Masukนักฆ่าอย่าง ‘เซี่ยฉิง’ ตื่นขึ้นมาในร่างของสตรีนามเดียวกัน อีกทั้งนางยังมีสัญญาแต่งงานที่รอวันหย่าขาด! จากสตรีเห็นแก่ตัวไม่รักใครนอกจากตัวเอง นางกลายเป็นสตรีที่ทำให้สตรีด้วยกันลุกขึ้นมาสู้เพื่อตัวเอง จากความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม นางทำให้สตรีแคว้นต้าเหยาไม่หวาดกลัวที่จะถูกสามีทอดทิ้ง บุรุษที่เข้ามาพัวพันล้วนถูกความกล้าหาญของนางดึงดูด บุรุษหนึ่งผูกมัดด้วยการแต่งงาน อีกบุรุษสั่นคลอนหัวใจเยือกเย็นราบเรียบ ทว่าเขากลับคล้ายอายุสั้นเหลือเกิน อิสระที่นางโหยหาถูก ‘เยียนหลันเฟิง’ ทำให้หวั่นไหว การผูกมัดที่นางเคยดิ้นรนให้ตัวเองหลุดพ้น ถูกเขาทำให้เปลี่ยนความคิด การปกป้อง ยืนเคียงข้าง และรักใครสักคนอย่างไร้เหตุผล บางครั้งก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เลวเลย...
Lihat lebih banyakโลกมนุษย์...ท่ามกลางความขัดแย้ง ความชิงชัง ความละโมบ ความโสมม เข่นฆ่ากันเองเพื่อผลประโยชน์ วิวัฒนาการที่ทำให้จิตใจเสื่อมโทรม ไร้เมตตา ไร้คุณธรรม โลกซึ่งไม่มีที่ว่างให้กับผู้ที่อ่อนแอ โลกซึ่งไม่ว่าเมื่อไรก็ต้องระมัดระวังตัว เพราะหากพลาดพลั้งนั่นหมายถึงชีวิต
กฎหมาย...ไร้ประโยชน์
ความเมตตา...ไร้ค่า
ความแข็งแกร่ง เด็ดขาด โหดเหี้ยมสิจึงจะช่วยต่อลมหายใจให้มีชีวิตรอด
เซี่ยฉิง...ว่ายเวียนอยู่ในวงการนักฆ่ามานานแสนนาน เข่นฆ่าผู้คนเพื่อแลกกับความอยู่รอด หลบเร้นเมื่อถูกตามล่า หายตัวเข้าไปในเงามืด เมื่อถูกกฎหมายคืบคลานเข้าใกล้
สิ่งที่หญิงสาวถนัดที่สุดคือการกลมกลืนกับผู้คน สถานที่ รวมไปถึงการเสแสร้ง แกล้งทำ ปลอมตัว ทว่าในยามที่ต้องออกปฏิบัติการ หญิงสาวกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ชีวิตตลอดยี่สิบปีที่ผันผ่าน เข่นฆ่าผู้คนตามใบสั่งมาแล้วนับไม่ถ้วน เป็นหนึ่งในสิบนักฆ่าที่ไม่เคยพลาด ไม่เคยถูกจับ ไม่มีใครล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริง ใบหน้าที่ถูกปกปิด แม้แต่คนว่างจ้างก็ยังไม่เคยเห็น ชื่อเสียงของความเลือดเย็นอันเลื่องชื่อ สุดยอดนักฆ่าที่...ไร้จุดอ่อนโดยสิ้นเชิง
ร่างอรชรในชุดสีดำแนบเนื้อ เส้นผมยาวที่รวมมัดยกสูง เรียวขาเพรียวที่ก้าวเดินเยื้องย่างบนสายไฟซึ่งแขวนระหว่างตึกสูง เป้าหมายของเซี่ยฉิงอยู่ห่างออกไปเพียงยี่สิบก้าว
มองเบื้องล่างที่มีเรือสำราญกำลังแล่นผ่าน แม่น้ำไหลเชี่ยวซึ่งขวางกั้นภารกิจที่ได้รับมอบหมาย หญิงสาวมองผ่านกระจกของตึกสูง มองเห็นชายหนุ่มที่เป็นเป้าหมายในคืนนี้
ริมกระจกมืดมิด ด้านในกลับส่องสว่างด้วยแสงไฟในงานเลี้ยง ผู้คนกำลังดื่มกินหัวเราะอย่างมีความสุข ใบหน้ายิ้มแย้ม ท่าทางมีรื่นรม ทว่า...ความตายกลับกำลังคืบคลานเข้าไปหาใครบางคนโดยไม่รู้ตัว
ขณะที่กำลังดึงเข็มฉีดยาออกมา อยู่ๆ บนท้องฟ้าก็ปรากฏเงาเมฆและฟ้าผ่า หญิงสาวขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นมอง ตอนที่กำลังหันกลับมาดวงตากลับมองเห็นเป้าหมายที่กำลังเบิกตามองมา
เสียงฟ้าผ่า เปรี้ยง!!!
