Home / รักโบราณ / ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70 / ตอนที่ 1 กลับมาเป็นยุวชนปัญญาชนอีกครั้ง (1)

Share

ตอนที่ 1 กลับมาเป็นยุวชนปัญญาชนอีกครั้ง (1)

last update Huling Na-update: 2025-02-28 14:48:38

“ยินดีต้อนรับ ยุวชนปัญญาชนทุกคนครับ”

ฉางจุนจี้หัวหน้ากองพลน้อยชุมชนหมู่บ้านทงจิว หรือที่ทุกคนในหมู่บ้านเรียกหัวหน้าฉาง กำลังยืนยิ้มกล่าวต้อนรับยุวชนปัญญาชนกลุ่มใหม่ 4 คน ที่ถูกส่งมา

อันที่จริงเขาไม่อยากรับมาหรอก

ยุวชนแต่ละคนที่มานำพาปัญหาและความปวดหัวมาให้ไม่หยุด กลุ่มเดิม 5 คน นี่มีคนใหม่มาอีก 4 คน

“เฮ้อ! เจ็บทั้งมือเจ็บทั้งขา จะขนของกลับไปยังไงเนี่ย หรือว่าจ้างคนช่วยขนของดี” หลินลู่เสียนบ่นไปก็นวดข้อมือที่แดง ฝ่ามือมีรอยแดงจากการค้ำลงบนพื้นรถไฟ เธอใช้เสียงที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน

ไป๋จื้อหยางขมวดคิ้วมองเด็กสาวทางด้านหน้า เห็นมือแดงเถือกก็รู้สึกผิดนิดหน่อย

นิดเดียวเท่านั้นนะ จริง ๆ

“เดี๋ยวผมกับเพื่อนช่วยถือแล้วกัน ไถ่โทษที่ชนคุณเข้า” เด็กหนุ่มเสนอตัวผิดวิสัยเจ้าตัว ที่ใช่ว่าจะมีน้ำใจกับคนไปทั่ว

ฉือเหว่ยเฉิงรีบหันไปมองอย่างจับผิด หรี่ตาล้อ ๆ

“พี่จื้อหยาง ปกติไม่ได้ใจดีแบบนี้นี่”

ปึก…

โดนเพื่อนเปิดโปงจึงใช้ฝ่ามือใหญ่ผลักหัวคนข้าง ๆ เกือบคมำ

“พูดมาก ไปยกของไป ช่วยยกของเด็กอีกคนนั่นด้วย” ไป๋จื้อหยางยกกระสอบของขึ้นแบกบนบ่า กระเป๋าที่น่าจะใส่ผ้าสะพายไหล่ยังมีกระสอบอีกใบหนีบไว้ที่แขน เดินดุ่ม ๆ ตามหัวหน้าฉางไป

‘แรงดีไม่เปลี่ยนจริง ๆ’

หลินลู่เสียนมองตามหลังเด็กหนุ่มสองคนใบหน้าเปื้อนยิ้ม จึงดูไม่หยิ่งมากเหมือนตอนแรก

“พี่คะ ให้…ฉันช่วยถือไหมคะ” เด็กสาวอายุน้อยกว่าถามอยู่ด้านข้างเสียงเบาท่าทางไม่มั่นใจ

ซุนลี่จวน สาวน้อยใบหน้าผอมแก้มตอบ จำได้ว่าเด็กคนนี้รับเคราะห์แทนเธอเพราะแผนร้ายของคนคนหนึ่งในกองพล จุดจบของเธอไม่ดีนัก

เป็นอีกคนที่เธอติดค้างในชีวิตก่อน

“ถืออันนี้ละกันเบาหน่อย อันหนัก ๆ ก็ให้พวกผู้ชายถือไป… ขอบใจ” รู้สึกผิดแล้วไงเธอไม่ปฏิเสธคนมาเสนอตัวช่วยถึงที่หรอกนะ

ต่อไปก็แค่ช่วยเธอไม่ให้ซวยเหมือนครั้งก่อน

คนทั้งหมดเดินทางไปรอรถโดยสารที่จะนั่งต่อไปลงตัวเมืองอู๋ไจ่ ซึ่งใช้เวลาเดินทางราว 35 นาที และจากตัวเมืองเดินทางไปยังกองพลของพวกเขาอีก 1 ชั่วโมง

รถโดยสารแน่นขนัดทำให้แทบไม่มีเวลาพูดคุยกัน เพราะต้องระวังข้าวของ ไม่ได้กันของพังนะ ต้องระวังของหาย

เอี๊ยด…

“ปึก!” “โอ๊ย!

