กลวิธีเอาตัวรอดของสตรีหลงยุค

กลวิธีเอาตัวรอดของสตรีหลงยุค

last updateLast Updated : 2026-02-24
By:  LycDinCompleted
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
8
1 rating. 1 review
60Chapters
3.4Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ในเมื่อมีคนยื่นข้อเสนอให้หลัวไป๋เย่ผู้นี้เป็นนางบำเรอ นางก็จะปรนเปรอเขาให้ถึงใจ รวยมากใช่หรือไม่ คอยดูเถิดนางจะปอกลอกเขาให้หมดตัวไปเลย แล้วอย่าหาว่านางใจร้ายก็แล้วกัน

View More

Chapter 1

บทที่ 1/1

The Voss mansion never felt like home. It felt like a museum built to display wealth no one was around to enjoy. Twenty thousand square feet of marble, crystal, and silence. I stood at the floor-to-ceiling window in the west wing living room, swirling a glass of my father’s twenty-year-old whiskey. The amber liquid caught the light from the chandelier, but I barely tasted it as I took a sip. I hated the bitterness, yet I kept drinking anyway.

“Sir?” Mrs. Ruiz’s gentle voice broke the quiet. She had been our housekeeper for twelve years and sometimes felt like the only real adult in my life.

I didn’t turn. “Let me guess.”

She sighed softly. “Your mother called from Milan. She’s extending her trip for another week because of the fashion shows. Your father is still in Singapore. The board meeting has been delayed. They asked me to tell you they’re very sorry.”

“Sorry,” I repeated, the word tasting worse than the whiskey. “They’re always sorry.”

“I know, Aiden.” Her voice was full of the kind of pity that made my chest tight. “They said they’ll try to make it for your birthday next month.”

A bitter laugh escaped me. “My birthday was last month, Mrs. Ruiz.”

The silence that followed was heavy. I heard her shift her weight from one foot to the other.

“I’m so sorry, sweetheart,” she whispered. “If there’s anything I can do for you…”

“You’ve done more than they ever have,” I said quietly. “You can head home. I’ll be fine.”

The door clicked shut behind her, leaving me alone once again in this massive, empty house.

I was nine years old the first time I truly understood I was an inconvenience to my parents. I had spent an entire weekend secretly building a giant Lego castle in the middle of the foyer as a surprise for their anniversary. I waited six hours past their scheduled arrival time. When they finally walked through the door, exhausted from traveling, my mother barely glanced at my creation. “Darling, we have people for cleaning up toys,” she said, kissing my forehead absentmindedly before heading upstairs. My father didn’t even look at it. That night I smashed every single piece until my hands bled and cried until I couldn’t breathe.

By thirteen, I had learned the lesson clearly: pain got their attention. The first time I got suspended for fighting, my father actually flew home. He yelled at me for twenty minutes straight, called me a disappointment to the Voss name, then left the same night. But at least he had seen me. So I kept giving them reasons. Bigger fights. Crashed sports cars. Parties that brought the police to our gates. Every single time, I waited by my phone, hoping it would ring. Sometimes it did. Most times it didn’t.

The front door burst open, loud laughter cutting through the silence like a knife.

“Yo, King!” Marcus strolled in first, dropping onto the massive leather sectional like he owned it. Tyler followed right behind, heading straight for the bar area.

“You look like shit, man,” Marcus said, grinning. “Parents ghost you again?”

I set the glass down harder than necessary. “Milan and Singapore. Same old story. Mom’s chasing fashion shows, Dad’s chasing more money. They sent their ‘sorry’ through the housekeeper again.”

Tyler whistled while pouring drinks. “That’s cold even for them. They’ve got a son who basically runs Westbridge Academy and they treat you like an afterthought.”

Marcus leaned forward. “Screw them. We throwing that pool party tonight or what? The whole senior class is waiting on you. Plenty of girls ready to help you forget your problems.”

I walked over and dropped into the armchair across from them. “What’s the point anymore? Every girl at school only sees the money, the cars, the last name. They don’t see me. The guy who comes home to an empty house every single night. The guy who’s been screaming for his parents to actually give a damn for eighteen years.”

The words hung heavy in the air. Marcus and Tyler exchanged glances.

Marcus tried to lighten the mood. “That’s exactly why you need a distraction, bro. There’s this new scholarship girl, Emily Kane. She’s different. Quiet. Smart. Doesn’t seem impressed by any of us. Could be fun to mess with.”

