แชร์

ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!
ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!
ผู้แต่ง: จ้าวเฉียว / พลอยพันแสง

บทนำ 1/3

last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-13 15:12:16

บทนำ

อาณาจักรโยวโจวรุ่งเรือง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งเพาะปลูกอาหาร ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมไปจนถึงข้าวสาลี ผักนานาชนิดกับผลไม้มากมายล้วนมีรสชาติดีกว่าอาณาจักรใกล้ชิดติดกัน เรียกได้ว่าโยวโจวเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของชนชาติต่างเผ่าพันธุ์และต่างดินแดน ซึ่งนอกจากดินดีที่เป็นสวรรค์ประทานให้แก่ชาวโยวโจวแล้ว กองกำลังทหารของดินแดนนี้ก็ยังกล้าแกร่งมากอีกด้วย จนดินแดนข้างเคียงไม่กล้าหาญชาญชัยมารุกรานโยวโจวทั้งสิ้น

เพราะมีทั้งกองสอดแนมที่การข่าวแม่นยำ ไหนจะยังมีแนวหน้านักรบเดนตายไปจนถึงทหารม้าที่กล้าเผชิญศึกปกป้องชายแดนอย่างไม่กลัวตาย หรือห่วงชีวิตจนได้สมญานามทหารม้าปีศาจทมิฬแห่งค่ายเป่ยหนิง ดังนั้นหลายร้อยปีมาแล้วที่ไม่เคยบังเกิดศึกใหญ่ให้ชาวประชานั้นต้องเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้าเช่นดินแดนใกล้ชิดติดกัน การค้าขายรุ่งเรืองการปกครองย่อมรุ่งโรจน์ แผ่นดินโยวโจวปกครองโดยสกุลจ้าวยาวนานมาเกินพันปี แล้วในรุ่นของจักรพรรดิลำดับที่สามร้อยเก้าสิบเก้านี้ก็ปกครองโดย ‘จ้าวจวินข่าย’ และมีชินอ๋องซึ่งเป็นน้องชายแท้ ๆ ร่วมบิดามารดาเดียวกันนามว่า ‘จ้าวจวินหลาง’ ช่วยปกครองแคว้นหัวเมืองสำคัญอันยิ่งใหญ่ที่เป็นรองก็แค่เพียงเมืองหลวงเช่นแคว้น ‘เป่ยหนิง’ ซึ่งนับจากอดีตฮ่องเต้จากไปได้สามฤดูหนาว ไทเฮา ‘หลิวรุ่ยเซียง’ ก็เศร้าโศกไม่หายจึงมักขึ้นเขาไปไหว้พระสวดมนต์ถือศีลกินผักอยู่บ่อยครั้งดังเช่นในวันนี้องค์ไทเฮาแห่งโยวโจวก็แต่งกายด้วยอาภรณ์เรียบง่าย

ทว่าถึงจะเรียบง่ายเพียงใด แต่เนื้ออาภรณ์นั้นก็เป็นผ้าไหมอย่างดี กำไลและแหวนหยกเนื้อดีที่สวมพร้อมด้วยสร้อยคอไข่มุกสีชมพูสวยก็ช่างล่อตาลวงใจเหล่าขโมยร้ายที่มักจะมาคอยแอบซุ่มซ่อนตัวเพื่อในวันใดวันหนึ่งสบโอกาสเหมาะที่จะพบเข้ากับเหล่าบรรดาฮูหยินฐานะดีให้พวกมันทั้งสองคนได้แอบไปดัก ‘ปล้นทรัพย์’ ระหว่างทางลงเขาอย่างเช่นที่พวกมันทำมาแล้วแทบจะทั่วทุกวัดทุกอารามใหญ่น้อยทั้งมหานครโยวโจว เพราะกลัวจะถูกจับได้นั้นเอง ด้วยเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้ทำให้พวกมันเลือกที่จะเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ แต่วันนี้ ‘เหยื่อ’ ของมันดู ‘คุ่มค่า’ ให้พวกมันลงมือแล้วย้ายหนีไปหากินยังถิ่นอื่นบ้างจวบจนเรื่องราวเงียบมันค่อยกลับมาหากิน ‘ในถิ่นเก่า’ อีกครั้ง พวกมันทำมานับห้าสิบดคีแล้วแต่ทางการก็คว้าได้เพียง ‘ลม’ เท่านั้นหึ!

