สามีลูกสุนัขเช่นเจ้า ข้าไม่เอาอีกแล้ว!

สามีลูกสุนัขเช่นเจ้า ข้าไม่เอาอีกแล้ว!

last updateDernière mise à jour : 2025-10-17
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
15Chapitres
913Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ในวันที่ถูกตราหน้าว่าเป็นภรรยาอกตัญญูและถูกขับออกจากตระกูลสามี ‘หลี่ชิงอี’ ไม่ได้หลั่งน้ำตาแม้สักหยด นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การลงทัณฑ์ แต่คือการปลดเปลื้องพันธนาการจากขุมนรก หนังสือหย่าที่เขียนด้วยโลหิตของนางเสมือนคำประกาศอิสรภาพที่แลกมาด้วยความเจ็บปวด บัดนี้นางไม่หลงเหลือสิ่งใด นอกจากสองมืออันว่างเปล่าและวิชาปักผ้าโอสถอันเป็นมรดกจากตระกูลเดิม นางสาบานว่าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาข่มเหงรังแกได้อีก และจะใช้ความสามารถนี้สร้างเส้นทางชีวิตของตนเองขึ้นมาใหม่ ท่ามกลางชีวิตที่กำลังเริ่มต้นของแผงค้าเล็ก ๆ ท้ายตลาด นางไม่เคยรู้เลยว่าบุรุษลึกลับผู้เย็นชาที่มักจะแวะเวียนมาซื้อสินค้าของนางบ่อยครั้ง แท้จริงแล้วคือ ‘เซียวจิ่นเหยียน’ แม่ทัพใหญ่เจ้าของฉายาพยัคฆ์แห่งแดนเหนือผู้กุมชะตาชีวิตคนทั้งใต้หล้า!

Voir plus

Chapitre 1

๐๑ ชีวิตมืดมนในสกุลสวี่

「サインを」

頭上から、冷たく低い声が響いた。目の前に突きつけられたのは、一枚の離婚届。静沢水琴(しずさわ みこと)はわずかに目を見張り、黙って鷹司臣(たかつかさ じん)を見上げると、乾いた笑みを浮かべた。

ああ、そういうことだったのね。

どうりで今朝、珍しく電話をかけてきたわけだ。今夜は帰る、話がある、と。

一日中、胸を躍らせていたというのに、彼が伝えたかったこととは、これだったなんて……

三年に及んだ結婚生活も、これで終わり。

水琴は無言で離婚届を受け取ると、その紙を握る手にぐっと力が入る。しばし黙り込んだ後、掠れた声で尋ねた。「……どうしても、離婚しなきゃだめ?」

臣はわずかに眉をひそめ、目の前に立つ女を値踏みするように見た。三年間、「鷹司夫人」であった女を。

部屋の片付けを終えたばかりなのだろう。白い額には汗が滲み、目には隠しきれない疲労と戸惑いの色が浮かんでいる。化粧気のない素顔には、分厚い眼鏡。

優しくて素朴だが、退屈な女。

そんな、どこにでもいるような冴えない女が、三年間も鷹司夫人の座にいたのだ。

臣はゆっくりと視線を外し、手にしていた煙草を灰皿に押し付けた。その声は淡々としていたが、有無を言わせぬ響きを帯びている。「サインしろ。彼女が帰ってきたんだ。勘違いされたくない」

水琴は息を飲む。舌の奥が、きゅっと苦くなった。臣の言う『彼女』が誰なのか、水琴にはすぐに分かった。

月城紗夜(つきしろ さや)。臣にとっての初恋の相手であり、忘れられない唯一の女性。

彼女の存在が、二人の結婚を名ばかりのものにしていた。この三年間、臣は紗夜のために、水琴に一度も触れようとはしなかったのだから。

水琴が同意をためらっているとでも思ったのか、臣は彼女を見つめたまま、淡々とした声で言葉を続けた。「協議離婚だ。君の学歴では、この先の生活も心許ないだろう。慰謝料として、この屋敷とは別に所有する都内のマンション数件と車を君に譲る。加えて、現金で十六億円を支払おう」

もともとこの結婚は、臣の祖父である鷹司家当主を納得させるためだけのものだった。そのため、婚前契約も交わしている。臣が提示した条件は、本来彼女が受け取るべき額を遥かに上回っていた。

臣は水琴を好いてはいなかったが、この三年間、彼女が妻としての務めを完璧にこなしてきたことは認めている。上乗せした分は、その労苦への対価のつもりだった。それに、高卒の女が一人で生きていくには、金がいるだろうという考えもあった。

