Masukตอนพิเศษ: ค่ำคืนวสันต์แห่งรักนิรันดร์ยามค่ำคืนที่ความวุ่นวายภายนอกเงียบสงบลง ภายในห้องหอของจวนอัครมหาเสนาบดีกลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ยากจะบรรยาย กลิ่นหอมของกำยานกุ้ยฮวาที่ถูกจุดไว้ที่มุมห้อง ลอยอวลผสมผสานกับความอบอุ่นของแสงเทียนมงคลสีชาดเล่มโตที่ส่องแสงสว่างไสววูบไหวบนเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ ร่างระหงของเสิ่นเจียวเจียวนั่งสงบนิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีแดงสดที่ปักดิ้นทองอย่างวิจิตรบรรจง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอยู่ในอก เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยกำลังก้าวเข้ามาใกล้ ทำให้นางเผลอกำชายกระโปรงแน่นด้วยความประหม่าปนเปไปกับความรอคอยลู่หวูเหยียนก้าวมายืนอยู่เบื้องหน้านาง นัยน์ตาสีเข้มที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็ง บัดนี้กลับหลอมละลายกลายเป็นความอ่อนโยนและเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน ชายหนุ่มใช้คันชั่งหยกในมือ ค่อยๆ เลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงออกอย่างทะนุถนอมทันทีที่ผ้าคลุมถูกเปิดออก ภาพที่ปรากฏก็ทำให้ลมหายใจของมัจจุราชหน้าหยกสะดุดไปชั่วขณะ...ใบหน้างดงามที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาของเสิ่นเจียวเจียวช่างสะกดสายตา แก้มเนียนของนางขึ้นสีระเรื่อดั่งลูกท้อสุกงอม ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบช
บทที่ 41 : สองเกี้ยววิวาห์ กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน ฤดูเหมันต์อันหนาวเหน็บและพายุโลหิตที่เคยพัดถล่มราชสำนักได้ถูกสายลมแห่งวสันตฤดูพัดพาให้จางหายไปจนสิ้น บัดนี้เมืองหลวงกลับมาสงบร่มเย็นและเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง ภายใต้การปกครองของฮ่องเต้ที่เปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม และองค์รัชทายาทพระองค์ใหม่... จ้าวหรง ผู้เป็นดั่งแสงสว่างแห่งความหวังของราษฎร และวันนี้... ก็คือวันมงคลฤกษ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีของเมืองหลวง! ตั้งแต่รุ่งสาง ตลอดสองฝั่งถนนสายหลักทอดแนวยาวไปด้วยผ้าผูกประดับสีแดงมงคลและโคมไฟสีชาดที่แกว่งไกวไปตามสายลม เสียงดนตรีบรรเลงเพลงมงคลดังกึกก้องไปทั่วทุกหัวระแหง กลิ่นหอมของดอกไม้มงคลและควันประทัดอบอวลไปทั่วทั้งเมือง ชาวเมืองนับหมื่นต่างพากันละทิ้งการงาน สวมชุดสีสันสดใสมายืนอออยู่สองฟากฝั่งถนน เพื่อรอชมขบวนเกี้ยววิวาห์ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดในประวัติศาสตร์ ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่เพียงเพราะมีงานแต่งงานของขุนนางใหญ่ ทว่า... เป็นเพราะวันนี้มีขบวนเกี้ยวเจ้าสาวถึง 'สองขบวน' ที่กำลังเคลื่อนมาบรรจบและสวนทางกัน ณ ใจกลางเมืองหลวง! เกี้ยวหลังแรก ประดับ
