Share

ตอนที่9 ไป๋ชินเยว่

last update Last Updated: 2025-08-26 16:03:30

ตอนที่12ไป๋ซินเยว่

ดวงตาคมกริบฉายแว่นครุ่นคิด ก่อนจะสะบัดชายอาภรณ์ ก้าวออกจากถ้ำ สายลมยามเช้าพัดผ่านเส้นผมดำขลับสะบัดไหว ร่างสูงสง่าหยุดยืนเบื้องหน้า ขององค์รักษ์ทั้งสอง

“เฉิงอวิ๋น”

เสียงทุ้มเยียบเย็นดังขึ้น

“ขอรับ”

องค์รักษ์หนุ่มเงยหน้าขึ้น คารวะรับคำสั่ง

“เจ้าออกไปตามหาเซี่ยเหมยลี่ ส่งนางกลับจวนอย่างปลอดภัย”

“ขอรับ”

เฉิงอวิ๋นรับคำสั่งก่อนจะรีบพุ่งกายออกไปทันที

….

ณ จวนแม่ทัพไป๋เหวินหลง…

บรรยายกาศในเรือนหลักอึมครึม ราวกับเมฆดำปกคลุมท้องฟ้ายามรัตติกาล ไป๋ซิ่นเยว่ คุกเข่าอยู่ท่ามกลางโถงใหญ่ ใบหน้าของนางแดงก่ำจากรอยฝ่ามือ มารดาของนาง ไป๋ซูเหม่ย ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

“อกตัญญูนัก! เจ้ากล้าวางยาพิษพี่สาวของเจ้าได้เยี่ยงไร?!”

น้ำเสียงของนางเฉียบขาดดุจคมดาบ หอบหายใจหนักด้วยความขุ่นเคือง

ไป๋ซิ่นเยว่เงยหน้าขึ้น ดวงตาสั่นระริก เปล่งเสียงปฏิเสธด้วยความเจ็บปวด

“ไม่ใช่ข้า…ท่านแม่โปรดเชื่อข้าด้วยเถิด!…ข้าไม่ได้เป็นคนวางยานางจริง ๆ เจ้าค่ะ”

เพียะ!

ฝ่ามือของไป๋ซูเหม่ยฟาดลงมาอีกครา เสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วโถง นางกัดริมฝีปากแน่น หยาดน้ำตารื้นขึ้นแต่ยังฝืนกลั้นไว้

แม่ทัพไป๋เหวินหลงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก สายตาคมกริบดุจคมดาบกวาดมองภาพตรงหน้าอย่างเอือมระอา บรรยายกาศภายในห้องโถงเรือนหลักหนักอึ้งดุจพายุที่กำลังจะก่อตัว

“พอได้แล้ว”

เสียงตวาดดังก้องสะเทือนทั่วทั้งเรือน ดุจสายฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ

ไป๋ซูเหม่ยและ ไป๋ซิ่นเยว่สองแม่ลูกนั่งคุกเข่าลงตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว สีหน้าซีดเผือกราวกับโลหิตถูกสูบหายไปสิ้น แม้จะยังไม่ได้สบสายตาของบุรุษเบื้องหน้า แต่เพียงแรงกดดันจากคำพูดเพียงประโยคเดียว ก็ทำให้นางทั้งสองถึงกับยืนมิอยู่

แม่ทัพไป๋เหวินหลงลุกขึ้นยืน รัศมีแห่งอำนาจแผ่ซ่านไปทั่วห้อง สายตาดุดันประหนึ่งคมดาบเย็นเยียบ กวาดมองสองแม่ลูกที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ร่างของไป๋ซูเหม่ยและไป๋ซิ่นเยว่ สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว มิกล้าเงยหน้าสบตาบุรุษผู้เป็นใหญ่ในจวน

แม่ทัพไป๋ก้าวเดินมาหยุดลงตรงหน้าของทั้งสอง ก่อนที่กระดาษแผ่นหนึ่งจะถูกโยนลงพื้น ร่วงหล่นอยู่ตรงหน้าพวกนาง เสียงกระดาษปลิวไหวยามกระทบพื้นนั้นดังก้องในความเงียบสงัด

“ดูซะ”

