LOGINวันนี้สองพี่น้องได้ไปรับจ้างขุดลอกส้วมซึมในยุคโบราณแห่งนี้ จากนั้นก็นำเอาอุจจาระหรือของเสียของจวนคนร่ำรวยเหล่านั้นมาขายให้แก่สวนผักในบริเวณเชิงเขา สองพี่น้องเหน็ดเหนื่อยจนถึงปลายยามเว่ยจึงเสร็จสิ้น วันนี้ได้เงินมาหลายสิบอีแปะ นับเสร็จแล้วต่างก็ยิ้มแย้มให้แก่กันทั้งที่เนื้อตัวนั้นเหม็นกลิ้นอุจจาระคลุ้งไปหมด อย่างน้อยพวกนางสองพี่น้องก็มีเงินเก็บเพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว
“สักวันพวกเราจะต้องมีเงินมากพอซื้อที่ดินสักสองหมู่ ปลูกกระท่อมสักหลัง และเหลือที่ดินเอาไว้เลี้ยงสัตว์และปลูกผักหาเลี้ยงชีพกันโดยไม่ต้องอาศัยอารามเป็นที่ซุกหัวนอน ไม่ต้องกินเพียงแต่ผักที่เหลือในอารามไห่เหมี่ยวเช่นนี้แล้ว!”
หวังลี่จูผู้เป็นพี่สาวซึ่งเด็กสาวผู้เป็นน้องสาวเช่นหวังลี่เจินนั้นไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าในร่างกายนี้หาใช่พี่สาวของนางมาถึงสี่ปีแล้ว ด้วยการป่วยคราวนั้นที่รอดพ้นจากโรคระบาดคงมีเพียงหวังลี่เจินเด็กหญิงวัยสิบขวบปีผู้เดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตนอกจากนั้นทั้งบิดา มารดา รวมไปถึงหวังลี่จูในวัยสิบสี่ปีล้วนตายจากไปทั้งหมดเหลือเพียงเด็กหญิงวัยสิบขวบปีเพียงเท่านั้น
ส่วนที่มาอยู่ในร่างของเด็กสาวหวังลี่จูคือ ‘นางสาวดาวพันแสง วลารี’ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่สี่ในวัยเพียงสิบหกปีที่กำลังข้ามถนนไปซื้อชานมไข่มุกดับความร้อนกลางเดือนเมษายนจนไขมันแทบละลาย ซึ่งแน่นอนหญิงสาวรอจนสัญญาณไฟคนเดินของทางม้าลายเป็นสีเขียวได้สามวินาที เพราะเธอกลัวจะเป็นเคสข่าวดังเกี่ยวกับทางม้าลาย แต่เดินก้าวเท้าออกไปได้ไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำสิ่งที่ดาวพันแสงกลัวก็บังเกิดโครมเดียว แล้วโลกทั้งใบของหญิงสาวก็ค่อย ๆ มืดลงอย่างรวดเร็วมารู้สึกตัวอีกครั้งก็พบใบหน้าของเด็กหญิงตัวมอมแมม เสื้อผ้าอาภรณ์เก่าจนแทบไร้พื้นที่ที่จะปะชุนได้อีกแล้วนั่งยิ้มอวดฟันขาวสะอาด แล้วคำเรียกที่เธอถูกทักทายก็คือ ‘พี่สาวท่านฟื้นแล้ว’ เกิดมาจนอายุสิบเจ็ดปีดาวพันแสงมีเพียงมารดากับพี่ชายสองคนเธอเป็นน้องสาวคนสุดท้อง ดังนั้นกว่าหญิงสาวจะทำใจและยอมรับได้ในที่สุดว่าตนเองเป็นอีกคนที่ตกเป็นเหยื่อของเหล่านักซิ่งที่ไม่สนใจสัญญาณไฟเขียวของทางม้าลายอีกรายหนึ่งแล้วก็ผ่านมาถึงสามวันเลยทีเดียว
แต่เด็กหญิงหวังลี่เจินผู้ใสซื่อกลับคิดว่าอาการป่วยของพี่สาวยังไม่หายดีจึงดูแปลกไปราวคนเสียสติ ยังโชคดีที่ซือไท่กับไต้ซือนั้นช่วยเหลือนำยาให้นางสองพี่น้องได้ดื่มกิน เจ้าโรคระบาดซึ่งความจริงมันก็เพียงโรค ‘อหิวาตกโรค’ ที่ไม่ได้น่ากลัวเช่นเจ้า ‘เชื้อไวรัสโคโรนา2019’ ที่ระบาดไปทั่วโลกซึ่งทำคนตายไปไม่น้อยนั่นหรอก
