เข้าสู่ระบบเฮือก!
เรนสะดุ้งตื่นขึ้นมาในห้องสีขาวสะอาดตา เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ กลับไม่พบอะไรเลยนอกจากเตียงขนาด 3.5 ฟุตโล่ง ๆ กับห้องน้ำที่มีเพียงชักโครกกับอ่างล้างหน้าเท่านั้น
นี่เขายังไม่ตาย?
ร่างกายของเขายังอยู่ครบ แขนขาขยับได้ ติดอย่างเดียวคือข้อมือทั้งสองข้างถูกใส่กุญแจมือล็อกติดไว้กับหัวเตียง ทำให้เขาต้องอยู่ในทางนอนหงาย ทำอะไรไม่ได้นอกจากขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง
“อะไรเนี่ย”
แค่ขยับขาออกจากผ้าห่มก็พบว่าตัวเองล่อนจ้อนไม่มีอะไรสวมเลยสักชิ้น กระทั่งเสียงเปิดประตูดังขึ้น เรนถึงได้รีบใช้ปลายเท้าดึงผ้าขึ้นปิดช่วงล่างแทน
คนที่เดินเข้ามาเป็นสองคนที่จับตัวเขามาในตอนแรก
“พวกแก...”
“ตกใจนักรึไงที่ยังเห็นว่าตัวเองมีชีวิตอยู่”
เสียงที่ยังไม่คุ้นเคยแต่เรนจำได้แม่นว่าเป็นใครดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง เจ้าของร่างสูงเดินตามเข้ามาทีหลัง
“ทำแบบนี้กับผม ต้องการอะไร”
“ฉันชื่อแอรอน ถ้าในหัวของนายกำลังสงสัยว่าฉันเป็นใคร” คนแนะนำตัวเองก่อนเดินเข้าหา สายตาคมมองคนตรงหน้าที่พยายามห่อตัวไว้ใต้ผ้าห่ม แต่แล้วเขาก็ดึงมันทิ้งลงพื้นหน้าตาเฉย
เรนไม่ได้ร้องโวยวาย เขาเพียงกำลังตกใจกับการกระทำที่เดาไม่ได้ของอีกฝ่าย ตอนนี้เขากำลังโป๊ต่อหน้าคนอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่าประสงค์ดีหรือร้าย แต่ดูจากสถานการณ์น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า
อึ่ก......
แก้มนิ่มถูกบีบจนบุ๋มลงอีกครั้ง แอรอนเดินแทรกตัวเข้ามายืนชิดขอบเตียง ใบหน้าของเรนถูกจับให้มองตรงไปที่เขา
“ถ้านายตาย เรื่องมันก็จบไวไปน่ะสิ”
“อ๊ะ! ทำอะไรน่ะ” เรนตวาดลั่นเมื่อจู่ๆ แอรอนก็ตวัดสายตาสั่งให้คนจับขาเขาแยกออก สองขาพยายามจะถีบ แต่ก็โดนจับตรึงไว้ ก่อนที่ก้นของเขาจะถูกล้วงด้วยนิ้วที่สวมถุงมือไว้ก่อนแล้ว
“ฉันก็แค่อยากจะแน่ใจว่านายไม่ได้ซ่อนอะไรผิดกฎหมายไว้ที่ไหนอีก”
“อื๊อออออ” คนเพิ่งฟื้นอยู่ในสภาพงอตัว บิดตัวเองพยายามจะดิ้นให้หลุด “ใครจะไปซ่อนบ้าอะไรในนั้นกัน ปล่อยสิวะ”
ยิ่งดิ้น นิ้วยาวก็ยิ่งสอดเข้าไปลึกกว่าเดิม ดูเหมือนแอรอนจะไม่ได้ต้องการหาของที่ว่าเลย เขาน่าจะสนุกกับการกลั่นแกล้งกันมากกว่า
“อะ เอาออกไป เอานิ้วออกไป ทำบ้าอะไรของแกวะ อ๊าาาาาา”
จุดเดียวที่ลึกพอจะกระตุ้นให้เรนบิดตัวเร่าได้ ก็คือตรงนั้น แอรอนสอดนิ้วจนสุดความยาว ควานหาจุดกระสัน แล้วเขาก็หามันเจอในเวลาไม่นาน
