Home / รักโบราณ / ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70 / ตอนที่ 1 กลับมาเป็นยุวชนปัญญาชนอีกครั้ง (2)

Share

ตอนที่ 1 กลับมาเป็นยุวชนปัญญาชนอีกครั้ง (2)

last update Huling Na-update: 2025-02-28 14:50:13

“เดี๋ยวให้ฟานเกอหมิงพาไปบ้านพักรวมของยุวชนนะครับ พักผ่อนสัก 2 วันแล้วทางกองพลจะแบ่งงานที่ต้องลงแปลงนาให้”

“สวัสดีครับ ผมฟานเกอหมิงรับหน้าที่ดูแลกลุ่มยุวชนของกองพลน้อยทงจิว ใครมีปัญหาติดขัดตรงไหนแวะมาคุยกันได้นะครับ” ชายหนุ่มร่างผอมผิวคล้ำแดด อายุ 20 กว่าปีเดินออกจากกลุ่มยุวชนรุ่นแรกมาแนะนำตัว ท่าทางเขาสงบสุภาพใบหน้ามีรอยยิ้มพอเหมาะ

หลินลู่เสียนพยักหน้ารับการทักทายแล้วหลุบเปลือกตาปิดบังแววตา

เธอต้องสะสมพลังงานเตรียมพร้อมรบอีก…

แค่คิดก็เหนื่อยหน่าย 100 วัน 1,000 เรื่องไม่เกินไปนักหรอก กับการใช้ชีวิตที่หมู่บ้านนี้

ตอนนี้กลุ่มยุวชนรุ่นแรกเดินนำหน้า 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิงสาว 2 คน สภาพแต่ละคนแม้สะอาดสะอ้านแต่ก็ผอมแห้งผิวคล้ำแดด ใบหน้าหยาบกร้าน สวมใส่เสื้อผ้าเก่าสีซีดมีรอยเย็บปะชุน

“ในส่วนของบ้านพักยุวชนหญิงมีสองหลังใกล้กันนะครับ ส่วนผู้ชายนอนรวมกันในหลังใหญ่ มีเตียงเตา 2 เตียง ของผู้หญิงเอาข้าวของไปเก็บในห้องทางนั้นได้เลยครับ” ฟานเกอหมิงชี้นิ้วไปทางบ้านดินชั้นเดียวขนาดเล็กที่ดูเก่าโทรมกว่าอีกหลังที่อยู่ข้างกัน

ยุวชนหญิงรุ่นก่อนคนหนึ่งยิ้มมีเลศนัยแล้วทำท่าจะเดินไปทางหลังที่ใหม่กว่า

“เดี๋ยวค่ะ! หัวหน้าฉางบอกว่าสร้างบ้านพักใหม่ให้เราอยู่ สหายฟานชี้ผิดหลังหรือเปล่าคะ?” หลินลู่เสียนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ทิ้งข้าวของลงพื้นยืนกอดอกปักหลักพูดเสียงดังให้ได้ยินกันครบทุกคน

ยุวชนหญิงรุ่นพี่ 2 คน ชะงักเท้าตัวแข็ง ใบหน้าบิดดูไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนฟานเกอหมิงก็ออกอาการเก้อกระดาก ไม่กล้าสบตาดุของเด็กสาวที่เพิ่งมาถึง

‘อย่าหวังว่าจะเอาเปรียบฉันได้’

ชีวิตก่อนกว่าจะรู้ว่าบ้านใหม่นั่นเตรียมไว้ให้พวกเธอก็ตอนอยู่ที่นี่จะครบปีแล้ว

“ว่าไงคะ? หวังว่ารุ่นพี่ทั้งหลายมีคำอธิบายดี ๆ ให้พวกฉันที่มาใหม่ ไม่ใช่ว่าเห็นพวกเราอายุน้อยกว่าจะมารังแกเอาเปรียบกันได้ง่าย” หลินลู่เสียนพูดเพียงประโยคเดียวก็กระตุ้นอารมณ์ร่วมของคนใหม่แบ่งแยกพวกกับคนเก่าชัดเจน

