึกเพื่อรายงานตัวกับผู้อำนวยการ
วันนั้นทั้งวันผู้อำนวยการพาของขวัญเดินทักทายทำความรู้จักกับบุคลากรคนอื่นๆ และทำความเข้าใจกับระบบงานของโรงพยาบาลที่นี่ ด้วยอัธยาศัยที่ดีทำให้เพื่อนร่วมงานต่างถูกชะตากับเธอตั้งแต่แรกเจอให้การต้อนรับเป็นอย่างดีจนเธอทำตัวแทบไม่ถูก พลางคิดในใจว่านี่สินะคือเสน่ห์ของผู้คนต่างจังหวัด รอยยิ้ม ความจริงใจ และความอบอุ่นที่เธอสัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน
"ไงคุณหมอสุดฮอต มาทำงานวันแรกคนก็พูดถึงกันทั้งโรงพยาบาลแล้ว"
"พูดถึงอะไรของแก"
"คุณหมอของขวัญคนสวย พูดจาก็ไพเราะ ยิ้มทีโลกสว่างสดใสเหมือนนางฟ้า"เอมอรแซวเพื่อนรักหลังเลิกงาน
"พอเลยจะมาแซวอะไร ไหนใครว่าจะพาไปเลี้ยงอะไร"
"ไปสิ ฉันจะพาคุณหนูของขวัญไปกินหมูกระทะเจ้าที่อร่อยที่สุดในโลก รับรองแกต้องติดใจแน่นอน"
"อื้ม อร่อยเหมือนที่แกบอกจริงๆ ด้วย"ของขวัญยิ้มกว้างบอกเพื่อนรัก
"ใช่มั้ยล่ะฉันบอกแกแล้วว่าอร่อยมาก กินเยอะๆ วันนี้ฉันเลี้ยงไม่อั้น"
"ขอบคุณค่ะคุณหมออรคนสวย"
สองเพื่อนรักนั่งทานอาหารกันจนค่ำจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ตอนนี้ของขวัญเริ่มปรับตัวได้แล้วการเดินทางไปไหนมาไหนที่นี่ต้องขับรถส่วนตัวไปเพราะไม่ค่อยมีรถโดยสารสาธารณะ บ้านพักของของขวัญอยู่ห่างจากโรงพยาบาลและร้านหมูกระทะแค่ไม่กี่กิโลเมตร ทางกลับบ้านก็ไม่ได้เปลี่ยว สองข้างทางมีบ้านคนตลอดเส้นทางกลับบ้านทำให้เธอกล้าขับรถไปไหนมาไหนคนเดียวได้อย่างสบายใจ
ขณะที่รถของเธอกำลังเลี้ยวเข้าหมู่บ้านแสงไฟจากหน้ารถส่องให้เห็นคนในรถที่กำลังขับรถสวนทางออกมาจากในหมู่บ้าน แม้จะมองไม่ค่อยชัดเพราะความมืดแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอเห็นรูปร่าง ท่าทางของคนที่อยู่ในรถได้ ใช่เขาคนนั้นหรือไม่ คนที่ใจเธอเฝ้ารอมาเกือบสิบปี
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า พี่อีริคขามินเสียว”เสียงร้องครางของมีนาดังลั่นทั่วห้องน้ำ ตั้งแต่ทั้งคู่เดินเข้าห้องน้ำไปยังไม่ได้อาบน้ำสักหยดเพราะอีริคจับเธอกระแทกตั้งแต่ยืนล่างหน้าอยู่ที่อ่างล้างหน้า“อื้ม ซี๊ด ผัวก็เสียวมากครับเมีย อ่า ทำไมข้างล่างเมียตอดดีขนาดนี้โดนเอาทุกวันรูยังฟิตอยู่เลย อูย