แต่ก็อย่างว่านี่มันยุคโบราณในดินแดนที่คล้ายจีนโบราณถึงแปดส่วน อดีตหญิงสาวไม่เคยเชื่อไอ้เรื่องมิติทับซ้อนหรือต่างโลกอะไรพวกนั้นจนถึงขนาดเรื่องผีสางเทวดา เด็กยุคใหม่ที่สตรีมเกมมิ่งเป็นงานหลักเรียนเป็นอาชีพรองเช่นเธอไม่มีทางเชื่อถือเด็ดขาด หากแต่สี่ปีผ่านมาในแผ่นดินโยวโจวแห่งนี้ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อแล้วว่าต่างโลก ต่างมิติ และต่างภพมีจริง ย่อมยากจะมีหมอที่เก่งกาจมารักษาโรคระบาดดังกล่าวไปได้ คนจึงล้มตายไปไม่น้อยเลยทีเดียวโดยเฉพาะคนยากจน
“พี่สาวของลี่เจินเก่งที่สุดอยู่แล้ว...” หวังลี่เจินยิ้มอวดฟันสวยกับแก้มลักยิ้มบุ๋มแสนน่ารักน่าเอ็นดูจนหวังลี่จูจะอดเอื้อมมือไปจับศีรษะโยกเล่นอย่างมีความสุขเสียไม่ได้ ถึงจะเหนื่อยยากต้องลำบากขนาดไปตักอุจจาระจากบ่อส้วมต้องหาบถังใส่ของเน่าเสีย หรือหากมีงานใดจ้างพวกนางพี่น้องไม่เคยท้อถอยล้วนพุ่งชนทุกงานลำบากเพื่อแลกเงิน
แต่งานสบายเช่นร่ายรำหรือขายเรือนร่างสองพี่ต้องแซ่หวังต่างคิดตรงกันว่าชาตินี้จะไม่มีวันยอมเลือกทางเดินดังกล่าวเด็ดขาด สี่ปีผ่านไปเงินของพวกนางก็มีร่วมเจ็ดสิบตำลึงแล้ว ทว่าถึงจะยังอีกยาวไกลแต่ในความหวังพวกนางเชื่อว่าสักวันพวกนางจะมีที่ดิน มีบ้านหลังน้อย ได้อยู่ร่วมกันตามประสาพี่น้องอย่างมีความสุข ส่วนเรื่องแต่งงานมีสามีพวกนางเป็นกำพร้าและยากจนคงยากจะมีสกุลใดอยากแต่งนางเข้าไปเป็นสะใภ้เอกเป็นแน่ อย่างดีเต็มที่ก็ถูกแต่งงานไปเป็นอนุภรรยาเพื่อระบายราคะให้พวกบุรุษมากตัณหาที่ต้องการมีอนุภรรยาเป็นดอกไม้ประดับภายในจวนของพวกเหล่าคนรวยเท่านั้น
ดังนั้น พวกนางจึงคิดเพียงแค่มีที่ดินเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่เลี้ยงหมูปลูกผักปลูกสมุนไพรค้าขายเล็กน้อยเลี้ยงชีพกันไปย่อมมีความสุขมากกว่าจะไปเป็นอนุภรรยาหลายพันหลายหมื่นเท่ายิ่งนัก สองพี่น้องแซ่หวังเดินขึ้นเขาไปพร้อมกับหาบถังใส่ของเสียที่ถึงจะล้างจนสะอาดแต่กลิ่นย่อมยังอยู่ ด้วยนี่ต้นยามเว่ยแล้วหากช้าไปพวกนางเป็นสตรีก็อาจจะเกิดอันตรายได้ แม้ต่อให้หลังลี่จูพรางใบหน้าข้างหนึ่งให้มีปานดำด้วยก้นหม้อข้าว ส่วนหวังลี่เจินนั้นยังตัวเล็กแคระแกร็นซึ่งความจริงเด็กสาวนั้นงดงามสมส่วน แต่หวังลี่จูเกรงว่าจะบังเกิดอันตรายจึงคอยใช้ผ้ารัดหน้าอกและหาเสื้อตัวโตมาสวมอำพรางทรวดทรงองเอวอรชรของน้องสาวป้องกันอันตรายเอาไว้เสียแต่ต้น
แต่จะเช่นไรหากไปเจอพวกจอมโจรราคะแม้จะป้องกันเพียงใด ทว่าพวกนางเป็นสตรีนั้นย่อมยากจะพ้นมือเจ้าพวกคนชั่ว เช่นนั้นที่ทำได้จึงมีเพียงต้องเร่งขึ้นเขากลับอารามไห่เหมี่ยวก่อนจะค่ำให้จงได้
“กรี๊ด...ช่วยด้วย!”
