เข้าสู่ระบบ“อยู่ที่นี่เฉยๆ น่าเบื่อจัง เรน...นายไม่เบื่อบ้างเหรอ เราไปข้างนอกกันดีกว่าไหม พี่อยากไปเดินตลาดกลางคืน" นับตั้งแต่อลันเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์ทำให้เรนมีอะไรทำมากขึ้น และไม่ค่อยว่างเท่าเมื่อก่อน แต่คนที่รู้สึกเบื่อกลับเป็นอลันแทน และเรนก็เข้าใจความรู้สึกอีกฝ่ายดี“คุณคงไม่ได้คิดจะไปหาซื้อยาพวกนั้นมาใช้อีกหรอกใช่มั้ย”“เปล่านะ พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย เชื่อพี่สิ พี่ไม่ได้รู้สึกอยากใช้ยาพวกนั้นอีกแล้ว พี่สาบานได้” อลันปฏิเสธยกใหญ่ เขายังยืนยันว่าแค่อยากออกไปเปิดหูเปิดตาเท่านั้น“งั้นคงต้องไปขออนุญาตแอรอนก่อน แต่เขาจะยอมมั้ยก็อีกเรื่อง” เพราะเรนมั่นใจว่าแอรอนไม่มีทางยอม เขาถึงแนะนำให้อลันไปลองถามเอาจากเจ้าตัว**********"ก็ไปสิ ฉันจะให้คนพานายไป”เรนไม่อยากจะเชื่อหูกับคำตอบของแอรอน เมื่อก่อนเขาขอร้องแทบตายกลับไม่ได้รับความยินยอม แต่พอเป็นอลันเท่านั้น แอรอนตอบกลับแบบไม่ต้องคิด“นี่สำหรับนาย” แอรอนวางบัตรสีดำดีไซน์เรียบหรูลงบนโต๊ะตรงหน้าอลัน "อยากได้อะไร ก็ซื้อได้เลย ไม่ต้องรอถามฉัน" อลันเบิกตากว้าง มือที่หยิบบัตรขึ้นมาสั่นเทาด้วยความดีใจ "จริงเหรอครับ? ผมซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้ใช่มั้ย ซื้อของที่ผ
แสงไฟสลัวในห้องนั่งเล่นกว้างขวางทำให้บรรยากาศดูอึดอัดกว่าปกติ นั่นทำให้เรนมักจะหนีออกมานั่งอยู่ที่ริมระเบียงมุมที่เขาชอบอยู่เสมอ สายตาของเขาเหม่อลอยมองออกไปไปยังฟ้ากว้าง เขาเพิ่งกลับมาหายใจได้เป็นปกติหลังจากได้พักรักษาตัว แต่ความหน่วงในใจกลับเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ต้องมาอยู่รวมกับคนที่เขาไม่อยากอยู่ และอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของเขา“คุณแอรอนครับ...ดื่มเยอะไปรึเปล่า”น้ำเสียงแผ่วเบาที่ดังขึ้นไม่ใช่ของเรน แต่เป็นอลันที่เดินเข้าไปหาแอรอนที่นั่งดื่มวิสกี้เงียบๆ อยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ ร่างกายที่ซูบผอมและใบหน้าที่คล้ายเรนราวกับพิมพ์เดียวแต่ดูซีดเซียวกว่า ทำให้แอรอนชะงักไปครู่หนึ่ง“ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องห่วง” แอรอนตอบเสียงเรียบ สายตาของเขากลับไม่ได้มองไปยังคู่สนทนา แต่ทอดมองไปยังเงาของใครอีกคนที่นั่งเหม่ออยู่นอกระเบียงนั่นอลันไม่ได้ขยับตัวไปไหน เมื่อเขาเหลือบไปเห็นเรนที่กำลังจะเดินกลับเข้ามาด้านในก็รีบทิ้งตัวคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ของแอรอนอย่างนอบน้อม มือของเขาสั่นเทานิดๆ ขณะเอื้อมไปแตะหลังมือหนา "ผมแค่เป็นห่วง ผมรู้ว่าผมมันไม่มีค่าอะไร แต่ในวันที่ผมตกนรก จินไตย์ทำให้ผมกลัวจนไม่กล้าไว้ใจใคร จนกระทั่งผ