“บ้าจริง…ลืมไปเลยว่าจะเจ็บตัว”

พอรถถึงที่หมายคนขับเบรกทีตัวรถก็กระตุก คนที่คิดอะไรเพลิน ๆ ตัวเซไปชนกับเสาหน้าผากโขกจนเห็นดาว คาดว่าคงบวมแดงแน่

“คุณเป็นไงมั่ง!” ไป๋จื่อหยางมองแล้วเจ็บแทน เสียงหัวเธอโขกเสามันเบาเสียที่ไหน เขาทั้งสงสารทั้งขำ

ดวงหน้าหวานหันกลับไปมองคนถาม ช้อนขนตาเปียกชุ่มน้ำตาคลอหน่วยตาขึ้นมอง

เจอภาพสาวงามหลั่งน้ำตาเข้าไป เด็กหนุ่มถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วครู่มือที่ยื่นจับหัวไหล่ไม่ให้เธอล้มก็รีบปล่อยราวต้องของร้อน

“แฮ่ม…ลงกันเถอะ” ว่าแล้วก็รีบหอบของพะรุงพะรังเดินหนีลงรถไป

‘ตาบื้อนี่!’

โดนเด็กหนุ่มเดินหนีไปสองรอบ หากเป็นชาติก่อนเธอคงแอบหัวเสีย แต่ตอนนี้มองยังไงก็เอ็นดูคนเสียอาการ

1 ชั่วโมงต่อมาก็ถึงจุดหมายปลายทาง

“นั่นพวกยุวชนที่มาใหม่ใช่ไหม รอบนี้จะเป็นคนจากเมืองใหญ่รึเปล่าน่ะ” ไฉ่จีป้าสะใภ้ใหญ่บ้านสุ่ยหันมองรถแทรกเตอร์ที่ส่งเสียงดังมาแต่ไกล

“คนจากไหนก็ตัวภาระ ตัวปัญหาทั้งนั้น!” เถาฮุ่ยอันป้าสะใภ้รองถังรีบตวัดเสียงแหลมสูงเย้ย

“ไม่ดูไว้ก่อนล่ะ เผื่อจะมีสะใภ้ให้ถังหู่ไงเล่า” ป้าสะใภ้ใหญ่สุ่ยเอาไหล่กระแซะหยอก

“เหอะ! ไม่ดูสารรูปลูกชายตัวเอง อย่าว่าแต่คนเมืองเลย ลูกสาวบ้านไหนจะอยากแต่งเข้าบ้านใหญ่ถังบ้าง” เสียงถากถางลอยมาจากอีกฟากของต้นไม้เป็นเสียงฉีเหยียนเหมยของคนไม่ถูกกันอย่างป้าสะใภ้ใหญ่เถา

เถาฮุ่ยอันเป็นน้องสะใภ้ของฉีเหยียนเหมย

“ทำไมจะไม่ได้ ไม่ใช่พอทนลำบากไม่ไหวพวกผู้หญิงในเมืองก็มาวิ่งไล่จับผู้ชายในหมู่บ้านรึไง คนที่มาใหม่นั่นก็คอยดูเถอะว่าจะทนได้กี่วัน ฮึ!”

