LOGINทะลุมิติเข้ามาในโลกแห่งนิยาย กลายเป็นนางร้ายที่อีกไม่นานจะต้องตายด้วยคมดาบของพระเอก ข้าไม่คิดจะต่อสู้ข้าไม่ดิ้นรน ก่อนจะทะลุมิติเข้ามาข้าเหน็ดเหนื่อยมาทั้งชีวิตแล้ว อยากจะฆ่าข้าก็เชิญเลย แต่ข้าขอเสพสุขกับการเป็นนางร้ายตัวแม่ ที่มีสามีสายเปย์ให้สมใจเสียก่อน… นั่งกิน นอนกิน สโลว์ไลฟ์ไปวันๆ เป็นปลาเค็มตากแห้งสมใจ แต่เอ๊ะ! ทำไมเรื่องราวมันไม่ได้เป็นอย่างที่เคยอ่านในนิยายมา ทำไมนางร้ายตัวแม่ที่ควรจะถูกคนเกลียดเข้าไส้ถึงได้มีแต่คนเอาอกเอาใจเช่นนี้กันเล่า...
View Moreลืมตาขึ้นมาซ่งอวี้หรูก็พบว่าตนเองนอนกอดก่ายอยู่กับบุรุษผู้หนึ่งบนเตียงแม้ว่าจะรู้สึกตื่นตระหนกแต่ความอ่อนล้าของร่างกายทำให้นางขยับเขยื้อนไม่ได้ นางมองม่านมุ้งรอบกายและชายหนุ่มรูปร่างดีที่กำลังกอดนางหลับใหลอยู่แล้วก็ขมวดคิ้ว
ความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วจนสมองของนางแทบจะระเบิดออก ตอนนี้นางอยู่ในร่างของซ่งอวี้หรูนางร้ายที่ต้องตายในตอนจบของนิยายเรื่องหนึ่ง เฝ้ารักเฝ้าตามติดพระเอกมานานถึงสามปี แต่ตอนนี้นางกลับถูกเขาวางแผนสลัดรักด้วยการวางยาปลุกกำหนัดแล้วโยนนางขึ้นมาบนเตียงของพระรอง
พอนางตั้งสติและเข้าใจเรื่องราวแล้ว คนที่กอดนางอยู่ก็พลันลืมตาขึ้นแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาอันคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอันบางเฉียบ ดวงตาเรียวยาว ขนตาที่ทั้งยาวและงอนงามของเขากะพริบปริบๆ อยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่านางอยู่บนเตียงของเขา ก็พลันมีไอสังหารออกมาจากร่างกายของเขาในทันที
“ท่านตื่นแล้วก็ดี อีกไม่นานคงจะมีคนมุ่งหน้ามาจับผิดข้ากับท่านแล้ว ข้าขอแนะนำว่าให้ท่านรีบหนีไปเสียดีกว่า”
คำพูดของซ่งอวี้หรูทำให้เขากะพริบตาอีกครั้ง แล้วค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นมานั่ง ดึงสาบเสื้อที่เปิดอ้าจนเห็นแผงหน้าอกอย่างชัดเจนให้เข้าที่แล้วก้มลงมามองซ่งอวี้หรูที่บัดนี้ยังนอนอ่อนระทวยเนื้อตัวเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน
ซ่งอวี้หรูรีบดึงผ้าห่มมาปิดบังร่างกายของตนเอง ปกคลุมเนินหน้าอกอันอวบอิ่มที่เขากำลังจ้องมองอย่างไม่วางตาแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเคือง
“ท่านยังไม่รีบไปอีก หากมัวชักช้า ท่านก็จะพลอยถูกข้าลากลงน้ำไปด้วย ถึงตอนนั้นสตรีที่ท่านรักก็จะค่อยๆ เหินห่างจากท่านไปแล้วหันไปรักคนอื่นแทนนะ
คำว่า “สตรีที่ท่านรัก” ทำให้เขาขมวดคิ้วแล้วถามนางออกมา
“แล้วเจ้าเล่า”
“ข้าหนีไม่ทันแล้ว พิษยังตกค้างอยู่ทำให้ข้าสิ้นไร้เรี่ยวแรงจะขยับหนี ต่อให้พยายามหนีก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดี ขอแค่ไม่มีคู่กรณีข้าก็จะยังไม่ถูกบังคับให้แต่งงานชั่วคราว”
ซ่งอวี้หรูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ในใจกลับแอบด่าพระเอกของเรื่องอย่างกู้ชิงเหิงอย่างแค้นเคือง
วางแผนสลัดรักนางร้ายทำลายพระรอง บีบบังคับให้คนทั้งสองต้องแต่งงานกันเพื่อกอบกู้ชื่อเสียง ส่วนตนเองก็จะรีบไปทำคะแนนเอาชนะใจนางเอก ยิงธนูครั้งเดียวได้นกถึงสองตัว พระเอกที่มีความคิดชั่วร้ายเช่นนี้ไม่น่าเป็นพระเอกได้เลยสักนิด
กู้ชิงอวิ๋นขมวดคิ้วจ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มของนางอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา
“ในเมื่อรู้ว่าอีกไม่นานจะมีคนมา เจ้ารีบสวมใส่เสื้อผ้าก่อนเถิด”
คำพูดของกู้ชิงอวิ๋นทำให้ซ่งอวี้หรูถลึงตาดุใส่เขา เจ้าคนผู้นี้ก็สวมบทพระรองที่อ่อนต่อโลกได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นแสงจันทร์ขาวในใจนางเอกแต่กลับไม่ได้ครองคู่กับนางเอกก็เพราะความจิตใจดีจนเกินไปนี่แหละ
“ข้าไม่มีแรงแต่งตัว ท่านรีบไปเถิด หากมัวชักช้า ท่านจะต้องถูกผู้อาวุโสของท่านบีบบังคับให้รับผิดชอบข้าแน่”
ซ่งอวี้หรูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนใจ นางขยับตัวลุกขึ้นมานั่งพลางคิดในใจว่า
‘ไอ้พระเอกธงแดงกำลังจะพาคนมาแล้ว ถ้าพระรองยังมัวซื่อบื้ออยู่อย่างนี้ เขาก็คงจะต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับนางร้ายเช่นข้าตามเนื้อหาในนิยายแน่ๆ’
“… งั้นข้าช่วยเจ้าแต่งตัวก่อน”
ไม่ได้พูดเปล่าๆ แต่กู้ชิงอวิ๋นยังขยับลงจากเตียงไปเก็บเสื้อผ้าของนางมาแล้วทำท่าว่าจะช่วยนางสวมใส่เสื้อผ้าอีกด้วย
“ท่านจะทำอะไร”
ซ่งอวี้หรูพูดพลางดึงผ้าห่มที่ปกปิดหน้าอกของตนเองไว้ ส่วนกู้ชิงอวิ๋นก็กำลังพยายามดึงผ้าห่มออกจากร่างของนาง
“ในเมื่อกำลังจะมีคนมา เจ้าก็ต้องรีบสวมใส่เสื้อผ้า”
“เจ้าบ้า! ข้าบอกให้เจ้ารีบหนีไปอย่างไรเล่า”
ซ่งอวี้หรูพูดพลางจ้องมองเขาด้วยความร้อนใจ ตอนนี้ร่างของกู้ชิงอวิ๋นมีแค่เสื้อคลุมตัวในสีขาวปิดบังร่างกายเพียงเท่านั้น เขาเป็นคนที่มีรูปร่างผอมสูง แต่พอสาบเสื้อของเขาเปิดออกกลับสามารถมองเห็นมัดกล้ามได้อย่างชัดเจน
‘ซี๊ด… เจ้าบ้านี่หุ่นดีเป็นบ้า ถ้าไม่ติดว่าไอ้ชั่วกู้ชิงเหิงกำลังจะพาคนเข้ามา ข้าคงจะปล่อยตัวปล่อยใจตามฤทธิ์ยาจับเขากินอีกสักรอบสองรอบ’
ซ่งอวี้หรูคิดพลางแอบกลืนน้ำลาย ไม่รู้ว่านางคิดมากจนเกินไปหรือไม่ พอนางคิดอยากจะล่วงเกินเขา กู้ชิงอวิ๋นรีบปล่อยมือจากผ้าห่มและเสื้อผ้าของนาง แล้วดึงสาบเสื้อตัวในของตนเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ
พอไม่มีคนแย่งชิงผ้าห่มในมือแล้วซ่งอวี้หรูก็ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างของตนเองในทันที สายตาก็สอดส่ายหาเสื้อตัวในของตนเอง
กู้ชิงอวิ๋นก็ทำตัวราวกับว่าอ่านใจของนางออก เขารีบก้มลงไปที่พื้นหยิบผ้าเอี๊ยมสีแดงและเสื้อคลุมตัวในที่หล่นลงบนพื้นเมื่อครู่นี้โยนมาให้นางในทันที
“รีบใส่เสีย”
เมื่อพูดจบกู้ชิงอวิ๋นก็หันหลังให้นางอย่างเคร่งขรึม ราวกับไม่ต้องการเสียมารยาทแม้แต่น้อย
ซ่งอวี้หรูรีบสวมผ้าเอี๊ยมกับเสื้อชั้นในอย่างทุลักทุเล มือไม้สั่นเพราะฤทธิ์ยาที่ยังตกค้างอยู่ในร่าง
'เฮ้อ... อย่างน้อยก็รอดจากการโป๊ต่อหน้าเขา แต่เดี๋ยวนะ... อีกไม่กี่อึดใจ กู้ชิงเหิงก็จะพาคนบุกเข้ามาแล้ว'
'ตามเนื้อเรื่อง พระเอกอย่างกู้ชิงเหิงจะพาท่านผู้เฒ่าตระกูลกู้ ฮูหยินผู้เฒ่า และคนรับใช้จำนวนหนึ่งมาจับข้ากับเขาได้คาเตียง จากนั้นก็สร้างเรื่องว่าข้ากับพระรองลักลอบมีสัมพันธ์กัน'
'สุดท้ายพระรองถูกบังคับให้แต่งงานกับนางร้ายเช่นข้า ส่วนพระเอกอย่างเขาก็จะหลุดพ้นจากข้าไปครองคู่กับนางเอกได้อย่างสบายใจ'
'แผนยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัวของพระเอกอย่างกู้ชิงเหิง ช่างชั่วช้าได้ใจจริง ๆ'
กู้ชิงอวิ๋นที่กำลังยืนหันหลังอยู่ถึงกับชะงัก
“...”