บทที่ 40 : เลือดล้างบัลลังก์มังกรสิ้นคำสั่งสังหารขององค์รัชทายาท ทหารกบฏในชุดเกราะนับสิบคนก็ส่งเสียงคำราม พุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายพร้อมกระบี่ในมือทันที!ทว่ายังไม่ทันที่ปลายกระบี่ของพวกมันจะได้สัมผัสแม้แต่ชายแขนเสื้อของเป้าหมาย ร่างสูงใหญ่ของเสิ่นอวี้ก็พุ่งทะยานตัดหน้าดุจพยัคฆ์ร้าย แม่ทัพหนุ่มชักดาบประจำกายตวัดรับการโจมตี ปกป้องเบื้องหน้าของฮ่องเต้และองค์ชายรองเอาไว้ราวกับกำแพงเหล็กกล้า!“ผู้ใดกล้าแตะต้องฮ่องเต้ ข้าจะสับมันให้เป็นชิ้นๆ!” เสิ่นอวี้คำรามลั่น เพลงดาบของแม่ทัพผู้ผ่านศึกเหนือเสือใต้ช่างดุดันและเฉียบขาด เพียงการตวัดดาบไม่กี่ครั้ง ทหารกบฏแนวหน้าก็ล้มลงไปนอนจมกองเลือด ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดในขณะเดียวกัน ทางด้านของลู่หวูเหยียน มัจจุราชหน้าหยกไม่แม้แต่จะละสายตาไปจากภรรยา แขนแกร่งรวบเอวบางของเสิ่นเจียวเจียวเข้ามากอดกระชับไว้แนบอกเพื่อปกป้องนางจากอันตรายทุกทิศทาง ส่วนมืออีกข้างชักกระบี่อ่อนที่ซ่อนอยู่ออกมา ร่ายรำเพลงกระบี่สังหารที่รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ!ฉัวะ! ฉัวะ!เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็น ลู่หวูเหยียนก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าว ทหารกบฏนับสิบคนที่ดาหน้าเข้ามาหมายจะเอาชีวิตเขากับภรร
บทที่ 39 : สองพยัคฆ์ณ ท้องพระโรงใหญ่ร่างสูงใหญ่ของลู่หวูเหยียนและเสิ่นอวี้ ก้าวเดินเข้ามาภายในงานเลี้ยงด้วยท่วงท่าองอาจและเยือกเย็น ปราศจากความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ลู่หวูเหยียนในชุดผู้ตรวจการลับสีนิลดูเยือกเย็นดุจมัจจุราชหน้าหยก ขณะที่เสิ่นอวี้ในชุดเกราะอ่อนของแม่ทัพทอประกายเด็ดเดี่ยวราวนักรบผู้ไม่รู้จักความตาย ทั้งสองเดินเคียงข้างกันเข้ามา หยุดยืนอยู่ท่ามกลางลานจัดเลี้ยงองค์รัชทายาท ทอดเนตรมองบุรุษทั้งสองด้วยแววตาแดงก่ำ บิดเบี้ยวไปด้วยไฟแค้นที่แผดเผา!ความโกรธเกรี้ยวทำให้ภาพลักษณ์อันแสนดีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงใบหน้าที่แท้จริงอันโหดเหี้ยม องค์รัชทายาทขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ทรงกำหมัดแน่นพลางหมายหัวเสิ่นอวี้เอาไว้เป็นศัตรูอันดับหนึ่งที่ต้องกำจัดทิ้งโดยเร็วที่สุด!'ในที่สุดพวกเจ้าก็โผล่หัวออกมา...' องค์รัชทายาทแสยะยิ้มอำมหิต แววตาสาดประกายรังสีสังหาร 'ขอเพียงแค่ข้าสังหารพวกเจ้าสองคนทิ้งเสียที่นี่... เสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ที่คอยขัดขวางข้ามาตลอดก็จะถูกขุดรากถอนโคน! บัลลังก์มังกร และซูชิงชิงสตรีผู้นั้น... ย่อมต้องตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!'“ฮ่องเต้เสด็จ!”สิ้นเสียงประกาศก้อง โอรสสวรรค
บทที่ 38 : แขกผู้มาเยือนในยามวิกาลยามดึกสงัด ภายในจวนผู้ตรวจการลับ เสิ่นเจียวเจียวที่นั่งรอคอยด้วยความกระวนกระวายใจรีบผุดลุกขึ้นยืน ทันทีที่เห็นร่างสูงใหญ่ของสามีก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาหญิงสาววิ่งถลาเข้าไปหา กวาดสายตากลมโตสำรวจเรือนกายของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความตื่นตระหนก “ท่านพี่! ท่านปลอดภัยดีใช่หรือไม่ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าเจ้าคะ!”เมื่อเห็นว่าบนชุดสีนิลของเขาไม่มีร่องรอยฉีกขาดหรือคราบเลือด เสิ่นเจียวเจียวก็ลอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทว่าลู่หวูเหยียนกลับดึงตัวนางเข้ามากระซิบเสียงเบา“ข้าปลอดภัยดี แต่คืนนี้... ข้าไม่ได้กลับมาคนเดียว”สิ้นคำกล่าวของสามี บุรุษผู้หนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีเข้มปกปิดมิดชิดก็ก้าวตามเข้ามาภายในห้อง ทันทีที่เขาทิ้งผ้าคลุมศีรษะลง ลู่หวูเหยียนก็เอ่ยแนะนำสั้นๆ “นี่คือองค์ชายรอง”เสิ่นเจียวเจียวเบิกตากว้าง นางรีบย่อตัวลงทำความเคารพอย่างอ่อนช้อยตามธรรมเนียมทันที “ถวายบังคมองค์ชายรองเพคะ”ขณะที่ก้มหน้า เสิ่นเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะลอบช้อนสายตาขึ้นมองแขกผู้สูงศักดิ์ ในนิยายที่นางเคยอ่าน ผู้แต่งบรรยายถึงองค์ชายรองเอาไว้เพียงสั้นๆ ว่าเป็นบุรุษรักสงบที่ไม่มีบท