คราวนี้เองที่เรนเริ่มรู้ตัวว่ากำลังโดนอะไร เขากัดฟันพยายามกลั้นเสียงน่าอายเอาไว้ ผู้ชายคนนี้ตั้งใจทำให้เขาอ่อนแอและอับอาย เขาต้องไม่ทำให้ไอ้พวกบ้านี่ได้ใจ
ราวกับรู้ทันความคิด แอรอนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ตอนแรกก็ไม่ได้นึกสนุกอะไรกับคนตรงหน้า แต่ท่าทางไม่ยอมคนทั้งที่ไม่มีทางสู้มันน่าสนใจไม่น้อยสำหรับเขา
“จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ แสดงความอวดดีของนายออกมาเหมือนก่อนหน้านั้นสิ”
แอรอนยังคงชักนิ้วเข้าออก ขณะที่เรนดิ้นเร่า สองคนที่เหลือก็หันไปมองทางอื่นแทน ดูเหมือนสองคนนี้จะช่วยอะไรเขาไม่ได้
“ดูนายจะคุ้นเคยกับทางนี้นะ ตอดนิ้วฉันไม่หยุด”
“แกมันไอ้โรคจิต อื้ิออออ”
ไม่ทันไร เรนก็เริ่มจะหายใจไม่ทัน เขาฟื้นขึ้นมายังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ดันมาเจอกับเรื่องบ้านี่เข้า
“แฮ่กๆ”
“นายครับ หมอบอกว่าอาการของเด็กนี่ยังต้องเฝ้าระวัง ถ้าเกิดเขาหมดสติขึ้นมาอีก...”
“แต่ดูเหมือนเขาจะชอบมากกว่านะ” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ทว่าแอรอนก็ยอมชักนิ้วออก สายตาคมไล่ระดับสายตาจากบนลงล่าง ร่างกายของเด็กคนนี้ดูสะอาดสะอ้าน จะมีก็แต่รอยฟกช้ำจาง ๆ บริเวณหน้าอกที่ถ้าไม่สังเกตุก็แทบมองไม่ออก
“หึ ก็แค่จั๊กจี้นิดหน่อยไม่เห็นจะเป็นไร”
“ไอ้เด็กบ้านี่ ร่อแร่ขนาดนี้ยังจะเถียง นายครับ ปล่อยให้มันตายไปเถอะถ้างั้น” สิงห์ตวาดแทนนายของตน ส่วนเรนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังเจออยู่กับอะไร รู้แต่ว่าเขาไม่มีวันที่จะทำให้พวกมันได้อะไรไป กระทั่งนิ้วถูกสอดกลับเข้าไปอีกครั้ง และคราวนี้แอรอนไม่หยุดมือ เขาควงนิ้วกระหน่ำจนเรนเผลอแอ่นตัวรับ ส่วนปลายหยักที่แข็งขันค่อยๆ ปลดปล่อยเมือกใสออกมา เขายังไม่ถึงขั้นเสร็จกิจ แต่ร่างกายมันตอบสนองไปเอง
“แฮ่กๆ” เรนกัดฟันหลับตาปี๋ เรื่องแย่กว่านี้เขาก็เจอมาแล้ว ทำไมจะทนไม่ได้ แต่ก็ไม่รู้ทำไมร่างกายมันไม่เป็นไปอย่างที่คิด การกระทำที่จาบจ้วงของแอรอนกับคนของเขากำลังทำให้เรนปั่นป่วน
“ไม่คิดจะขอร้องอ้อนวอนกันสักนิดเลยแฮะ ยอมทำเพื่อไอ้จินไตย์ขนาดนี้ มันให้อะไรนายบ้าง”
“พูดบ้าอะไรของแก”
“เรน”
“ไม่ใช่อลันแล้วเหรอ ฮึก...” เรนกัดฟันแน่น เสียงของเขาที่พยายามกลั้นเอาไว้ยังคงอู้อี้และเล็ดรอดออกมาให้ทุกคนได้ยิน อีกฝ่ายยังไม่ยอมถอนมือออก ยังจะเล่นกับช่องทางน้อยๆ ของเขาอยู่ได้
