LOGINนักฆ่าอย่าง ‘เซี่ยฉิง’ ตื่นขึ้นมาในร่างของสตรีนามเดียวกัน อีกทั้งนางยังมีสัญญาแต่งงานที่รอวันหย่าขาด! จากสตรีเห็นแก่ตัวไม่รักใครนอกจากตัวเอง นางกลายเป็นสตรีที่ทำให้สตรีด้วยกันลุกขึ้นมาสู้เพื่อตัวเอง จากความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม นางทำให้สตรีแคว้นต้าเหยาไม่หวาดกลัวที่จะถูกสามีทอดทิ้ง บุรุษที่เข้ามาพัวพันล้วนถูกความกล้าหาญของนางดึงดูด บุรุษหนึ่งผูกมัดด้วยการแต่งงาน อีกบุรุษสั่นคลอนหัวใจเยือกเย็นราบเรียบ ทว่าเขากลับคล้ายอายุสั้นเหลือเกิน อิสระที่นางโหยหาถูก ‘เยียนหลันเฟิง’ ทำให้หวั่นไหว การผูกมัดที่นางเคยดิ้นรนให้ตัวเองหลุดพ้น ถูกเขาทำให้เปลี่ยนความคิด การปกป้อง ยืนเคียงข้าง และรักใครสักคนอย่างไร้เหตุผล บางครั้งก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เลวเลย...
View Moreนายกองสามคนมาหาที่หน้าบ้าน เงินที่เขากับนางได้รับล้วนมาจากแม่ทัพหยางทั้งสิ้น ด้วยอาวุธที่หญิงสาวออกแบบ กองทัพต้าเหยาต้องการเป็นอย่างมาก ค่าตอบแทนของการออกแบบอาวุธ สามารถเลี้ยงดูเขากับนางได้ไม่ลำบากค่ายาของเขาไม่น้อยนางจ่ายไปโดยไม่ลังเลของกินที่เขาต้องกิน นางไม่สนใจว่าจะแพงจะถูกเสื้อคลุมของเขาต้องหนาต้องอุ่นหน้าหนาวเขาจะต้องไม่ออกนอกบ้าน ห้ามให้ความเย็นสะสมจนล้มป่วยเยียนหลันเฟิงเชื่อฟังนางเป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพราะเขาอยากอยู่กับนางให้นานขึ้นอีกหนึ่งวัน หนึ่งเดือน หรือบางทีอาจจะหนึ่งปี“ท่านพี่ ท่านหิวแล้วหรือยัง วันนี้แม่ทัพหยางยังฝากสุรามาด้วย ข้าจะทำไก่แช่สุราให้ท่าน”เขาอมยิ้มมองนางที่ยิ้มหน้าบาน “ก็แค่สุราตื่นเต้นอะไรไ“ไม่ใช่แค่สุรา แต่นี่สุราหลินจือหมักดีต่อสุขภาพของท่าน แต่ว่าท่านดื่มไม่ได้แรงเกินไป ข้าทำไก่แช่สุราให้ท่านแทน”ดูนางสิ... ด้านนอกมีเสียงตะโกนเรียก...อีกแล้ว “เยียนฮูหยินอยู่หรือไม่”“อยู่เจ้าค่ะ”“เร็วเข้าหลานชายท่านลุงเสิ่นโดนหมูป่าทำร้าย แผลบาดลึกเป็นทางยาว ท่านหมอไม่อยู่ ได้ยินมาว่าเจ้าทำแผลเย็บแผลได้ ช่วยไปดูหน่อยได้หรือไม่”หญิงสาวเดินออกมาจากในครัว นางเงย
“ที่นั่นมีท่าเรือ มีเรือสินค้า มีเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน หากเราเบื่อเดินทางแล้วที่นั่นน่าจะเหมาะที่จะปักหลัก ข้าสอนหนังสือเจ้าเก็บเงิน”นางหัวเราะ “ได้ยินสินะ”เขายิ้ม “อย่างไรก็ต้องให้เจ้าเป็นคนหาเลี้ยงอยู่ดี ข้าขอแค่กินอิ่มนอนหลับ ที่เหลือให้เจ้าทั้งหมด”“ไม่ต้องกลัวข้าหาเลี้ยงท่านได้อยู่แล้ว ข้าหาเงินเก่งนะ ต่อรองเก่งด้วย ท่านทำกับข้าวก็พอ ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ข้าเอง”เขาพิงศีรษะลงบนไหล่ของนาง ถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่งมองไปยังเส้นทางที่ยาวไกลเบื้องหน้า “เซี่ยฉิง”“หืม”“เจ้าว่าหากข้าไม่ได้พบเจ้า ชีวิตข้าจะเป็นอย่างไร”“ก็คง...นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงกระมัง”เขาเลิกคิ้วมองนาง “หน้านิ่วคิ้วขมวด?”“ไม่เช่นนั้นก็...นั่งเงียบๆ เพียงลำพังในห้องหนังสือ ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปรบกวน ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้”เขามองนางจากนั้นสายตาอ่อนโยนลง “ก็คงใช่ แล้วเหตุใดเจ้ากล้าข้าใกล้”“ข้า? ข้าทำเช่นนั้นที่ไหน ท่านต่างหากที่เข้ามาหาข้า แถมยังยั่วยวนข้าด้วย”เขาหัวเราะ “ข้าเคยทำเช่นนั้น? จำไม่เห็นได้”“ไม่ใช่แล้วจะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร ข้าถูกวางยายังล่วงเกินเอา
หญิงสาวหัวเราะด้วยความขบขัน นางกระซิบด้วยท่าทีนึกสนุก “เจ้าจะไปรู้อะไร เขาไม่ใช่ปราชญ์สิดี ขอเพียงไปจากเมืองหลวง ต่อไปให้เปิดสถานที่สอนหนังสือแล้วเก็บเงินเข้ากระเป๋า เขาสอนข้าเก็บเงินดีจะตาย”เสียนจิงเบิกตา “จริงด้วย!! บางทีอาจได้มากกว่าเป็นปราชญ์อีก!”เสียงประตูเปิดออกเยียนหลันเฟิงก้าวเข้ามา ในมือของชายหนุ่มมีเนื้อและปลาสดๆ ที่แวะซื้อมาจากตลาด “จิงจิงเองก็อยู่หรือ เจ้ากินมื้อเที่ยงหรือยัง อยู่กินมื้อเที่ยงด้วยกันแล้วข้าจะให้คนส่งเจ้ากลับจวน”“ท่านปราชญ์ ไม่สิ พี่เฟิง ท่านจะทำอะไรหรือ”“ปลานึ่งบ๊วยกับเนื้อตุ๋นกับน้ำแกงหัวปลา เจ้ากินเผ็ดไม่เก่งใช่หรือไม่ เดี๋ยวจะลดพริกลงหน่อย”“ข้าช่วยนะเจ้าคะ” เสียนจิงวิ่งเข้าไปในครัวชายหนุ่มยิ้มให้เซี่ยฉิง “หิวแล้วหรือยัง”นางส่ายหน้าเดินเข้าไปรับของในมือของเขา “ข้ากำลังวางแผนจะไปจากเมืองหลวงเดือนหน้า”“เดือนหน้า?”“ใช่แล้ว เดือนหน้าก็จะหมดสัญญาเช่า ข้าจะแวะไปบ้านเดิมก่อน จากนั้นมองหาที่ทางเพื่อปักหลัก”เขาพยักหน้าจากนั้นไม่ได้พูดอะไร ในครัวมีเสียงสวบสาบวุ่นวาย เสียนจิงวิ่งออกมากระซิบนาง “พี่ฉิงเอ๋อร์ท่านต้องจับเขาให้อยู่มือ พี่เฟิงทั้งเก่ง ทั้งหล่อ