“เจ้าเลือกนางแน่หรืออาว่อง”

เจ้าคนที่ติดฝิ่นจนกายผ่ายผอมหันไปสอบถาม ‘สหาย’ ร่วมอาชีพ ซึ่งเจ้าของนามว่า ‘ว่อง’ ก็เพียงพยักหน้าจากนั้นก็คอยเฝ้าสังเกตการณ์ขบวนสตรีสามคนกับบุรุษอีกสองคนไปอย่างระมัดระวัง ซึ่งคงเป็นความจริงแล้วหากฮ่องเต้จ้าวจวินข่ายและชินอ๋องจ้าวจวินหลางนั้นไม่ทราบการหลบหนีของไทเฮาขึ้นมายังอารามไห่เหมี่ยวแห่งนี้ หาไม่เพียงโจรกระจอกเพียงสองคนย่อมไม่พ้นฝีมือและสายตาของเหล่าองครักษ์ทั้งหลายเป็นแน่!

ทว่าช่างโชคร้ายอย่างยิ่งไทเฮามีเพียงนางกำนัลใกล้ชิดกับขันทีซึ่งมีวรยุทธ์เพียงขั้นพื้นฐานเพียงเท่านั้นจึงกลายเป็น ‘เหยื่อ’ เนื้อหวานให้แก้เจ้าคอฝิ่นทั้งสองทันที...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 55 3/3

    “หากไม่สะดวกใจจะตอบก็เพียงพยักหน้าหรือส่ายศีรษะก็พอลี่เจิน” เพราะนางดูลำบากใจอาจจะขัดเขินเขาจึงหาทางออกให้อีกฝ่าย ซึ่งคราวนี้จ้าวจวินข่ายนั้นคาดเดามิผิดไปเพราะหวังลี่เจินหนึ่งเขินอาย และสองกำลังสับสน กับสามนางตกใจที่ไม่ทันตั้งสติกลับถูกบุรุษสารภาพความในใจ นางไม่เป็นลมไปก็ดีเท่าใดแล้ว“ดะ...ได้เพคะ...อีกสามปีหม่อมฉันจะให้คำตอบแก่ฝ่าบาท แต่เวลาสามปีนี้หม่อมฉันจะขอ ‘ปลูกผักขายอยู่ท้ายจวนท่านอ๋อง’ รอให้ฝ่าบาทได้พิสูจน์ความจริงใจนะเพคะ”ในเมื่อเขากล้าจะสารภาพนางเองจะไม่ยอมเสียหน้าทำตนเป็นคนไร้คุณธรรมและใจคับแคบไม่เปิดใจ จึงรับปากออกไป นางเขินอายนั่นช่างมัน แต่เรื่องใดที่ตัดสินใจนางจะไม่ปิดปากจึงตอบไปชัดเจน“ข้าจะไม่ย่อท้อกับโอกาสที่เจ้ามอบให้”อ้อมแขนกำยำกอดรัดกายอรชรแน่นขึ้นอีกสองส่วน ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้หวังลี่จูถอนหายใจด้วยความโล่งใจอย่างน้อยสิ่งที่นางทำมาทั้งหมดก็ไม่เสียเปล่าแล้ว“สบายใจแล้วก็กลับไปนอนกันเถิด”จ้าวจวินหลางที่ตามใจภรรยายอมให้นางแอบตามมาดูผลงาน ครั้นเห็นภาพนั้นเช่นกันจึงเอ่ยชวนอีกฝ่ายกลับไปใช้ช่วงเวลาส่วนตัวด้วยกันสักครา เพราะทราบดีบัดนี้หวังลี่จูปลอดโปร่งโล่งใจแล้ว“ข

