Beranda / รักโบราณ / ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ! / ตอนที่2 สามีกับตั๋วเงิน ข้าเลือกตั๋วเงินเจ้าค่ะ 3/3

Share

ตอนที่2 สามีกับตั๋วเงิน ข้าเลือกตั๋วเงินเจ้าค่ะ 3/3

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-24 19:51:33


สองกายเล็กหันกลับมามองหญิงสูงวัยที่ยังดูสาวและดูงดงามกว่าวัยบนเตียงด้วยสายตาลังเล แต่สุดท้ายหากสตรีตรงหน้าจะตอบแทนพวกนางเป็นเงินก็สมควรรับมิใช่หรือไม่ พวกนางมิใช่จอมยุทธ์ต้องกินต้องใช้ และต้องเก็บเงินไปซื้อที่ดินสักผืนสร้างบ้านหลังน้อยอีกหนึ่งหลัง เช่นนั้นพวกนางย่อมไม่ปฏิเสธ ‘เงิน’ อยู่แล้ว

“หากท่านป้าหลิวสะดวกใจที่จะตอบแทนพวกเราสองพี่น้องเรื่องเมื่อวานนี้ล่ะก็ ข้ากับลี่เจินขอเป็นเงินก็แล้วกันเจ้าค่ะ แต่จะเป็นเท่าใดก็ตามที่ท่านป้าหลิวเห็นสมควรเถิด”

หวังลี่จูฉลาดมากพอที่จะไม่เป็นฝ่ายเอ่ยปากเรียกร้องจำนวนออกไป เพราะคนเรานั้นความคิดแตกต่าง คุณค่าของชีวิตก็เช่นกัน นางจะไม่เอาการช่วยชีวิตของอีกฝ่ายไปเรียกร้องให้มันสูงค่า เพราะหากทำเช่นนั้นนางเองจะต่างอันใดกับเจ้าโจรอ้วนและผอมในวันวานนี้กันเล่า

“เจ้าไม่ต้องการเป็นอย่างอื่นหรือ? ...อย่างเช่นแต่งงานมาเป็นสะใภ้ของข้า บุตรชายของข้าทั้งสองนั้นถึงผู้หนึ่งจะมีอนุภรรยามากสักหน่อยแต่เขาก็ยังมิได้แต่งฮูหยินเอก ซึ่งหากเจ้าไม่ชอบมีอนุภรรยามาก บุตรชายคนเล็กของข้านั้นยังไม่มีทั้งอนุภรรยาและสาวใช้อุ่นเตียง หากเจ้าพึงใจข้ายินดีแต่งเจ้าไปเป็นฮูหยินเอกของบุตรชายคนเล็กก็ได้นะลี่จู”

หลิวรุ่ยเซียงลองกล่าวอีกครั้ง เพราะคำว่าอนุภรรยานางจำได้ว่าคนเช่นหวังลี่จูนางไม่ยินดีจะแต่งงานออกไปเป็นเด็ดขาด เช่นนั้นเป็นฮูหยินเอกนางอาจไม่ปฏิเสธก็เป็นไปได้

“ต้องขออภัยที่ลี่จูคงต้องทำให้ท่านป้าหลิวผิดหวังแล้วเจ้าค่ะ หากเป็นเงินเป็นทองลี่จูยินดีน้อมรับ ทว่าสามีนั้นอย่างที่กล่าวแก่ท่านป้าไปนับจากเมื่อคืนว่ามีเอาไว้ก็มากเรื่องปวดศีรษะ หากท่านป้าหลิวจะตอบแทนด้วยสามีเห็นทีลี่จูคงต้องขอรับเอาไว้ด้วยใจแล้วเจ้าค่ะ”

เด็กสาวคนพี่โค้งกายลงต่ำจนศีรษะนั้นแทบโขกกับกรอบประตู อย่าได้กล่าวเลยว่าหลิวไทเฮานั้นอึ้ง ทว่าแม้แต่คนที่จะถูกยกให้เป็นของตอบแทน ‘บุญคุณ’ เช่นจ้าวจวินหลางที่มาถึงอารามไห่เหมี่ยวได้ครู่ใหญ่ และแอบอยู่บนหลังคานั้นก็สะดุ้งจนแทบพลัดตกจากหลังคาอารามเลยทีเดียว

...สตรีเสียสติอันใดเช่นนี้ให้เป็นสะใภ้คนรวยนางขอน้อมรับด้วยใจ!!!...