เสียงทรงอำนาจของแม่ทัพไป๋ เอ่ยขึ้นก่อนจะกล่าวต่อ

“หลักฐานทุกอย่างล้วนชี้จัดว่าเป็นฝีมือเจ้า”

ไป๋ซิ่นเยว่เหลือบมองกระดาษแผ่นนั้น ก่อนจะยื่นมือเล็กเรียวไปหยิบมาดูอย่างถี่ถ้วน ด้วยใบหน้าซีดเผือก ในนั้นบันทึกหลักฐานทุกอย่างละเอียดราวกับตรึงนางให้ดิ้นไม่หลุด หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นแล่นริ้วไปทั่วร่าง นางเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นบิดาด้วยความตื่นตระหนก แต่กลับพบเพียงสายตาเย็นชาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

“เรื่องอัปยศเช่นนี้ อย่าให้เกิดขึ้นอีก หากข้าได้ยินอีกอย่าหาว่าข้าไร้ความปรานี!”

สิ้นคำ สองแม่ลูกต่างรีบก้มศรีษะแนบพื้นโดยมิกล้าเอ่ยอันใดอีก

แม่ทัพไป๋สูดลมหายใจลึก ข่มอารมณ์กรุ่นโทสะที่แล่นพุ่งขึ้นมาอีกระลอก ดวงตาดุดันกวาดมองสองแม่ลูกที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงจนเกิดเสียงดัง

ฟึบ!

ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะหมุนกายก้าวเดินออกจากห้องโถงไป เหล่าบ่าวไพร่ที่ยืนตัวลีบอยู่สองฝากทางล้วนแต่ก้มหน้ามิกล้าสบตา ได้แต่ภาวนาในใจมิให้เพลิงโทสะของเจ้าของจวนลุกลามมาถึงตน

ไป๋ซิ่นเยว่ทรุดฮวบลงกับพื้น หัวใจคลายถูกซีกฉีกทึ้งด้วยความงุนงงและขุ่นแค้น ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้น นางมิได้เป็นผู้ลงมือ เหตุใดหลักฐานทั้งมวลพุ่งเป้ามาที่นาง?

มือเรียวกำแน่นจนเล็บจิกลงบนเนื้อ นางขบกรามแน่น ความโกรธแล่นริ้วอยู่ในอกราวกับมีเปลวเพลิงโหมกระพืออยู่ภายในแต่ยิ่งคิดตรอง ความสงสัยก็ยิ่งถาโถม ‘ใครกัน…ใครเป็นผู้วางหมากครั้งนี้ ใครกันที่ต้องการให้ข้ารับโทษแทน!’

ไป๋ซิ่นเยว่เงยหน้าขึ้น สายตาสั่นระริกด้วยอารมณ์ปั่นป่วน พร้อมกับหยาดน้ำตาแห่งความขุ่นเคืองไหลรินออกมา

ภายในจวนแม่ทัพไป๋ ยามราตรีทอดเงาทอดยาวไปทั่วบริเวณ ทว่าในห้องหนึ่ง แสงโคมยังคงวูบไหวไม่ดับลง

“ยาถอนพิษเจ้าค่ะ”

เสียงบ่าวรับใช้ดังขึ้นอย่างนอบน้อม ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า แล้วยื่นขวดยาให้หญิงสาวที่นั่งหันหลังอยู่บนเตียง

เงาร่างในอาภรณ์บางเบาเหยียดตรง แม้มิได้เอ่ยวาจา แต่บรรยายกาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวน้ำค้างยามดึก

นางเอื้อมมือเรียวไปรับขวดยามา เปิดจุกออก ก่อนยกขึ้นแนบริมฝีปาก ดื่มรวดเดียวจนหมดโดยไร้ซึ่งความลังเล

เมื่อของเหลวไหลผ่านลำคอ หญิงสาวจึงยื่นขวดยาคืนแก่บ่าวรับใช้โดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง พลางเอ่ยเสียงเรียบ

“เรื่องที่ข้าสั่งให้ไปทำ ไปถึงไหนแล้ว?”

