Mag-log inเสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังดังออกมาจากห้องเล็กในเรือนที่ใกล้ผุพังท้ายจวนตระกูลซ่ง ดวงตาปูดโปนของเถียนสวี่ หลันจ้องมองเดรัจฉานมนุษย์ทั้งห้า ที่กำลังย่ำยีร่างกายของนางด้วยดวงตาแดงก่ำ ตอนนี้นางสิ้นไร้เรี่ยวแรงที่จะขัดขืนอีกต่อไปแล้ว กว่าสองปีที่ถูกขังเอาไว้ในห้องที่เล็กแคบและเหม็นอับแห่งนี้ กว่าสองปีที่นางถูกทรมานและย่ำยีจากบุรุษมากหน้าหลายตา พวกที่มีจิตใจวิปริตชมชอบร่างกายที่พิการของสตรี ต่างก็จ่ายเงินให้สามีนางเพื่อที่จะได้สำเร็จความใคร่ กับร่างกายที่ไร้แขนขาของเถียนสวี่หลัน นางเคียดแค้นและชิงชังแต่กลับไม่สามารถทำสิ่งใดได้ ตอนนี้นางสำนึกผิดแล้วต่อกรรมที่นางกระทำเอาไว้กับอดีตสามี หากสามารถย้อนเวลากลับไปได้ นางจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีก ขอให้นักอ่านทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณในการเสพนิยายนะคะ เพราะนิยายทุกเรื่อง ชื่อเมืองและตัวละคร ล้วนแต่งขึ้นมาจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้อ้างอิงมาจากประวัติศาตร์ใด ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักที่ยังคงติดตามผลนิยายของ Zuey มาโดยตลอด อ่านจบแล้วอย่าลืมกดหัวใจเพื่อเป็นกำลังใจ ในการสร้างผลงานต่อไปของไรท์ด้วยน๊า ขอบพระคุณมากค่ะ
view moreเถียนสวี่หลันเอ่ยชื่อบุตรชายคนโตเสียงดังออกมาอย่างอ่อนใจ นางไม่รู้ว่าเด็กคนนี้หัวแข็งได้ใครกันแน่ ทั้งยังมีนิสัยชอบกลั่นแกล้งผู้อื่น ทั้งที่นางและพ่อของเขาไม่ได้มีนิสัยเช่นนี้เลยสักนิดเพียงแค่หนึ่งปีอาจารย์จั๋วก็เป็นอาจารย์คนที่ห้าของเขาแล้วที่ทำหน้าที่สอนหนังสือให้เว่ยซืออวิ๋น เพราะไม่มีอาจารย์คนไหนทนอยู่ได้เกินสามเดือนเลยสักคน“เอาล่ะๆ เจ้ากำลังท้องกำลังไส้ โมโหให้มันน้อยๆ หน่อย เรื่องอวิ๋นเอ๋อเดี๋ยวย่าจะช่วยพูดให้เอง”แม่เฒ่าจางเอ่ยออกมาด้วยท่าทางเอาอกเอาใจหลานสาว ห้าปีแล้วตั้งแต่ที่เถียนสวี่หลันและเว่ยเจ๋อหมิงย้ายกลับมาอยู่ที่ชิงโจว ครอบครัวของนางรวมทั้งองค์หญิงใหญ่ต่างก็อาศัยอยู่ร่วมกัน มีเพียงโสวฝู่ผู้เฒ่าเท่านั้นที่แยกตัวออกไปอยู่ข้างนอกแต่หลังจากที่เถียนสวี่หลันแต่งงานกับเว่ยเจ๋อหมิง นางก็ตั้งท้องอย่างรวดเร็วและคลอดเว่ยซืออวิ๋นออกมา เหล่าผู้อาวุโสก็กลับมารวมตัวกันเพื่อดูแลลูกให้นาง เพราะได้รับการตามใจมาตั้งแต่ยังเล็ก ลูกของนางเลยไม่เคยรู้จักเกรงกลัวผู้ใด“หลันเอ่อ เดือนหน้าเจ้าก็จะคลอดแล้ว เรื่องการเรียนของอวิ๋นเอ๋อก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะ มีตาเฒ่าซ่างกวนอยู่ด้วยทั