“นี่ก็สายมากแล้วเห็นทีคงต้องลาท่านป้าหลิวที่ตรงนี้นะเจ้าคะ” สองพี่น้องโค้งกายให้คนบนเตียงอีกครั้งอย่างเตรียมลาจากตรงไปยังสวนผักแล้วจริง ๆ ทว่า...

“เดี๋ยว!” หลิวไทเฮาเห็นว่าจะไม่ได้การแล้ว จึงเรียกทั้งสองเอาไว้แล้วเร่งก้าวลงจากเตียงเร็วไวด้วยกลัวว่าตนเองจะ ‘พลาด’ โอกาสสุดท้ายที่จะตอบแทนเด็กสาวทั้งสองไปเสีย

“ที่ตัวของข้ามีเพียงตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงเท่านั้น หากเจ้าไม่คิดมากช่วยรับเอาไว้ด้วยเถิดลี่จู อ้อ นี่ ๆ ยังมีกำไลหยก กับแหวนหยกนี้ ข้าให้กำไลแก่เจ้านะลี่จู ส่วนเจ้าลี่เจินเอาแหวนวงนี้ไป มันใหญ่ข้าจึงต้องใส่สร้อยคอสวมเอาไว้ รับไว้นะ...รับไว้...”

หวังลี่จูกับหวังลี่เจินหันมองหน้ากัน แต่เงินตั้งพันตำลึง เพียงเท่านี้พวกนางก็มีเงินมากพอจะไปซื้อที่ดินซึ่งหมายตาเอาไว้ได้แล้ว ไม่รับย่อมโง่เขลายิ่งกว่าลาเท่านั้น!

“ขอบคุณท่านป้าหลิวเจ้าค่ะ อันที่จริงเพียงตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงนี้ก็มากเกินพอแล้วนะเจ้าคะ กำไลหยกกับแหวนหยกนี้ไม่ต้องแล้วก็ได้เจ้าค่ะ”

หวังลี่จูกล่าวออกไปจากใจ เพราะชีวิตหญิงสาวที่เรียกได้ว่าเป็นคนชั้นต่ำของแผ่นดินโยวโจวแล้วตั๋วเงินพันตำลึงเงินนี้พวกนางสองพี่น้องทำงานเก็บออมไปอีกยี่สิบปีก็อาจจะไม่มีวันได้จับก็เป็นไปได้ แล้วยังมาให้กำไลหยกสีชมพูกับแหวนหยกสีดำนั่นอีกราคาคงหลายพันตำลึง พวกนางไม่กล้าสวมเด็ดขาดเพราะกลัวจะถูกทุบศีรษะชิงทรัพย์เอาเท่านั้น

“นี่มิได้มากมายเลยสำหรับชีวิตทั้งสี่ของพวกข้า ขอให้พวกเจ้าสองพี่น้องจงรับเอาไปเถิด หากมีโอกาสข้าได้ขึ้นมาไหว้พระขอพรอีก แล้วจะมาหาพวกเจ้าอีกนะลี่จู ลี่เจิน”

สามคนด้านล่างล่ำลากันด้วยความซาบซึ้งใจ ทว่าคนที่แอบซุ่มดูเหตุการณ์ทุกสิ่งแล้วยังได้เห็นและได้ยินทุกคำนั้นแค้นจนแทบกระอักออกมาเป็นโลหิตเลยทีเดียว เพราะตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงหญิงสาวผู้นั้นกลับยอมรับด้วยกิริยามือไม้สั่น

ทว่าในยามที่มารดาของเขาเสนอฐานะฮูหยินเอกของบุตรชายคนเล็กซึ่งแน่นอนว่าย่อมเป็นเขา นางกลับกล่าวออกมาอย่างไม่ละอายปากสักนิดว่าขอรับเอาไว้ด้วยใจ

...นี่ข้าเป็นถึงชินอ๋องแห่งเป่ยหนิงเชียวนะ มิใช่คนล่าสัตว์ตัดฟืนที่ใด!!!...