แสงสว่างวาบขึ้นท่ามกลางเสียงแตกตื่น หญิงสาวพุ่งเข้าไปหาเป้าหมาย เงื้อเข็มจากนั้นแทงลงไปยังต้นคอด้านหลังของชายหนุ่มตรงหน้า
ถึงอย่างนั้นใครจะรู้ว่าเขากลับว่องไว ตอนที่หญิงสาวเพิ่งแทงเข็ม อีกฝ่ายกลับตวัดแขนดึงหญิงสาวเอาไว้ ทั้งสองล้มลงไปจากระเบียง หล่นวูบลงไปในแม่น้ำ!!!
ฟ้าผ่าดังลั่นอีกครั้ง เปรี้ยง!!!
สายฟ้าฟาดลงไปบนผืนน้ำ เกิดเป็นระลอกคลื่นที่รอรับร่างทั้งสองอยู่ เซี่ยฉิงกดเข็มฉีดยาเข้าไปในลำคอของชายหนุ่ม ยาพิษไหลเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย พร้อมๆ กันนั้นทั้งสองก็กระทบลงไปเหนือผืนน้ำที่คล้ายมีกระแสไฟ เซี่ยฉิงได้แต่สบถว่า...แย่แล้ว!!!
จากนั้นทั่วทั้งร่างก็ถูกกระแสไฟจากสายฟ้านั้นกลืนกิน
หญิงสาวถีบร่างของเป้าหมายออกไปให้ห่าง จากนั้นหลับตาก่นด่าความโชคร้าย เป็นนักฆ่าที่สังหารคนมาอย่างโชกโชน วันนี้กลับต้องมาตายเพราะฟ้าผ่า
...น่าขันเสียจริง!!!
กระแสน้ำเชี่ยวกราก น้ำวนดึงร่างให้จมดิ่ง เซี่ยฉิงแหวกว่ายสุดแรงเกิด พยายามผุดตัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำ แสงสว่างที่อยู่ไม่ไกล เสียงผู้คนที่เริ่มดังขึ้นข้างหู ร่างอรชรที่ตะกายมือเท้าเพื่อให้สามารถขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำ กระทั่ง...ฟู่ว!!!!
หญิงสาวสูดหายใจเข้าอย่างตะกละตะกราม สำลักน้ำจนไอออกมาถี่ๆ
“ชะ...ช่วยด้วย!!!”
เสียงกรีดร้อง เสียงสบถ เสียงคำรามก่นด่า เสียงร้องไห้ของผู้คนมากมายที่ลอยตัวไปกับกระแสน้ำซึ่งไหลเชี่ยว
หญิงสาวมองไปรอบๆ ร่างถูกกระแสน้ำพัดไปไม่รู้ทิศทาง กระทั่งเมื่อเห็นว่าที่นี่...เป็นเวลากลางวัน อีกทั้งรอบๆ ยังมีต้นไม้ใหญ่น้อยที่หักโค่นลอยตามมา ผู้คนที่บ้างจมน้ำ บ้างถูกน้ำพัด
คำถามก็คือ...นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น!!!