Tyler smirked. “She’s got that innocent but fiery vibe. Bet she’d be a challenge.”

I stared into my drink, thinking about the brief eye contact I’d had with her earlier that day. Something about the way she looked at me felt… different. Real.

“Pool party it is,” I said finally, forcing the reckless smirk back onto my face. “Let’s make it loud enough that maybe someone will actually hear me for once.”

Marcus clapped me on the back. “There’s the Aiden we know! Tonight we run this city.”

As they laughed and planned, I leaned back in the chair, the familiar emptiness settling heavier in my chest. On the outside, I was Aiden Voss: rich, handsome, untouchable. On the inside, I was still the lonely little boy waiting for his parents to come home.

And I was exhausted from waiting.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องไทยสไตล์มาก มีคำผิด ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-07-09 10:12:13
0
0
60 Chapters
บทที่ 1/1
บทที่ 1ความจริงที่โหดร้าย“เฮ้อออ” หลัวไป๋เย่ถอนหายใจออกมารอบที่ร้อย โชคชะตาช่างเล่นตลอดกับชีวิตของนางยิ่งนัก ขนาดตายไปแล้วยังให้นางกลับมามีชีวิตอีกรอบ การมีชีวิตเป็นเรื่องที่ดี แต่มิใช่ต้องมาอยู่ในร่างสตรีอาภัพเช่นนี้สตรีผู้นี้มีชื่อแซ่เหมือนกับนาง หลัวไป๋เย่ บุตรสาวคนโตของตระกูล บิดามีตำแหน่งเป็นถึงเสนาบดีกรมขุนนาง มารดาคือบุตรีเพียงคนเดียวของอดีตมหาเสนาบดี มีท่านลุงเป็นถึงเสนาบดีกรมคลัง ฟังดูแล้วเหมือนชีวิตของนางดีจนหลาย ๆ คนอิจฉาเมื่อก่อนเป็นเช่นนั้น หากมิใช่ว่าเมื่อสองปีก่อนมารดาของนางสิ้นบุญ แล้วในเวลาต่อมาบิดาของนางรับภรรยาคนใหม่เข้ามาในจวน พร้อมกับบุตรสาวที่อายุห่างจากนางไม่ถึงสองปีเข้ามา ตอนนั้นหญิงสาวโกรธมาที่บิดาทำเช่นนั้น จึงได้หาทางกลั่นแกล้งสองแม่ลูกอยู่เป็นประจำทว่าขิงอ่อนที่ไม่มีมารดาคอยช่วยเหลือหรือจะสู้ขิงแก่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน แต่เพราะความร้ายกาจและเอาแต่ใจจึงทำให้ทั้งสองผลัดกันแพ้ชนะอยู่ตลอด แต่ครั้งล่าสุดที่ทำให้เจ้าของร่างสิ้นใจก็เพราะนางเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ จึงได้โดนลงโทษจนตายเช่นนี้“หลิงหลิงเจ้ามาแล้วหรือ” หลัวไป๋เย่ที่นอนหลับตาพริ้มที่ศาลาริมน้ำพูดขึ้น
Read more
บทที่ 1/2
“คุณหนู!!” หลิงหลิงที่ออกไปเอาขนมเมื่อกลับมาก็เห็นเจ้านายมีเรื่องกับน้องสาวก็ทิ้งของที่นำมาหมายจะเข้าไปช่วยเจ้านาย แต่ก็ถูกสาวใช้ของหลัวซูอิงจับเอาไว้ก่อน จึงได้แต่ร้องบอกให้สาวใช้ที่เหลือให้เข้าไปช่วย “พวกเจ้าทำอันใดกันอยู่ รีบเข้าไปห้ามสิ”“หากผู้ใดเข้ามายุ่ง ข้าจะลงโทษให้หนัก” หลัวซูอิงที่เห็นว่าตัวเองเป็นฝ่ายได้เปรียบก็ประกาศกร้าว ทว่ายังไม่ทันได้หันกลับมา หลัวไป๋เย่ก็พลิกตัวขึ้นมาแล้วพบหน้าอีกฝ่ายไปหลายที“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมอยู่เฉย