ตอนที่ 15 เจ้าสาวของข้าหายไป!!! ฝ่ายทางด้านของสองพี่น้องที่กลายเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งอายุสิบสาม อีกคนอายุสิบห้านั้นได้ติดท้ายขบวนขนส่งสิ้นค้าของสำนักคุ้มภาย ‘อวิ๋นฉี’ ซึ่งจะเดินทางผ่านด่านทิศเหนือที่ใกล้ชิดติดกับซีหยวนและเป่ยฮั่น โดยมีแม่น้ำสายใหญ่หวงเหอกั้นขวางแบ่งระหว่างโยวโจว ซีหยวน กับเป่ยฮั่น แล้วมีเผ่าขนาดเล็กอีกหกเผ่าหลบหนีไปไกลกว่าหลายร้อยลี้แล้วไม่ได้ทราบเลยว่าบัดนี้ภายในวังหลวงของโยวโจวนั้นกำลังวุ่นวายกันใหญ่ เพราะหมิงหวังและหมิงเยว่กงจู่หายไปอย่างไร้ร่องรอยเลยสักนิด“เจ้าพวกบัดซบ สวะสิ้นดี สตรีถึงสองนางหายไปกลับไม่มีผู้ใดพบเห็น นางหาใช่มดหรือแมลงจึงจะมีปีกบินหนีไปได้ ไปเร่งค้นให้ทั่ว!”จ้าวจวินหลางโกรธจนลมออกหูเมื่อทหารม้าเกราะดำร่วมห้าร้อยชีวิตต่างก็ค้นหาไปจนทั่วทุกซอกทุกมุมของวังหลวงแล้ว ทว่ากลับไร้เงาของสองกงจู่ไปจนสิ้น หลิวไทเฮาถึงกับเป็นลมไปหลายตลบ เพราะคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดีแล้วตนเองนั้นประมาทหัวใจของสองพี่น้องสกุลหวังเกินไปงานแต่งงานใกล้เข้ามาเหลืออีกเพียงไม่ถึงสิบวัน ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมเอาไว้เกือบพร้อมหมดแล้วโดยไม่มีผู้ใดมันจะมาคิดว่าตัวของว่าที่เจ้าสาวนั้นจะ
ตอนที่ 14 วางแผนหลบหนี (จบบท)พออีกสองวันต่อมาหวังลี่เจินนั้นก็เริ่มแอบลักลอบหนีออกจากวังหลวงแล้วไปหาเหล่าสหายทั้งหลายในตลาดให้ช่วยนำตั๋วเงินไปแลกเป็นแผ่นทองคำแทน พร้อมกันนั้นก็เตรียมหาขบวนสินค้าที่พวกนางสองพี่น้องพอจะอาศัยติดตามข้ามไปยังต่างแดนเช่นซีหยวนหรือไม่ก็เป็นเป่ยฮั่น เพราะหวังลี่จูนั้นบอกว่าเป็นเพียงสตรีสองนางหากหลบหนีกันไปเพียงสองคนจะไม่ปลอดภัยจำต้องอาศัยขบวนขนสินค้าข้ามชายแดนกับปลอมตัวจึงพอจะรอดพ้นออกจากโยวโจวได้“เป็นเช่นไรบ้างอาการของข้าน่ะท่านหมอซู” คนข้อเท้าเจ็บพยายามฝึกฝนใช้ไม้เท้าและขยันกินยา ทำทุกสิ่งที่ท่านหมอหลวงแนะนำด้วยความคิดที่ว่าตนเองต้องรีบหายให้เร็วที่สุด งานแต่งงานใกล้เข้ามาทุกขณะ พวกนางสองพี่น้องจะต้องหนีไปให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่งงานอันใดนั้นผู้ใดอยากตบแต่งกัน ชินหวางเฟยผู้ใดต้องการนางล้วนไม่สนใจ นางกับน้องสาวต้องการอิสระเพียงเท่านั้น ยศถาบรรดาศักดิ์อันใดพวกนั้นนางล้วนมิต้องการทั้งสิ้น“ดีขึ้นมากแล้วพ่ะย่ะค่ะกงจู่ กระหม่อมเพิ่มตัวยาสมุนไพรให้แก่กงจู่อีกขนานรับรองว่าอีกไม่เกินสิบวันกงจู่ย่อมจะทรงต้องกลับมาเดินได้เป็นปกติเช่นเดิมแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ อย่าได้ทรงกัง