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 55 2/3

    ‘ข้าซาบซึ้งกับความรักและอีกหลายสิ่งในชีวิตก็เพราะเสด็จแม่และพี่ใหญ่ เช่นนี้จึงไม่เคยหลงเหลือความโกรธเคืองหรือน้อยใจอีกแล้ว’นั่นคือสิ่งที่จ้าวจวินหลางเอ่ยกับเขาเมื่อถามกันอย่างตรงไปตรงมาระหว่างพี่น้องว่าอีกฝ่ายโกรธเคืองเขาหรือไม่ที่ทำเช่นนั้นลงไป เวลาและความทุกข์ช่างทำให้คนเราเติบโตได้จริงดังที่พระมารดาเคยกล่าวไว้จริงแท้ฝ่ายหวังลี่เจินถึงกับเสียกิริยาเพราะมิคาดว่าคนเช่นบุรุษตรงหน้าจะเอ่ยวาจาตรงไปตรงมาจนนางไปต่อไม่ถูกเช่นนี้จะร้ายกาจเข้าใส่เช่นที่ผ่านมานางย่อมมิกล้า แต่จะให้นางคิดดีทำดีกับอีกฝ่ายนั้นกลับลังเล จะทำอันใดก็ไม่ถูกแล้วจริง ๆ ในยามนี้ เรียกว่ายืนเป็นบื้อเป็นใบ้ไปครู่คงถูกต้องที่สุด“ฝ่าบาทมีสิ่งใดจะกล่าวกับหม่อมฉันหรือเพคะ?”พอตั้งสติได้หวังลี่เจินจึงได้เอ่ยถามออกไป เขามาดีนางจะร้ายกาจคืนกลับไปย่อมมิได้ สาวน้อยจึงต้องกล่าววาจานุ่มนวลและมีเหตุผลคืนกลับไป เช่นไรหวังลี่จูก็อบรมเด็กสาวมาดีถึงจะชิงชังหรือโกรธเคือง แต่ถ้าอีกฝ่ายมาดีด้วยนางย่อมต้องดีตอบสนองคืนกลับไปเช่นกัน“ไปคุยกันตรงนั้นเถิด” จ้าวจวินข่ายชี้มือไปทางศาลาทรงแปดเหลี่ยมริมบึงบัวในอุทยานหลวงแล้วออกเดินนำหน้าไปก่อน ซึ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 55 1/3

    ตอนที่ 55สายลมยามค่ำพัดรวยรินหลังจากร่วมกินข้าวกับพี่สาวกับพี่เขยและพูดคุยจนเข้าใจในสิ่งที่พี่สาวช่วยเหลือตนเองเรียบร้อย หวังลี่เจินก็ขอเดินกลับตำหนักของตนเองแทนการนั่งรถม้า เพราะอยากคิดทบทวนถึงสิ่งที่พี่สาวแนะนำกับนางมา‘วันนี้เจ้ายังเยาว์ยิ่งนัก จงอย่าเพิ่งตัดสินใจอันใดเลยให้เวลากับตนเองอีกหน่อยเถิดนะเจินเจิน’หวังลี่เจินคิดไปถึงประโยคสุดท้ายพี่สาวที่เอ่ยตักเตือนเมื่อตนเองกล่าวไปว่าคงยากที่จะทำใจร่วมชีวิตกับบุรุษเจ้าเล่ห์ดังจิ้งจอกเก้าหางที่ส่งพี่สาวของตนเองไปลงสนามที่โอกาสรอดชีวิตมีเพียงสามในสิบส่วนไปได้ แต่พี่สาวของนางกลับกล่าวให้นาง ‘ให้โอกาสตนเองได้เลือก’ในวันที่เติบโตกว่านี้‘แต่เขาไม่สมควรได้รับโอกาสนั้นสักเพียงนิดเดียวนะพี่สาว’ นางจำได้ว่าตนเองแย้งไปเช่นนั้น แต่คนซึ่งเติบโตมาก่อนนางกลับแย้มยิ้มใจเย็นแล้วค่อย ๆ อธิบายจนนางพูดอันใดไปออกอีก‘พี่สาวมิเคยกล่าวว่าให้เจ้าไปให้โอกาสผู้อื่นแม้เพียงครึ่งคำ แต่ที่บอกนั้นล้วนให้เจ้าให้โอกาสตนเองต่างหากเด็กโง่’ นึกมาถึงประโยคนั้นหวังลี่เจินจึงค่อยได้คิดว่าทั้งสิ้นพี่สาวไม่เคยคิดน้อยเลยสักครั้งสำหรับอนาคตของนาง ตรงกันข้ามหวังลี่จูคิดและวา

