Masukในเมื่อมีคนยื่นข้อเสนอให้หลัวไป๋เย่ผู้นี้เป็นนางบำเรอ นางก็จะปรนเปรอเขาให้ถึงใจ รวยมากใช่หรือไม่ คอยดูเถิดนางจะปอกลอกเขาให้หมดตัวไปเลย แล้วอย่าหาว่านางใจร้ายก็แล้วกัน
Lihat lebih banyak“กลับจากที่นี่ข้าจะให้เสด็จพี่ส่งราชโองการไปที่จวนของเจ้าให้เร็วที่สุด” เมื่อจัดการสัญญาเสร็จตามที่หญิงสาวต้องการทั้งสองก็ออกมายืนชมวิวอีกครั้ง“ได้ ข้าจะรอ” หญิงสาวยิ้มแก้มปริ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงนางแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนเช่นเขาจะมาตกหลุมรักนางได้“ข้าจะหาวันแต่งงานที่เร็วที่สุด” เขากอดนางเอาไว้อย่างหวงแหน ไม่ง่ายเลยที่จะมีวันนี้ เขาจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้” เขาจะรีบร้อนอะไรปานนั้น เร็วไปนางก็เตรียมตัวไม่ทันน่ะสิ ได้แต่งเป็นพระชายาทั้งทีก็ขอจัดงานใหญ่ ๆ หน่อย“หากไม่รีบแล้วเจ้าท้องขึ้นมาจะทำอย่างไร” เขาเลื่อนมือไปลูบหน้าท้องแบนเรียบอย่างอ่อนโยน“ไม่ท้องหรอก” เรื่องนี้ไม่มีอันใดต้องกังวล อย่างไรก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ท้องขึ้นมาก็ไม่มีอันใดน่าเป็นห่วง“ไม่ได้ ๆ เรื่องนี้ต้องรีบจัดการ” พูดจ
“เมืองหลวงสู้ที่นี่ไม่ได้สักเลยสักนิด” หลัวไป๋เย่เหม่อมองไปนอกเรือด้วยสายตาเป็นประกาย โดยไม่รู้เลยว่าตนนี้สหายของตนเองได้หลบออกไปแล้ว และมีคนผู้หนึ่งเข้ามาแทนที่“ชอบหรือไม่” เขาสวมกอดนางจากทางด้านหลังพร้อมสูดดมความหอมหวานของนางอย่างคิดถึงหญิงสาวไม่ได้เอ่ยอันใดปล่อยให้เขาได้ทำตามใจตนเอง ทำราวกับว่าเขาเป็นธาตุอากาศ ทำให้คนตัวโตเริ่มร้อนใจ เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิดไปนางจึงได้เมินเฉยต่อกันเช่นนี้“บอกได้หรือไม่ว่าข้าทำอันใดผิดไปเจ้าจึงได้เฉยชาต่อกันเช่นนี้” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรนางถึงจะกลับมาปฏิบัติกับเขาเช่นเดิมนางไม่ได้พูดอันใดปล่อยให้เขาพูดอยู่คนเดียว อยากจะรู้ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป นางอยากให้เขาแสดงความจริงใจมากกว่านี้“ข้าขอโทษได้หรือไม่ ขอโทษทุกเรื่องที่ทำให้เจ้าเสียใจ” เขาซบหน้าลงที่ไหล่บาง ความรู้สึกเปียกชื้นที่ไหล่ทำให้
บทที่ 20ยอมแล้วสวี่หรงเว่ยปรายตามองคนที่กล้ามาหาเรื่องเขา ตอนปลอมตัวเป็นจางเข่อซินก็ถูกบุตรหลานขุนนางตำแหน่งสูง ๆ มาหาเรื่องอยู่บ่อยครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้คิดจัดการ แต่วันนี้อีกฝ่ายกล้ามายุ่งวุ่นวายกับคนของเขา เขาไม่มีทางปล่อยไปง่าย ๆ“หึ! คนเช่นเจ้าจะมาทำอันใดข้าได้ก็แค่พ่อค้าคนหนึ่งเท่านั้น”เฟิงฮุ่ยเต๋อมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม คหบดีผู้นี้ถือดีว่ามีกิจการใหญ่โต ไม่สนใจบุตรหลานชนชั้นสูงเช่นพวกเขา“พ่อค้าแล้วอย่างไร พ่อค้าอย่างข้าใช้ชีวิตสุขสบายกว่าบุตรหลานขุนนางเช่นเจ้าอีก” เขาหัวเราะเบา ๆ คนคนนี้ช่างถือดียิ่งนัก บิดาเป็นเพียงรองเจ้ากรมยังกล้าหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว“พ่อค้าต่ำต้อยเช่นเจ้าหากจะพูดตามจริงเจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยต่อหน้าข้า” เฟิงฮุ่ยเต๋อยังพูดอย่างถือดี เพราะไ
เมื่อถึงเวลาทุกคนก็มารวมตัวกันที่หน้าเรือนเพื่อไปที่ท่าเรือ ทุกคนตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ล่องเรือชมแม่น้ำ“เหตุใดรถม้าคันเล็กนักเล่า” สวี่หวานหว่านมองรถม้าที่คันเล็ก นางคิดว่าจะไปด้วยกันเหมือนวันนั้นเสียอีก“ก็คันละสองคนอย่างไรเล่า” สวี่หรงเว่ยบอกก่อนจะจูงมือหลัวไป๋เย่ไปต่อหน้าทุกคน ทำให้สองคนที่เหลือมองหน้ากันด้วยความงุนงง“ทำเช่นนี้เลยหรือ นับถือ ๆ” สวี่หวานหว่านตาโต ดูเหมือนว่าเสด็จอาของนางจะกล้าทำมากขึ้น“พวกเราก็ไปกันเถิด ช้ากว่านี้จะไม่ทันพวกเขาสองคน”พูดจบก็เดินนำหน้าญาติผู้พี่ไปขึ้นรถม้า แล้วพากันตรงไปที่ท่าเรือทันทีหลัวไป๋เย่นั่งเงียบ ๆ อยู่ในรถม้า ไม่ได้สนใจคนที่จูงมือนางขึ้นมาบนรถม้า ไม่แม้แต่จะเอ่ยหรือถามเขาเลยสักคำ ทำให้อีกคนที่อยู่บนรถม้าเริ่มร้อนรน“เย่เอ๋อร์มิใช่ว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วหรือ เหตุ
บทที่ 9เจ้าเป็นของข้าหลัวไป๋เย่ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ โดยมีจางเข่อซินที่แวะเวียนมาหาที่เรือนทุกคืน บางวันก็นอนสนทนากัน
บทที่ 8แต่งงานป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไ
สิบห้าวันต่อมางานแต่งของทั้งสองถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นถูกพูดถึงกันไปทั่วเมืองหลวง แม้อยากจะปิดบังเพียงใดก็ไม่อาจทำได้ ราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มีคนต้องการไม่ให้มันหายไปงานแต่จึงถ
บทที่ 7ขัดขวางหลัวไป๋เย่รู้สึกเบื่อหน่อยที่ต้องอยู่แต่ในจวนจึงได้ชวนสาวใช้ออกไปเดินเล่น อยู่ที่จวนวัน ๆ ก็












Ulasan-ulasan