เสียว”“อ๊า ก็เพราะโดนเอาทุกวันถึงต้องดูแลเป็นพิเศษเดี๋ยวสามีจะเบื่อเอา อ๊า”“ใครจะไปเบื่อลงมีแต่จะรักมากขึ้นทุกวัน ดูสิเมียพี่ในกระจกน่าเอาเป็นบ้าเลย”อีริคที่ยืนกระแทกเมียรักจากด้านหลังบอกเธอให้เงยหน้าขึ้นมองกระจก“อ๊า สามี แข็งแรงจัง”“ชอบมั้ยครับ”“ชอบค่ะ ทั้งใหญ่ทั้งแข็งแรงเลย”“หึ ยัยเมียร่าน”หลังจากร่วมรักกันในห้องน้ำเสร็จไปรอบนึงแล้วอีริคถึงยอมปล่อยให้มีนาไปอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จอีริคนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวนั่งดื่มรอเมียรักแต่งตัวอยู่บนเตียง เพราะเธอไม่ยอมให้เขาอยู่ด้วยจึงต้องออกมารอข้างนอกสักพักมีนาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนซีทรูลายลูกไม้สีดำที่ดูจะปิดอะไรไม่มิดสักอย่างพร้อมถุงน่องตาข่ายสีดำ อีริคมองเมียรักตาค้างกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่เพราะภาพตรงหน้าตอนนี้คือเมียรักที่กำลังยืนยั่วเขาอยู่“เมียจ
“ไอ้กรกูไปถึงบ้านมึงวันนี้ช่วงเย็นนะ”“อืม ไว้เจอกันขับรถดีๆแล้วกันอย่าให้หลานกูเวียนหัวนะ”“ลูกกูกูดูแลเองได้ไม่ต้องให้เพื่อนอย่างมึงบอกหรอก”อีริคโทรบอกเพื่อนรักขณะที่กำลังพาภรรยาสุดที่รักและลูกชายตัวน้อยไปหาเพื่อนรัก“ทะเลาะกันเป็นเด็กอีกแล้วนะคะ แสดงว่าแบบนี้พี่กรก็หายดีแล้วใช่มั้ยคะ”“คงจะอย่างนั้น ได้คุณหมอแสนสวยดูแลดีขนาดนั้นคงหายวันหายคืน”“มาถึงกันแล้ว”ของขวัญยืนรอผู้มาเยือนอยู่หน้าบ้านบอกกรวิชเมื่อเห็นรถของอีริคเคลื่อนที่เข้ามา“ไงไอ้เพื่อนรักหายดีแล้วสิมึง”อีริคลงมากอดทักทายเพื่อนรัก“อือ หายแล้ว เข้าไปพักในบ้านก่อนกูให้คนเตรียมของว่างไว้ให้เยอะแยะเลย”“เจ้าตัวเล็กมาหาน้าขวัญนะคะ น่ารักน่าชังจังเลย หน้าตาดีกว่าคุณพ่อเยอะเลยนะครับ”ของขวัญเข้าไปรับหลานรักในวัยเจ็ดเดือนจากมีนาและไม่วายพูดแซวเพื่อน“ยังดีที่ได้แม่มาเยอะค่ะ”มีนาก็แซวสามีตามของขวัญฟอดดดอีริคเข้าไปโอบเอวและหอมแก้มเมียรักโชว์ทุกคนฟอดใหญ่“คุณนายจะแซวสามีแบบนี้ไม่ได้นะครับ”“คนบ้า ทำอะไรไม่อายคนอื่นเลย”“พอเลยไอ้ริคมึงอย่าหวานให้มันมากเกรงใจพวกกูบ้าง”กรวิชแซวเพื่อน“คู่มึงไม่หวานล่ะมั้ง”อีริคเอาคืนเพื่อนบ้าง“เออๆ