ยังไม่ทันได้เห็นใบหน้าเขาก็บังเกิดความไม่ชอบใจนางไปถึงแปดส่วนแล้ว เป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านสิ้นบิดาไร้มารดาบ้าน ซ้ำก็ยังต้องมาอาศัยที่ของอารามไห่เหมี่ยวอยู่กลับบังอาจมาปฏิเสธเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนั้นหึ!...

ความงามของนางจะได้สักปลายเล็บเท้าของหลวนจิ้งอวี่สตรีที่เขาพึงใจหรือไม่ อย่าได้กล่าวถึงตำแหน่งชินหวางเฟยแห่งเป่ยหนิงเลย เป็นเพียงนางกำนัลเทกระโถนขับถ่ายเขายังต้องขอคิดดูก่อนหากจะรับนางเข้าจวนจวินหลางที่เป่ยหญิงของตนเอง

“เสด็จแม่ ท่องเที่ยวสนุกพอแล้วหรือไม่ หากพอแล้วก็กลับวังกันเถิด” พอสองพี่น้องแซ่หวังนั้นจากไปจ้าวจวินหลางก็พลิ้วกายลงมาจากหลังคาที่อาศัยนั่งรอมารดาตื่นมาร่วมหนึ่งชั่วยาม ซึ่งยังดีว่าจ้าวจวินหลางนั้นได้ยินเพียงประโยคยอมรับฐานะ ‘สะใภ้เล็ก’ ด้วยใจของนางเท่านั้น เกรงว่าหากเขาได้ยินความคิดความอ่านที่หวังลี่จูกล่าวแก่หลิวไทเฮาทั้งหมด บุรุษหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีคงกระอักออกมาเป็นโลหิตจริงแท้...

“ข้าจะไปสวดมนต์ยังหอพระสักสามถึงสี่ชั่วยาม เจ้ารอได้ก็รอ หากรอไม่ได้ก็ลงเขาไปเถิด หญิงชราเช่นข้าหรือจะสำคัญเท่าสตรีสาวงดงามเช่นหลวนจิ้งอวี่!”

กล่าวแล้วหลิวไทเฮาก็สะบัดใบหน้าซึ่งยังงดงามเดินตรงไปยังเรือนพักของหัวหน้าแม่ชีเหยียน ฝ่ายของจ้าวจวินหลางนั้นถึงกับยืนเซ่อเพราะยังไม่ทันได้พูดจากันกี่คำตนเองก็ถูกมารดานั้นแสดงกิริยาแง่งอนใส่กันเสียยิ่งกว่าดรุณีน้อย จนเขาต้องหันไปหาองครักษ์คนสนิทเช่น ‘ลู่เจิง’ คล้ายอยากจะถามว่าตนเองไปทำสิ่งใดผิดเข้ามารดาจึงแง่งอนใส่กันเช่นนี้

“ข้าผิดอันใดลู่เจิง?”

“อาจทรงลงมาจากหลังคาผิดจังหวะพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

“???”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 15 เจ้าสาวของข้าหายไป!!!

    ตอนที่ 15 เจ้าสาวของข้าหายไป!!! ฝ่ายทางด้านของสองพี่น้องที่กลายเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งอายุสิบสาม อีกคนอายุสิบห้านั้นได้ติดท้ายขบวนขนส่งสิ้นค้าของสำนักคุ้มภาย ‘อวิ๋นฉี’ ซึ่งจะเดินทางผ่านด่านทิศเหนือที่ใกล้ชิดติดกับซีหยวนและเป่ยฮั่น โดยมีแม่น้ำสายใหญ่หวงเหอกั้นขวางแบ่งระหว่างโยวโจว ซีหยวน กับเป่ยฮั่น แล้วมีเผ่าขนาดเล็กอีกหกเผ่าหลบหนีไปไกลกว่าหลายร้อยลี้แล้วไม่ได้ทราบเลยว่าบัดนี้ภายในวังหลวงของโยวโจวนั้นกำลังวุ่นวายกันใหญ่ เพราะหมิงหวังและหมิงเยว่กงจู่หายไปอย่างไร้ร่องรอยเลยสักนิด“เจ้าพวกบัดซบ สวะสิ้นดี สตรีถึงสองนางหายไปกลับไม่มีผู้ใดพบเห็น นางหาใช่มดหรือแมลงจึงจะมีปีกบินหนีไปได้ ไปเร่งค้นให้ทั่ว!”จ้าวจวินหลางโกรธจนลมออกหูเมื่อทหารม้าเกราะดำร่วมห้าร้อยชีวิตต่างก็ค้นหาไปจนทั่วทุกซอกทุกมุมของวังหลวงแล้ว ทว่ากลับไร้เงาของสองกงจู่ไปจนสิ้น หลิวไทเฮาถึงกับเป็นลมไปหลายตลบ เพราะคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดีแล้วตนเองนั้นประมาทหัวใจของสองพี่น้องสกุลหวังเกินไปงานแต่งงานใกล้เข้ามาเหลืออีกเพียงไม่ถึงสิบวัน ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมเอาไว้เกือบพร้อมหมดแล้วโดยไม่มีผู้ใดมันจะมาคิดว่าตัวของว่าที่เจ้าสาวนั้นจะ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 14 วางแผนหลบหนี (จบบท)