“ถ้าขืนนายยังปากดี รับรองว่าไม่จบแค่นี้แน่”
“จะเอาอะไร....มาต่อรองล่ะ ชีวิตผมงั้นเหรอ....มัน....ไม่สำคัญขนาดนั้นหรอก” อาการที่จู่ๆ ก็เริ่มหายใจติดขัดของเรนไม่ได้ทำให้แอรอนหยุดมือ หากศัตรูเผยความอ่อนแอ เขาย่อมต้องรีบลงมือเค้นความจริง
“นายเป็นน้องรักของจินไตย์ไม่ใช่รึไง” คำพูดประโยคนี้เองที่จู่ๆ ก็ทำให้เรนสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่เคยเป็นน้องรักของจินไตย์ ไม่เคยเป็นที่รักของใครทั้งนั้น ราวกับถูกจี้จุด ก็เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริงทำให้เขาโต้เถียงอย่างไม่ยอมลดละ
“มีคนบอกแกแบบนั้นเหรอ ละ...ไล่ออกให้หมดเลยนะ สายของแกสืบอะไรมา....ไม่เห็นจะได้เรื่องเลยสักคน เป็นนายประสาอะไร หูเบาชะมัด อ๊า....จะ เจ็บนะเว้ย ไอ้บ้า”
จากสามนิ้วเริ่มจะแทรกนิ้วที่สี่เข้าไป กะทันหัน แค่นี้มันก็คับจนแทบจะปริอยู่แล้ว เรนหมดเรี่ยวแรงที่จะตอบโต้ จากที่กำลังดิ้นหวังจะถีบให้คนพวกนี้ออกห่าง เขาทำได้เพียงหลับตาปล่อยปล่อยตามยถากรรม ตอนนี้เรนแทบไม่หลงเหลือสติ ดวงตาของเขาเหลือกลอยมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากแสงสีขาว
“นายครับ คุณบารมีมารออยู่ที่ห้องแล้ว” ลูกน้องคนหนึ่งเดินมากระซิบบอกกับแอรอน
“ออกไปก่อน”
แค่แอรอนเอ่ยปาก ทุกคนก็พร้อมทำตามคำสั่ง ขาของเรนได้อิสระอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่เหลือแรงดิ้นอีกแล้ว
“ในเมื่อนายไม่ได้ต้องการความเห็นใจ ฉันก็จะตามใจนายเอง” จู่ๆ แอรอนก็หยิบของบางอย่างออกมา มันมีความยาวประมาณนิ้วก้อย ลักษณะเป็นวงรีผิวเรียบเนียน แล้วยัดมันเข้าไปในก้นของเขา
“อึก...อือออออ” แค่กลืนน้ำลายก็ยากลำบากแล้ว ไอ้ของที่ถูกใส่เข้ามามันกำลังสั่นหยอกล้อกับภายในของเขา
“นี่รึเปล่าความจั๊กจี้นิดหน่อยที่นายพูดถึง” พูดแล้วก็ยังเอาบางอย่างมารัดที่ปลายหยักที่กำลังแข็งตัวตั้งขึ้น ใช้จุกเล็กๆ ปักปิดลงบนทางออกของของเหลว “หวังว่านายจะชอบ”
ยังไม่สาแก่ใจ เรนยังถูกเอาเทปปิดปากไว้อีก
“อื้ออออออ”
รีโมตบังคับอยู่ในมือของร่างสูง เจ้าตัวกดเปิดระบบสั่น แล้วก็เดินออกจากห้องไป เมื่อประตูห้องปิดลง เสียงอูอี้ของเรนก็ทำงานแทนทุกอย่าง