กรวิชพรมจูบใบทั่วใบหน้าของคนรักก่อนจะประกบริมฝีปากจูบเธออย่างดูดดื่ม ทั้งสองจูบแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อนจนของขวัญหายใจแทบไม่ทันต้องถอนริมฝีปากออกจากเขาก่อนเธอโอบกอดรอบคอเขาพร้อมทั้งหายใจหอบถี่ส่งสายตามองเขาอย่างลึกซึ้ง“กรคนเดิมของขวัญกลับมาแล้วจริงๆหรอ”“ถ้ายังไม่เชื่อคืนนี้จะทำให้เหมือนคืนนั้นทุกท่าเลย”กรวิชบอกคนรักด้วยเสียงแหบพร่าและก้มลงจูบเธออีกครั้ง“อื้ม กรขวัญว่าเราเข้าไปในเต็นท์ดีกว่านะคะ”“ทำไม ไม่อยากพิสูจน์แล้วหรอว่าความจำกรกลับมารึยัง”กรวิชก้มลงจูบไซร้ซอกคอขาวเพื่อเล้าโลมคนรักต่อ“อื้อ กรคะ เดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้าเต็นท์กันนะ”“ทำตรงนี้ก็ตื่นเต้นดีออก”กรวิชบอกของขวัญเสียงกระเส่าและดึงผ้าห่มมาค
“คืนนี้ไปนอนบ้านขวัญนะ”“นอนไหนก็ได้ขอแค่มีขวัญอยู่ด้วยก็พอ”เพราะอยากให้เขาฟื้นความทรงจำได้เร็วๆเธอจึงเลือกที่จะพาเขาไปสถานที่ที่เคยไปให้ได้มากที่สุดและคืนนั้นของขวัญก็ทำตามสัญญาปล่อยให้เขาได้กินเธออย่างสมใจเช้าวันต่อมากรวิชที่ตื่นก่อนนอนเท้าคางมองคนรักและเอามือข้างหนึ่งเขี่ยผมที่ปิดบังใบหน้าเธออยู่ออกพลางลูบไล้แก้มขาวเนียนของเธออย่างทะนุถนอม ภาพของเขาและเธอในช่วงเวลาที่มีความสุขด้วยกันเริ่มกลับมา เขาอยากทำเหมือนที่เคยทำจึงลุกออกจากที่นอนไปจ่ายตลาดเพื่อทำอาหารเช้าให้คนรักทานของขวัญที่นอนหลับด้วยความเพลียจากศึกรักอันเร่าร้อนเมื่อคืนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เธอควานหาคนตัวโตข้างกายที่นอนกอดเธอทั้งคืนจนทั่วเตียงก็ไม่พบจึงรีบลุกขึ้นเดินตามหาเขา พอลงมาถึงชั้นล่างของขวัญได้กลิ่นหอมของอาหารโชยออกมาจากห้องครัวจึงเดินตามกลิ่นหอมไปเห็นกรวิชกำลังง่วนกับการทำอาหารอยู่“หอมจัง”เธอเดินไปโอบกอดเขาจากด้านหลัง“ตื่นแล้วหรอ หิวหรือยัง”“หิวแล้วแต่ขวัญยังไม่ได้อาบน้ำเลย รีบตามหาคนนึกว่าหายไปไหนที่แท้ก็ทำอาหารอยู่ข้างล่างนี่เอง”“เป็นห่วงหรอ”“อื้อ ห่วงมากรักมากด้วย”“ปากหวานจัง จะกินข้าวเลยมั้ยหรื