    ตอนที่ 14 วางแผนหลบหนี (จบบท)พออีกสองวันต่อมาหวังลี่เจินนั้นก็เริ่มแอบลักลอบหนีออกจากวังหลวงแล้วไปหาเหล่าสหายทั้งหลายในตลาดให้ช่วยนำตั๋วเงินไปแลกเป็นแผ่นทองคำแทน พร้อมกันนั้นก็เตรียมหาขบวนสินค้าที่พวกนางสองพี่น้องพอจะอาศัยติดตามข้ามไปยังต่างแดนเช่นซีหยวนหรือไม่ก็เป็นเป่ยฮั่น เพราะหวังลี่จูนั้นบอกว่าเป็นเพียงสตรีสองนางหากหลบหนีกันไปเพียงสองคนจะไม่ปลอดภัยจำต้องอาศัยขบวนขนสินค้าข้ามชายแดนกับปลอมตัวจึงพอจะรอดพ้นออกจากโยวโจวได้“เป็นเช่นไรบ้างอาการของข้าน่ะท่านหมอซู” คนข้อเท้าเจ็บพยายามฝึกฝนใช้ไม้เท้าและขยันกินยา ทำทุกสิ่งที่ท่านหมอหลวงแนะนำด้วยความคิดที่ว่าตนเองต้องรีบหายให้เร็วที่สุด งานแต่งงานใกล้เข้ามาทุกขณะ พวกนางสองพี่น้องจะต้องหนีไปให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่งงานอันใดนั้นผู้ใดอยากตบแต่งกัน ชินหวางเฟยผู้ใดต้องการนางล้วนไม่สนใจ นางกับน้องสาวต้องการอิสระเพียงเท่านั้น ยศถาบรรดาศักดิ์อันใดพวกนั้นนางล้วนมิต้องการทั้งสิ้น“ดีขึ้นมากแล้วพ่ะย่ะค่ะกงจู่ กระหม่อมเพิ่มตัวยาสมุนไพรให้แก่กงจู่อีกขนานรับรองว่าอีกไม่เกินสิบวันกงจู่ย่อมจะทรงต้องกลับมาเดินได้เป็นปกติเช่นเดิมแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ อย่าได้ทรงกัง

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 13 วางแผนหลบหนี (1)