ไป๋จื้อหยางเดินมาหยุดยืนเอามือล้วงกระเป๋าอยู่ด้านหลังเด็กสาวที่เดินนำหน้า ใบหน้าหล่อคมถมึงทึงบวกกับร่างกายสูงใหญ่ดูมีแรงกดดันไม่น้อย

ส่วนฉือเหว่ยเฉิงก็หุบยิ้มขี้เล่น ตีหน้าเครียดมายืนข้างกันกับสหายวัยเด็ก สาวน้อยซุนลี่จวนยืนเลิ่กลั่กไม่พูดอะไร แต่ก็ไม่ได้เดินแยกออกไปเช่นกัน

พอบรรยากาศอึดอัดมากเข้าก็มีคนอดทนต่อไม่ไหว

“นี่เด็กใหม่! เธออย่ามาทำตัวเรื่องมาก ไม่เคารพรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อน ระวังไม่มีใครคบค้าไม่มีคนช่วยเหลือแล้วจะอยู่ยากนะ” คงฮุ่ยฉิงเป็นยุวชนหญิงใบหน้าออกมน ตาเล็ก ปากบางมีไฝเม็ดเล็กมุมปาก โดยรวมหน้าตาก็ไม่แย่ แต่เสียงห้วนพยายามข่มขู่นั่นไม่น่าฟังนัก

“พวกที่คิดเอาเปรียบกันแรกพบหน้า ใช้สมองหมูของเธอคิดดูหน่อยว่าคนแบบนี้จะมีอะไรช่วยเหลือกันได้?” หลินลู่เสียนเลียนเสียงห้วนสั้น เชิดคางขึ้นฟ้าแถมกลอกตากลมโตใส่ให้กันชัด ๆ ด้วยท่าทางสุดระอา

“เธอ! ยัยเด็กก้าวร้าว!!!...”

“หยุด!!! ฉันไม่อยากฟัง เดี๋ยวสมองจะถดถอยตามไปด้วย” หลินลู่เสียนยกมือห้ามพูดขัดเสียงดัง

ไป๋จื้อหยางอ้าปากค้างมองเด็กสาวตัวเล็ก แต่ฝีปากไม่เล็กเหมือนตัว

อูย…ด่าได้ดี

เขาคิดชอบใจ นัยน์ตามีแววชื่นชม ที่อาเฉิงบอกว่าเขาไม่ใจดีกับผู้หญิงไม่ผิดนัก เพราะส่วนใหญ่ที่เขาเจอมีแต่พวกอะไรนิดหน่อยก็ร้อง ชอบทำเสียงงุ้งงิ้งข้างหูพูดเบาอย่างกับยุงบิน

เห็นแล้วรำคาญลูกตา…

“พี่จื้อหยาง อย่าไปทำอะไรให้อาเจ๊นี่โกรธเชียว ถูกด่าจนลืมชื่อแน่” ฉือเหว่ยเฉิงกระซิบบอกอย่างหวาดเสียวตัวสั่น

“อือ” เขารับคำไปอย่างนั้นเอง

“สหายหลินลู่เสียนใจเย็นก่อนนะครับ บ้านทั้งสองหลังสร้างเหมือนกัน ไม่มีอะไรชำรุด ผมเห็นว่าอยู่หลังไหนก็ไม่ต่าง จึงยอมให้ฮุ่ยฉิงกับอิงไท่ ที่ช่วยกันลงแรงสร้างได้เข้าอยู่” ฟานเกอหมิงพูดโน้มน้าว ใช้เหตุผลชอบธรรมที่คนลงแรงก็มีสิทธิอยู่