“คุณเรน!”“อลัน?” เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้เรนที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ในสวนด้านข้างของสถานรักษาพยาบาลแห่งหนึ่งต้องรีบหันขวับไปมอง “คุณมาอยู่นี่ได้ไง”เรนมารู้ตัวว่าเขาไม่ได้รักษาตัวอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของแอรอนเหมือนอย่างเคยก็ตอนที่เขารู้สึกอยากสูดอากาศด้านนอกขึ้นมา ทำให้เขารู้ว่าคริสได้พาตัวเขามารักษาที่สถานพยาบาลเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวชานเมือง ถึงแม้จะเป็นสถานพยาบาลขนาดเล็ก แต่ที่นี่มีแพทย์ประจำการ มีพยาบาล และอุปกรณ์การแพทย์ที่แลดูทันสมัยมากกว่าที่เขาจินตนาการไว้ มีคนไข้บ้างประปราย และส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านแถวนี้ที่มาใช้บริการ“ผมต้องถามคุณต่างหากล่ะครับว่าคุณมาอยู่นี่ได้ยังไง คุณมาเยี่ยมผมเหรอ”น้ำเสียงที่ฟังดูดีขึ้น เรนสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นระคนยินดีในคำพูดนั้น เขายังไม่ได้ตอบกลับในทันที แต่กลับพินิจพิจารณาคนตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน...ในที่สุดแอรอนก็ยอมเลือกสิ่งที่เขาเสนอจนได้“เป็นไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ย”“ผมเหมือนได้เกิดใหม่เลยล่ะครับ ผมดีใจมากเลยที่ในที่สุดคุณแอรอนเขาก็ให้อภัยผม ยังหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาผมด้วย” รอยยิ้มของอลันไม่ได้ดูเสแสร้ง มันกลับทำให้เรนรู้สึกดีไปด้วย ตัวเขาเองก็
“อะ...อึ..ก....”“กลั้นได้ก็กลั้นไป ฉันก็อยากจะรู้นักว่านายจะทนไปได้สักแค่ไหน”“อื๊อ....แฮ่กๆ”หลังจากที่เรนได้เรียนรู้รสนิยมทางเพศของแอรอนจนแตกฉาน เขาก็พอจะเดาได้ว่าตัวเองจะโดนอะไรเมื่อแอรอนมองเขาเป็นเพียงเครื่องระบายความใคร่ แต่เรนกลับไม่ได้คาดคิดว่าแอรอนจะมีเครื่องไม้เครื่องมือไว้สำหรับทำกิจกรรมพวกนี้แบบที่เปิดตู้ออกมาแล้วพบว่ามันมีแบบนับชิ้นไม่ถ้วน และแต่ละอย่างก็เดาไม่ออกเลยว่ามันจะเอามาใช้ยังไงตอนไหนเรนอยู่ในสภาพที่ไม่เหลือเสื้อผ้าเลยสักชิ้น ตาคู่สวยถูกคาดปิดด้วยเนกไท สองมือก็ถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยสายรัดแบบผ้าหนังผูกติดกับหัวเข่าที่งอขึ้นมาและกางออกจนเปิดเผยทุกสัดส่วนใต้ร่มผ้า“เซ็กซี่ไม่เบา”แอรอนติดกับใบหน้าสวยหวานในตอนที่เค้าได้เจอกับเรนครั้งแรก และจุดนั้นที่ทำให้เขายังเลือกตักตวงความสนุกจากร่างกายของเรนเรื่อยมาก็แค่ยังไม่ได้ยัดของจริงเข้าไป เหลือแค่นั้นจริงๆความคิดที่อยากจะเป็นเจ้าของร่างกายของคนตรงหน้าแบบเบ็ดเสร็จผุดขึ้นมาในหัวของแอรอนไม่หยุดหย่อน นับวันก็จะยิ่งสลัดออกจากความคิดลำบาก แต่เขาก็ยังคงมั่นใจว่ามันเป็นเพียงความคิดชั่ววูบเท่านั้น เขาก็แค่ยังไม่เบื่อ...คนตัวเล็
เรนยังคงทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติ เขาทิ้งช่วงไว้อีกหลายวันถึงได้ใช้วิธีการแบบเดิมโดยการขอเฮียวุธออกไปพักหลังร้าน แล้วเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างแวะไปสอดส่องดูอลัน“เรน ผมนึกว่าผมจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว” อลันพูดเสียงเครือ แต่สายตายังคงล่อกแล่กดูหวาดระแวงสิ่งรอบตัว เขายื่นมือที่ยังคงสั่นเทาออกมารับของยังชีพที่เรนซื้อมาฝากก่อนจะเชื้อเชิญให้เรนเข้าไปในห้อง“ผมอาจจะไม่ได้มาหาคุณบ่อย แต่ผมจะหาทางช่วยคุณแน่นอน อดทนก่อนนะ” เรนพูดพลางกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง เขาไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว แต่จากที่เห็นก็พอจะรู้ว่า อลันยังคงอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นคลุ้ง“ข้างนอกเป็นไงบ้าง พวกมันยังตามเราอยู่มั้ย”“ไม่รู้สิ ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ระวังตัวไว้ก่อนดีที่สุด”“คุณเคยบอกว่าจินไตย์ตายไปแล้ว แต่ทำไมที่ผ่านมาผมถึงรู้สึกว่าเขายังอยู่ บางทีก็เหมือนมีคนแอบซุ่มมองตลอดเวลาจนผมไม่กล้าออกไปไหน พวกมันไม่ยอมปล่อยใครไปจริงๆ ไม่นานมันต้องหาผมเจอแน่”“คุณรู้เหรอว่ามีใครอีกที่อยู่เบื้องหลัง”“ผมก็พอรู้ แต่ผมพูดไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้จะพูดกับใครด้วย ทุกที่มีพวกมันอยู่เต็มไปหมด แม้แต่มือถือผมยังไม่กล้าเปิด เดี๋ยวมันแกะร
หลายวันมานี้เรนยังคงทำตัวตามปกติ เขาไม่ได้กลับไปหาอลันอีกเพราะยังหาจังหวะไม่ได้ และยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครเพราะเขาต้องห่วงสวัสดิภาพตัวเองเหมือนกันถ้าขืนบอกแอรอนไปรับรองได้เลยว่าคงไม่ได้ออกไปเห็นโลกภายนอกอีกนานแต่เพราะเรนรู้ดีว่าความรู้สึกตกนรกทั้งเป็นมันเป็นอย่างไร เขาจึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงแต่อลัน จะว่าไปเขากับอลันถูกกระทำย่ำยีแทบไม่ต่างอะไรกันเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นเรนจึงตั้งใจแน่วแน่ว่ายังไงเขาก็ต้องหาทางช่วยอลันให้ได้ อย่างน้อยก็ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเขามีสายเลือดเดียวกันนั้น ตราบใดที่ไม่หลักฐานยืนยันเขาจะไม่ยังไม่ปักใจเชื่อเด็ดขาดหรือว่าเราควรบอกแอรอนไปเลย?แล้วถ้าบอกแล้วอลันกลายเป็นคนมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับจินไตย์ล่ะ เราจะกลายเป็นคนส่งอลันไปลงนรกอีกรอบหรือเปล่า?“นายจะทำหน้าตลกใส่ฉันไปถึงเมื่อไร”เสียงของแอรอนปลุกให้เรนหลุดออกจากภวังค์จนได้ เรนแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเขานั่งหันหน้าไปทางเจ้าตัว แถมจ้องอีกฝ่ายแบบที่คนทั้งโลกดูก็รู้ว่าตั้งใจจ้องเมื่อรู้ตัวว่าโดนจับได้ เขาถึงได้เปลี่ยนเส้นทางสายตาไปโฟกัสที่อื่นแทน“มีอะไรอยากบอกก็พูดมา ฉันรอฟังอยู่”“ปกติคุณน่าจะ







