Se connecterในเมื่อมีคนยื่นข้อเสนอให้หลัวไป๋เย่ผู้นี้เป็นนางบำเรอ นางก็จะปรนเปรอเขาให้ถึงใจ รวยมากใช่หรือไม่ คอยดูเถิดนางจะปอกลอกเขาให้หมดตัวไปเลย แล้วอย่าหาว่านางใจร้ายก็แล้วกัน
Voir plusบทที่ 1
ความจริงที่โหดร้าย
“เฮ้อออ” หลัวไป๋เย่ถอนหายใจออกมารอบที่ร้อย โชคชะตาช่างเล่นตลอดกับชีวิตของนางยิ่งนัก ขนาดตายไปแล้วยังให้นางกลับมามีชีวิตอีกรอบ การมีชีวิตเป็นเรื่องที่ดี แต่มิใช่ต้องมาอยู่ในร่างสตรีอาภัพเช่นนี้
สตรีผู้นี้มีชื่อแซ่เหมือนกับนาง หลัวไป๋เย่ บุตรสาวคนโตของตระกูล บิดามีตำแหน่งเป็นถึงเสนาบดีกรมขุนนาง มารดาคือบุตรีเพียงคนเดียวของอดีตมหาเสนาบดี มีท่านลุงเป็นถึงเสนาบดีกรมคลัง ฟังดูแล้วเหมือนชีวิตของนางดีจนหลาย ๆ คนอิจฉา
เมื่อก่อนเป็นเช่นนั้น หากมิใช่ว่าเมื่อสองปีก่อนมารดาของนางสิ้นบุญ แล้วในเวลาต่อมาบิดาของนางรับภรรยาคนใหม่เข้ามาในจวน พร้อมกับบุตรสาวที่อายุห่างจากนางไม่ถึงสองปีเข้ามา ตอนนั้นหญิงสาวโกรธมาที่บิดาทำเช่นนั้น จึงได้หาทางกลั่นแกล้งสองแม่ลูกอยู่เป็นประจำ
ทว่าขิงอ่อนที่ไม่มีมารดาคอยช่วยเหลือหรือจะสู้ขิงแก่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน แต่เพราะความร้ายกาจและเอาแต่ใจจึงทำให้ทั้งสองผลัดกันแพ้ชนะอยู่ตลอด แต่ครั้งล่าสุดที่ทำให้เจ้าของร่างสิ้นใจก็เพราะนางเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ จึงได้โดนลงโทษจนตายเช่นนี้
“หลิงหลิงเจ้ามาแล้วหรือ” หลัวไป๋เย่ที่นอนหลับตาพริ้มที่ศาลาริมน้ำพูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในศาลา นางให้สาวใช้ส่วนตัวออกไปนำขนมว่างกับน้ำชามาให้
“พี่หญิงดูมีความสุขยิ่งนักนะเจ้าคะ” หลัวซูอิงยกยิ้มพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน มองคนที่นอนอยู่ด้วยสายตาอยากจะคาดเดา สตรีผู้นี้ขัดขวางนางไปเสียทุกเรื่อง หากไม่มีอีกฝ่ายชีวิตของนางคงจะดีกว่านี้
“เจ้าเข้ามาทำไม” ทันทีที่ได้ยินเสียงของคนที่เกลียดขี้หน้าหลัวไป๋เย่ก็ลืมตาขึ้นช้า ๆ รู้ว่านางเกลียดยังมาให้นางเห็นหน้าอยู่อีก
“ก็เห็นพี่หญิงอยู่จวนเบื่อ ๆ จึงอยากมาสนทนาด้วยก็เท่านั้นเอง” พูดจบก็เดินลงไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลคนนอนอยู่ หากถามว่านางเกลียดผู้ใดที่สุด ก็คงจะเป็นสตรีตรงหน้าของนางตอนนี้ อีกฝ่ายเกิดมาเพื่อแย่งทุกอย่างไปจากนาง
หากไม่เพราะฟางเฟยหรู มารดาของนางก็คงจะได้เป็นภรรยาเอกไปนานแล้ว มิต้องใช้ชีวิตด้วยความอัปยศมาสิบกว่าปี ต้องตกเป็นบุตรนอกสมรส ทั้ง ๆ ที่มารดาของนางเป็นคนมาก่อนแท้ ๆ แต่เพราะอีกฝ่ายใช้อำนาจขู่เข็ญทำให้ต้องแต่งหญิงสกุลฟางด้วยความไม่เต็มใจ