นับเป็นคนสมองไวมากคนหนึ่ง…

แต่ขอโทษนะคิดว่าเหตุผลนี้ใช้ได้ผลกับเธอ? เขาฉลาดแต่เธอฉลาดกว่า

ไม่รับความเห็นต่าง…มีอะไรไหม

“คนลงแรงก็สมควรได้อยู่ แล้วชาวบ้านที่ขันอาสามาช่วยลงแรงสร้างก็ควรมาอยู่แทนพวกเรา? ตอนหัวหน้าฉางประกาศขอคนช่วยสร้างทำไมไม่บอกไปล่ะว่า พวกคุณมีส่วนช่วยก็ขออยู่แทนแล้วกันน่ะ”

เจอคำพูดนี้อุดปากเข้าไปฟานเกอหมิงเองก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาต่อ ได้แต่หันมองทางคงฮุ่ยฉิงและโจวอิงไท่อย่างขอโทษ

“อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ เดี๋ยวพวกเราขนของย้ายกลับไปบ้านหลังเดิม พอดีฉันเห็นว่าหลังเก่าอยู่ใกล้กับบ่อน้ำมากกว่า แล้วก็มีพื้นที่เหลือสำหรับปลูกผักแปลงเล็กด้วย เลยอยากให้ทั้งสองคนอยู่ มันสะดวกกว่าน่ะค่ะ” โจวอิงไท่ที่ยืนเงียบมาสักพักขอโทษออกมาด้วยเสียงอ่อนโยน เหตุผลก็ฟังดูดีชนิดเอาดีเข้าตัว

“อิงไท่ เธอก็อย่าแสนดีให้มันมากนัก คนอื่นเขาไม่เห็นความหวังดีของเราหรอก!” คงฮุ่ยฉิงเหมือนถูกปลุกสติกลับมากระแทกเสียงดังเสียดสีใส่ได้แล้ว

‘นังดอกบัวขาว โจวอิงไท่!'

“เหรอ… บังเอิญไม่คิดจะปลูกผัก ทำสวนไม่เป็น น้ำหาบก็ไม่ได้ไกลจนเดินไม่ได้ แล้วอย่าบอกว่าไม่มีรถเข็นให้ยืมนะ พูดมากเสียเวลาคนจะพักผ่อน รีบไปจัดการข้าวของพวกเธอได้แล้ว” หลินลู่เสียนโบกมือปัด ๆ แบบไล่แมลงน่ารำคาญ

โจวอิงไท่มุมปากกระตุกแทบจะรักษาสีหน้าแววตาอ่อนโยนไม่ได้

นังนี่คิดว่าตัวเองเป็นใคร มาทำท่าแบบนี้ใส่เธอ

“เดี๋ยวผมเข้าไปช่วยเก็บของนะอิงไท่” ฟานเกอหมิงพูดกับโจวอิงไท่เสียงอ่อน ดูก็รู้ว่าเป็นพวกทาสใต้ชายกระโปรงทับทิม

คงฮุ่ยฉิงเม้มปากมองฟานเกอหมิง สีหน้าไม่น่ามองนักก่อนพยายามปรับให้ดูปกติ

ยุวชนชายอีกคนกอดอกยืนมองเรื่องทั้งหมดด้วยท่าทางเรียบเฉย พอคิดว่าเรื่องจบก็หมุนตัวจากไปแบบไม่สนใจใคร เขามีชื่อว่า ฝานเล่ย

หลินลู่เสียนยืนรอสักพักใหญ่ สามคนนั้นก็ขนของออกมาหมดภายใน 4 รอบ ไป๋จื้อหยางเดินยกข้าวของตามเข้าไป “จะให้วางกระสอบพวกนี้ไว้ไหนครับ”

“พวกกระสอบหนัก ๆ นายสองคนช่วยยกไปวางในครัวให้หน่อยได้ไหม ส่วนพวกของเบา ๆ วางบนโต๊ะกลางบ้านได้เลย” หลินลู่เสียนบอกกับสองหนุ่มเสียงอ่อน

บ้านหลังนี้สร้างแบบให้พอใช้งานได้ครบ มีห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องครัวกั้นผนังแยกอยู่ด้านหลัง เดินทะลุจากโถงกลางบ้าน เครื่องเรือนมีเพียงโต๊ะไม้ต่อหยาบ ๆ 1 ตัว เก้าอี้อีก 2 ตัว