    ตอนที่ 13 วางแผนหลบหนี (1)“พี่สาว!/ลี่จู!”สตรีสองนางแต่ต่างวัยต่างเร่งพุ่งสวนทางกับจ้าวจวินหลาง โดยไม่มีใครสนใจเขาแต่รีบเข้ามายังด้านในแล้วนั่งขนาบข้างของหวังลี่จูคนละฟาก ข้างด้านซ้ายมือคือหลิวไทเฮา ส่วนด้านขวามือก็คือหวังลี่เจิน ที่พื้นด้านล่างมีเสี่ยวจื่อแล้วเสี่ยวจางนั่งจับจ้องคนบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด เลยไปด้านหลังของพวกนางก็ยังมีนางกำนัลและขันทีอีกร่วมยี่สิบชีวิตติดตามหลิวไทเฮาเข้ามาไม่ยอมห่าง“เจินเจิน” แต่ช่างหน้าแปลกยิ่งนักแม้นจะมีผู้คนมากมาก ทว่าหวังลี่จูนั้นกลับรู้สึกเดียวดายอย่างยากจะอธิบายได้ถูก มีเพียงหวังลี่เจินเท่านั้นที่นางมองเห็นเป็น ‘ครอบครัว' เพียงหนึ่งเดียวของตนเอง ส่วนผู้อื่นรอบกายนับร้อยนับพันล้วนเป็นผู้คนแปลกหน้าที่คาดหวังเอาแต่ผลประโยชน์จากพวกนางสองพี่น้องทั้งสิ้น!!!...ช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง!...“ถวายพระพรไทเฮาเพคะ” ถึงจะขาดสติไปบ้างแต่ขนมธรรมเนียมประเพณีภายในวังหลวงอันเคร่งครัดนี้หวังลี่จูนั้นจะหลงลืมมิได้เด็ดขาด ถึงนางจะยังบาดเจ็บยากจะลุกขึ้นยืนทำความเคารพ แต่ก็ยังโค้งกายในขณะที่ยังนั่งอยู่ ทั้งที่ปวดเท้าไม่พอยังเจ็บหลังและก้นที่ถูกจับโยนลงมาเต็มแรงอีกด้วย“มิต้

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 12 เจ้าสุนัขขี้เรื้อนชั่วช้า! 4/4

    “เจ็บล่ะสิ สมน้ำหน้า อยากซุ่มซ่ามเดินไม่ระวัง คิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกัน ก็เพียงห่านดงตนหนึ่งหาใช่นางหงส์องอาจทำเป็นหลงชาติกำเนิดของตนเอง รู้ว่าเส้นทางมันมืดแถมกระโปรงยังราวรุ่มร่ามไม่เจียมตัวจริง ๆ...โง่เขลาสิ้นดี!!!”...นั่นปะไรนางถูกพูดจาดูถูกอีกแล้ว แต่...มันก็จริง พวกนางสองพี่น้องก็เป็นเพียงห่านดงหลงมาอยู่ท่ามกลางฝูงนางพญาหงส์และเหยี่ยวเวหา แต่เป็นพวกนางหรือที่อยากจะมาอยู่ยังที่แห่งนี้ ก็เป็นมารดาของเขามิใช่หรือที่ยกเอาคำว่า ‘ทดแทนบุญคุณ' มากักขังพวกนางสองพี่น้องเอาไว้ในสถานที่ชั่วช้าแห่งนี้!!!ยิ่งคิดพลันน้ำอุ่น ๆ มันก็ไหลออกมาจากดวงตาอย่างยากจะหักห้ามได้อีกต่อไป ร่วมสี่เดือนที่พวกนางต้องทุกข์ยากและอดทน ต้องฝืนทำและฝึกฝนในสิ่งที่หลิวไทเฮายัดเยียดมาให้โดยไร้คำถามไถ่ว่าพวกนางสองพี่น้องต้องการหรือไม่ กฎเกณฑ์มากมายถูกจับยัดมาใส่สมอง พวกนางเหนื่อยร่างกายพักผ่อนนอนหลับมันก็จางหาย แต่หลายเดือนผ่านมาเหนื่อยใจมีแต่มากล้นยากจะบรรเทา“มะ...หม่อมฉันสองพี่น้องก็มิเคยต้องการเพคะ...ฮึก...ไม่เคยต้องการเป็นกงจู่...ฮือ...และยิ่งไม่เคยต้องการสามีแบบพวกท่าน!”เหลืออดเหลือทนเข้าหญิงสาวนั้นก็ระเบิดมันออ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 12 เจ้าสุนัขขี้เรื้อนชั่วช้า! 3/4

