Share

ตอนที่ 5 เงาเสียงใต้หล้า

last update Huling Na-update: 2026-01-14 20:09:50

ตอนที่ 5 เงาเสียงใต้หล้า

เมืองหลวงจิ้งหลัวในยามสายงดงามดังภาพวาด แสงแดดอาบไล้หลังคาอาคารไม้ ท้องฟ้าสีครามสว่างราวถักทอจากไหมวับวาว

ผู้คนเดินขวักไขว่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไร้กังวล ราวกับไม่มีเงามืดใดแฝงอยู่ใต้เท้า โรงเตี๊ยม ร้านค้า และแผงลอยริมถนน

ไม่ใช่เพียงสถานที่กินดื่มหรือซื้อขาย แต่คือศูนย์รวมของ คำเล่า ข่าวลือ และการตัดสิน และในวันนี้ ไม่มีเรื่องใดถูกพูดถึงมากไปกว่า

ตระกูลเซี่ย ข่าวอัปยศเริ่มต้นจากหน้าจวนบ้านรอง แพร่กระจายเหมือนไฟลามทุ่ง

“ข้าเห็นมากับตา เมื่อวานคุณหนูบ้านรอง หลิวอวี้เหวินถูกตบกลางตลาด!”  เสียงหนึ่งดังขึ้นในโรงเตี๊ยมเล็ก ช้อนในมือผู้ฟังหยุดกลางอากาศทันที

“ใช่แค่ตบที่ไหนเล่า ยังด่าว่าไปยั่วยวนคุณชายที่มีคู่หมั้นแล้วอีก!”  เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบด้าน คนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วขยับเก้าอี้ คนที่เดินผ่านหยุดฟัง

คนที่ไม่รู้เรื่อง…อยากรู้ เพียงไม่กี่ลมหายใจ กลุ่มคนก็ขยายตัว

อีกฟากหนึ่งของถนนใต้ชายคาร้านขายผ้ามีวงสนทนาใหม่ก่อตัวขึ้น

“ช่างน่าสงสารจริง วันเดียวเกิดเรื่องใหญ่ถึงสองเรื่องในตระกูลเดียวกัน”

“สองเรื่อง?”

“เจ้าว่ามาเร็ว ข้าเมื่อวานกลับบ้านก่อน ยังไม่ทันรู้เรื่อง!”

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งขยับตัวนั่งตรงจับเคราตนเองอย่างภูมิใจ ราวได้เวทีของตน

“ท่านแม่ทัพใหญ่เซี่ยน่ะสิถูกศาลต้าหลี่ส่งทหารมาคุมตัวถึงหน้าจวนข้าอยู่แถวนั้น ยังไม่เคยเห็นการจับกุมที่เอิกเกริกเช่นนี้มาก่อน!”

คำว่า ศาลต้าหลี่ทำให้บรรยากาศหนักลงทันทีการเล่าเริ่มถูกแต่งเติมสีสันถูกใส่รายละเอียดงอกงามเกินความจริง

“ข้าได้ยินมาว่าเป็นคดีกบฏ!”

“แม่ทัพจะกบฏได้อย่างไร?”

“ก็เพราะลูกสาวนั่นแหละ!”

หญิงสาวผู้หนึ่งที่แต่งกายดีกว่าชาวบ้านทั่วไป ถือห่อผ้าแนบอก ก้าวเข้ามาในวง น้ำเสียงแน่ใจเสียยิ่งกว่าเจ้าของเรื่อง

“ข้าได้ข่าวมาว่า คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยเขียนจดหมาย ขอทหารสองร้อยนายไว้เป็นกำลังส่วนตัว!”

เสียงสูดลมหายใจดังพร้อมกัน หลายคนเอามือทาบอก บางคนถึงกับสบถ

“สตรีอะไรบังอาจถึงเพียงนี้!”

“นี่มันคิดตั้งตนเป็นใหญ่เหนือราชสำนักหรือ!”

จากนั้นชื่อของ เซี่ยหลัวเยี่ยน ก็กลายเป็นศูนย์กลางของทุกคำพูดไม่ใช่ในทางดี ไม่เหลือพื้นที่ให้ความสงสัย

“ข้ารู้อยู่แล้วว่านางไม่ธรรมดา” หญิงชราผู้หนึ่งกล่าวอย่างคันปาก

“ร้ายกาจมาตั้งแต่เด็ก กดขี่ญาติผู้น้องไม่เว้นแม้แต่ในวัง!”  ผู้ฟังเริ่มเอนเอียงพร้อมจะเชื่อ

“เช่นนั้นหรือ?”

“เล่ามาเร็ว ๆ สิ!”