“อ่า...” ซุนลี่จวนยืนแน่นิ่งอยู่ตรงประตูบ้าน ไม่รู้ว่าจะพูดหรือทำอะไรต่อดี ใจก็กระวนกระวายแอบมองทางหลินลู่เสียนแล้วหลบตา

“เอาของเข้าไปเก็บในห้องนอนสิ ยืนอยู่ทำไมฉันไม่กัดหรอกน่ะ” หลินลู่เสียนบอกกับเด็กสาวอายุน้อยกว่าเสียงเรียบ

กัดสิ!!!

หลินลู่เสียนทำเมินสายตาไม่เห็นด้วยของทุกคน

‘โอ๊ะ!!! แย่แล้ว!!!’

ดูเหมือนเธอเพิ่งจะนึกได้ว่าวันนี้ก็เปิดเผยแต่ด้านร้าย ๆ ให้เจ้าหมาน้อยของเธอได้เห็นเต็มตา

ไม่ใช่ว่าขยาดเธอไปแล้วนะ!

ตากลมกระวนกระวายมองไปทางเด็กหนุ่มที่เพิ่งเดินกลับมาจากในครัว พยายามมองหาแววขยาดกลัวหรือไม่ชอบใจ พอไม่เห็นก็โล่งอกนิดหน่อย

เอาล่ะ…ต่อไปคงต้องสงบเสงี่ยมกว่านี้

เฉพาะต่อหน้าน่ะนะ…

“พวกผมขอตัวก่อนนะครับ” ฉือเหว่ยเฉิงทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนคนที่ส่งสัญญาณบอกเขา หมุนตัวเตรียมกลับออกไป

“เดี๋ยวก่อน! ฉันคิดว่าพวกเรามีเรื่องต้องหารือกัน”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   บทสรุป

    “ถิงถิงหลานปู่ ดูสิฉลาดเหมือนปู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”คนในห้องแทบจะกลอกลูกตาจนตากลับแล้ว กับปู่ที่หลงหลานขนาดหนักหลานเรอก็ว่า กินเก่ง เลี้ยงง่าย…หลานร้องงอแง ก็บอกเสียงดี โตขึ้นคงช่างพูด…แม้แต่หลานฉี่ใส่ฉือเหว่ยเฉิงยังบอกว่าหลานฉลาด…“ลุงไป๋ หลานฉี่ใส่ผมนี่มองจากมุมไหนถึงบอกว่าฉลาด” ฉือเหว่ยเฉิงพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองฮ่า ฮ่า ฮ่า“ฉลาดที่แค่ฉี่ใส่น่ะสิ ถ้าถ่ายหนักด้วยแสดงว่าชังน้ำหน้า” พ่อไป๋เยาะเย้ยแล้วหันมาเอากลองมาหลอกล่อหลานสาวเด็กทารกยังไม่ลืมตา เขาจึงเอาของเล่นที่มีเสียงมาหยอกล้อ“ตำรวจว่ายังไงบ้างคะ ผลตรวจสารเคมีในขวดยาออกหรือยัง” หลินลู่เสียนถามเรื่องที่เธออยากรู้ แต่เธอก็พอจะเดาออกว่ายาที่ฟางผิงสั่งให้คนสับเปลี่ยนคือยาอะไร“ผลออกแล้ว เป็นยาละลายลิ่มเลือด…”ไป๋จื้อหยางขบกราม เน้นเสียงทีละคำ ดวงตาสีดำคมมีประกายชิงชังเคียดแค้น ถ้าเขาไม่ให้คนคอยสะกดรอยฟางผิงคงไม่รู้ว่ามีคนจ้องจะเล่นงานภรรยาแถมคิดเล่นงานถึงตาย…พวกเขาเลยปล่อยให้พวกนั้นชะล่าใจ คอยให้คนที่สะกดรอยถ่ายรูปหลักฐานการนัดพบ การส่งมอบตัวยา และวางกับดักในวันที่ภรรยาคลอดเพราะเขาก็กะเอาให้ถึงตายเหมือนกัน…“จับได้ค่