คนที่ถกเถียงกันไม่ทันเห็นว่ารถแทรกเตอร์จอดหยุดให้ผู้โดยสารลงไม่ไกล แถมผู้มาใหม่ก็ได้ยินเข้าเต็ม ๆ

“ไม่ต้องเดือดร้อนป้าปากยาวมาพูดแทน ฉันไม่จำเป็นต้องทนลำบาก บังเอิญรวย! ชอบใช้เงินแก้ปัญหา!” หลินลู่เสียนก้าวฉับ ๆ ไปยืนประจันหน้ายัยป้าปากมากประจำหมู่บ้าน

“แก! นังเด็กไร้มารยาทไม่รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่” เถาฮุ่ยอันกรีดเสียงร้องแหลมสูงยกมือชี้หน้าเต้นเร่าที่โดนตอกกลับ

“ป้าเป็นบรรพบุรุษฝ่ายไหนของฉันเหรอ ถึงต้องเคารพ แต่ดูแล้วไม่น่าใช่นะ บ้านฉันไม่มีคนหน้าแย่” เด็กสาวเบะปากกลอกตาใส่ยัยป้ามหาภัย

เธอหันหลังไม่คิดให้ค่าอีก กวาดตามองเหล่าชาวบ้านและยุวชนที่มารวมตัวกัน

ต้นสนขนาดใหญ่บริเวณลานรวมตัวก่อนลงแปลงนารวมนับเป็นจุดรวมตัวของคนในหมู่บ้านทุกเพศทุกวัย

“ขอโทษหัวหน้าฉาง ลุง ๆ และป้าสะใภ้ทุกคนด้วยนะคะ ฉันเดือดจัดไปหน่อย มาถึงวันแรกก็เจอคนพูดแบบนี้ใส่หน้ารับไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ” ด่าคนจนไม่รู้เหนือใต้เสร็จ หลินลู่เสียนก็ทำหน้าสลดหันไปขอโทษสำนึกผิด แต่แอบโยนความผิดให้ฝั่งโน้น

ใบหน้าหวานของเธอนับว่าใช้งานได้ดี…

ใครเห็นครั้งแรกคงคิดว่าเธออ่อนแอรังแกง่าย

แต่ก็เพราะหน้าตาดูซื่อบริสุทธิ์ขัดนิสัยแบบนี้ล่ะ ที่พวกผู้ใหญ่มักเข้าข้างเอ็นดู

“สะใภ้ใหญ่ถัง! พูดอะไรให้รู้จักใช้สมองเสียบ้าง!!!” นั่นปะไรหัวหน้าฉางหน้าเขียวคล้ำหันไปตวาดคนเสียงดังแล้ว หลินลู่เสียนแอบยกยิ้มสะใจ

หัวหน้าฉางเรียกรวมตัวคนในหมู่บ้านเพื่อแนะนำยุวชนกลุ่มใหม่ มาถึงกลับเจอลูกบ้านทำตัวไม่รู้ความ ไม่โมโหก็แปลกแล้ว

เถาฮุ่ยอันแม้ไม่กลัวใครยังต้องเกรงใจหัวหน้ากองพล จึงเงียบในที่สุด แต่ใจขุ่นเคืองหาทางเล่นงานนังเด็กปากดีที่กล้ามาท้าทาย

“เอาล่ะ ทุกคนคงรู้กันแล้วว่าวันนี้หมู่บ้านเรามียุวชนกลุ่มใหม่มาเพิ่ม 4 คน เดี๋ยวให้พวกเขาแนะนำตัวให้รู้จักหน้าค่าตากันไว้” หัวหน้าฉางหันกลับไปพยักเพยิดให้คนมาใหม่แนะนำตัว

“ผมฉือเหว่ยเฉิง อายุ 17 ปี เพื่อนผมที่มาด้วยกันชื่อไป๋จื้หยาง อายุ 17 เท่ากัน เรามาจากปักกิ่ง” ฉือเหว่ยเฉิงแนะนำตัวท่าทางขี้เล่น ชี้มือชี้ไม้ที่ตัวเองกับคนข้าง ๆ

“หลินลู่เสียนค่ะ 17 ปีมาจากลั่วหยาง” เธอเหลือบมองสองหนุ่มแล้วแนะนำตัวสั้น ๆ

“หนะ หนู…ฉันซุนลี่จวน 15 ปีค่ะ มาจากช่างไห่ ”