บ่าวรับใช้ก้มศรีษะต่ำ ก่อนเอ่ยตอบ

“บ่าวจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

หญิงสาวได้ฟังเช่นนั้น รอยยิ้มจาง ๆ ก็คลี่ออกบนริมฝีปาก นัยน์ตาทอแววพึงพอใจ นางเอื้อมมือหยิบถุงเงินที่อยู่บนโต๊ะ ก่อนจะโยนให้บ่าวรับใช้

“เพิ่มเงินให้พวกนางอีก”

บ่าวรับใช้รับถุงเงินไว้แน่น ขานรับเสียงเบา ก่อนจะถอยกายออกไปอย่างนอบน้อม

ภายในห้องยังคงเงียบสงัด มีเพียงเปลวเทียนที่ส่องประกายวูบไหว ราวกับส่องสะท้อนความคิดลึกล้ำของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียง นางยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ รอยยิ้มบนหน้ายังมิจางหายคล้ายกับกำลังพึงพอใจกับเป้าหมายของตนเองที่เริ่มต้นได้ไม่เลวเลยทีเดียว

…………

sds

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   31 จบ

    จวนตระกูลไป๋ จวนตระกูลไป๋ ภายในห้องหนังสือ แสงโคมส่องกระทบชายสูงวัยที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทร์หอม มือจับพู่กันลากลายอักษรบนกระดาษ เงาร่างบางของไป๋ซินอวี้ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู นางก้าวเข้ามาเงียบ ๆ ในมือถือตะกร้าบรรจุถ้วยน้ำแกงไก่ “ท่านพ่อ ลูกต้มน้ำแกงมาให้ ท่านดื่มเถิดเจ้าค่ะ” แม่ทัพไป๋เหวินหลงละสายตาจากงานในมือ หันไปมองบุตรสาว แววตาฉายความอ่อนโยน ก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ “ขอบใจเจ้ามากนะ” ไป๋ซินอวี้ก้มศีรษะรับ ก่อนจะวางถ้วยน้ำแกงไก่ลงบนโต๊ะ นางค่อย ๆ ทรุดกายลงนั่งข้างบิดา ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ “ท่านพ่อ หากลูกอยากเข้าร่วมกองทัพด้วย ท่านจะยินยอมหรือไม่” แม่ทัพไป๋เหวินหลงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนหัวเราะในลำคอ “เจ้าคือสตรี แม้จะใจกล้าหาญ แต่มิอาจอยู่ท่ามกลางชายฉกรรจ์ได้หรอก” ไป๋ซินอวี้จ้องมองผู้เป็นบิดา แววตาแน่วแน่ “แต่ลูกอยากองอาจสง่างามกลางสนามรบเช่นเดียวท่าน!” แม่ทัพไป๋เหวินหลงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มจาง ๆ ดึงตราแม่ทัพออกมาวางบนโต๊ะ “หากเจ้าปรารถนาจะควบคุมกองทัพ ก็มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่ทำให้เจ้าอยู่เหนือทหารทั้งปวง” ไป๋ซินอวี้มองตราแม่ทัพที่สะท้อนแสงตะเกียง น

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   30 เกิดอะไรขึ้น

    เกิดอะไรขึ้นจวนตระกูลเซี่ยภายในห้องที่เงียบสงบ มีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่ที่ไหวไปตามสายลม เซี่ยเหมยลี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางรู้สึกถึงกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ในอากาศ นางกระพริบตาเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงไม้หอมอันคุ้นเคย“คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ!”เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างยินดี ลี่จิ่นถือถ้วยยาเดินเข้ามา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความโล่งใจเซี่ยเหมยลี่หันไปมองลี่จิ่น ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว“ลี่จิ่น…ข้ากลับมาได้อย่างไร?”ลี่จิ่นนั่งลงข้างเตียง ยื่นถ้วยยาให้ก่อนจะตอบ“คุณชายใหญ่เป็นผู้พาท่านกลับมาเจ้าค่ะ”เซี่ยเหมยลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงใบหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน“แล้วองค์รัชทายาทเล่า? เขาอยู่ที่ใด”ลี่จิ่นอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“องค์รัชทายาทเสด็จเข้าวังหลวงไปปราบกบฏแล้วเจ้าค่ะ”ดวงตาของเซี่ยเหมยลี่เบิกกว้าง นางตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบผลักประตูห้อง วิ่งพรวดออกไป“คุณหนู! คุณหนูเจ้าค่ะ!”ลี่จิ่นร้องเรียกไล่หลัง แต่ไม่อาจหยุดยั้งร่างของนางได้ จึงทำได้เพียงเร่งฝีเท้าวิ่งตามไป…ณ วังหลวงกลิ่นคาวเลือดอวลคลุ้งไปทั่ว ท่ามกลางกอ