ตอนที่ 13 วางแผนหลบหนี (1)“พี่สาว!/ลี่จู!”สตรีสองนางแต่ต่างวัยต่างเร่งพุ่งสวนทางกับจ้าวจวินหลาง โดยไม่มีใครสนใจเขาแต่รีบเข้ามายังด้านในแล้วนั่งขนาบข้างของหวังลี่จูคนละฟาก ข้างด้านซ้ายมือคือหลิวไทเฮา ส่วนด้านขวามือก็คือหวังลี่เจิน ที่พื้นด้านล่างมีเสี่ยวจื่อแล้วเสี่ยวจางนั่งจับจ้องคนบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด เลยไปด้านหลังของพวกนางก็ยังมีนางกำนัลและขันทีอีกร่วมยี่สิบชีวิตติดตามหลิวไทเฮาเข้ามาไม่ยอมห่าง“เจินเจิน” แต่ช่างหน้าแปลกยิ่งนักแม้นจะมีผู้คนมากมาก ทว่าหวังลี่จูนั้นกลับรู้สึกเดียวดายอย่างยากจะอธิบายได้ถูก มีเพียงหวังลี่เจินเท่านั้นที่นางมองเห็นเป็น ‘ครอบครัว' เพียงหนึ่งเดียวของตนเอง ส่วนผู้อื่นรอบกายนับร้อยนับพันล้วนเป็นผู้คนแปลกหน้าที่คาดหวังเอาแต่ผลประโยชน์จากพวกนางสองพี่น้องทั้งสิ้น!!!...ช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง!...“ถวายพระพรไทเฮาเพคะ” ถึงจะขาดสติไปบ้างแต่ขนมธรรมเนียมประเพณีภายในวังหลวงอันเคร่งครัดนี้หวังลี่จูนั้นจะหลงลืมมิได้เด็ดขาด ถึงนางจะยังบาดเจ็บยากจะลุกขึ้นยืนทำความเคารพ แต่ก็ยังโค้งกายในขณะที่ยังนั่งอยู่ ทั้งที่ปวดเท้าไม่พอยังเจ็บหลังและก้นที่ถูกจับโยนลงมาเต็มแรงอีกด้วย“มิต้
“เจ็บล่ะสิ สมน้ำหน้า อยากซุ่มซ่ามเดินไม่ระวัง คิดว่าตนเองเป็นผู้ใดกัน ก็เพียงห่านดงตนหนึ่งหาใช่นางหงส์องอาจทำเป็นหลงชาติกำเนิดของตนเอง รู้ว่าเส้นทางมันมืดแถมกระโปรงยังราวรุ่มร่ามไม่เจียมตัวจริง ๆ...โง่เขลาสิ้นดี!!!”...นั่นปะไรนางถูกพูดจาดูถูกอีกแล้ว แต่...มันก็จริง พวกนางสองพี่น้องก็เป็นเพียงห่านดงหลงมาอยู่ท่ามกลางฝูงนางพญาหงส์และเหยี่ยวเวหา แต่เป็นพวกนางหรือที่อยากจะมาอยู่ยังที่แห่งนี้ ก็เป็นมารดาของเขามิใช่หรือที่ยกเอาคำว่า ‘ทดแทนบุญคุณ' มากักขังพวกนางสองพี่น้องเอาไว้ในสถานที่ชั่วช้าแห่งนี้!!!ยิ่งคิดพลันน้ำอุ่น ๆ มันก็ไหลออกมาจากดวงตาอย่างยากจะหักห้ามได้อีกต่อไป ร่วมสี่เดือนที่พวกนางต้องทุกข์ยากและอดทน ต้องฝืนทำและฝึกฝนในสิ่งที่หลิวไทเฮายัดเยียดมาให้โดยไร้คำถามไถ่ว่าพวกนางสองพี่น้องต้องการหรือไม่ กฎเกณฑ์มากมายถูกจับยัดมาใส่สมอง พวกนางเหนื่อยร่างกายพักผ่อนนอนหลับมันก็จางหาย แต่หลายเดือนผ่านมาเหนื่อยใจมีแต่มากล้นยากจะบรรเทา“มะ...หม่อมฉันสองพี่น้องก็มิเคยต้องการเพคะ...ฮึก...ไม่เคยต้องการเป็นกงจู่...ฮือ...และยิ่งไม่เคยต้องการสามีแบบพวกท่าน!”เหลืออดเหลือทนเข้าหญิงสาวนั้นก็ระเบิดมันออ