เรนยังคงใจแข็งไม่ยอมกลับไปอยู่เพนต์เฮาส์ของแอรอน เขาเลือกที่จะอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนอะไรหลายอย่าง การเลือกเส้นทางชีวิต หากก้าวพลาดแม้แต่นิดเดียว อาจทำสูญเสียตัวตนของตัวเองไปตลอดกาล และการไม่เป็นตัวของตัวเองนี่แหละที่น่ากลัว เรนไม่ต้องการแบบนั้น“คุณจะพาผมไปไหนอีกแล้ว วันนี้ผมจะไปสมัครงานนะ ไหนบอกจะส่งผมลงป้ายรถเมล์ตรงนั้นไง”พอเขาเริ่มเชื่อใจ แอรอนก็ทำแบบนี้อีกแล้วกว่าสองชั่วโมงที่แอรอนขับรถพาเขาออกนอกเส้นทาง ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ เรนโมโหจนไม่อยากคุยด้วย เขานิ่งเงียบไปตลอดทางรถยนต์แล่นเข้าสู่ตัวเมืองชายทะเลที่เงียบสงบ ลมพัดเอากลิ่นไอทะเลจางๆ เข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เรน นั่งมองทิวทัศน์ด้วยความสงสัย เขาไม่รู้ว่าแอรอนจะพาเขาไปไหน จนกระทั่งรถหยุดลงหน้าบ้านสวนหลังเล็กที่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา“ที่นี่ที่ไหนครับ” เรนถามพลางมองรั้วไม้ที่มีดอกไม้สีสดใสเลื้อยพันอยู่“ที่ที่ความดีของนายถูกเก็บรักษาไว้ไง” แอรอนตอบสั้นๆ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากที่เรนเริ่มจะคุ้นตาทันทีที่ก้าวลงจากรถ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็วิ่งรัวมาตามทางเดินสั้นๆ ในสวน พร้อมเสียงเจื้อยแจ้วที่ทำให้หัวใจของเรนหยุดเต้นไปชั่วขณะ“พี่เรน
“เรน! กูนึกว่าจะไม่ได้เจอมึงอีกแล้วนะ ไอ้หนวดนั่นมันชอบประชดกู ถามกี่ที่ก็ไม่ได้คำตอบอะไร โคตรกวนตีน” เซนต์เอ่ยเสียงใส ในสายตาของเรน เซนต์ดูดีขึ้นมากเทียบกับที่แยกจากกันคราวก่อน “ที่นี่ปลอดภัยมาก หมอก็มาดูอาการให้กูทุกวันจนหายดีแล้ว ต้องขอบคุณคุณบารมีที่ช่วยพวกเราไว้”ในขณะที่เรนกำลังคุยกับเซนต์ บารมี นายตำรวจตงฉินที่เป็นพันธมิตรกับแอรอนมาตลอดก็เดินเข้ามาในห้อง เรนรีบเดินเข้าไปหาเขาพร้อมพนมมือไหว้ด้วยความซาบซึ้ง“คุณบารมีครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยจัดการเรื่องเซฟเฮาส์และคอยดูแลพี่เซนต์กับคุณลุง ถ้าไม่มีคุณ แอรอนก็คงทำอะไรลำบากกว่านี้”บารมีชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคอ เขาเหลือบมองแอรอนที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้อง ก่อนจะหันมามองเรนด้วยสายตาจริงจัง“เข้าใจผิดแล้วล่ะเรน” บารมีเอ่ยขึ้นพลางตบบ่าเรนเบาๆ “ผมเป็นแค่คนช่วยอำนวยความสะดวกเท่านั้นแหละ คนที่จัดการหาที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่สุด จ้างทีมอารักขานอกเครื่องแบบ 24 ชั่วโมง และออกค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้เพื่อนของคุณ คือแอรอนต่างหาก”เรนอึ้งจนพูดไม่ออก “แต่วันนั้น เขาบอกผมว่าเขาทำเพราะต้องช่วยคุณ”“เขาก็พูดไปงั้นแหละ เพราะกลัวว่าถ้านายรู้ว่า