เด็กสาวที่ดูไม่มั่นใจมาจากเมืองที่ทุกคนคาดไม่ถึง คนรอบตัวจึงมีสีหน้าประหลาดใจในระดับต่างกัน รวมถึงหลินลู่เสียนด้วยที่แม้จะรู้อยู่แล้วแต่ต้องแกล้งแสดงให้สมจริง

“เหอะมาจากลั่วหยาง ที่แท้ก็ไอ้พวกศักดินาเก่า มิน่าทำตัวจองหองใหญ่คับฟ้า น่าให้คนมาจับไปแห่ประจาน” เถาฮุ่ยอันได้ช่องทางก็รีบสอดปากพยายามหาพวก

“นี่ป้า ครอบครัวฉันเป็นศักดินาหรือเปล่าไม่ใช่หน้าที่ป้ามาตัดสิน เจ้าหน้าที่รัฐเขายังไม่ว่าอะไร แล้วป้าเป็นใครมาคัดค้านคำตัดสินของพรรค”

อีแก่นี่ถ้าไม่ตบไม่ตีคงไม่ดีขึ้น เธอล่ะอยากตบให้หน้าหัน คิดแล้วก็คันมือ

“นังเด็กเวร! แกนี่มันวอนโดนตบ!!” เถาฮุ่ยอันยกมือง้างเตรียมตบหน้าเด็กสาวที่ลอยหน้าลอยตาใส่

“ถังฮุ่ยอิน!!! ถ้ายังไม่หยุดก่อกวน ฉันจะลงโทษตัดคะแนนงานครึ่งหนึ่ง!” ยัยแก่นี่ไม่รู้หนักเบากับข้อกล่าวหา จะพากองพลเขาซวยไปด้วยไม่ได้

ข้อหาสงสัยหรือคัดค้านคำตัดสินของพรรค

โทษสถานเบาก็ถูกส่งไปใช้แรงงานที่เหมือง แต่ถ้าโทษหนักก็ยิงเป้า…

แค่คิดก็ทำคนแตกตื่นแล้ว!

นี่เขาได้ยุวชนแบบไหนมากันแน่! ต่อไปหมู่บ้านทงจิวของเขาจะยังเหลือความสงบสุขอีกหรือเปล่า?

ฉางจุนจี้อยากกลับบ้านไปนอนก่ายหน้าผากดมยาดมเสียจริง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   บทสรุป

    “ถิงถิงหลานปู่ ดูสิฉลาดเหมือนปู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”คนในห้องแทบจะกลอกลูกตาจนตากลับแล้ว กับปู่ที่หลงหลานขนาดหนักหลานเรอก็ว่า กินเก่ง เลี้ยงง่าย…หลานร้องงอแง ก็บอกเสียงดี โตขึ้นคงช่างพูด…แม้แต่หลานฉี่ใส่ฉือเหว่ยเฉิงยังบอกว่าหลานฉลาด…“ลุงไป๋ หลานฉี่ใส่ผมนี่มองจากมุมไหนถึงบอกว่าฉลาด” ฉือเหว่ยเฉิงพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองฮ่า ฮ่า ฮ่า“ฉลาดที่แค่ฉี่ใส่น่ะสิ ถ้าถ่ายหนักด้วยแสดงว่าชังน้ำหน้า” พ่อไป๋เยาะเย้ยแล้วหันมาเอากลองมาหลอกล่อหลานสาวเด็กทารกยังไม่ลืมตา เขาจึงเอาของเล่นที่มีเสียงมาหยอกล้อ“ตำรวจว่ายังไงบ้างคะ ผลตรวจสารเคมีในขวดยาออกหรือยัง” หลินลู่เสียนถามเรื่องที่เธออยากรู้ แต่เธอก็พอจะเดาออกว่ายาที่ฟางผิงสั่งให้คนสับเปลี่ยนคือยาอะไร“ผลออกแล้ว เป็นยาละลายลิ่มเลือด…”ไป๋จื้อหยางขบกราม เน้นเสียงทีละคำ ดวงตาสีดำคมมีประกายชิงชังเคียดแค้น ถ้าเขาไม่ให้คนคอยสะกดรอยฟางผิงคงไม่รู้ว่ามีคนจ้องจะเล่นงานภรรยาแถมคิดเล่นงานถึงตาย…พวกเขาเลยปล่อยให้พวกนั้นชะล่าใจ คอยให้คนที่สะกดรอยถ่ายรูปหลักฐานการนัดพบ การส่งมอบตัวยา และวางกับดักในวันที่ภรรยาคลอดเพราะเขาก็กะเอาให้ถึงตายเหมือนกัน…“จับได้ค่