水琴は彼の言わんとすることを理解し、離婚届にさっと目を通す。そして、ゆっくりと頷いた。「……わかったわ。それで合意します」

彼女はペンを手に取ると、一切の迷いなく、流れるような筆致で自らの名を書き記した。そして臣を見上げる。分厚いレンズの奥の瞳は、どこか遠くを見つめているようで、その眼差しに浮かぶのが苦さなのか、それとも諦めなのかは判然としなかった。

「安心して。二、三日のうちには出ていくから。あなたたちの邪魔はしないわ」

臣は頷く。「この三年間、ご苦労だった」

どれほど退屈で、面白みのない、平凡な女であったとしても、水琴が『合格点の妻』であったことは、彼も認めざるを得ない。

この数年、彼女は鷹司家の人間すべてに、献身的に尽くしてきた。彼女が家庭を完璧に守ってくれていたからこそ、自分は何の憂いもなく仕事に邁進できたのだ。

だが、愛情だけは、どうにもならなかった。

水琴は、彼の言葉がおかしくてたまらなかった。臣のために尽くし、三年間という貴重な時間を捧げた結果、返ってきたのは、たった一言「ご苦労だった」だけ。

臣は彼女の瞳の奥に宿った嘲りを気にも留めず、サイン済みの離婚届を受け取った。その時、アシスタントから電話が入る。彼は水琴に一瞥をくれると、事務的に言い放った。「会社で急用だ。何か手伝いが必要なら、中村さんに頼んでくれ」

水琴は、こくりと頷いた。

臣が書斎から出てくると、リビングで待っていた母の鷹司佳乃(たかつかさ よしの)が、緊張した面持ちで彼に歩み寄った。

「どうだったの、あの子、サインはしたの?」

臣はわずかに眉をひそめたものの、静かに頷いた。

佳乃は心底ほっとしたように息をつくと、嬉しそうに何度も頷いた。「そう、よかったわ。本当によかった。あの子が嫁に来てからこの三年、母さんはずっと気が気じゃなかったのよ。他のことはともかく、三年も経つのに子ども一人産まないし、いつも俯いて黙り込んで、何を考えているのかわからないんだもの。裏で何を企んでいることやら」

臣は何も言わなかった。

佳乃はため息をつき、言葉を続ける。「そもそも、お祖父様が無理にあなたとあの子を結婚させようとした時から、母さんは反対だったの。両親もいない、小林家に居候させてもらっていたような孤児の、どこがいいっていうのかしら。でも、もう大丈夫。あなたが離婚して、紗夜さんと再婚してくれれば、母さんもやっと肩の荷が下りるわ。あなたには、紗夜さんのような素晴らしいお嫁さんこそが相応しいのよ」

そばにいた妹の鷹司雅(たかつかさ みやび)も、ぱっと顔を輝かせて頷いた。「本当にそうよ、お兄様。あんな人がお義姉様だなんて、恥ずかしくて仕方なかったわ。でも、これからは大丈夫。紗夜さんがお義姉様になってくれたら、周りからどれだけ羨ましがられるか……想像するだけでワクワクしちゃう」