ๆ ให้เจ้ารังแกหรือ” พูดจบก็ฟาดมือลงไปที่หน้าของน้องสาวต่างมารดาอีกครั้งหลัวซูอิงใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักคนที่ค่อมอยู่บนตัวของตนเองออก แล้วเอ่ยอย่างมีโทสะ “วันนี้เจ้าอย่าได้คิดว่าจะมีชีวิตรอดออกไปเลย”“เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้ารอดไปได้หรือ”ขณะที่หลัวไป๋เย่กำลังจะเดินเข้าไปตบน้องสาวต่างมารดา ก็ถูกอีกฝ่ายถีบเข้าให้ แต่นางไม่ยอมตกน้ำลงไปฝ่ายเดียว จึงได้ฉวยจับขาของอีกฝ่ายให้ลงน้ำไปด้วยกัน“ตายเสียเถิด” หลัวซูอิงกระซิบให้พี่สาวต่างมารดาได้ยินกันเพียงสองคน นางจับหัวของอีกฝ่ายกดลงน้ำ ทว่าอีกคนก็ไม่ยอมถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว พยายามดึงตัวของให้จมลงน้ำไปด้วยกัน
Read more
บทที่ 1/3
หลัวไป๋เย่ที่ถูกโบยไม้แล้วไม่เล่าก็ไม่คิดปริปากร้องขอความเมตตา นางยอมตายดีกว่าร้องขอความเมตตาจากคนพวกนี้ หญิงสาวกัดริมฝีปากจนเลือดซิบเพื่อไม่ให้ร้องออกมา หากนางร้องออกมาคนพวกนั้นก็จะได้ใจ ซึ่งนางไม่มีทางให้เป็นเช่นนั้น“พวกเจ้าเฝ้าคุณหนูใหญ่เอาไว้ให้ดีอย่าให้นางออกจากที่นี่ก่อนสามวัน” พูดจบถังเจี่ยหมิงก็เดินออกไปพร้อมกับบุตรสาว คนที่มันกล้าลองดีกับนางจะต้องจะแบบนี้หลัวไป๋เย่คุกเข่าอยู่ในศาลบรรพชนนานสามวัน นางไม่ได้รับอาหารแม้เพียงวันเดียว มีเพียงหลิงหลิงที่ที่คอยลอบเอาของกินและน้ำเข้ามาให้ จึงทำให้นางมีชีวิตรอดมาได้ แต่อาการก็หนักหนาเอาการ หญิงสาวฝืนเดินกลับเรือนด้วยตนเอง นางจะไม่ให้ผู้ใดเห็นสภาพที่หน้าอดสู่เช่นนี้“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” เมื่อมาถึงเรือนนางก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงอย่างหมดแรง สาวใช้จึงเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง พอโดนตัวของเจ้านายก็รู้ได้ทันทีอีกฝ่ายกำลังป่วยอยู่ “คุณหนูไม่สบายหรือเจ้าคะ”“ไม่ต้องพูดให้มาก เจ้าไปตามหมอมา” พูดจบก็สลบไปทันทีเพราะนางฝืนตัวเองมานานแล้ว หากไม่เพราะศักดิ์ศรีที่ค้ำคอนางคงไม่ฝืนมีสติมาจนถึงตอนนี้หญิงสาวนอนซมอยู่หลายวันอาการก็ไม่ดีขึ้น และสิ
Read more
บทที่ 2/1
บทที่ 2เสียตัวไม่เสียใจเมื่อเข้ามาในเมืองได้หลัวไป๋เย่ก็ไปซื้อเสื้อผ้าของบุรุษและผลัดเปลี่ยนก่อนจะออกไปเดินเล่นในเมือง ตอนนี้นางต้องหาลู่ทางทำเงินเสียก่อน มีเงินเป็นของตนเองย่อมทำอันใดสะดวกทว่าไม่ว่าเดินอยู่นานก็เริ่มรู้สึกหมดหวัง เพราะว่าตั้งแต่ต้นจนจบล้วนมีแต่บุรุษทำการค้า สตรีต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ไม่อนุญาตให้ออกมาเผยตัวอยู่ด้านนอก แล้วเช่นนี้นางจะทำอย่างไรเล่า“หรือว่าข้าจะจ้างผู้อื่นให้ออกหน้าให้ แล้วจะไว้ใจได้หรือ” หญิงสาวได้แต่พึมพำกับตัวเอง ตอนนี้เส้นทางของนางช่างมืดมนยิ่งนัก แล้วจากนี้นางจะทำเช่นไร เกิดเป็นสตรีนั้นแสนลำบากเสียจริง“หรือว่าจะไปหาตระกูลฟาง” ดูเหมือนว่านี่จะเป็นหนทางรอดเดียวของนาง