“หึ ที่นี่ไม่มีผู้ใดอยู่ เจ้าไม่ต้องมาเสแสร้งเป็นพี่น้องรักใคร่กับข้าหรอก” ต่างก็รู้ว่าเป็นการเสแสร้งใส่กันทั้งนั้น มิจำเป็นต้องมาตีสองหน้าใส่กันเช่นนี้ “เจ้าเกลียดข้า ข้าเกลียดเจ้า หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องมาวุ่นวายกันอีก”
หลัวไป๋เย่บอกอย่างไม่ไว้หน้า นางไม่ใช่คนที่จะเสแสร้งทำดีกับคนที่เกลียด ไม่ชอบไม่อยากยุ่งเกี่ยว นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งสองต้องการอันใดจากนางกันแน่ ต่างคนต่างอยู่มิได้หรือ
“พี่หญิงพูดเช่นนี้ได้อย่างไร พวกเราสองคนเป็นพี่น้องก็ต้องสนิทสนมกันอยู่แล้วมิใช่หรือ” หลัวซูอิงยังคงตีหน้าซื่อเป็นพี่น้องรักใคร่ ไม่สะทกสะท้านกับคำเมื่อครู่ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่สาวเอ่ย
เสแสร้งแล้วอย่างไร ไม่เสแสร้งแล้วอย่างไร ในเมื่อท้ายที่สุดความเสแสร้งของนางก็เอาชนะอีกฝ่ายได้ตลอด และวันนี้ก็จะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ความเสแสร้งของนางนี่แหละจะสร้างความเจ็บปวดให้หลัวไป๋เย่อีกครั้ง
“ขอโทษที ข้ามิได้อยากสนิทสนมกับเจ้า เจ้ามันก็แค่บุตรนอกสมรส หากมารดาของข้ายังอยู่ เจ้ายังจะมีที่ยืนในจวนนี้อีกหรือ” พูดจบหลัวไป๋เย่ก็ไม่ได้สนใจน้องสาวต่างมารดาอีก คนเช่นนี้อย่าไปยุ่งวุ่นวายให้มากชีวิตจะตกต่ำเอาได้ ที่ผ่านมานางไม่เคยเป็นฝ่ายหาเรื่องของแม่ลูกนั้นก่อน แต่ยามที่มีเรื่องกันก็ผลัดกันแพ้ชนะมาตลอด
นางมิใช่คนที่จะยอมให้ผู้ใดรังแกง่าย ๆ ทว่าไหนเลยจะสู้เล่ห์เหลี่ยมของสตรีวัยกลางคนได้ แม้จะเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้อยู่บ่อย ๆ แต่นางก็สู้สุดความสามารถของนางเช่นกัน
หลัวซูอิงได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่กำมือด้วยความโกรธ นี่ถือเป็นปมเดียวที่ติดอยู่ในใจของนาง นางถูกตราหน้าว่าเป็นบุตรนอกสมรสมาหลายปี แม้มารดาจะได้แต่งเข้ามาเป็นภรรยาเอกอย่างถูกต้องแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถลบคำว่าบุตรนอกสมรสออกไปได้
“หึ อย่างไรมารดาของเจ้าก็แค่เมียน้อย ตอนนี้ได้เป็นภรรยาเอกแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ไม่สามารถลบคำว่าเมียน้อยที่แปะอยู่บนหน้าไปได้หรอก” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หลัวไป๋เย่ก็พูดขึ้นอีก นางรู้ดีว่าจุดอ่อนของสองแม่ลูกนี่คืออะไร คนที่ต้องทนอยู่กับคำว่าเมียน้อยและลูกนอกสมรสมานานหลายปี ย่อมเกลียดสองคำนี้มากที่สุด
“เจ้ากล้ามากที่เอ่ยเช่นนั้นกับข้า วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารับโทษให้ได้” หลัวซูอิงลุกขึ้นชี้หน้าคนที่นอนอยู่ด้วยความโมโห กล้าดีอย่างไรมาด่ามารดาของนางเช่นนี้ คอยดูเถิดหากวันนี้นางทำให้หลัวไป๋เย่ถูกลงโทษไม่ได้ ก็อย่ามาเรียกนางว่าหลัวซูอิงเลย