“ท่านนี่มัน...” อยากด่าให้สาแก่ใจแต่ก็ไม่กล้า ‘ปากดี' ในถิ่นของเขา นางจำต้องกัดเรียวปากของตนเองจนได้กลิ่นคาวโลหิตลอยฟุ้งพุ่งขึ้นเต็มกระพุ้งแก้มและโพรงปาก หญิงสาวอดทนฝืนเก็บความเจ็บปวดเอาไว้จนดวงตาเรียวสวยคู่นั้นแดงก่ำเพราะฝืนกลืนน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาอีก“เปิ่นหวางทำไม?...อยากด่าก็ด่าออกมาเลยอย่ามาเสแสร้งจะดีกว่าคนงาม” จ้าวจวินหลางทรุดลงมานั่นสับส้นเท้าแล้วเอื้อมมือไปบีบแก้มของหวังลี่จูจนนางปากจู๋ จะให้กล่าวกิริยาในยามนี้เป็นดัง ‘พยัคฆ์' กำลังล้อเล่นกับ ‘หนูนา' ตัวน้อยก่อนจะสังหารให้ตายก็มิปาน“มิกล้า...มิกล้า...ลี่จูย่อมมิกล้าแม้แต่จะคิดร้ายต่อชินอ๋อง ดังนั้นจะกล้าด่าทอชินอ๋องไปได้เช่นไรเล่า” หญิงสาวยิ้มแย้มทั้งที่เจ็บปวดที่ข้อเท้าแทบขาดใจ นางอดทนจนหน้าแดงตาแดง เห็นแล้วจ้าวจวินหลางนั้นก็ถึงกับปวดดวงใจอย่างไร้สาเหตุ“ไหนให้ข้าดูหน่อย!” ตะคอกข่มขวัญนางเอาไว้ก่อนทั้งที่ภายในใจของเขานั้นเริ่มสั่นไหวไปหมดกับดวงตาแดงชอกช้ำและใบหน้าแดงก่ำบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าหวังลี้จูนั้นเจ็บปวดมากจริง ๆ แต่ที่ตนเองโยนกายอรชรนั้นลงโครมใหญ่ ก็เพราะกลัวเสียหน้า เกิดมาแม้แต่มารดาของเขาเองยังไม่เคยอุ้ม
'เอาวะยอมวิงวอนอ้อนขอร้องเขาสักหน่อยมันจะเสียศักดิ์ศรีสักเท่าใดกันเชียว ดีกว่าต้องคลานสี่เท้ากลับตำหนักซุ่นอวินให้อับอายนางกำนัลและขันทีกับเหล่าองครักษ์ทั้งหลาย'หวังลี่จูคิดในใจเสร็จก็ตัดสินใจกัดฟันพุ่งตรงเข้าไปกอดสองขาแกร่งของ ‘ชินอ๋อง' อย่างไม่มีการรักษามารยาทอีกต่อไป ศักดิ์ศรีอันใดนั้นปกติคนเช่นนางไม่มีอยู่แล้ว ขอเพียงเอาชีวิตรอดทำเวลาเร่งกลับไปหาน้องสาวให้จงได้ ต่อให้นางกราบอีกฝ่ายเป็น ‘ท่านอาจารย์' หวังลี่จูก็ไม่มีวันถือสามันให้หนักเด็ดขาด!“น้า...ชินอ๋องทรงเมตตาลูกนก ลูกห่านตาดำ ๆ ผู้นี้ด้วยเถอะเพคะ ชินอ๋องคนดี...ชินอ๋องผู้ประเสริฐที่สุดในใต้หล้า”นางกำนัลสองพี่น้องเช่นเสี่ยวจื่อกับเสี่ยวจางถึงกับมองแล้วอึ้งยืนตกตะลึงอ้าปากค้างพะงาบกลืนลมลงท้องอย่างน่าสงสาร โดยซ่งจินองครักษ์คนสนิทที่ติดตามใกล้ชิดมาด้วยเองยังถึงกับแอบหันหน้าหนีไม่กล้าจะมองกับกิริยาลูกสุนัขตัวน้อยเลียแข้งเลียขาเจ้านายของมัน หวังวิงวอนอ้อนขอให้จ้าวจวินหลางนั้นโอบอุ้มตัวของมันขึ้นมาจากพื้นสักคราว ผู้ใดพบเห็นใจแข็งเกินหนึ่งเค่อนับว่าเป็นยอดบุรุษ!“ไม่!...ปล่อยขาของเปิ่นหวางเดี๋ยวนี้ ตนเองเดินไม่ระวัง ทั้งโง่เง่า ทั้