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 54 3/3

    จ้าวจวินหลางจับมือเรียวที่กำลังใช้ผ้าขัดผิวตรงแขนแกร่งของตนเองให้หยุดทุกสิ่งเพื่อจะได้ฟังเขาให้ชัดเจน อยากกล่าวเพียงครานี้หนึ่งครั้งจบสิ้นไร้ข้อกังขาต่อเรื่องหลวนจิ้งอวี่อีก“กับหลวนจิ้งอวี่มันคือ ‘แผน’ เท่านั้น หาได้มีเรื่องหัวใจมาผูกพัน แต่สำหรับเจ้า…ทั้งหัวใจทั้งชีวิตข้าที่เหลือจนสิ้นใจขอมอบให้หวังลี่จูเท่านั้น”ขณะที่เขากล่าววาจานั้น จ้าวจวินหลางก็ขยับให้มือเรียวไปทาบอยู่ในจุดที่ภายในมีหัวใจเต้นจังหวะมั่นคงพร้อมมืออีกข้างจับปลายคางเรียวให้อยู่ในระดับที่จะมองประสานสายตากับเขาได้พอดี…ตึก ๆ…หัวใจของหวังลี่จูเต้นระรัวเพราะความจริงจังนั้นนางสัมผัสมันได้ทั้งจากแววตาและน้ำเสียง“เช่นที่ข้าเคยบอกแก่เจ้าไปแล้ว สำหรับนางคือ ‘หน้าที่’ แต่กับเจ้านั้น ‘หัวใจ’ ถึงข้ามิใช่บุรุษที่ดีแต่อันใด หน้าที่กับหัวใจข้าแยกออกจากกันชัดเจน และจะไม่มีวันโกหกเด็ดขาด”จ้าวจวินหลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น แต่ก็ยังคงกล่าวออกมาด้วยความเนิบช้าไร้กิริยาล้อเล่นผิดไปจากปกตินิสัยของเขาไปจนสิ้น ท่านอ๋องหนุ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดของสกุลหลวนกับความเป็นมาที่เกี่ยวข้อง เขาเล่าช้า ๆ เล่าอย่างละเอียดจนหวังลี่จูที่ไม่ใ