“เหตุใดข้าจะเอ่ยไม่ได้ ในเมื่อทุกอย่างที่ข้าเอ่ยไปนั้นล้วนเป็นความจริงทุกประการ” หลัวไป๋เย่ลุกขึ้นมานั่งบ้าง แค่ได้เห็นอีกฝ่ายร้อนใจเพราะคำพูดของนาง ก็สร้างความบันเทิงให้นางไม่น้อย
“ได้ ๆ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าหากมาปากดีกับข้าจะต้องเจอกับอันใด” พูดจบก็ตรงเข้าไปจิกผมของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่สาวทันที แต่อีกฝ่ายก็ไม่อยู่นิ่งให้โดนตบง่าย ๆ สองพี่น้องตบตีกันอยู่ในศาลา เหล่าสาวใช้ก็พากันวิ่งเข้ามาดูความสนุก แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปห้ามเจ้านายทั้งสอง เพราะภาพเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นประจำ
“กลับจากที่นี่ข้าจะให้เสด็จพี่ส่งราชโองการไปที่จวนของเจ้าให้เร็วที่สุด” เมื่อจัดการสัญญาเสร็จตามที่หญิงสาวต้องการทั้งสองก็ออกมายืนชมวิวอีกครั้ง“ได้ ข้าจะรอ” หญิงสาวยิ้มแก้มปริ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงนางแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนเช่นเขาจะมาตกหลุมรักนางได้“ข้าจะหาวันแต่งงานที่เร็วที่สุด” เขากอดนางเอาไว้อย่างหวงแหน ไม่ง่ายเลยที่จะมีวันนี้ เขาจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้” เขาจะรีบร้อนอะไรปานนั้น เร็วไปนางก็เตรียมตัวไม่ทันน่ะสิ ได้แต่งเป็นพระชายาทั้งทีก็ขอจัดงานใหญ่ ๆ หน่อย“หากไม่รีบแล้วเจ้าท้องขึ้นมาจะทำอย่างไร” เขาเลื่อนมือไปลูบหน้าท้องแบนเรียบอย่างอ่อนโยน“ไม่ท้องหรอก” เรื่องนี้ไม่มีอันใดต้องกังวล อย่างไรก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ท้องขึ้นมาก็ไม่มีอันใดน่าเป็นห่วง“ไม่ได้ ๆ เรื่องนี้ต้องรีบจัดการ” พูดจ
“เมืองหลวงสู้ที่นี่ไม่ได้สักเลยสักนิด” หลัวไป๋เย่เหม่อมองไปนอกเรือด้วยสายตาเป็นประกาย โดยไม่รู้เลยว่าตนนี้สหายของตนเองได้หลบออกไปแล้ว และมีคนผู้หนึ่งเข้ามาแทนที่“ชอบหรือไม่” เขาสวมกอดนางจากทางด้านหลังพร้อมสูดดมความหอมหวานของนางอย่างคิดถึงหญิงสาวไม่ได้เอ่ยอันใดปล่อยให้เขาได้ทำตามใจตนเอง ทำราวกับว่าเขาเป็นธาตุอากาศ ทำให้คนตัวโตเริ่มร้อนใจ เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิดไปนางจึงได้เมินเฉยต่อกันเช่นนี้“บอกได้หรือไม่ว่าข้าทำอันใดผิดไปเจ้าจึงได้เฉยชาต่อกันเช่นนี้” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรนางถึงจะกลับมาปฏิบัติกับเขาเช่นเดิมนางไม่ได้พูดอันใดปล่อยให้เขาพูดอยู่คนเดียว อยากจะรู้ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป นางอยากให้เขาแสดงความจริงใจมากกว่านี้“ข้าขอโทษได้หรือไม่ ขอโทษทุกเรื่องที่ทำให้เจ้าเสียใจ” เขาซบหน้าลงที่ไหล่บาง ความรู้สึกเปียกชื้นที่ไหล่ทำให้
บทที่ 20ยอมแล้วสวี่หรงเว่ยปรายตามองคนที่กล้ามาหาเรื่องเขา ตอนปลอมตัวเป็นจางเข่อซินก็ถูกบุตรหลานขุนนางตำแหน่งสูง ๆ มาหาเรื่องอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้คิดจัดการ แต่วันนี้อีกฝ่ายกล้ามายุ่งวุ่นวายกับคนของเขา เขาไม่มีทางปล่อยไปง่าย ๆ“หึ! คนเช่นเจ้าจะมาทำอันใดข้าได้ก็แค่พ่อค้าคนหนึ่งเท่านั้น”เฟิงฮุ่ยเต๋อมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม คหบดีผู้นี้ถือดีว่ามีกิจการใหญ่โต ไม่สนใจบุตรหลานชนชั้นสูงเช่นพวกเขา“พ่อค้าแล้วอย่างไร พ่อค้าอย่างข้าใช้ชีวิตสุขสบายกว่าบุตรหลานขุนนางเช่นเจ้าอีก” เขาหัวเราะเบา ๆ คนคนนี้ช่างถือดียิ่งนัก บิดาเป็นเพียงรองเจ้ากรมยังกล้าหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว“พ่อค้าต่ำต้อยเช่นเจ้าหากจะพูดตามจริงเจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยต่อหน้าข้า” เฟิงฮุ่ยเต๋อยังพูดอย่างถือดี เพราะไ
เมื่อถึงเวลาทุกคนก็มารวมตัวกันที่หน้าเรือนเพื่อไปที่ท่าเรือ ทุกคนตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ล่องเรือชมแม่น้ำ“เหตุใดรถม้าคันเล็กนักเล่า” สวี่หวานหว่านมองรถม้าที่คันเล็ก นางคิดว่าจะไปด้วยกันเหมือนวันนั้นเสียอีก“ก็คันละสองคนอย่างไรเล่า” สวี่หรงเว่ยบอกก่อนจะจูงมือหลัวไป๋เย่ไปต่อหน้าทุกคน ทำให้สองคนที่เหลือมองหน้ากันด้วยความงุนงง“ทำเช่นนี้เลยหรือ นับถือ ๆ” สวี่หวานหว่านตาโต ดูเหมือนว่าเสด็จอาของนางจะกล้าทำมากขึ้น“พวกเราก็ไปกันเถิด ช้ากว่านี้จะไม่ทันพวกเขาสองคน”พูดจบก็เดินนำหน้าญาติผู้พี่ไปขึ้นรถม้า แล้วพากันตรงไปที่ท่าเรือทันทีหลัวไป๋เย่นั่งเงียบ ๆ อยู่ในรถม้า ไม่ได้สนใจคนที่จูงมือนางขึ้นมาบนรถม้า ไม่แม้แต่จะเอ่ยหรือถามเขาเลยสักคำ ทำให้อีกคนที่อยู่บนรถม้าเริ่มร้อนรน“เย่เอ๋อร์มิใช่ว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วหรือ เหตุ
บทที่ 19ยอมแพ้สวี่หรงเว่ยกลับมาที่จวนด้วยใบหน้าเหม่อลอย สิ่งที่นางทำวันนี้ทำให้เขาเจ็บยิ่งนัก มันเจ็บที่ใจเจ็บราวกับถูกมีดกรีดลงกลางใจ เขาไม่รู้ว่าจะต
“สบายใจจริงนะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่นอนแช่น้ำอยู่ถึงกลับสะดุ้ง“นายท่านมาหาเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำก็เอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตา
เมื่อกลับมาถึงจวนหลัวไป๋เย่ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน ส่วนจางเข่อซินก็หายเงียบไปตักแต่กลับมาถึงเมืองหลวง เช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับนาง เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่คอยรังแกนาง ให้นางพัก
บทที่ 6กลับจวนจางเข่อซินเดินถือถ้วยยาเข้ามาให้คนที่ยังนอนหมดแรงอยู่ที่เตียง เขายื่นให้นางด้วยใบหน้าที่ไร้รอยยิ้ม หญ