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   29 กบฏ2

    ตอนที่32 หลินกุ้ยเฟยก่อกบฏ2ณ วังหลวงตำหนักพระสนมหลินกุ้ยเฟยภายในห้องบรรทมที่ตกแต่งอย่างวิจิตร หลินกุ้ยเฟยยืนอยู่กลางห้องในอาภรณ์แพรไหมล้ำค่า เส้นผมดำขลับถูกรวบเกล้าอย่างประณีต แววตาของนางเปล่งประกายเจิดจ้าเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้น แม่นมคนสนิทรีบก้าวเข้ามาพร้อมกระดาษแผ่นเล็กในมือ หลินกุ้ยเฟยรับมาเปิดอ่าน สายตาของนาง พลันริมฝีปากเผยรอยยิ้มแห่งความหวังออกมานางหันไปเหลือบสายตามองไปยังร่างขององค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นบุตรชายของตนที่ยังคงนอนหมดสติอยู่บนเตียง ก่อนจะพยักหน้าให้แม่นมคนสนิทเป็นสัญญาณโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยวาจาใดหลินกุ้ยเฟยก้าวเดินออกจากห้องอย่างสง่างาม ผ้าคลุมสะบัดไหวไปตามสายลม….ณ ตำหนักของฮ่องเต้หลินกุ้ยเฟยก้าวเดินเข้ามาอย่างสง่างามพร้อมกับเหล่าทหารที่ตนเองฝึกมาเป็นอย่างดีเพื่อใช้ในการนี้ประกายคมดาบสะท้อนแสงวูบวาบ สังหารผู้คนที่ขว้างทางนางโดยไร้ความปรานี เสียงร่ำให้กรีดร้องดังระงมทั่วบริเวณ ร่างขององค์รักที่ยืนเฝ้าหน้าตำหนักล้มลงราวใบไม้ล่วงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวจากการก่อกบฏในครั้งนี้ท่ามกลางกลิ่นคาวโลหิต หลินกุ้ยเฟยก้าวเดินเข้ามาอย่างองอาจ นางยกมือขึ้นเบา ๆ เหล่าทหารที่ต

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   28 ก่อกบฏ

    ตอนที่ 28 สนมหลินกุ้ยเฟยก่อกบฏ1 ณ วังหลวง ตำหนักพระสนมหลินกุ้ยเฟย แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดเงาจาง ๆ ลงบนผืนพรมลายวิจิตรงดงาม ภายในตำหนักอบอวลด้วยกลิ่นกำยานอ่อนจาง พระสนมหลินกุ้ยเฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ มือเรียวจับเข็มปักลวดลายลงบนผ้าเช็ดหน้าเนื้อดี เส้นไหมสีทองร้อยเรียงกันเป็นลวดลายหงส์ทอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นจากเบื้องหลัง ไม่นานนัก แม่นมคนสนิทก็ก้าวเข้ามา ค้อมกายลงพลางเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงเคารพ “องค์ชายรองยังคงคุกเข่าอยู่หน้าตำหนัก บัดนี้ล่วงเลยไปสองชั่วยามแล้วเพคะ” มือที่กำลังปักเข็มชะงักไปครู่หนึ่ง พระสนมหลินกุ้ยเฟยปรายตามองด้ายทองที่พันปลายนิ้ว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ให้เขารอต่อไป” นางวางผ้าปักลงบนโต๊ะหินอ่อนเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ “จัดการเรียบร้อยหรือยัง” แม่นมพยักหน้ารับ ก่อนจะก้าวไปเบื้องหน้ายื่นกระดาษแผ่นเล็กออกมา หลินกุ้ยเฟยรับมา คลี่ออกอ่านเนื้อความบนกระดาษก่อนจะเผยรอยยิ้มแห่งความหวังออกมา …. จวนตระกูลไป๋ภายในของไป๋ซินอวี้สายลมเย็นพัดโชยกระทบผ้าม่านสีอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลม ภายในห้องเงียบสงบ จนได้ยินเสียงลมพัดแผ่วเบา ไป๋ซินอวี้นั่งตัวตรงอยู่ข้างโต๊ะไม้