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 54 2/3

    หวังลี่จูเปิดรอยยิ้มละมุนละไมแสนจะจริงใจให้กับผู้เป็นพี่ชายของพระสวามีก่อจะเอ่ยตอบออกไปถึงสาเหตุที่ตนเองเปลี่ยนไปจากอดีตราวกับนางเป็นผู้ใดอีกคนเช่นนี้“นั่นก็เพราะ ‘เวลา’ ในอดีตที่ฝ่าบาทมอบให้จึงทำให้หม่อมฉันเติบโตขึ้น มองเห็นความจริงมากขึ้น ดังนั้นความสุขที่แท้จริงย่อมเป็นสิ่งที่เจินเจินเลือกเอง นางเลือกเส้นทางชีวิตเองนั่นจึงเป็นความสุขอันแท้จริงเพคะ”เพราะถ้าหากนางตัดสินใจแทนหวังลี่เจินก็คงไม่ต่างจากหลิวไทเฮาหรือฮ่องเต้ที่ถึงไม่ได้บีบบังคับแต่เรียกได้ว่า ‘ยัดเยียด’ คงจะเหมาะสมกว่า ดังนั้นนางจึงขอเวลาให้น้องสาวนั้นเติบโตและเลือกเส้นทางชีวิตคู่ด้วยตนเองนั่นจึงหมายถึงว่านางรักน้องสาวจากใจจริง คนเราเติบโตขึ้นทุกวันหากนางไปคิดหรือตัดสินใจแทนน้องนั่นจึงเรียกว่ารักอย่างผิดเส้นทางถึงตนเองมิใช่บิดาและมารดา แต่ก็เป็นพี่สาวที่รักน้องสาว อดีตนางอาจเคยหลงผิดยึดติดไปบ้างเพราะอายุยังน้อย แต่พอได้เติบโตมองเห็นโลกกว้างมากกว่าในอดีตจึงเริ่มคิดได้ บัดนี้จึงไม่คิดตัดสินว่าหลิวไทเฮานั้นผิดแล้วตัวของนางถูก แต่กลับมองว่าถ้าจะผิดนางที่คิดแทนหวังลี่เจินเองย่อมผิดเช่นกัน…คนเราไม่จำเป็นต้องมีสีขาวหรือดำสนิท

  • ข้าจะปลูกผักขายที่ท้ายตำหนักท่านอ๋องนี่แหละ!   ตอนที่ 54 1/3

    ตอนที่54และในรุ่งอรุณมาเยือนทั้งเป่ยหนิงอ๋องและเป่ยหนิงหวางเฟยล้วนต่างถูกปลุกให้ตื่นด้วย ‘คำสั่ง’ โดยตรงจากฮ่องเต้ให้ไปเข้าประชุมปรึกษาหารือกันถึงเรื่องที่หวังลี่จูได้ให้คำแนะนำกับฮ่องเต้โดยตรงไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าจ้าวจวินข่ายย่อมทบทวนจนแน่ใจแล้วว่า ‘แผน’ ที่น้องสะใภ้ชี้แนะนั้นให้ประโยชน์กับแผ่นดินโยวโจวมากกว่าเสียพอคิดตกเช่นนั้นคนที่ไม่ชอบรีรอจนเสียการใหญ่จึงเรียกขุนนางที่เกี่ยวข้องและวางใจได้เข้าประชุมเร่งด่วนตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่กระจ่างดีเช่นนี้“น้องสะใภ้ สวามีของเจ้าเขานอนตกหมอนหรือเหตุใด แม้แต่ข้าที่เป็นพี่ชายทั้งยังเป็นฮ่องเต้อีกด้วยจึงบังอาจทำหน้าทะมึนใส่มิไว้หน้าเช่นนี้?”จ้าวจวินข่ายฉวยโอกาสที่น้องชายนั้นกำลังหันไปพูดคุยกับอัครมหาเสนาบดีกู้เร่งสอบถามน้องสะใภ้อย่างระแวงเจ้าน้องชายตัวแสบ ว่ามันจะถือเอาความแค้นที่ตนเองคุยกันด้วยภาษาลับของอิงซื่อมาเล่นงานตนเองเพิ่มอีกกระทง ทั้งที่ความผิดเก่ายังไม่ทันได้ชดเชยเอาได้“เอ่อ…”หวังลี่จูจะกล้าตอบได้เช่นไรว่าสาเหตุที่สุนัขป่าโกรธฮ่องเต้ผู้เป็นพี่ชายนั้นเป็นด้วยเรื่องแสนน่าอับอายที่เขากำลังจะจับนางกินกลืนลงท้องเป็นของว่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status