แรงกระตุ้นทวีคูณเพราะทุกคนต้องการ “ตัวร้าย” เพื่อให้เรื่องราวสมบูรณ์

“นางชนคุณหนูบ้านรองล้มกลางงานเลี้ยง ไม่เพียงไม่ขอโทษ ยังให้อีกฝ่ายเช็ดชาที่กระเด็นเปื้อนเท้านาง!”

คำเล่านั้นถูกกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ราวกับผู้พูดอยู่ในเหตุการณ์ เสียงฮือฮาดังลั่น คำด่าทอสาดซัดราวฝนในโลกของข่าวลือไม่จำเป็นต้องมีความจริง

ขอเพียงมีคนเชื่อและเพื่อให้เรื่องราวสมบูรณ์ต้องมีผู้ร้าย…และเหยื่อดังนั้นบทบาทของ หลิวอวี้เหวินจึงถูกกำหนดขึ้นอย่างง่ายดาย

“น่าสงสารคุณหนูบ้านรองจริง ๆ”

“ดูอ่อนโยนขนาดนั้น ยังต้องมาโดนกลั่นแกล้งอีก”

ความสงสารถูกแจกจ่ายโดยไม่ต้องถามเจ้าตัว

คุณหนูใหญ่—ตัวอัปมงคล

คุณหนูบ้านรอง—เหยื่อผู้น่าเวทนา

เรื่องเล่าที่ชาวบ้านชื่นชอบเพราะมันง่ายและทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองอยู่ฝ่ายถูกต้องเสียงร่ำลือเมื่อหนาหูย่อมไหลเข้าสู่วังหลวงเร็วยิ่งกว่าสายลมฤดูใบไม้ผลิ ในวัง เขาเรียกมันอย่างสุภาพว่า รับฟังเสียงใต้หล้า ตำหนักฮองเฮาโอ่อ่าด้วยเครื่องทอง เสาฉลุลายวิจิตร เพดานสูงตระหง่าน

ทุกสิ่งสะท้อนอำนาจและฐานะ ขันทีคนสนิทก้าวเข้ามา ก้มศีรษะกระซิบรายงานข่าว ฮองเฮาทรงนิ่ง พระพักตร์สงบ แต่พระทัยกลับขุ่นมัว

เด็กสาวผู้นั้น…ฉลาดเกินไป อ่านคนขาด กล้าคิด กล้าตัดสิน คุณสมบัติเช่นนี้ หากอยู่ผิดฝั่ง ก็ไม่ต่างจากคมมีด พระองค์ทรงรู้ดี ชาวบ้านเห็นเพียงปลายเหตุ ไม่เคยมองเบื้องหลัง เซี่ยหลัวเยี่ยน น่าใช้แต่ก็น่ากลัวหากต้องยื่นมือช่วยผลตอบแทนอาจไม่คุ้มความเสี่ยงสุดท้ายฮองเฮาจึงเลือก วางเฉย

หมากตัวหนึ่งถูกปล่อยทิ้งแต่กลับมีผู้เก็บมันขึ้นมาตั้งแต่ต้นตำหนักตะวันออกองค์รัชทายาทโม่จิ่งเหิงทอดพระเนตรสระบัวแววตาเย็นเฉียบ

“ท่านแม่ทัพไม่ยอมรับสารภาพ” หลิวจิ้งเหยียนรายงาน

“ยังยืนกรานจะขอพบฮ่องเต้”

“โง่” โม่จิ่งเหิงแค่นเสียง

“ความซื่อสัตย์ไม่เคยชนะการเมือง” พระองค์ทรงยิ้มบาง

“ถึงเดี๋ยวนี้เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ใครเป็นคนแทงเขาจากด้านหลัง” พระเนตรทอดไกล

“เสด็จพ่อจะช่วยหรือไม่ ก็ต้องถามเสด็จแม่ และฟังอัครเสนาบดี”  โม่จิ่งเหิงหัวเราะในลำคอ

“เจ้าว่าข้าควรบอกความจริงเขาดีหรือบีบให้เขาเลือกทางเอง”  หลิวจิ้งเหยียนก้มศีรษะ

“แล้วแต่พระองค์”

“เจ้าก็เป็นแบบนี้เสมอ”  รัชทายาทส่ายหน้า

“ไม่เคยช่วยข้าคิด แต่ก็ดี…”  พระองค์หยิบจดหมายขึ้น

“นำไปให้แม่ทัพเซี่ยเขาจะไม่มีทางเลือกอื่น”  จากนั้นตรัสสั่งเสียงเรียบ

“พรุ่งนี้นำตัวเซี่ยหลัวเยี่ยนมาพบข้าด้านหลังศาลต้าหลี่”   หมากทุกตัวเริ่มถูกจัดวางแ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status