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   ตอนที่ 58 เจ็บท้อง (2)

    ฝานเล่ยเป็นคนขับรถพาทุกคนมาโรงพยาบาล พ่อไป๋ยังไม่รู้ข่าวฉือเหว่ยเฉิงจึงเป็นคนไปโทรแจ้ง ลี่จวนหยิบบัตรคนไข้ไปติดต่อให้ข้อมูลผู้ป่วย“น้ำคร่ำยังไม่แตก แต่มีสัญญาณคลอดนะคะ ญาติติดต่อให้นอนห้องพักฟื้นก่อนได้เลยค่ะ เราจะยังไม่ย้ายคนไข้ไปห้องรอคลอดนะคะ”พยาบาลเวรเข้ามาตรวจอาการ ลงความเห็นว่ามีสัญญาณคลอดจึงให้ญาติไปทำตามขั้นตอน“โอ๊ย...เจ็บ เจ็บ โอ๊ย…”“ฮู่...ฮู่...ฮ่า… เสียน์เออร์หายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ หายใจปกติ” ไป๋จื้อหยางนั่งช่วยกำกับภรรยาหายใจเพื่อลดอาการปวด“อ๊า...โอ๊ย...”ทุกครั้งที่หลินลู่เสียนร้องก็จิกนิ้วลงขยุ้มผมของสามีเขย่า ไป๋จื้อหยางครางเพราะความเจ็บกายไม่เท่าไหร่ แต่เขาสงสารแม่ของลูกที่นอนทรมาน แล้วเขาช่วยอะไรไม่ได้“ลี่จวนเอากระเป๋าน้ำร้อนประคบหลังเสียนเออร์หน่อย”“คะ! ตายแล้ว…หนูลืมหยิบตะกร้าของมา มันอยู่ท้ายรถ”“เดี๋ยวไปเอาให้” ฝานเล่ยรีบวิ่งตัวปลิวออกไป“ว๊าย! สหาย...อย่าวิ่งตามทางเดิน!”พยาบาลที่เข็นรถเข็นก้มมองรายการยาร้องออกมาเพราะมีคนวิ่งสวนออกไปเกือบชนเธอเข้าท้องแรกส่วนใหญ่กว่าจะคลอดมักรอกันนานหลายชั่วโมง หลินลู่เสียนก็นอนปวดร้องครางตั้งแต่เช้าจรดค่ำก็ยังไม่มีท

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   ตอนที่ 58 เจ็บท้อง (1)

    ไม่มีคนทำแทนได้เลยเหรอคะ พวกเราต้องรีบเดินทางกลับน่ะค่ะ”หลินลี่จวนร้อนใจรีบสอบถามหาทางแก้เจ้าหน้าที่มองหน้ากันอย่างลำบากใจ ทำให้พอรู้แล้วว่าคงข้ามหน้าที่กันไม่ได้ การรับเอกสารเพื่อตรวจสอบต้องมีลายเซ็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายงานคนเดียวเท่านั้น“ลี่จวนอย่าสร้างความลำบากใจให้เจ้าหน้าที่ ขอโทษแทนน้องสาวด้วยนะคะสหาย เธอยังเด็ก”หลินลู่เสียนยิ้มขอโทษเจ้าหน้าที่อย่างนุ่มนวล กิรอยามารยาทดูอ่อนหวานคนมองจึงมีสีหน้าที่ดีให้“ทางเราต้องขออภัยสหายหลินจริง ๆ ค่ะ เอาอย่างนี้ฉันให้เบอร์โทรศัพท์สหายไว้นัดเวลามาล่วงหน้าก็ได้ค่ะ”เจ้าหน้าที่แม้ทำอะไรไม่ได้แต่ก็พยายามช่วยคิดหาหนทางอื่น แต่ก็ทำได้เท่านี้เพราะพวกเธอก็ไม่มีอำนาจหน้าที่“ขอบคุณสหายมากค่ะ” รับเบอร์มาแล้วก็ส่งสัญญาณให้พากันกลับ ลี่จวนออกอาการฮึดฮัดหายใจแรงหน้าแดงเพราะโกรธปนสงสารพี่สาว เรียวปากก็สั่นเหมือนจะร้องไห้“ยัยบ๊อง ทำไมจะร้องแล้วล่ะ”“ฉันโมโหแทนพี่นี่คะ นี่มันจงใจแกล้งกันชัด ๆ เลยค่ะ เราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอคะพี่ลู่เสียน”หลินลู่เสียนตบมือบนหลังมือลี่จวนเบา ๆ แล้วหยิกแก้มสาวน้อยหน้ามุ่ยจนแก้มป่องไปอีกที“เอาน่า ครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเ

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   ตอนที่ 57 (2) ไปลั่วหยาง (2)

    อาทิตย์ต่อมาหลินลู่เสียนพาทุกคนออกเดินทางอีกครั้งหลังสอบเก็บคะแนน รอบนี้ทุกคนคัดค้านแบบหัวเด็ดตีนขาด เพราะหลินลู่เสียนที่ท้องเจ็ดเดือนท้องโตอุ้ยอ้ายเดินเหินลำบากแล้วไป ๆ มา ๆ ก็แพ้ให้ไม้ตายของคุณแม่“อึก…ฮึก…ทุกคนหาว่าฉันไม่รักลูก ไม่ดูแลลูกให้ดีใช่ไหม”คุณแม่ท้องโตน้ำตาคลอ หางตาแดงเรื่อ ปลายจมูกที่เชิดรั้นถูกสึชมพูอ่อนลามเลีย ก่อนหยาดน้ำตาจะค่อย ๆ กลั่นเป็นหยดไหลเป็นทางอาบแก้มอวบอิ่มเสียงสะอื้นจางแผ่วค่อย ๆ ดังขึ้น“ไม่ใช่นะ พวกเราแค่กลัวน้องกับลูกเป็นอันตราย ระยะทางก็ไกลเดี๋ยวจะเหนื่อยเกินไป ไม่ร้องนะคนดี”“นั่งรถนาน ๆ เดี๋ยวเท้าจะบวมแล้วก็ปวดขาด้วยนะคะพี่ลู่เสียน”ไม่ว่าใครจะเกลี้ยกล่อมยังไง คนท้องก็นั่งร้องไม่ปริปากต่อเป็นการดื้อเงียบ พ่อไป๋จึงต้องรับปากอนุญาตรถยนต์หงฉีสีดำจึงขับจากปักกิ่งมายังลั่วหยางสายลมอ่อนพัดพากลีบโบตั๋นหลากสีลูบไล้ข้างตัวรถ ตัวเมืองเก่าที่เคยเงียบเหงามีเสียงเคลื่อนย้ายข้าวของเข้าออก ผู้คนที่เคยห่างหายในความทรงจำพร่าเลือน เริ่มปรากฏเค้ารางคุ้นตา“รถของตระกูลไหนกัน ““พ่อ ผมอยากได้รถแบบนั้น”“เอ๊ะ! รถจอดหน้าบ้านตระกูลหลิน ไหนลุงรองหลินบอกว่าติดต่อยัยหนูหล

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   ตอนที่ 57 ไปลั่วหยาง (1)