“นี่สำหรับขาทั้งสองข้างของข้าที่เจ้าเคยเอาไป”เอ่ยจบนางก็ไม่คิดรอดูผลงานของตน แต่เดินหันหลังให้ภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แม้ว่าร่างกายนั้นจะไม่มีความผิด แต่ดวงวิญญาณที่อยู่ภายในมิใช่จ้าวจื่ออิงหากเจ้ากำลังดูอยู่ข้าจะไม่ขอโทษหรอกนะ เพราะที่ข้าเคยโดนกระทำมานั้นมันก็หนักหนาไม่ต่างกัน ลมเย็นสายหนึ่งพัดโชยมาที่ใบหน้าของนางเหมือนตั้งใจจะตอบรับคำพูดของเถียนสวี่หลัน จากนั้นไม่นานทุกอย่างภายในหุบเขาแห่งนั้นก็เงียบสงบลงเถียนสวี่หลันได้รับการช่วยเหลือและกลับมายังเมืองหลวงอย่างปลอดภัย ทางด้านกองทัพของฮ่องเต้ที่ถูกส่งออกไปนั้น เข้าตียึดพื้นที่คืนได้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งฤดูเหมันต์ผ่านไป เดือนสองกองทัพทั้งหมดเดินทางกลับมายังเมืองหลวงพร้อมกับชัยชนะและตัวจวิ้นอ๋องที่เป็นหัวหน้าผู้คิดก่อการกบฏจวิ้นอ๋องถูกตัดสินให้ประหารชีวิตในข้อหาก่อกบฏอย่างไม่รอการไต่สวน เว่ยเจ๋อหมิง เถียนสวี่หลัน และชายชราที่ใครๆ ต่างก็คิดว่าเขาได้ถูกสังหารไปแล้วนั้น ยืนอยู่ตรงหน้าของชายวัยกลางคน ที่ไม่หลงเหลือความองอาจห้าวหาญเหมือนดั่งที่ผ่านมา“จงไปขอโทษท่านแม่ของข้าที่ท่านเคยกระทำผิดต่อนางในปรโลกเถอะ”เว่ยเจ๋อหมิงเอ่
ข่าวลือที่จวิ้นอ๋องซ่องสุมกำลังพลเพื่อก่อกบฏถูกปล่อยออกไปทั่วเมืองหลวง จากนั้นก็มีข่าวใหญ่เข้ามาอีกเรื่องคือ โสวฝู่ผู้เฒ่าถูกจวิ้นอ๋องสังหารจนเสียชีวิตแล้วในช่วงนี้มีแต่เหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นมากมายภายในแคว้นเยี่ยน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เจ้ากรมโยธายักยอกเงินงบประมาณการสร้างเขื่อนจนทำให้เขื่อนแตกน้ำท่วมปิ่งโจว รวมทั้งตระกูลจ้าวที่ลักลอบค้าเกลือและสมคบคิดกับโจรป่าเพื่อขัดขวางการช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมตอนนี้ยังมีเรื่องของจวิ้นอ๋องก่อการกบฏและโสวฝู่ผู้เฒ่าถูกลอบสังหารอีก ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็สามารถสั่นคลอนความมั่นคงของแคว้นเยี่ยนที่สืบทอดมานานหลายร้อยปีได้ ในบันทึกของราชวงศ์ไม่เคยเกิดเหตุการณ์มากมายเช่นนี้ขึ้นมาก่อนสงครามภายในที่กำลังจะปะทุครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างเห็นได้ชัดเจน เหล่าขุนนางที่เคยให้การสนับสนุนจวิ้นอ๋องต่างก็ปิดปากเงียบ ไม่ยอมออกมาว่าราชการที่ท้องพระโรงราวกับต้องการแสดงการต่อต้านให้อีกฝ่ายได้เห็นแม่ทัพที่ทำหน้าที่ปกป้องเมืองหลวงในครั้งนี้คือ แม่ทัพที่มาจากตระกูลเซียว ที่ผ่านมาพวกเขาทำตัวเป็นกลางมาตลอด ไม่เคยสนใจเข้ายุ่งเกี่ยวการเมืองของเหล่าขุนนาง ที่คอยแก่งแย