นางถอนหายใจมองเขา “ข้าไม่เคยต้องการให้ผู้ใดเข้าใจข้า เมื่อก่อนไม่ ตอนนี้ไม่ อนาคตก็จะไม่ ข้าขอเพียงคนที่พร้อมจะเปิดใจรับสิ่งที่ข้าเป็น แม้ไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ต่อต้าน ไม่ห้าม ไม่บีบบังคับในสิ่งที่ข้าเป็นไม่ได้”มู่ชิงอวิ๋นหันไปมองด้านหลัง เยียนหลันเฟิงกำลังเดินใกล้เข้ามา“เขาให้เจ้าได้หรือ ทั้งหมดที่เจ้ากล่าวมา”นางเองก็หันไปมองเยียนหลันเฟิง “เขาไม่เคยให้อะไรข้า แต่ก็ไม่เคยตั้งคำถามในสิ่งที่ข้าเป็น”มู่ชิงอวิ๋นก้มหน้าลงด้วยรอยยิ้ม “เอาละข้าเข้าใจแล้ว มันไม่ใช่ข้าตั้งแต่ต้นสินะ”“คนทุกคนมีทางเลือกเป็นของตัวเองมู่ชิงอวิ๋น มันอาจไม่ใช่เจ้าตั้งแต่แรกที่เจ้าเลือกจากมาเพื่อการแก้แค้น เพราะตั้งแต่วันนั้นที่เจ้าจากมาข้าก็ไม่ใช่เซี่ยฉิงคนเดิมแล้ว บางทีหากเจ้าไม่ได้เลือกมาแก้แค้น ข้าอาจจะยังเป็นเซี่ยฉิงคนเดิมที่เห็นแก่ตัวรักแต่ตัวเอง ถึงตอนนั้นเจ้าอาจไม่ได้อยากเริ่มต้นใหม่หรือทำความรู้จักกับตัวตนของข้า”หากเขาไม่ได้เลือกที่จะจากมา คนที่ช่วยท่านยายกับเสียนจิงอาจไม่ใช่นาง หรือบางทีเซี่ยฉิงอาจไม่ตาย นางก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ เรื่องทั้งหมดนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น ทั้งหมดนั้นใครเล่าสามารถบอกได้...“ข้
ท่านยายเสียนมองตามสายตาของหญิงสาว “มีอะไรหรือ”นางสบตากับท่านยายเสียน “หากม้าตื่นแล้วพวกท่านยังอยู่บนนั้นจะอันตรายเกินไป”ท่านยายเสียนดูแล้วแม้ชราแต่นางไม่ได้โง่ เมื่อมองไปรอบๆ ถนนที่ถูกป่าสนโอบล้อมนี้กลับเงียบงันเกินไปไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง “จิงจิงพวกเราลงเดินยืดเส้นยืดสายหน่อยเถิด”เซี่ยฉิงจูงม้า
รัชศกอี๋หลงปีที่สิบสามเขื่อนซานสือแตก น้ำท่วมเมืองต้าเฉิงจนจมใต้บาดาล ผู้คนล้มตาย สูญหาย พืชพรรณขาดแคลนทำให้ประชาชนอดอยากนอกจากนั้นยังเริ่มเกิดโรคระบาดในพื้นที่น้ำท่วม ทางการสั่งอพยพ สั่งตรวจสอบ แยกผู้คนที่ติดโรคระบาด จากนั้นจึงปิดเมืองต้าเฉิงห้ามผู้ใดเข้าออกทางเดินที่มีผู้คนมากมายกำลังอพยพ เซี่
เซี่ยฉิงสอดแขนเกี่ยวหลังคอเด็กคนนั้นจากด้านหลัง พยุงให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นเหนือผิวน้ำ กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวทำให้ไม่อาจว่ายขึ้นฝั่ง ท่อนไม้ขนาดใหญ่ลอยตรงเขามา“กลั้นหายใจ!!” เซี่ยฉิงตะโกนจากนั้นกดเด็กสาวลงใต้น้ำจากนั้นทั้งสองก็ผุดขึ้นอีกฟาก ไม่ได้โดนไม้ท่อนนั้นฟาดเข้า“พี่สะใภ้ ท่านยายเล่า?! ท่านยาย!
โลกมนุษย์...ท่ามกลางความขัดแย้ง ความชิงชัง ความละโมบ ความโสมม เข่นฆ่ากันเองเพื่อผลประโยชน์ วิวัฒนาการที่ทำให้จิตใจเสื่อมโทรม ไร้เมตตา ไร้คุณธรรม โลกซึ่งไม่มีที่ว่างให้กับผู้ที่อ่อนแอ โลกซึ่งไม่ว่าเมื่อไรก็ต้องระมัดระวังตัว เพราะหากพลาดพลั้งนั่นหมายถึงชีวิตกฎหมาย...ไร้ประโยชน์ความเมตตา...ไร้ค่าคว


















reviewsMore