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   27 วางยา

    ฮ่องเต้ถูกวางยาณ วังหลวงภายในตำหนักบรรทมบรรยากาศเยียบเย็นราวลมวสันต์ที่ไร้ไออุ่น ฮ่องเต้ทรงบรรทมอยู่บนเตียง ร่างกายนิ่งสนิทราวไร้ลมหายใจ มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่บ่งบอกว่ายังมีชีวิตอยู่ม่านบางไหวกระเพื่อมเมื่อร่างหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ หลินกุ้ยเฟยประดับอาภรณ์งามสง่า ดวงตาคู่งามนั้นแฝงไปด้วยประกายเย้ยหยันนางเดินมาหยุดที่ข้างเตียง จ้องมองใบหน้าบุรุษที่ครั้งหนึ่งเคยรักสุดหัวใจ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงร่างไร้สติใต้ฤทธิ์ยาที่นางมอบให้หลินกุ้ยเฟยแค่นหัวเราะเบา ๆ ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มเยียบเย็น ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเต็มไปแฝงไปด้วยความโกรธแค้นในครั้งอดีตอันแสนขมขื่น“ฝ่าบาท…ทรงหลับใหลเช่นนี้ต่อไปเถิดเพคะ อีกเพียงไม่นานพระองค์ก็ทรงจะได้ลงไปพบกับนางในนรกแล้วเพคะ”หลินกุ้ยเฟยหลับตาลง หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นบนหลังฝ่ามือขาวผ่อง ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เจือไปด้วยความขมขื่น พลันคิดย้อนไปในครั้งอดีต เมื่อยังคงเป็นเพียงหญิงสาวที่ใสซื่อไร้เดียงสานางกับเขาเคยเป็นดั่งเงาแห่งกันและกัน ครั้งหนึ่งเคยร่วมผ่านความเป็นความตาย นางช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ทั้งสองรักมั่นในกันและกัน

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   26 ใต้น้ำตก

    ใต้น้ำตกก่อนจะแทรกมือใหญ่เข้าไปยังจุดอ่อนไหวกลางกาย นิ้วยาวแตะสัมผัสกับกลีบเกสรที่เริ่มเยิ้มด้วยหยาดน้ำรัก ปลายนิ้วลูบไล้ขึ้นลงอย่างแผ่วเบา นางสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วเรียวบดคลึงติ่งเกสรที่เต้นระริกจากอารมณ์อันเร่าร้อนเสียงครางหวานแว่วกังวาน มือเล็กเกาะเกี่ยวแผ่นหลังของเขาแน่น หลี่หานเซียนบดขยี่ติ่งเกสรจนหยาดน้ำรักเอ่อล้นออกมาจากร่างบาง เซี่ยเหมยลี่แอ่นสะโพกขึ้นลงรับสัมผัสนั้นอย่างหลงใหล สะโพกมนกระตุกเบา ๆ ขณะที่เสียงครวญครางยังดังไม่ขาดสายหลี่หานเซียนเลื่อนมือใหญ่ไปจับเรียวขางาม ก่อนจะยกขึ้น แล้วค่อย ๆ ใช้แก่นกายแข็งแกร่งที่ขยายใหญ่เต็มที่แล้วถูกไถไปมากับร่องกลีบเกสรที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำรัก สร้างความเสียวซ่านให้นางจนเผลอครางออกมา“อา…องค์รัชทายาท”เสียงครางหวานเรียกกระเส่า ร่างบางบิดเร้าอย่างต้องการ การเติมเต็มจนแทบไม่อาจรั้งรอได้อีกต่อไป หลี่หานเซียนขบกรามแน่น ก่อนจะค่อยกดสะโพกสอดแทรกแก่นกายเข้าไปอย่างช้า ๆ จนสุดลำร่างของทั้งสองแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียว เสียงครางหวานของนางดังประสานกับเสียงครางต่ำของเขาร่างบางกอดรัดเขาแน่นขึ้น ขณะที่หลี่หานเซียนเริ่มขยับสะโพกเข้าออกอย่างเชื่องช้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status