“กรมีเรื่องจะถามขวัญหน่อย ได้ไหม”กรวิชถามแฟนสาวขณะที่นั่งดูหนังอยู่ในช่วงสายของอีกวัน“ได้สิ กรอยากรู้อะไรถามได้เลย”“ขวัญกับไอ้หมอรุ่นพี่นั่นทำไมถึงเลิกกัน แล้วทำไมเราสองคนถึงกลับมาคบกันได้”“ขวัญกับพี่รัณเราไม่เคยเป็นแฟนกัน”“ไม่เคยได้ยังไง ตอนนั้นที่ร้านอาหารกรเห็นมันคุกเข่าขอขวัญเป็นแฟนกับตา”“นี่กรแอบตามขวัญไปหรอ”“เปล๊า แค่บังเอิญไปกินข้าวร้านนั้นพอดี”กรวิชตอบแฟนสาวเสียงสูง“พี่รัณเขาขอขวัญเป็นแฟนจริงๆแต่ขวัญไม่ได้ตอบตกลงเพราะใจอยู่กับคนนี้คนเดียว”เธอพูดพลางจิ้มที่อกเขา ทำให้กรวิชอมยิ้มชอบใจที่เธอไม่ได้รับรักหมอศรัณ“หลังจากที่เราเลิกกันและแยกย้ายกันไปเรียนต่อ ปีที่แล้วขวัญรู้ว่ากรมาทำงานที่นี่ ประกอบกับมีตำแหน่งว่างพอดีขวัญเลยย้ายมาเพื่อให้ได้เจอกรอีกครั้ง”“แล้วหลังจากนั้น”กรวิชเลิกคิ้วถามเธอต่อเมื่ออยู่ๆเธอก็ไม่พูดอะไรต่อ“เราก็ได้ทำงานด้วยกันอีกหลายครั้ง จำได้มั้ยตอนไปค่ายอาสากรเคยไล่ตุ๊กแกในห้องน้ำให้ขวัญด้วย”กรวิชค่อยๆคิดถามคำบอกเล่าของของขวัญ ภาพเก่าๆค่อยๆผุดขึ้นมาในหัวแต่เขาก็ยังปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้“จากนั้น”เขาถามเธอต่อ“ขวัญก็ค่อยๆตามจีบกรอีกครั้ง”“ขวัญตามจีบกรก
“คงเป็นขวัญที่คิดมากไปเองสินะ ที่กลัวว่ากรจะลืมเรื่องราวดีๆระหว่างเรา”“ถึงตอนนี้กรจะยังจำไม่ได้ แต่คนสวยคนนี้กรยังรักมากเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนนะ”ทั้งคู่มองสบสายตากันอย่างหวานซึ้งก่อนที่กรวิชจะโผเข้าไปจูบเธออย่างดูดดื่มและค่อยๆเลื่อนใบหน้าต่ำลงจนถึงกลีบกุหลาบงาม เขาตวัดลิ้นไปมารัวๆจนของขวัญร้องครางดังลั่น สองมือขยุ้มผมเขาเพื่อระบายความเสียว“อ๊า กรขวัญเสียว ลิ้นของกร อ๊า ทำขวัญขนลุกไปหมดแล้ว อ๊า”กรวิชไม่ตอบแต่ดูดกินกุหลาบของเธอไปด้วยส่งสายตาหื่นกระหายให้เธอไปด้วย ยิ่งเห็บเธอทำหน้าเหยเกกัดปากและร้องครางเสียงดังเท่าไหร่เขายิ่งพอใจมากเท่านั้นและเร่งจังหวะรัวลิ้นใส่เธอจนของขวัญทนไม่ไหวปลดปล่อยน้ำหวานออกมาเต็มปากเขา“เสร็จแล้วหรอครับที่รัก”เขาแกล้งถามเธอเมื่อเห็นเธอกระตุกและหายใจหอยถี่“อืม รู้อยู่แล้วยังแกล้งถามอีก”“เสร็จง่ายจังนะ แค่โดนลิ้นเอง ยังไม่โดน…เอา…เลย”กรวิชเน้นคำใส่เธอทำให้คนฟังอย่างของขวัญเขินจนหน้าแดงก่ำพลางนึกตำหนิตัวเองที่ตั้งใจมานี่วเขาแท้ๆแต่กลับโดนเขาเอาคืนจนทำอะไรไม่ถูก“ก็ลิ้นของกรมัน…ทำให้ขวัญเสียว”ของขวัญตอบเขาด้วยเสียงแผ่วเบา ทำเอาคนตัวโตยิ้มออกมาอย่างพอใจ“มีเส