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เป็นนิยายสั้นที่สนุกมากค่ะ
2026-05-24 14:01:28
0
0
15
๐๑ ชีวิตมืดมนในสกุลสวี่
ยามเหม่า[1] ของปลายเดือนสิบเอ็ดในรัชศกจิ่งหยวนปีที่ห้า ม่านหมอกยามรัตติกาลยังคงทอดตัวยาวเหยียด ปกคลุมทั่วทั้งผืนเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ไว้ด้วยความหนาวเหน็บเยือกเย็น อากาศคมกริบดุจใบมีดบาดลึกเข้าสู่ผิวเนื้อ ลมหนาวหอบหนึ่งพัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ปลุก ‘หลี่ชิงอี’ ให้ตื่นจากนิทราอันแสนสั้นและไม่เคยเต็มอิ่มนางหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงไม้แข็งกระด้างนั้นอย่างเงียบเชียบ ร่างกายบอบบางสวมใส่เพียงเสื้อผ้าผ้าป่านเนื้อหยาบที่ผ่านการปะชุนมานับครั้งไม่ถ้วน ความเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าจับกระดูกทุกข้อต่อ แต่นางไม่มีเวลาแม้แต่จะสั่นเทา วันใหม่ของนางในฐานะสะใภ้ตระกูลสวี่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมาตลอดสามปีเต็มเสียงไก่ยังไม่ทันขัน แสงตะวันยังหลบเร้นอยู่หลังทิวเขา แต่ร่างของหลี่ชิงอีกลับเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้แล้ว นางรีบเดินไปยังท้ายครัว พลางคว้าถังไม้สองใบขึ้นบ่าแล้วมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำท้ายหมู่บ้าน คานหาบกดทับลงบนบ่าเล็กจนเกิดรอยแดงช้ำ น้ำหนักของน้ำที่เต็มเปี่ยมถังทำให้ทุกย่างก้าวของชิงอีหนักอึ้งราวกับเหยียบอยู่บนภูเขาไท่ซาน นางหาบน้ำไปกลับอย
Read More
๐๒ ไม่สำนึกบุญคุณ
อีกสามวันถัดมา ณ ยามเซิน[1] ในที่สุดหลี่ชิงอีก็ปักเข็มสุดท้ายลงบนภาพกิเลนหมื่นมงคลของตนเองจนเสร็จสมบูรณ์ นางใช้กรรไกรเล่มเล็กตัดปลายด้ายเส้นสุดท้ายออกอย่างประณีตบรรจง ลมหายใจที่กลั้นไว้ถูกผ่อนออกมาอย่างโล่งอก ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดครึ่งปีดูจะมลายหายไปในบัดดลนางยกสะดึงขึ้นชมผลงานชิ้นเอกของตนเองภายใต้แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่าง กิเลนบนผืนผ้าไหมสีแดงสดดูราวกับจะมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ เกล็ดสีทองสะท้อนแสงเป็นประกายวาววับราวกับทองคำบริสุทธิ์ แววตาเปี่ยมบารมีของมันจ้องมองกลับมายังนาง คล้ายจะมอบพรอันเป็นมงคลให้สมกับชื่อภาพหัวใจของหลี่ชิงอีพองโตด้วยความภาคภูมิใจ เพราะนี่ไม่ใช่แค่ผ้าปัก แต่เป็นหยาดเหงื่อ แรงกาย และจิตวิญญาณของนางที่หลอมรวมกัน นางค่อย ๆ ถอดผ้าไหมออกจากสะดึง พลางบรรจงพับมันอย่างเรียบร้อยแล้วห่อด้วยผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดอีกชั้นหนึ่ง ก่อนจะนำไปเก็บไว้ในหีบไม้ใบเก่าที่มุมห้อง อันเป็นที่เก็บสมบัติเพียงไม่กี่ชิ้นของนางหลังจากทำงานบ้านช่วงบ่ายจนเสร็จสิ้น นางก็ตั้งใจว่าจะนำภาพปักออกมาเชยชมอีกครั้งเพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเอง นางเดินกลับมาที่ห้องเก็บของซอมซ่อของตนด้วยฝีเท้
Read More
๐๓ เขียนด้วยเลือด ตัดด้วยใจ
ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าครอบงำห้องโถงของตระกูลสวี่ สวี่จื่อเหวินยังคงยืนหอบหายใจอย่างเกรี้ยวกราด จ้องมองภรรยาที่ทรุดกายอยู่บนพื้นด้วยแววตาเหยียดหยาม ส่วนโม่หงชวนนั้นยกยิ้มอย่างผู้มีชัย ชัยชนะที่ได้มาจากการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของสตรีอีกผู้หนึ่งทว่า หลี่ชิงอีกลับไม่เป็นไปอย่างที่พวกเขาคาดหวังนางไม่ได้ฟูมฟาย ไม่ได้กรีดร้องทึ้งผมตัวเอง ไม่ได้แม้แต่จะส่งสายตาตัดพ้อต่อว่าใด ๆ ออกมา ความเจ็บปวดบนใบหน้ายังคงแผ่ซ่าน แต่หัวใจของนางกลับนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบ่อยามไร้ลม ความรู้สึกทั้งมวลที่เคยมี ทั้งความรัก ความอดทน