แต่ที่นางยังไม่ไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟางในตอนนี้ก็เพราะว่าวันหน้านางมีเรื่องที่ใหญ่กว่านี้ต้องพึ่งพาตระกูลฟาง หากนางนำเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไปขอความช่วยเหลือ แล้ววันหน้าข้างหน้านางจะทำเช่นไรเล่าหญิงสาวได้แต่ทอดถอนใจให้กับความลำบากแสนเข่นของตนเอง ใต้หล้านี้ยังจะมีคนโชคร้ายยิ่งกว่านางหรือไม่นะ“เฮ้อออ ชีวิตของสตรีสมัยนี้ช่างลำบากยากเข็ญยิ่งนัก” หญิงสาวได้แต่เดินคอตกไปตามทาง
Read more
บทที่ 2/2
รถม้าคันโอ่อ่ามาจอดอยู่ประตูหลังของหอกุ้ยโยว ก่อนที่ร่างโตของเจ้าของหอจะก้าวขาลงจากรถม้าด้วยความรีบร้อน ตอนนี้เขาแทบจะประคองสติตัวเองไม่อยู่แล้ว เขาต้องรีบจัดการฤทธิ์ยากำหนัดที่อยู่ในร่างกายให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้“นายท่านเชิญทางนี้ขอรับ” คนที่ได้รับหน้าที่มาดูแลเจ้าของหอรีบมานำทางผู้เป็นนายทันที “ห้องชั้นบนสุดขอรับ”“เจ้ามีอันใดก็ไปทำ ไม่ต้องตามมา” เขาเดินโซซัดโซเซขึ้นไปชั้นบนสุด ชั้นนี้ไม่ค่อยมีคนขึ้นมาใช้บริการ และมีเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้น และก่อนเขาออกไปก็ยังไม่มีคนมาใช้บริการในชั้นนี้ เขาจึงได้เดินตรงไปที่ห้องที่ดีที่สุด โดยไม่รู้เลยว่าสตรีที่อยู่ในห้องนั้นมิใช่สตรีของหอกุ้ยโยวทันทีที่เข้าเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าสตรีผู้นั้นกินเหล้าเมามายอยู่ก่อน แม้จะไม่พอใจอยู่น้อย ๆ ที่สตรีผู้นั้นไม่รู้จักหน้าที่ของตนเอง แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะมาต่อว่านาง เพราะตอนนี้เขามีอารมณ์อย่างอื่นมากกว่าหลัวไป๋เย่ที่กำลังเมามายเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามาก็หันไปมอง พบว่าคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่หน้าตาหล่อเหลาถูกใจนางยิ่งนัก“ไม่คิดว่าที่นี่จะมีบริการหนุ่มรูปงามด้วย” หญิงสาวยิ้มหวาน ถูกใ
Read more
บทที่ 2 เสียตัวไม่เสียใจ/3
“เจ้าไปตามสืบมาว่าสตรีที่อยู่ในห้องคือผู้ใด และนางมีจุดประสงค์ใดกันแน่” เขายื่นป้ายหยกยืนยันตัวตนไปให้องครักษ์คนสนิท เขามั่นใจว่านางเป็นหนึ่งในบุตรสาวของเสนาบดีกรมขุนนาง แต่ที่เขาแปลกใจคือคุณหนูในห้องหอเช่นนางจะมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไร ไหนจะแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลนั่นอีก สรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับนางกันแน่ไม่นานซีห่าวที่ออกไปสืบเรื่องของคนตระกูลหลัวก็กลับมา พร้อมกับรายงานเรื่องที่สืบมาได้ให้เจ้านายฟัง“สตรีผู้นี้น่าจะเป็นคุณหนูใหญ่หลัว หลัวไป๋เย่ นางบอกคนที่จวนว่าจะออกไปถือศีลที่อาราม ข้าน้อยตามไปที่อารามก็พบเพียงสาวใช้ของนางขอรับ ดูเหมือนว่านางจะใช้ข้ออ้างเรื่องการถือศีลเพื่อหลบหนีออกมาท่องเที่ยวขอรับ” เรื่องที่นางต้องไปถือศีลที่อารามเขาก็ไม่ได้ถามมาให้แน่ชัด เพราะเกรงว่าจะล่าช้าชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ไม่ได้ถามอันใดต่อ เพราะเขาต้องการรู้เพียงว่าสตรีผู้นี้คือใด ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นเขาไม่ได้สนใจหลัวไป๋เย่ที่สลบไสลไปตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ตื่นขึ้นมาด้วยความเมื่อยขบตามร่างกาย และรู้สึกเจ็บที่กลางกาย“โอ๊ยย เกิดอันใดขึ้นกับข้า” หญิงสาวลุกขึ้นพร้อมกับร้องครางอย่างเจ็บปวด ภ