เย็นวันนั้นอากาศในห้องเช่าค่อนข้างอบอ้าว เรนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนตัวโคร่ง เขาชะงักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของแอรอนนั่งอยู่บนม้านั่งหน้าห้องที่เดิมแต่สิ่งที่ทำให้เรนต้องขยี้ตาซ้ำ คือชุดที่แอรอนใส่...นักธุรกิจหนุ่มที่ปกติจะใส่สูทอิตาเลียนสุดเนี้ยบ ต่อให้อยู่ในชุดลำลองก็ยังดูดีไม่ต่างจากนายแบบ ตอนนี้กลับสวมเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ลายกราฟิกสีนีออนแสบตากับกางเกงขาสั้นผ้าเจอร์ซีย์ที่ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นสตรีทแฟชั่นหลงยุค“คุณ... คุณใส่อะไรของคุณน่ะ” เรนถามพลางกลั้นขำจนหน้าแดงเขาสมองกลับไปแล้วรึไง“คริสบอกว่า...วัยรุ่นสมัยนี้เขาใส่กันแบบนี้ แล้วคนที่ตึกนี้ก็แต่งตัวง่าย ๆ แนวนี้ ฉันจะแต่งตัวแปลกแยกให้อึดอัดสายตาผู้คนไปทำไม” แอรอนตอบด้วยสีหน้าจริงจังขัดกับสีสันของชุดที่สวมใส่“แล้วนั่น...คุณจะทำอะไร” เรนมองไปที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่มีแอปเปิ้ลวางอยู่สามสี่ลูก ทุกวันแอรอนจะขนอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมายมาอยู่ที่หน้าห้องของเรน ไม่สนว่าใครจะผ่านไปมาและมองเขายังไง แต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ยังคงมีมาดสุขุมและเค้าโครงใบหน้าที่ดูดีทำให้คนที่ผ่านไปมาคิดไปเพียงว่ามันเป็นรสนิยมของเขาเท่านั้น“วันนี้ฉ
ภายในห้อง ICU ของโรงพยาบาลชั้นนำ กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงจังหวะการทำงานของเครื่องช่วยหายใจดังประสานกันอย่างสม่ำเสมอ ร่างของเรนนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด ใบหน้าที่เคยดื้อรั้นบัดนี้ซีดเซียวจนเกือบเป็นสีเดียวกับหมอน สายระโยงระยางและรอยเข็มที่ต้นแขนจากการถูกฉีดยาเสพติดเกินขนาดคือตราบาปที่ย้ำเตือนแอรอนทุกครั้งที่มองเรนเกือบตายก็เพราะเขาแอรอนนั่งอยู่ข้างเตียง มือหนากุมมือที่ผอมบางและเย็นเฉียบของเรนไว้แน่น เขาไม่สนว่าเสื้อสูทราคาแพงจะยับยู่ยี่ หรือใบหน้าของเขาจะดูอิดโรยเพียงใดจากการไม่ได้พักผ่อนมาตลอดครึ่งเดือน“14 วันแล้วนะเรน..." แอรอนกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า “นายนี่มันดื้อจริงๆ ขนาดฉันสั่งให้ตื่น นายยังกล้าขัดคำสั่งฉันอีก”สายตาของแอรอนทอดมองเครื่องวัดสัญญาณชีพที่แสดงเส้นกราฟการหายใจที่ผิดปกติเป็นระยะ ปอดของเรนเสียหายอย่างหนักจากการผลกระทบที่ต่อเนื่องมาจากในอดีตและฤทธิ์ยาที่กดประสาทจนระบบหายใจเกือบหยุดทำงานในคืนนั้นในขณะที่กลางวันแอรอนคือชายหนุ่มที่นั่งเฝ้าเรนด้วยความหวัง แต่กลางคืนเขาคือมัจจุราชที่ไล่ล่ากวาดล้างซากเดนที่เหลือของจินไตย์กับพรรคพวกอย่างไม่ปรานีโกดังร้างที่ห้องเก็บ
ซ่า!ร่างเปลือยเปล่าของจินไตย์ถูกตรึงแขวนกับผนังในท่าที่เขาทิ้งตัวแล้วเข่าแตะไม่ถึงพื้น เขาถูกปลุกขึ้นมาด้วยน้ำผสมน้ำแข็งที่เย็นเฉียบในห้องเก็บเสียงที่ไม่ว่าจะแหกปากตะโกนลั่นแค่ไหนก็ไม่มีใครด้านนอกได้ยิน“อึ่ก...โอ๊ย! ไอ้เหี้ย มึงทำอะไรกับกูวะ ปล่อยกูสิวะ” แค่เห็นสภาพตัวเองจินไตย์ก็แทบรับไม่ได้ หลังจากที่ลืมตาขึ้นเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ท่างกลางกล้องมากมายที่กำลังบันทึกภาพและวีดีโออันน่าทุเรศของเขา ทั้งมือและหัวไหล่ที่บาดเจ็บตอนนี้ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว มีการพันแผลด้วยผ้าพันแผลสีขาวดูสะอาดตา แต่กระสุนที่ฝังอยู่ไม่ได้ถูกเอาออกแต่อย่างใด“มึงชอบอะไรแบบนี้ไม่ใช่รึไง” เป็นแอรอนที่ตอบคำถามนั้นด้วยคำถามอีกที เขายังไม่พร้อมให้จินไตย์ตาย แต่ก็ไม่พร้อมที่จะให้เรนมาเผชิญหน้าและสะสางปมในใจกับคนระยำพรรค์นี้ “แย่หน่อยนะที่มันอาจจะไม่ใช่พวกสี่แยกไฟแดงหรือไม่ก็หน้ารัฐสภาอะไรพวกนี้ แต่กูไม่ทำให้มึงผิดหวังหรอก อีกไม่นานมันก็คงเกลื่อนเนตแล้ว”จินไตย์ถึงกับถลึงตา เขาพยายามจะขยับตัว แต่แผลที่หัวไหล่นั่นก็สะเทือนจนต้องนิ่งแทน สองขาที่ไม่ได้ใช้การมานานหลายชั่วโมงเพราะสลบตัวห้อยโหนอยู่กับกำแพงกลับมายืน
อาคารที่ถูกทิ้งร้างมานานเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ มีทั้งกลิ่นอับและอากาศร้อนอบอ้าว แต่กลับเป็นที่ที่ฟรานซ์กับพรรคพวกเลือกใช้เพื่อกบดานมาตลอด เขามีรายชื่อติดโผในกลุ่มนักค้ายารายใหญ่ที่กำลังถูกตามล่าตัวจากตำรวจและต้องหนีมาตั้งหลักเพื่อหาทางออก แสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังคอนกรีตไม่ได้ช่วยให้ความมืดมิดจางหายไป ฟรานซ์ยืนกอดอกมองดูผลงานของลูกน้องด้วยสายตาวาวโรจน์เรนถูกลากลงจากรถตู้สีดำสนิทไร้ป้ายทะเบียน ร่างกายที่เพิ่งจะดีขี้นแต่ไม่เต็มร้อยเมื่อถูกดึงกระชากไปมาก็แทบไม่มีแรงทรงตัว