ความหวัง ได้ถูกฝ่ามือนั้นตบจนสลายไปหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่านางค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง เสื้อผ้าที่เคยดูซอมซ่อ บัดนี้กลับไม่อาจบดบังแผ่นหลังที่ตั้งตรงดุจต้นสนท้าลมหนาวของนางได้ นางไม่แม้แต่จะปรายตามองบุรุษผู้เป็นสามีและสตรีผู้เป็นแม่สามีอีก ราวกับว่าคนทั้งสองเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไร้ตัวตนหลี่ชิงอีหมุนกายและเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวของนางหนักแน่นและมั่นคง ไม่มีแม้เพียงเศษเสี้ยวของความลังเลใจ การกระทำอันแปลกประหลาดของนางทำให้สองแม่ลูกตระกูลสวี่ถึงกับ
Read More
๐๔ ความหวัง
หลี่ชิงอีเดินกลับไปยังเรือนตระกูลสวี่เป็นครั้งสุดท้าย นางไม่ได้กลับไปเพื่ออาลัยอาวรณ์ แต่กลับไปเพื่อเก็บสัมภาระเพียงน้อยนิดของตนเอง การกระทำของนางเป็นไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดราวกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยว ไม่เปิดโอกาสให้สองแม่ลูกตระกูลสวี่ได้กล่าววาจาถากถางใด ๆ เพิ่มเติมโม่หงชวนโยนห่อผ้าที่ใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ของนางออกมาให้ที่หน้าประตูอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ “เอาของของเจ้าไป! แล้วไสหัวไปให้พ้นจากบ้านข้าบัดนี้!”หลี่ชิงอีรับห่อผ้านั้นมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ สายตาของนางไม่ได้มองไปที่อดีตแม่สามีหรืออดีตสามีที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างหลังแม้แต่น้อย นางเพียงหันหลังให้ประตูไม้ที่คุ้นเคยบานนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ประตูที่นางเคยเดินผ่านเข้ามาเมื่อสามปีก่อนด้วยความหวังเต็มเปี่ยม และบัดนี้ นางกำลังเดินจากไปพร้อมกับหัวใจที่แหลกสลายแต่ก็เป็นอิสระนางเดินออกมาจากตรอกตระกูลสวี่ ก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นและเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านที่ยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของนางไม่เลิกรา บางสายตาสมเพชเวทนา บางสายตาดูแคลน แต่สำหรับหลี่ชิงอีในยามนี้ นางไม่รับรู้หรือไม่ใส่ใจสิ่งใดทั้งสิ้นน
Read More
๐๕ ยืนหยัดด้วยตนเอง
รุ่งอรุณของวันใหม่ในรัชศกจิ่งหยวนปีที่ห้ามาเยือนพร้อมกับความหนาวเหน็บที่เสียดแทงกระดูก หลี่ชิงอีลืมตาตื่นขึ้นในซอกหลืบหลังศาลเจ้าเก่าแห่งหนึ่ง ร่างกายของนางปวดเมื่อยไปทุกส่วนจากการนอนขดตัวบนพื้นดินที่เย็นเฉียบตลอดทั้งคืน ความหิวโหยบิดเกร็งอยู่ในช่องท้องจนแสบร้อน นี่คือเช้าวันแรกของอิสรภาพที่ต้องแลกมาด้วยความอ้างว้างและยากลำบากอย่างแสนสาหัสนางอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่าสิ้นไร้ไม้ตอกอย่างแท้จริง แต่ในแววตาที่อิดโรยนั้นกลับไม่มีความท้อแท้สิ้นหวังแม้แต่น้อย นางรู้ดีว่าการมัวแต่สมเพชเวทนาในโชคชะตาของตนเองนั้นไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น สิ่งเดียวที่นางต้องทำในตอนนี้คือการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดนางล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเอาสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เหลือติดตัวออกมา มันคือปิ่นปักผมเงินอันเล็ก ๆ สลักลายดอกเหมยอย่างเรียบง่าย เป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวที่มารดามอบให้ก่อนสิ้นใจ นางลูบไล้มันอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นจากความทรงจำในวัยเยาว์หลั่งไหลเข้ามาในหัวใจชั่วขณะ ก่อนที่นางจะตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวชีวิตต้องเดินต่อไปข้างหน้านางเดินไปยังโรงรับจำนำที่ใหญ่ที่สุดในตลาด บรรยากาศข้างในช่างดูหดหู่และเต็มไปด้วยความสิ้น