Read more
บทที่ 3 ช่างสบายใจเสียจริง/1
บทที่ 3ช่างสบายใจเสียจริงหลัวไป๋เย่ที่ได้เงินมาก็เดินออกจากหอด้วยใบหน้าที่เบิกบาน เงินหน้าพันตำลึงพอให้นางใช้ไปจนตายหากนางมาฟุ่มเฟือย แต่ติดตรงที่นางเป็นบุตรสาวคนโตของจวนเสนาบดี เดือนหนึ่งก็ตกราว ๆ สองสามร้อยตำลึง นี่ยังไม่รวมต้องซื้อเครื่องประดับมาแทนของเก่าที่ขายไป ไหนจะน้องชายที่อายุเพียงเจ็ดปีของนางอีก ดีหน่อยที่ตอนนี้น้องชายของนางอยู่ที่สำนักศึกษา นางจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยแต่ทว่านางไม่อาจวางใจเรื่องเงินทองได้ เพราะตอนนี้ถังเจี่ยหมิงเป็นคนดูแลเรือนหลัง ไม่รู้ว่าส่งเงินทองไปให้น้องชายของนางใช้บ้างหรือไม่ ไหนจะค่าตำรา เสื้อผ้าก็ไม่รู้ว่าได้เตรียมไว้ให้หรือไม่ไม่รู้ว่าเงินห้าพันตำลึงนี้จะใช้ได้นานหรือไม่ นางต้องหาเงินให้ได้มากกว่านี้“คงต้องหาที่พักก่อน กลับไปสภาพนี้ไม่ดีแน่” สภาพของนางตอนนี้ดูไม่ค่อยดีนัก และตอนที่ออกจากหอกุ้ยโยวท้องฟ้าก็ใกล้จะมืดแล้ว จึงตัดสินใจว่าจะนอนในเมืองอีกคืนก่อนจะเดินทางกลับอารามในวันพรุ่งนี้หญิงสาวที่ได้เงินมาก็ใช้อย่างมือเติบ ซื้อเครื่องประดับมากมาย เสียเงินไปหลายร้อยตำลึงโดยไม่คิดเสียดายเลยแม้แต่น้อย ส่วนของอื่น ๆ ค่อยออกมาซื้อวันหลัง เพรา
Read more
บทที่ 3 ช่างสบายใจเสียจริง/2
“หลิงหลิงเจ้ามานี่หน่อย” หลัวไป๋เย่เรียกสาวใช้เสียงใส ตอนนี้ร่างกายของนางเริ่มดีขึ้นมากแล้ว สามารถนั่งรถม้าไกล ๆ ได้แล้วจึงอยากไปหาน้องชายที่สำนักศึกษา“มีอันใดหรือเจ้าคะคุณหนู”“เจ้าไปแจ้งท่านพ่อ ข้าอยากไปเยี่ยมเฉินเอ๋อร์ที่สำนักศึกษา” ตอนนี้บิดาของนางอยู่ที่จวน นางเชื่อว่าเขาจะต้องให้นางไปพบน้องชายแน่นอน และก็เป็นไปตามที่นางคาดเอาไว้ บิดายอมให้นางไปหาน้องชาย พร้อมกับมอบเงินและจะจัดเตรียมองครักษ์เอาไว้ให้“เจ้าไปเตรียมตัว เราจะออกไปซื้อผ้าตัดชุดให้เฉินเอ๋อร์” เดินทางไปสำนักศึกษาต้องให้เวลาเกือบหนึ่งวัน ยามที่ไปเยี่ยมเยียนญาติที่สำนักศึกษาจึงจะพักอยู่ที่นั่นสองสามวัน แต่ไปครั้งนี้นางกะว่าจะไปอยู่สักเจ็ดวัน นางอยากวัดตัวแล้วค่อยตัดชุดให้น้องชายด้วยตนเอง เพราะไม่รู้ว่าเขาจะโตขึ้นมากเพียงใดสองนายบ่าวออกจากจวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่นางสามารถใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้“คุณหนูผ้าสีนี้เหมาะกับท่านยิ่งนัก” หลิงหลิงหยิบผ้าสีชมพูขึ้นมาทาบกับมือของเจ้านาย“พวกเรามาหาซื้อผ้าให้เฉินเอ๋อร์ มิได้มาซื้อให้คนเอง” หลัวไป๋เย่ได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ ให้สาวใช้ วันนี้นางตั้ง
Read more
บทที่ 2 ช่างสบายใจเสียจริง/3