เขาถูกผลักล้มลงบนพื้นคอนกรีตที่สกปรก ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายเข้าตาและจมูกจนเขาไอโขลกออกมาอย่างน่าเวทนา“ปล่อยกู พวกมึงเป็นใคร” เสียงของเรนแผ่วเบาและสั่นพร่า เขาพยายามจะคลานหนีแต่กลับถูกลูกน้องของฟรานซ์กระชากผมจนแทบหงายหลัง“หึ! ก่อนหน้ามึงยังเรียกชื่อกูถูกอยู่เลยไอ้เด็กเมื่อวานซืน” ฟรานซ์กับเรนเคยเจอหน้ากันเพียงครั้งเดียวเมื่อตอนงานฉลองที่จินไตย์ได้เข้าปาร์ตี้ลิสต์ จริงๆ แล้วฟรานซ์คือชื่อในวงการยาเสพติดเท่านั้น แท้ที่จริงไม่มีใครรู้ว่าตัวตนของเขาเป็นใครกันแน่“คนโสโครกอย่างพวกมึงใครจะไปจำวะ”“หุบปาก! ถ้ามึงไม่
[6 ปีก่อน]“พ่อ อย่าตีเรนเลย เรนยอมแล้ว”“ยอมเหรอ ที่ก่อนหน้าทำไมแกไม่คิด หา! ไอ้เด็กเวร ไปเดินตัดหน้าท่านรองแบบนั้น คิดจะทำอะไร”“เรนไม่ได้ตั้งใจนะพ่อ พี่จินไตย์ให้เรนเอาน้ำเข้าไปเสิร์ฟ”“ไม่ต้องมาแก้ตัว ใครใช้ให้แกเสนอหน้าเข้าไปแบบนั้นกัน แต่งตัวซอมซ่อยังกล้าทะเล่อทะล่าเข้าไป แกไม่รู้รึไงว่าทำฉัน
“อึก...”ไม่รู้ต้องอยู่กับไอ้ของแปลกปลอมนี่นานแค่ไหน แต่เรนรู้แล้วว่าความรู้สึกของอาการใจจะขาดแต่ก็ไม่ขาดมันทรมานสิ้นดี ร้องก็ไม่ได้ ขยับทีก็สะดุ้ง ครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมดอาการที่เป็นอยู่ทำให้เรนเหมือนคนหูดับ ตาลายไม่ได้รับรู้ถึงความเป็นไปของสิ่งรอบข้างจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักคนที่เดิน
การอดหลับอดนอนและร่างกายที่อิดโรยจากการโหมทำงานหามรุ่งหามค่ำมาเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายของเรนอ่อนแอไม่น้อย และเพิ่งจะมารู้ตัวเอาก็วันนี้ ภายใต้ความคับแคบท้ายรถ นอกจากกลิ่นอับชื้นและมวลอากาศที่แสนบางเบา ยังมีละอองฝุ่นเล็กๆ ที่เขาสูดเข้าปอดไปเต็มๆ ไม่นานก็ไอแล้วสำลักไม่หยุด เลือดกำเดากำลังไหลออกทางโพร
อึ่ก!!“คุกเข่าไอ้ขยะถ้าไม่อยากตายตรงนี้ก็ทำตัวว่าง่าย” ปลายกระบอกปืนจ่อติดอยู่กับท้ายทอยของร่างเล็กที่ถูกถีบจากทางด้านหลังจนขาพับยวบลงกับพื้นห้องน้ำ เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มยังคงดึงความสนใจจากนักท่องราตรีใน RJK คลับได้เป็นอย่างดี ได้ดี ในขณะที่คนอีกกลุ่มกำลังจัดการคนบางคนในมุมมืดอย่างเงียบๆ‘เรน’ ม



![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![[แบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบระดับ SS]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