Read More
๐๖ ลูกค้าประจำ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวราวกับโกหก เผลอครู่เดียวก็ย่างเข้าสู่ต้นเดือนสิบสองในรัชศกจิ่งหยวนปีที่ห้า ลมหนาวระลอกใหม่พัดพาเอาความเยือกเย็นมาปกคลุมทั่วทั้งเมือง แต่สำหรับหลี่ชิงอีแล้ว ในใจของนางกลับอบอุ่นกว่าครั้งไหน ๆ ในรอบหลายปีที่ผ่านมาชีวิตของนางในตอนนี้ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย ทุกเช้านางจะตื่นขึ้นมาในห้องเช่าเล็ก ๆ ที่เป็นของตนเอง หุงหาอาหารกินอย่างพอเพียง ก่อนจะลงมือประดิษฐ์ผลงานปักผ้าของนางด้วยความใส่ใจ กิจการเล็ก ๆ ของนางยังคงดำเนินไปได้ด้วยดี จากการบอกเล่าปากต่อปากนั้นช่วยทำให้ตอนนี้นางมีลูกค้าประจำอยู่หลายราย ส่วนใหญ่เป็นเหล่าแม่บ้านและผู้สูงอายุในละแวกนั้น เงินที่หามาได้ในแต่ละวันนั้นแม้จะไม่ได้มากมาย แต่ก็เพียงพอให้นางมีชีวิตอยู่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ไม่ต้องแบมือขอใครกินอีกนางยังคงตั้งแผงเล็ก ๆ ที่มุมเดิมของตลาดเช่นทุกวัน ความขยันขันแข็งและความซื่อสัตย์ของนางเริ่มเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของพ่อค้าแม่ขายในบริเวณใกล้เคียง จากที่เคยถูกมองด้วยสายตาแปลกแยก ตอนนี้หลายคนเริ่มส่งยิ้มและทักทายนางอย่างเป็นมิตร ชีวิตที่เคยต้องหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินอย่างโดดเดี่ยว บัดนี้เริ่มมีส
Read More
๐๗ อดีตตามราวี
ในขณะที่ชีวิตของหลี่ชิงอีกำลังผลิบานขึ้นใหม่อย่างช้า ๆ ชีวิตในเรือนตระกูลสวี่กลับกำลังร่วงโรยลงทุกขณะ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยเสียงตวาดด่าและเสียงประจบประแจง บัดนี้กลับอึมครึมและเต็มไปด้วยความขุ่นข้องหมองใจนับตั้งแต่ไร้หลี่ชิงอีผู้เป็นดั่งวัวม้าให้ใช้งาน โม่หงชวนก็จำต้องลงมือทำงานบ้านด้วยตนเองเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ความเหนื่อยยากทำให้โทสะของนางยิ่งเพิ่มพูน ส่วนสวี่จื่อเหวินนั้นเลวร้ายยิ่งกว่า เมื่อไม่มีเงินที่ได้จากงานปักผ้าของภรรยามาเจือจุน เขาก็ไม่สามารถใช้ชีวิตเสเพลร่ำสุรากับสหายได้เช่นเคย ทั้งยังถูกเจ้าหนี้บ่อนพนันตามทวงหนี้ที่เหลือไม่เว้นวัน สองแม่ลูกที่เคยสุขสบายอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น บัดนี้กำลังลิ้มรสความลำบากเป็นครั้งแรกยามบ่ายของกลางเดือนสิบสองในรัชศกจิ่งหยวนปีที่ห้า ขณะที่โม่หงชวนกำลังนั่งบ่นอุบอิบถึงชะตาชีวิตของตนเองอยู่นั้น สตรีข้างบ้านผู้หนึ่งซึ่งขึ้นชื่อเรื่องปากหอยปากปูก็แวะเวียนเข้ามาหาที่เรือน“แม่เสี่ยวสวี่ ข้ามีเรื่องน่าประหลาดใจจะมาเล่าให้ฟังด้วยล่ะ!” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เมื่อวานข้าน่ะไปตลาดมา ทายสิว่าข้าเจอใครมา ก็นางหนูหลี่ชิงอีอดีตสะใภ้ของเจ้า
Read More
๐๘ หากมีใครรังแกอีก ให้มาบอกข้า
ท่ามกลางวงล้อมของฝูงชนและความโกลาหล หลี่ชิงอีกำลังจะถึงขีดจำกัดของความอดทน นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความโกรธและความอัปยศอดสูที่ถูกหยามเกียติต่อหน้าธารกำนัลทำให้ร่างทั้งร่างของนางสั่นสะท้าน แต่ก่อนที่นางจะได้เอ่ยคำพูดใด ๆ ออกไป...