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   ตอนที่ 58 เจ็บท้อง (2)

    ฝานเล่ยเป็นคนขับรถพาทุกคนมาโรงพยาบาล พ่อไป๋ยังไม่รู้ข่าวฉือเหว่ยเฉิงจึงเป็นคนไปโทรแจ้ง ลี่จวนหยิบบัตรคนไข้ไปติดต่อให้ข้อมูลผู้ป่วย“น้ำคร่ำยังไม่แตก แต่มีสัญญาณคลอดนะคะ ญาติติดต่อให้นอนห้องพักฟื้นก่อนได้เลยค่ะ เราจะยังไม่ย้ายคนไข้ไปห้องรอคลอดนะคะ”พยาบาลเวรเข้ามาตรวจอาการ ลงความเห็นว่ามีสัญญาณคลอดจึงให้ญาติไปทำตามขั้นตอน“โอ๊ย...เจ็บ เจ็บ โอ๊ย…”“ฮู่...ฮู่...ฮ่า… เสียน์เออร์หายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ หายใจปกติ” ไป๋จื้อหยางนั่งช่วยกำกับภรรยาหายใจเพื่อลดอาการปวด“อ๊า...โอ๊ย...”ทุกครั้งที่หลินลู่เสียนร้องก็จิกนิ้วลงขยุ้มผมของสามีเขย่า ไป๋จื้อหยางครางเพราะความเจ็บกายไม่เท่าไหร่ แต่เขาสงสารแม่ของลูกที่นอนทรมาน แล้วเขาช่วยอะไรไม่ได้“ลี่จวนเอากระเป๋าน้ำร้อนประคบหลังเสียนเออร์หน่อย”“คะ! ตายแล้ว…หนูลืมหยิบตะกร้าของมา มันอยู่ท้ายรถ”“เดี๋ยวไปเอาให้” ฝานเล่ยรีบวิ่งตัวปลิวออกไป“ว๊าย! สหาย...อย่าวิ่งตามทางเดิน!”พยาบาลที่เข็นรถเข็นก้มมองรายการยาร้องออกมาเพราะมีคนวิ่งสวนออกไปเกือบชนเธอเข้าท้องแรกส่วนใหญ่กว่าจะคลอดมักรอกันนานหลายชั่วโมง หลินลู่เสียนก็นอนปวดร้องครางตั้งแต่เช้าจรดค่ำก็ยังไม่มีท

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   ตอนที่ 58 เจ็บท้อง (1)

    ไม่มีคนทำแทนได้เลยเหรอคะ พวกเราต้องรีบเดินทางกลับน่ะค่ะ”หลินลี่จวนร้อนใจรีบสอบถามหาทางแก้เจ้าหน้าที่มองหน้ากันอย่างลำบากใจ ทำให้พอรู้แล้วว่าคงข้ามหน้าที่กันไม่ได้ การรับเอกสารเพื่อตรวจสอบต้องมีลายเซ็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายงานคนเดียวเท่านั้น“ลี่จวนอย่าสร้างความลำบากใจให้เจ้าหน้าที่ ขอโทษแทนน้องสาวด้วยนะคะสหาย เธอยังเด็ก”หลินลู่เสียนยิ้มขอโทษเจ้าหน้าที่อย่างนุ่มนวล กิรอยามารยาทดูอ่อนหวานคนมองจึงมีสีหน้าที่ดีให้“ทางเราต้องขออภัยสหายหลินจริง ๆ ค่ะ เอาอย่างนี้ฉันให้เบอร์โทรศัพท์สหายไว้นัดเวลามาล่วงหน้าก็ได้ค่ะ”เจ้าหน้าที่แม้ทำอะไรไม่ได้แต่ก็พยายามช่วยคิดหาหนทางอื่น แต่ก็ทำได้เท่านี้เพราะพวกเธอก็ไม่มีอำนาจหน้าที่“ขอบคุณสหายมากค่ะ” รับเบอร์มาแล้วก็ส่งสัญญาณให้พากันกลับ ลี่จวนออกอาการฮึดฮัดหายใจแรงหน้าแดงเพราะโกรธปนสงสารพี่สาว เรียวปากก็สั่นเหมือนจะร้องไห้“ยัยบ๊อง ทำไมจะร้องแล้วล่ะ”“ฉันโมโหแทนพี่นี่คะ นี่มันจงใจแกล้งกันชัด ๆ เลยค่ะ เราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอคะพี่ลู่เสียน”หลินลู่เสียนตบมือบนหลังมือลี่จวนเบา ๆ แล้วหยิกแก้มสาวน้อยหน้ามุ่ยจนแก้มป่องไปอีกที“เอาน่า ครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเ

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   ตอนที่ 57 (2) ไปลั่วหยาง (2)

    อาทิตย์ต่อมาหลินลู่เสียนพาทุกคนออกเดินทางอีกครั้งหลังสอบเก็บคะแนน รอบนี้ทุกคนคัดค้านแบบหัวเด็ดตีนขาด เพราะหลินลู่เสียนที่ท้องเจ็ดเดือนท้องโตอุ้ยอ้ายเดินเหินลำบากแล้วไป ๆ มา ๆ ก็แพ้ให้ไม้ตายของคุณแม่“อึก…ฮึก…ทุกคนหาว่าฉันไม่รักลูก ไม่ดูแลลูกให้ดีใช่ไหม”คุณแม่ท้องโตน้ำตาคลอ หางตาแดงเรื่อ ปลายจมูกที่เชิดรั้นถูกสึชมพูอ่อนลามเลีย ก่อนหยาดน้ำตาจะค่อย ๆ กลั่นเป็นหยดไหลเป็นทางอาบแก้มอวบอิ่มเสียงสะอื้นจางแผ่วค่อย ๆ ดังขึ้น“ไม่ใช่นะ พวกเราแค่กลัวน้องกับลูกเป็นอันตราย ระยะทางก็ไกลเดี๋ยวจะเหนื่อยเกินไป ไม่ร้องนะคนดี”“นั่งรถนาน ๆ เดี๋ยวเท้าจะบวมแล้วก็ปวดขาด้วยนะคะพี่ลู่เสียน”ไม่ว่าใครจะเกลี้ยกล่อมยังไง คนท้องก็นั่งร้องไม่ปริปากต่อเป็นการดื้อเงียบ พ่อไป๋จึงต้องรับปากอนุญาตรถยนต์หงฉีสีดำจึงขับจากปักกิ่งมายังลั่วหยางสายลมอ่อนพัดพากลีบโบตั๋นหลากสีลูบไล้ข้างตัวรถ ตัวเมืองเก่าที่เคยเงียบเหงามีเสียงเคลื่อนย้ายข้าวของเข้าออก ผู้คนที่เคยห่างหายในความทรงจำพร่าเลือน เริ่มปรากฏเค้ารางคุ้นตา“รถของตระกูลไหนกัน ““พ่อ ผมอยากได้รถแบบนั้น”“เอ๊ะ! รถจอดหน้าบ้านตระกูลหลิน ไหนลุงรองหลินบอกว่าติดต่อยัยหนูหล

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   ตอนที่ 57 ไปลั่วหยาง (1)