บทที่ 37 : ความระแวงของมังกรณ ตำหนักตะวันออก บัดนี้ตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดจนแทบจะระเบิดองค์รัชทายาทกวาดข้าวของทุกอย่างลงพื้นจนพังพินาศ พระองค์แทบคลุ้มคลั่งจนเสียสติ! ทุกแผนการที่อุตส่าห์ซุ่มวางหมากมาอย่างรัดกุม กลับพังทลายไม่เป็นท่าราวกับถูกฟ้าผ่า ศัตรูราวกับมีตาทิพย์ ล่วงรู้ทุกการเคลื่อนไหวและทุกฝีก้าวของพระองค์อย่างทะลุปรุโปร่ง'หรือว่า... จะมีหนอนบ่อนไส้แฝงตัวอยู่ข้างกายข้า!' ทรราชหนุ่มขบกรามแน่น ทว่าเค้นสมองคิดให้ตายอย่างไร ก็คิดไม่ออกว่าใครกันที่กล้าทรยศแต่สิ่งที่ทำให้องค์รัชทายาทหวาดผวาที่สุดในยามนี้ กลับไม่ใช่ศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า... ทว่าคือความเงียบงันของมังกรเฒ่าที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ต่างหาก!ในเมื่อเสด็จพ่อได้หลักฐานการก่อกบฏทุกอย่างไปครบถ้วนแล้ว เหตุใดจึงยังทรงนิ่งเฉยนัก? ไม่มีการเรียกตัวไปไต่สวน ไม่มีการส่งทหารมาจับกุม... ตาแก่นั่นกำลังคิดจะทำสิ่งใดอยู่กันแน่!ความหวาดระแวงกัดกินหัวใจ องค์รัชทายาทไม่เคยรู้สึกมั่นใจเลยสักครั้ง ว่าตำแหน่งทายาทแห่งบัลลังก์มังกรจะตกเป็นของตนตลอดไป เพราะในราชสำนักแห่งนี้ กระแสธารแห่งอำนาจสามารถพลิกผันเปลี่ยนขั้วได้ตลอดเวลาในอดีต หลังจากที่
บทที่ 6: พี่สาวแสนดีณ ห้องรับรองส่วนตัว โรงเตี๊ยมชิงเฟิงบรรยากาศบนโต๊ะน้ำชาเต็มไปด้วยความชื่นมื่น เสิ่นเจียวเจียวสั่งขนมหวานขึ้นชื่อมาวางจนเต็มโต๊ะ คอยคีบป้อนซูชิงชิงอย่างเอาอกเอาใจ ประหนึ่งพี่สาวที่แสนดี โดยมีลู่หวูเหยียนนั่งกอดอกหน้าตึงเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง คอยสังเกตการณ์อยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง“น้
บทที่ 5: ปฏิบัติการชิงตัวนางเอก“ใต้เท้าลู่! ทางนี้ๆ!”เสิ่นเจียวเจียวออกแรงลากท่อนแขนแกร่งของลู่หวูเหยียนฝ่าฝูงชนไปอย่างไม่ลดละ แม้ว่าบุรุษชุดดำข้างกายจะทำหน้าไม่พอใจและแผ่รังสีอำมหิตออกมาจางๆ แต่แปลกนักที่เขากลับไม่ได้สะบัดแขนออกอย่างจริงจัง เพียงแค่เดินตามแรงลากของนางไปด้วยใบหน้าเคร่งขรึมเท่านั้
บทที่ 4: เดตแรกในระหว่างที่นั่งรออาสือไปทำภารกิจ บรรยากาศในห้องรับรองก็กลับมาเงียบกริบอีกครั้งเสิ่นเจียวเจียวพยายามงัดสารพัดเรื่องขึ้นมาชวนคุย แต่ลู่หวูเหยียนกลับเอาแต่นั่งหลับตาพิงพนักเก้าอี้ ถามสิบคำ ตอบหนึ่งคำ... แถมคำที่ตอบก็มีแค่ “อืม” กับ “ไร้สาระ” หญิงสาวเริ่มกลอกตาบน ร่นระยะความอดทนลงเรื่
บทที่ 3: สินสอดแรกของว่าที่ภรรยา... คือเบาะแสคดีทุจริต!ยามเซิน ณ โรงเตี๊ยมชิงเฟิงบรรยากาศในห้องรับรองพิเศษชั้นสองเงียบสงัดจนน่าอึดอัด ลู่หวูเหยียนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างเหนื่อยล้า นัยน์ตาหลับพริ้มลงชั่วครู่เพื่อพักสายตาจากกองเอกสารคดีที่สุมหัวมาตลอดสามวันสามคืนคดีทุจริตเสบียงกองทัพขอ