ชาวบ้านที่กำลังมุงดูอยู่นั้นพลันแหวกออกเป็นทางอย่างเงียบเชียบ ราวกับมีพลังที่มองไม่เห็นบางอย่างกำลังเคลื่อนที่ผ่านเข้ามาบุรุษร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีเข้มก้าวเข้ามาในวงล้อมด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและหนักแน่น เขาไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามใด ๆ เพียงแค่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ แผงค้าเล็ก ๆ ของหลี่ชิงอีอย่างสงบนิ่งเซียวจิ่นเหยียนเพิ่งเดินออกมาจากร้านยาที่อยู่ไม่ไกลนัก ในมือของเขายังคงถือห่อสมุนไพรสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บภายในอยู่ แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายที่คุ้นเคยดังมาจากทิศทางของตลาด ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง เขารีบเดินตรงมายังต้นเสียงทันที และภาพที่เขาเห็นก็ทำให้ดวงตาที่เคยสงบนิ่งของเขาพลันฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาวูบหนึ่งสตรีที่เขาเฝ้ามองดูนางลุกขึ้นสู้และสร้างชีวิตใหม่ด้วยสองมือของตนเอง กำลังถูกคนพาลสองคนรุมรังแกและใส่ร้ายป้ายสีอย่างน่าร
Read More
๐๙ ของสมนาคุณ
นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายครั้งนั้น บรรยากาศรอบตัวของหลี่ชิงอีก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คำกล่าวหาที่ไร้สาระของสองแม่ลูกตระกูลสวี่ไม่เพียงไม่สามารถทำลายชื่อเสียงของนางได้ แต่กลับทำให้นางเป็นที่รู้จักและได้รับความเห็นใจจากผู้คนในตลาดมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการยืนยันคุณภาพสินค้าจากบุรุษลึกลับผู้องอาจผู้นั้น ยิ่งทำให้กิจการเล็ก ๆ ของนางเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างก้าวกระโดดลูกค้าหน้าใหม่แวะเวียนเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย ส่วนลูกค้าเก่าก็ยังคงกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้นางไม่ได้เป็นเพียงแม่นางถุงหอมที่โลกลืมอีกต่อไป แต่กลายเป็นช่างฝีมือที่ได้รับการยอมรับในฝีมือและความซื่อสัตย์แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด ดูท่าจะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างนางกับลูกค้าประจำผู้เงียบขรึมผู้นั้นเขายังคงแวะเวียนมาที่แผงของนางทุกบ่ายเช่นเคย แต่บทสนทนาระหว่างพวกเขากลับลดน้อยลงไปอีก ราวกับว่ามีเรื่องราวมากมายที่สื่อถึงกันได้โดยไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่ในความเงียบนั้นเอง ที่ทำให้หลี่ชิงอีมีโอกาสได้สังเกตเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับตัวเขามากขึ้นนางสังเกตเห
Read More
๑๐ เจอสมบัติล้ำค่า
หลายวันต่อมา ปลายเดือนสิบสองในรัชศกจิ่งหยวนปีที่ห้า อากาศยิ่งทวีความหนาวเหน็บ หิมะโปรยปรายลงมาเป็นครั้งแรกของปี ปกคลุมหลังคาบ้านเรือนจนขาวโพลนไปทั่วทั้งเมือง แต่ความหนาวเย็นภายนอกกลับไม่อาจทำอะไรกิจการเล็ก ๆ ของหลี่ชิงอีได้อีก แผงของนางกลายเป็นจุดแวะพักที่อบอุ่นใจสำหรับลูกค้าหลาย ๆ คนที่ไม่เพียงมาซื้อของ แต่ยังมาเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนรอยยิ้มกับแม่ค้าสาวผู้มีน้ำใจงามผู้นี้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับลูกค้าประจำผู้เงียบขรึมก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นและลึกซึ้งขึ้นทุกวัน ผ้าเช็ดหน้าลายกิ่งไผ่ผืนนั้นได้กลายเป็นสะพานเชื่อมใจที่มองไม่เห็น ทำให้กำแพงระหว่างคนทั้งสองค่อย ๆ ทลายลง แม้บทสนทนาจะยังคงสั้นกระชับเช่นเคย แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่ในแววตาของพวกเขากลับชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำนับพันคำหลี่ชิงอีไม่เคยคาดคิดเลยว่าโชคชะตาที่พลิกผันกำลังจะนำพาความอบอุ่นในรูปแบบที่นางโหยหามาตลอดชีวิตมามอบให้...ณ จวนรับรองส่วนตัวที่ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบในอีกฟากหนึ่งของเมือง เซียวจิ่นเหยียนกำลังขมวดคิ้วมุ่นขณะอ่านรายงานทางการทหารที่ถูกส่งมาอย่างลับ ๆ อาการบาดเจ็บภายในของเขาค่อย ๆ ทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ในช่วงหลายวันที่ผ่านม
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status