ตอนตกลงไปในแม่น้ำเป็นเวลากลางคืน อย่างมากก็ไม่เกินสี่ทุ่ม จมไปไม่ถึงอึดใจพระอาทิตย์กลับอยู่กลางศีรษะแล้ว!!!
“ช่วยข้าด้วย พี่สะใภ้!!” เสียงของเด็กหญิงคนหนึ่งตะโกนขอความช่วยเหลือไม่ไกล หญิงสาวมองหาจากนั้นยื่นมือออกไปคว้าคอเสื้อด้านหลังอีกฝ่ายเอาไว้ได้
นายกองสามคนมาหาที่หน้าบ้าน เงินที่เขากับนางได้รับล้วนมาจากแม่ทัพหยางทั้งสิ้น ด้วยอาวุธที่หญิงสาวออกแบบ กองทัพต้าเหยาต้องการเป็นอย่างมาก ค่าตอบแทนของการออกแบบอาวุธ สามารถเลี้ยงดูเขากับนางได้ไม่ลำบากค่ายาของเขาไม่น้อยนางจ่ายไปโดยไม่ลังเลของกินที่เขาต้องกิน นางไม่สนใจว่าจะแพงจะถูกเสื้อคลุมของเขาต้องหนาต้องอุ่นหน้าหนาวเขาจะต้องไม่ออกนอกบ้าน ห้ามให้ความเย็นสะสมจนล้มป่วยเยียนหลันเฟิงเชื่อฟังนางเป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพราะเขาอยากอยู่กับนางให้นานขึ้นอีกหนึ่งวัน หนึ่งเดือน หรือบางทีอาจจะหนึ่งปี“ท่านพี่ ท่านหิวแล้วหรือยัง วันนี้แม่ทัพหยางยังฝากสุรามาด้วย ข้าจะทำไก่แช่สุราให้ท่าน”เขาอมยิ้มมองนางที่ยิ้มหน้าบาน “ก็แค่สุราตื่นเต้นอะไรไ“ไม่ใช่แค่สุรา แต่นี่สุราหลินจือหมักดีต่อสุขภาพของท่าน แต่ว่าท่านดื่มไม่ได้แรงเกินไป ข้าทำไก่แช่สุราให้ท่านแทน”ดูนางสิ... ด้านนอกมีเสียงตะโกนเรียก...อีกแล้ว “เยียนฮูหยินอยู่หรือไม่”“อยู่เจ้าค่ะ”“เร็วเข้าหลานชายท่านลุงเสิ่นโดนหมูป่าทำร้าย แผลบาดลึกเป็นทางยาว ท่านหมอไม่อยู่ ได้ยินมาว่าเจ้าทำแผลเย็บแผลได้ ช่วยไปดูหน่อยได้หรือไม่”หญิงสาวเดินออกมาจากในครัว นางเงย
“ที่นั่นมีท่าเรือ มีเรือสินค้า มีเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน หากเราเบื่อเดินทางแล้วที่นั่นน่าจะเหมาะที่จะปักหลัก ข้าสอนหนังสือเจ้าเก็บเงิน”นางหัวเราะ “ได้ยินสินะ”เขายิ้ม “อย่างไรก็ต้องให้เจ้าเป็นคนหาเลี้ยงอยู่ดี ข้าขอแค่กินอิ่มนอนหลับ ที่เหลือให้เจ้าทั้งหมด”“ไม่ต้องกลัวข้าหาเลี้ยงท่านได้อยู่แล้ว ข้าหาเงินเก่งนะ ต่อรองเก่งด้วย ท่านทำกับข้าวก็พอ ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ข้าเอง”เขาพิงศีรษะลงบนไหล่ของนาง ถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่งมองไปยังเส้นทางที่ยาวไกลเบื้องหน้า “เซี่ยฉิง”“หืม”“เจ้าว่าหากข้าไม่ได้พบเจ้า ชีวิตข้าจะเป็นอย่างไร”“ก็คง...นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงกระมัง”เขาเลิกคิ้วมองนาง “หน้านิ่วคิ้วขมวด?”