สองวันต่อมาหลัวไป๋เย่ก็เดินทางไปเยี่ยมน้องชายที่สำนักศึกษาในเมืองไฉ่หง ใช้เวลาเดินทางอยู่เกือบหนึ่งวันก็เดินทางมาถึง นางตัดสินใจเช่าบ้านหลังเล็ก ๆ เอาไว้ ที่นี่มีบ้านเช่ามากมาย เพราะมีคนเดินทางมาเกือบทั้งปี“พวกเจ้าเก็บของไปนะ ข้าจะออกไปสำรวจดูที่นี่เสียหน่อย” หญิงสาวบอก นางได้นำช่างตัดเย็บมาด้วยสองสามคน เพราะหากให้ทำกันสองคนกับหลิงหลิงคงจะเสร็จไม่ทัน นางจึงได้ไปขอช่างตัดเย็บมาจากบิดา“คุณหนูให้บ่าวไปด้วยนะเจ้าคะ” หลิงหลิงเสนอ ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้นางไม่อยากให้เจ้านายต้องไปคนเดียว กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น“เจ้าอยู่จัดการที่นี่เถิด” นางไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เพราะนางก็หาได้ไว้ใจคนที่ติดตามมาด้วย ไม่รู้ว่าจะใช่คนของถังเจี่ยหนิงหรือไม่“เจ้าค่ะ” หลิงหลิงเข้าใจความหมายที่เจ้านายต้องการจะสื่อ จึงได้รั้งอยู่ที่เรือนเพื่อดูความเรียบร้อยหลัวไป๋เย่ออกไปเดินเล่นในเมืองด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย ที่ตรงนี้นางสามารถเป็นตัวเองได้มากที่สุด ยามที่อยู่เมืองหลวงนางต้องยังรักษาภาพลักษณ์ของสตรี ที่ผ่านมาแม้หลัวไป๋เย่คนก่อนจะค่อนข้างเอาแต่ใจ แต่สิ่งที่สตรีควรทำนางล้วนทำออกมาได้ดี นางที่เข้ามาแทนที่
Read more
บทที่ 4 ยื่นข้อเสนอ/1
บทที่ 4ยื่นข้อเสนอหลัวไป๋เย่นอนหลับสบายโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีคนบุกรุกเข้ามาในห้องของตนเอง ส่วนคนที่บุกรุกห้องคนอื่นก็เดินมานั่งลงที่เตียงด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา ทำให้คนที่ตอนอยู่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดเขานั่งมองใบหน้าที่หลับอย่างสบายใจ เข้ามาสร้างความปั่นป่วนให้เขา แล้วคิดจะใช้ชีวิตอย่างสุขสงบหรือ ไม่มีทางเสียหรอกมือหนายกมือขึ้นไปลูบหน้าเรียวเล็กแผ่วเบา จนคนที่นอนอยู่ครางออกมาอย่างรำคาญพร้อมกับปัดมือที่ก่อกวนออก“หึ” ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ กับท่าทีขัดใจนั้น แต่ก็ยังคงลูบไล้ใบหน้าเรียวเล็กต่อ ทำให้หญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยความรำคาญ ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาก็ต้องตกใจเพราะมีคนตัวโตนั่งเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่ข้างตัวเอง“ชะ...” นางกำลังจะร้องขอความช่วยเหลือแต่ถูกปิดปากเอาไว้ก่อน“หากไม่เงียบเจ้าจะไม่ได้เอ่ยปากอีกตลอดชีวิต” เมื่อได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็หุบปากทันที เพราะกลัวว่าเขาจะทำตามที่พูดจริง ๆเมื่อตั้งสติได้หลัวไป๋เย่เพ่งมองคนที่บุกรุกเข้ามาในเรือนของตนท่ามกลางความมืด ก็พบว่าเป็นคนที่นางเพิ่งร่วมเตียงไปเมื่อหลายวันก่อน แล้วเขามาทำไม มิใช่ตกลงกันแล้วหรือว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก“ท่านมาทำไม”“ข้ามาหาเจ้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status