เถียนสวี่หลันที่ได้ยินเรื่องนี้นางก็ได้แต่อึ้งไป เรื่องทั้งหมดนี้น่าจะต้องเกิดขึ้นในอีกห้าปีข้างหน้ามิใช่หรือ แล้วเหตุใดทุกอย่างถึงได้เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ หรือว่าเป็นเพราะนางเปลี่ยนแปลงอนาคตที่จะเกิดขึ้น เถียนสวี่หลันรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ที่เรื่องราวทุกอย่างเริ่มไม่อยู่ในการควบคุมของนางการตัดสินโทษได้เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คนตระกูลจ้าวกว่าร้อยชีวิตถูกคุมตัวไปที่ลานประหารพร้อมกันในยามซื่อ (9.00-11.00) แม้ตนเองและครอบครัวจะต้องตายในอีกไม่ช้า แต่เสนาบดีจ้าวกลับยังคงปิดปากเงียบไม่ยอมให้การซัดทอดผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเถียนสวี่หลันและเว่ยเจ่อหมิงพร้อมทั้งองครักษ์ผู้ติดตามยืนอยู่ในฝูงชน มองดูคนตระกูลจ้าวหัวหลุดออกจากบ่าทีละคน เถียนสวี่หลันมิได้แสดงสีหน้าใดใดออกมาแม้ว่านางจะเห็นฉากนองเลือดตรงหน้าก็ตามที สายตาของนางเหลือบมองไปรอบๆ เพื่อหาร่างที่คุ้นตาของใครบางคนจ้าวจื่ออิง!! นางอยู่ที่นั่นเอง ใบหน้าด้านข้างที่ยกยิ้มมุมปากบางๆ ทำให้เถียนสวี่หลันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นางเห็นคนในครอบครัวของตนเองถูกประหารแต่กลับยิ้มออกมาอย่างนั้นหรือ นางใช่จ้าวจื่ออิงตัวจริงหรือไม่ แล้วเช่นนั้น
“ท่านย่า หลันเอ๋ออยู่ที่ไหน ข้าไม่เห็นนางเลยตั้งแต่ข้ากลับมาถึงที่นี่”ร่างสูงถามแม่เฒ่าจางออกไปตามตรง ในความคิดของเขาบางทีนางอาจจะไปที่ตำบลเหลียงหยู บ้านท่านตาท่านยายของนาง แม่เฒ่าจางถอนหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้าและท่าทางของนางดูแล้วมีแต่ความทุกข์ หรือว่าเกิดสิ่งใดขึ้นที่นี่ระหว่างที่เขาไม่อยู่“อาหมิง
ท่าทางยืนก้มหน้าเท้าเขี่ยพื้นของนางตอนนี้ในสายตาของเว่ยเจ๋อหมิงมันช่างดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูก ก่อนหน้านี้สองสามเดือนเขาได้ยินจากเถียนซู่เจิงว่าอาการของนางไม่ค่อยดี ความรู้สึกเป็นห่วงนางแปลกๆ ก็เกิดขึ้นภายในใจของเขาอย่างไม่ทราบสาเหตุเขาเองก็ไม่อยากยอมรับว่าตั้งแต่ที่นางแสดงอาการหวาดกลัวซ่งหยางเฉิงออ
นักพรตหนุ่มที่สวีม่านนีเชิญมา จัดตั้งโต๊ะประกอบพิธีกรรมขับไล่ดวงวิญญาณทันที หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายยุติการโต้เถียงกัน ชาวบ้านในอำเภอเหออันต่างก็รู้ดีเรื่องชื่อเสียงของนักพรตผู้นี้ ทุกคนต่างก็ยกมือขึ้นพนมหลังจากที่เขาเริ่มบทสวดเสียงสวดภาวนาของเขาดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน ทุกคนต่างเงียบเพื่อรอดูเหตุการณ์ต
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!!”เถียนสวี่หลันพยายามแกะมือใหญ่ที่กำลังลากตนด้วยท่าทางทุลักทุเล เพราะเว่ยเจ๋อหมิงที่ตัวสูงกว่าจึงทำให้ภาพออกมาเหมือนเขากำลังหิ้วเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งในมือ“เถียนสวี่หลันบอกมาซิว่าเจ้าเข้าไปทำอันใดในเรือนตระกูลสวี ข้านึกว่าหลายเดือนมานี้ที่เจ้าอยู่เงียบๆ เป็นเพราะว่าเจ้าคิดได้แล


















Rebyu