“ไม่เช่นนั้นก็...นั่งเงียบๆ เพียงลำพังในห้องหนังสือ ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปรบกวน ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้”เขามองนางจากนั้นสายตาอ่อนโยนลง “ก็คงใช่ แล้วเหตุใดเจ้ากล้าข้าใกล้”“ข้า? ข้าทำเช่นนั้นที่ไหน ท่านต่างหากที่เข้ามาหาข้า แถมยังยั่วยวนข้าด้วย”เขาหัวเราะ “ข้าเคยทำเช่นนั้น? จำไม่เห็นได้”“ไม่ใช่แล้วจะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร ข้าถูกวางยายังล่วงเกินเอา
หญิงสาวหัวเราะด้วยความขบขัน นางกระซิบด้วยท่าทีนึกสนุก “เจ้าจะไปรู้อะไร เขาไม่ใช่ปราชญ์สิดี ขอเพียงไปจากเมืองหลวง ต่อไปให้เปิดสถานที่สอนหนังสือแล้วเก็บเงินเข้ากระเป๋า เขาสอนข้าเก็บเงินดีจะตาย”เสียนจิงเบิกตา “จริงด้วย!! บางทีอาจได้มากกว่าเป็นปราชญ์อีก!”เสียงประตูเปิดออกเยียนหลันเฟิงก้าวเข้ามา ในมือของชายหนุ่มมีเนื้อและปลาสดๆ ที่แวะซื้อมาจากตลาด “จิงจิงเองก็อยู่หรือ เจ้ากินมื้อเที่ยงหรือยัง อยู่กินมื้อเที่ยงด้วยกันแล้วข้าจะให้คนส่งเจ้ากลับจวน”“ท่านปราชญ์ ไม่สิ พี่เฟิง ท่านจะทำอะไรหรือ”“ปลานึ่งบ๊วยกับเนื้อตุ๋นกับน้ำแกงหัวปลา เจ้ากินเผ็ดไม่เก่งใช่หรือไม่ เดี๋ยวจะลดพริกลงหน่อย”“ข้าช่วยนะเจ้าคะ” เสียนจิงวิ่งเข้าไปในครัวชายหนุ่มยิ้มให้เซี่ยฉิง “หิวแล้วหรือยัง”นางส่ายหน้าเดินเข้าไปรับของในมือของเขา “ข้ากำลังวางแผนจะไปจากเมืองหลวงเดือนหน้า”“เดือนหน้า?”“ใช่แล้ว เดือนหน้าก็จะหมดสัญญาเช่า ข้าจะแวะไปบ้านเดิมก่อน จากนั้นมองหาที่ทางเพื่อปักหลัก”เขาพยักหน้าจากนั้นไม่ได้พูดอะไร ในครัวมีเสียงสวบสาบวุ่นวาย เสียนจิงวิ่งออกมากระซิบนาง “พี่ฉิงเอ๋อร์ท่านต้องจับเขาให้อยู่มือ พี่เฟิงทั้งเก่ง ทั้งหล่อ
นางถอนหายใจมองเขา “ข้าไม่เคยต้องการให้ผู้ใดเข้าใจข้า เมื่อก่อนไม่ ตอนนี้ไม่ อนาคตก็จะไม่ ข้าขอเพียงคนที่พร้อมจะเปิดใจรับสิ่งที่ข้าเป็น แม้ไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ต่อต้าน ไม่ห้าม ไม่บีบบังคับในสิ่งที่ข้าเป็นไม่ได้”มู่ชิงอวิ๋นหันไปมองด้านหลัง เยียนหลันเฟิงกำลังเดินใกล้เข้ามา“เขาให้เจ้าได้หรือ ทั้งหมดที่เจ้ากล่าวมา”นางเองก็หันไปมองเยียนหลันเฟิง “เขาไม่เคยให้อะไรข้า แต่ก็ไม่เคยตั้งคำถามในสิ่งที่ข้าเป็น”มู่ชิงอวิ๋นก้มหน้าลงด้วยรอยยิ้ม “เอาละข้าเข้าใจแล้ว มันไม่ใช่ข้าตั้งแต่ต้นสินะ”“คนทุกคนมีทางเลือกเป็นของตัวเองมู่ชิงอวิ๋น