    เช้าวันต่อมาไป๋จื้อหยางกับฝานเล่ยกลับโรงแรมหลังเสร็จเรื่อง หลินลู่เสียนให้ทั้งคู่พักผ่อนก่อนค่อยตื่นมาเล่าเรื่องหลังตื่น“หา! พี่เขย…สั่งจับคนไปถ่วงน้ำแบบนั้นเลยเหรอคะ”ป็อก…“จคิดไปถึงไหนเนี่ย ไม่ได้ฆ่าแกง แค่จับโยนลงย้ำทั้งคนทั้งของ”ลี่จวนโดนพี่เขยดีดหน้าผากจนหน้าหงาย แรงที่ใช้ไม่เบา แม้แต่ฝานเล่ยยังไม่ห้าม แต่มองด้วยแววตาขบขันแทน“ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ พี่ลู่เสียนคะ เจ็บหนัาผาก” เด็กสาวหันไปออดอ้อนพี่สาวแทน“พี่หยางทำไมไม่ส่งตำรวจล่ะครับ” จุดนี้แหละที่ทุกคนไม่เข้าใจ“จากคำบอกเล่าของลูกน้อง ก่อนหน้านี้ตำรวจจับกุมเจ้าของโกดังข้อหาค้าของเถื่อน อาจจะมีนอกมีใน อย่าเอาหลักฐานไว้กับตัวดีกว่า ไม่อยากเสี่ยง”“ก็จริงนะ เกิดตำรวจต้องการป้ายสีเราก็แก้ต่างยากเพราะของก็อยู่ หากคนทำผิดให้ปากคำว่าเราจ้างมาอีกล่ะ”พวกเล่ห์กลเหล่านี้ในโลกธุรกิจการงานยังมีอีกมาก พวกเขาจึงต้องจดจำและระวังตัว“ส่วนเรื่องการรับงานรายย่อยพี่คุยกับน้าจ้าวคร่าว ๆ แล้ว เริ่มดำเนินการทันที”ในส่วนของบริษัทขนส่งไป๋จื้อหยางสั่งการม้วนเดียวจบ เหลือแค่การปฏิบัติและติดตามผล“งัันวันนี้เราไปดูโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้ากัน อาเฉิงพี่จะให้น

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   ตอนที่ 56 แนวทางใหม่ (2)

    วันต่อมา พอมีแนวทางธุรกิจใหม่ไม่มีใครคิดอยู่เซี่ยงก่างต่อ จึงแยกกับพ่อไป๋ย้อนกลับไปเสินเจิ้นขับรถจากเซียงก่างข้ามแดนมาไม่นานก็ถึงท่าเรือเสินเจิ้นแล้ว พวกเขาจึงเข้าไปโกดังท่าเรือของบริษัทก่อน“อาจินเป็นไง ซ่อมได้ไหม”“ยังเลยครับ อาการแบบนี้ผมไม่เคยเจอต้องค่อย ๆ ตรวจดูทีละส่วน”ด้านข้างรถบรรทุกคันหนึ่งมีกลุ่มคนงานยืนล้อมอยู่เกือบสิบคน ไป๋จื้อหยางได้ยินเสียงน้าจ้าวจากตรงกลางวงล้อมบทสนทนาพอจับใจความว่าทางนี้กำลังมีปัญหาที่แก้ไม่ตก“น้าจ้าว เกิดอะไรขึ้นครับ” ไป๋จื้อหยางกับฝานเล่ยรีบเดินแหวกคนงานเข้าไป เห็นชายคนหนึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ ส่องเครื่องยนต์ของรถบรรทุก“อาหยางมาถึงแล้วเหรอ รถคันนี้น่ะสิมันเกิดเสียขึ้นมาตอนนี้ช่างจินกำลังซ่อมอยู่ แต่วันนี้เรามีคิวต้องออกรถไปเฉิงตูช่วงบ่ายถ้าซ่อมไม่ทันมีปัญหาแน่”น้าจ้าวบอกสถานการณ์จบก็แนะนำเจ้าของบริษัทให้พนักงานขับรถรู้จัก พนักงานรุ่นแรกจะเป็นทหารผ่านศึกที่น้าสุ่ยแนะนำมา พวกนี้ค่อนข้างมีวินัยพวกที่รับมาใหม่รุ่นหลังมีอันธพาลกลับใจ พวกข้างถนนที่แก๊งถูกปราบปราม พวกนี้แม้งานจะไม่ผิดพลาดแต่ก็คุมยากมีกระทบกระทั่งเรื่องทัศนคติกับฝั่งทหารเก่าบ่อยครั้ง“ขอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status