    เช้าวันต่อมาไป๋จื้อหยางกับฝานเล่ยกลับโรงแรมหลังเสร็จเรื่อง หลินลู่เสียนให้ทั้งคู่พักผ่อนก่อนค่อยตื่นมาเล่าเรื่องหลังตื่น“หา! พี่เขย…สั่งจับคนไปถ่วงน้ำแบบนั้นเลยเหรอคะ”ป็อก…“จคิดไปถึงไหนเนี่ย ไม่ได้ฆ่าแกง แค่จับโยนลงย้ำทั้งคนทั้งของ”ลี่จวนโดนพี่เขยดีดหน้าผากจนหน้าหงาย แรงที่ใช้ไม่เบา แม้แต่ฝานเล่ยยังไม่ห้าม แต่มองด้วยแววตาขบขันแทน“ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ พี่ลู่เสียนคะ เจ็บหนัาผาก” เด็กสาวหันไปออดอ้อนพี่สาวแทน“พี่หยางทำไมไม่ส่งตำรวจล่ะครับ” จุดนี้แหละที่ทุกคนไม่เข้าใจ“จากคำบอกเล่าของลูกน้อง ก่อนหน้านี้ตำรวจจับกุมเจ้าของโกดังข้อหาค้าของเถื่อน อาจจะมีนอกมีใน อย่าเอาหลักฐานไว้กับตัวดีกว่า ไม่อยากเสี่ยง”“ก็จริงนะ เกิดตำรวจต้องการป้ายสีเราก็แก้ต่างยากเพราะของก็อยู่ หากคนทำผิดให้ปากคำว่าเราจ้างมาอีกล่ะ”พวกเล่ห์กลเหล่านี้ในโลกธุรกิจการงานยังมีอีกมาก พวกเขาจึงต้องจดจำและระวังตัว“ส่วนเรื่องการรับงานรายย่อยพี่คุยกับน้าจ้าวคร่าว ๆ แล้ว เริ่มดำเนินการทันที”ในส่วนของบริษัทขนส่งไป๋จื้อหยางสั่งการม้วนเดียวจบ เหลือแค่การปฏิบัติและติดตามผล“งัันวันนี้เราไปดูโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้ากัน อาเฉิงพี่จะให้น

  • ข้ามภพเปลี่ยนชะตาร้ายยุค70   ตอนที่ 56 แนวทางใหม่ (2)

    วันต่อมา พอมีแนวทางธุรกิจใหม่ไม่มีใครคิดอยู่เซี่ยงก่างต่อ จึงแยกกับพ่อไป๋ย้อนกลับไปเสินเจิ้นขับรถจากเซียงก่างข้ามแดนมาไม่นานก็ถึงท่าเรือเสินเจิ้นแล้ว พวกเขาจึงเข้าไปโกดังท่าเรือของบริษัทก่อน“อาจินเป็นไง ซ่อมได้ไหม”“ยังเลยครับ อาการแบบนี้ผมไม่เคยเจอต้องค่อย ๆ ตรวจดูทีละส่วน”ด้านข้างรถบรรทุกคันหนึ่งมีกลุ่มคนงานยืนล้อมอยู่เกือบสิบคน ไป๋จื้อหยางได้ยินเสียงน้าจ้าวจากตรงกลางวงล้อมบทสนทนาพอจับใจความว่าทางนี้กำลังมีปัญหาที่แก้ไม่ตก“น้าจ้าว เกิดอะไรขึ้นครับ” ไป๋จื้อหยางกับฝานเล่ยรีบเดินแหวกคนงานเข้าไป เห็นชายคนหนึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ ส่องเครื่องยนต์ของรถบรรทุก“อาหยางมาถึงแล้วเหรอ รถคันนี้น่ะสิมันเกิดเสียขึ้นมาตอนนี้ช่างจินกำลังซ่อมอยู่ แต่วันนี้เรามีคิวต้องออกรถไปเฉิงตูช่วงบ่ายถ้าซ่อมไม่ทันมีปัญหาแน่”น้าจ้าวบอกสถานการณ์จบก็แนะนำเจ้าของบริษัทให้พนักงานขับรถรู้จัก พนักงานรุ่นแรกจะเป็นทหารผ่านศึกที่น้าสุ่ยแนะนำมา พวกนี้ค่อนข้างมีวินัยพวกที่รับมาใหม่รุ่นหลังมีอันธพาลกลับใจ พวกข้างถนนที่แก๊งถูกปราบปราม พวกนี้แม้งานจะไม่ผิดพลาดแต่ก็คุมยากมีกระทบกระทั่งเรื่องทัศนคติกับฝั่งทหารเก่าบ่อยครั้ง“ขอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status