มันอาจไม่ใช่เจ้าตั้งแต่แรกที่เจ้าเลือกจากมาเพื่อการแก้แค้น เพราะตั้งแต่วันนั้นที่เจ้าจากมาข้าก็ไม่ใช่เซี่ยฉิงคนเดิมแล้ว บางทีหากเจ้าไม่ได้เลือกมาแก้แค้น ข้าอาจจะยังเป็นเซี่ยฉิงคนเดิมที่เห็นแก่ตัวรักแต่ตัวเอง ถึงตอนนั้นเจ้าอาจไม่ได้อยากเริ่มต้นใหม่หรือทำความรู้จักกับตัวตนของข้า”หากเขาไม่ได้เลือกที่จะจากมา คนที่ช่วยท่านยายกับเสียนจิงอาจไม่ใช่นาง หรือบางทีเซี่ยฉิงอาจไม่ตาย นางก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ เรื่องทั้งหมดนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น ทั้งหมดนั้นใครเล่าสามารถบอกได้...“ข้
เยียนหลันเฟิง... อายุสิบสองสอบผ่านองครักษ์อวี่หยางส่วนพระองค์ ฮ่องเต้พระราชทานป้ายทองขั้นสี่ เป็นองครักษ์ที่ฝีมือเก่งกาจที่สุดอายุสิบสี่เข้าร่วมการสอบเคอจวี่ ได้เป็นเจี้ยหยวน[1]ที่อายุน้อยที่สุดของแคว้น อายุสิบห้าได้เป็นฮุ่ยหยวน[2]ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดเด็กหนุ่มอายุน้อยและอนาคตไกล เหตุใดจึงเปล
“ไกลขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ขอรับ”หญิงสาวยิ้มที่มุมปากจากนั้นจูงม้าเดินต่อไปเงียบๆเมื่อกลับมาถึงถนนสายหลัก การนำทางเปลี่ยนเป็นคนที่รู้ทางมากกว่า หญิงสาวหันไปมองบุรุษสองคนที่ดูสุขุมที่สุด นายกับคนติดตาม...“แม่นางเซี่ย”“พี่สะใภ้ของข้าแต่งงานแล้ว” เสียนจิงกล่าวเสียงเบา “พวกท่านต้องเรียกนางว่าเสียนฮูหยิ
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองนาง มือทั้งสองข้างถูกมัด น้ำตาไหลนองเต็มใบหน้าเปียกชุ่มมอมแมม “บาดเจ็บหรือไม่”เสียนจิงโผเข้ากอดนาง “พี่สะใภ้ ฮือ...ข้ากลัว”เซี่ยฉิงถึงกับล้มหงายลงไปนั่งบนพื้น สองมือลูบปลอบโยนเด็กสาว “ไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้เจ้าปลอดภัย กลับไปหาท่านยายกันเถิด นางเป็นห่วงแย่แล้ว”ตอนปลอบสายตาก็มอง
เซี่ยฉิง...ลุกขึ้นยืนจากนั้นมองไปยังโจรที่ถูกสังหารซึ่งนอนอยู่ไม่ไกล นางลงมือถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย เจ้าหน้าที่มือปราบมองนางด้วยสายตาตกตะลึง“เจ้าจะทำอะไร”“ข้าจะไปพาจิงจิงกลับมา”ทุกคนเลิกคิ้วมองนางราวกับนางเพิ่งกล่าวถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ “รอยเท้าม้ายังใหม่แกะรอยได้ไม่ยาก ใช้ม้าย่อมหมายถึงมีทางเ












Ulasan-ulasanLebih banyak