    “ท่านนี่มัน...” อยากด่าให้สาแก่ใจแต่ก็ไม่กล้า ‘ปากดี' ในถิ่นของเขา นางจำต้องกัดเรียวปากของตนเองจนได้กลิ่นคาวโลหิตลอยฟุ้งพุ่งขึ้นเต็มกระพุ้งแก้มและโพรงปาก หญิงสาวอดทนฝืนเก็บความเจ็บปวดเอาไว้จนดวงตาเรียวสวยคู่นั้นแดงก่ำเพราะฝืนกลืนน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาอีก“เปิ่นหวางทำไม?...อยากด่าก็ด่าออกมาเลยอย่ามาเสแสร้งจะดีกว่าคนงาม” จ้าวจวินหลางทรุดลงมานั่นสับส้นเท้าแล้วเอื้อมมือไปบีบแก้มของหวังลี่จูจนนางปากจู๋ จะให้กล่าวกิริยาในยามนี้เป็นดัง ‘พยัคฆ์' กำลังล้อเล่นกับ ‘หนูนา' ตัวน้อยก่อนจะสังหารให้ตายก็มิปาน“มิกล้า...มิกล้า...ลี่จูย่อมมิกล้าแม้แต่จะคิดร้ายต่อชินอ๋อง ดังนั้นจะกล้าด่าทอชินอ๋องไปได้เช่นไรเล่า” หญิงสาวยิ้มแย้มทั้งที่เจ็บปวดที่ข้อเท้าแทบขาดใจ นางอดทนจนหน้าแดงตาแดง เห็นแล้วจ้าวจวินหลางนั้นก็ถึงกับปวดดวงใจอย่างไร้สาเหตุ“ไหนให้ข้าดูหน่อย!” ตะคอกข่มขวัญนางเอาไว้ก่อนทั้งที่ภายในใจของเขานั้นเริ่มสั่นไหวไปหมดกับดวงตาแดงชอกช้ำและใบหน้าแดงก่ำบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าหวังลี้จูนั้นเจ็บปวดมากจริง ๆ แต่ที่ตนเองโยนกายอรชรนั้นลงโครมใหญ่ ก็เพราะกลัวเสียหน้า เกิดมาแม้แต่มารดาของเขาเองยังไม่เคยอุ้ม

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 12 เจ้าสุนัขขี้เรื้อนชั่วช้า! 2/4

    'เอาวะยอมวิงวอนอ้อนขอร้องเขาสักหน่อยมันจะเสียศักดิ์ศรีสักเท่าใดกันเชียว ดีกว่าต้องคลานสี่เท้ากลับตำหนักซุ่นอวินให้อับอายนางกำนัลและขันทีกับเหล่าองครักษ์ทั้งหลาย'หวังลี่จูคิดในใจเสร็จก็ตัดสินใจกัดฟันพุ่งตรงเข้าไปกอดสองขาแกร่งของ ‘ชินอ๋อง' อย่างไม่มีการรักษามารยาทอีกต่อไป ศักดิ์ศรีอันใดนั้นปกติคนเช่นนางไม่มีอยู่แล้ว ขอเพียงเอาชีวิตรอดทำเวลาเร่งกลับไปหาน้องสาวให้จงได้ ต่อให้นางกราบอีกฝ่ายเป็น ‘ท่านอาจารย์' หวังลี่จูก็ไม่มีวันถือสามันให้หนักเด็ดขาด!“น้า...ชินอ๋องทรงเมตตาลูกนก ลูกห่านตาดำ ๆ ผู้นี้ด้วยเถอะเพคะ ชินอ๋องคนดี...ชินอ๋องผู้ประเสริฐที่สุดในใต้หล้า”นางกำนัลสองพี่น้องเช่นเสี่ยวจื่อกับเสี่ยวจางถึงกับมองแล้วอึ้งยืนตกตะลึงอ้าปากค้างพะงาบกลืนลมลงท้องอย่างน่าสงสาร โดยซ่งจินองครักษ์คนสนิทที่ติดตามใกล้ชิดมาด้วยเองยังถึงกับแอบหันหน้าหนีไม่กล้าจะมองกับกิริยาลูกสุนัขตัวน้อยเลียแข้งเลียขาเจ้านายของมัน หวังวิงวอนอ้อนขอให้จ้าวจวินหลางนั้นโอบอุ้มตัวของมันขึ้นมาจากพื้นสักคราว ผู้ใดพบเห็นใจแข็งเกินหนึ่งเค่อนับว่าเป็นยอดบุรุษ!“ไม่!...ปล่อยขาของเปิ่นหวางเดี๋ยวนี้ ตนเองเดินไม่ระวัง ทั้งโง่เง่า ทั้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status