เข้าสู่ระบบตอนพิเศษที่ : 3เริ่มต้นชีวิตคู่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยณ ห้องหอของบ่าวสาวคู่ใหม่ในวังปีศาจ สองบ่าวสาวคล้องแขนกันดื่มสุรามงคลที่เถาฮวาเฉินเป็นผู้ทำขึ้นมาเอง แน่นอนว่ารสชาติที่ได้ย่อมต่างจากสุราทั่วไปที่นางให้ผู้อื่น“รู้หรือไม่ว่าสุราที่เราให้ฉางฉ่างดื่มจะทำให้ฉางฉ่างไม่สามารถไปดื่มสุราที่ใดได้อีก”“ข้า
ตอนพิเศษที่ : 2องค์ชายเล็กของแดนปีศาจ“ว้าว~นี่เป็นครั้งแรกเลยกระมังที่เราได้มาเยือนพระราชวังของแดนปีศาจ ใหญ่โตดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบเหมือนกันนะฉางฉ่าง”หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาแนบชิดกันมาสามวัน คำเรียกของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปแล้ว จาก ‘หยิ่นฉาง’ ก็เป็น ‘ฉางฉ่าง’ และจากเถาฮวาก็เป็น ‘เถาเถ่า’“ต่อไปที่นี่ก็คื
ตอนพิเศษที่: 1กิจกรรมที่คนคบกันเขาทำกัน ณ พระราชวังแคว้นชิงชิว “ท่านว่าเรามองนางอยู่เช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว”“ไม่รู้สิ หนึ่งชั่วยามได้แล้วหรือไม่ ถ้าท่านรู้สึกว่าเสียเวลาก็ไปทำงานที่คั่งค้างไว้ก่อนได้เลย ข้าขอดูนางต่ออีกหน่อย”หยิ่นฉางส่ายหน้าเบาๆ “ได้ใช้เวลาอยู่กับท่าน เช่นนี้ไม่เรียกว่าเสียเวลาห
เถาฮวาเฉินพูด :“อื้อ~สบายจัง”ข้าบิดขี้เกียจพร้อมกล่าวเสียงอู้อี้ออกมาขณะที่ดวงตายังคงปิดสนิทอยู่ ข้ารู้สึกที่นอนนั้นช่างหนานุ่ม สามารถดูดวิญญาณของข้าให้อยู่บนนี้ได้ทั้งวัน แต่เดี๋ยวก่อนนะ…“ข้ามีเตียงแบบนี้ด้วยหรือ”“...จากที่ข้าลอบเข้าไปดูที่แดนดอกท้อ ไม่มีนะท่าน”เฮือก!เพียงแค่ได้ยินเสียงของเขา
สิ้นคำที่หยิ่นฉางปฏิเสธว่าตนไม่ใช่ ‘สุภาพชน’ เขาก็แสดงอาการตรงข้ามกับคำพูดนี้ทันทีโดยการอุ้มร่างบางเข้าสู่อ้อมแขนแล้วหายวับกลับถิ่น ณ ดินแดนปีศาจในทันทีตุบ!“โอ๊ย!”หยิ่นฉางวางเถาฮวาเฉินลงบนเตียงอย่างแรงจนร่างบางรู้สึกเจ็บจนต้องร้องออกมา ใบหน้างามชักสีหน้าใส่เขา แต่หยิ่นฉางหรือจะสน ร่ายมนตร์สร้างอา
“หึ! โดนเสด็จพ่อของพวกเจ้าลงโทษเรื่องใดมาเล่า ถึงได้มากวาดลานวัดเช่นนี้”“ท่านน้า”องค์ชายแฝดทั้งสองทิ้งไม้กวาดแล้ววิ่งเข้าไปหา ‘ท่านน้าหยิ่นฉาง’ ผู้ที่เวลาไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย เมื่อก่อนมีรูปลักษณ์เช่นไรตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิมไม่แปรเปลี่ยน“พวกเจ้านี่นะ โตจนป่านนี้แล้วยังทำตัวเหมือนกับลูกลิงอยู่
ก่อนจะลงมือวาด หลิวหงเถาพยายามสอดส่ายสายตามองศิลปินท่านอื่น ๆ ว่าเขียนงานกันออกมาในลักษณะใดบ้าง ซึ่งเท่าที่เห็นทุกคนจะเน้นเป็นการวาดทิวทัศน์โดยรวมของทุ่งบุปผาอันประกอบไปด้วยภูเขาอยู่ไกลสุดของภาพ แล้วไล่ระดับความใกล้มาที่บุปผา “จินตนาการล้ำแท้”หลิวหงเถาถึงกับทำหน้าไม่ถูก เมื่อมองไปเห็นบุรุษผู้หนึ่ง
หลิวหงเถาออกมาจากตำหนักของชินหวางเฟยด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนัก จังหวะการเดินที่ลงน้ำหนักเท้ามากกว่าปกติไม่รอดพ้นสายตาของลู่หลินและนางกำนัลขันทีประจำวังไปได้ แน่นอนว่าไท่จื่อที่รอกลับพร้อมนางอยู่แล้วก็จับสังเกตได้เช่นกัน“คุณหนูหลิว”หลิวหงเถาชะงักฝีเท้า หันไปมองต้นเสียงก็เห็นว่าร่างสูงของไท่จื่อยังคงยืนก
ไม่ต้องรอให้นางทักก่อน ไท่จื่อก็เป็นผู้เริ่มทักทายแล้วเดินเข้าไปใกล้นางมากขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาพยักหน้ารับการถวายพระพรจากผู้อื่นอย่างขอไปที แต่ยามที่หลิวหงเถาย่อกายลงต่ำแล้วกล่าวคำถวายพระพร มือหนากลับรีบสอดลงไปใต้แขนเล็กแล้วช่วยพยุงนางขึ้นมา“ขอบพระทัยเพคะ”“ไม่ได้เจอกันหลายวัน คุณหนูหลิวสบายดีหรือไม่
ปากเป็นแผล คางแตก ข้อเท้าหัก คือสิ่งที่หลิวหงเถาได้เป็นที่ระลึกกลับไปฝากมารดาแน่นอนว่ามารดาของนางย่อมแว้ด ๆ เสียงดังเพราะตกใจที่บุตรสาวเจ็บตัวกลับมาอีกแล้ว เมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุก็สั่งให้คนสนิทไปหยิบไม้เรียวมาฟาดก้นหลิวหลี่เฟยเสียหลายที แม้ทุกคนจะพยายามอธิบายให้ฟังแล้วว่าเพราะมีคนลอบปาเข็มยาสลบใส่