เขาไม่ได้หันกลับมา แต่ดวงตากลับค่อย ๆ หรี่ตาลง
เมื่อครู่นี้... เขาได้ยินเสียงของซ่งอวี้หรู แต่เขามั่นใจว่าซ่งอวี้หรูไม่ได้อ้าปากเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ในห้องมีเพียงเขากับซ่งอวี้หรูเท่านั้นหรือว่า... เขาจะได้ยินเสียงความคิดของนาง เพียงแต่คำว่า... พระเอก นางเอก พระรอง นางร้าย นางกำลังคิดอันใดของนางอยู่กันแน่
“ท่านยังไม่รีบไปอีกหรือ”
เสียงของซ่งอวี้หรูดังขึ้น กู้ชิงอวิ๋นหันกลับมา ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบนิ่ง
“เจ้า... เมื่อครู่นี้เจ้าได้พูดอะไรหรือไม่”
“เมื่อครู่นี้”
ซ่งอวี้หรูทำหน้างุนงง
“ข้าไม่ได้พูดอะไร ข้าก็แค่ถามว่าเหตุใดท่านยังไม่ไปอีก”
'ข้าอุตส่าห์บอกให้หนีแล้วยังไม่รีบหนีไปอีก จะมัวเป็นห่วงข้าทำไมกัน ตัวร้ายอย่างข้าชื่อเสียงไม่ค่อยจะดีอยู่แล้วจะเลวร้ายมากกว่านี้ย่อมไม่เป็นไร แต่เขากลับแตกต่างออกไป ชื่อเสียงที่ดีงามของเขากำลังถูกทำลาย'
'แต่ก็นะ พระรองผู้นี้ซื่อตรงเสียจนถูกคนหลอกทั้งเรื่อง จะเอาสมองที่ไหนมาคิดได้กันเล่า'
'ถึงแต่งกับข้าไปแล้วก็ยังช่วยพระเอกทุกอย่าง สุดท้ายไม่ใช่แค่เขาที่ต้องตาย แต่ตระกูลของเขาทั้งตระกูลล้วนถูกพระเอกฆ่าตายทั้งตระกูล'
กู้ชิงอวิ๋นเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว ตายทั้งตระกูล... ผู้ใดตายทั้งตระกูล ตระกูลกู้ของเขาอย่างนั้นหรือ
“คุณชายรอง!”
ทันใดนั้นเสียงคนรับใช้ก็ดังขึ้นจากนอกเรือน
“นายท่านผู้เฒ่า และฮูหยินผู้เฒ่าพาคนมาทางนี้แล้วขอรับ”
กู้ชิงอวิ๋นสีหน้าเปลี่ยนไป
‘มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีก’
ซ่งอวี้หรูถอนหายใจยาวพลางพูดออกมา
“ท่านหนีไม่ทันแล้ว... ส่วนข้าจะแต่งกายให้เรียบร้อยก็คงไม่ทันแล้วเช่นกัน”
นางดึงผ้าห่มคลุมตัว ก่อนจะเอนพิงหัวเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก
'เอาเถอะ... แต่งก็แต่ง อย่างน้อยสามีในอนาคตก็หล่อ รวย เป็นคุณชายรองที่คนทั้งตระกูลรักใคร่ ข้าที่เป็นฮูหยินน้อยของคุณชายรอง นั่งกิน นอนกินใช้เงินไปเรื่อย ๆ รอวันพระเอกฆ่าตายก็แล้วกัน'
'ชีวิตก่อนทำงานจนเหนื่อยตาย ชีวิตนี้ข้าขอเป็นปลาเค็มก็พอ'
หลายสิบปีผ่านไป คนรุ่นเก่าค่อย ๆ วางมือ กู้เจิ้งหยวนกับเผยซูเจินใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ท่ามกลางลูกหลานเต็มจวนซ่งเหวินหยวนเองก็วางมือจากราชสำนัก ใช้ชีวิตกับเถารั่วหรานและบุตรชายคนเล็กอย่างสุขสบายซ่งอวี้เฉิงเติบโตขึ้นอย่างดี สมกับที่ซ่งอวี้หรูเคยเททรัพย์สินรับขวัญเขาตั้งแต่เกิดทุกครั้งที่พบหน้าพี่สาว เขายังคงเรียกนางด้วยความเคารพ แต่สิ่งแรกที่ทำคือเปิดหีบของขวัญให้ดูว่าเอาอะไรมาให้พี่สาวบ้าง จนซ่งเหวินหยวนเคยบ่น“ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดี เหตุใดเมื่อมีของดีๆ เจ้าจึงขนไปให้พี่สาวของเจ้าจนหมด”ซ่งอวี้เฉิงตอบหน้าตาย“พี่หญิงให้ทรัพย์สินลูกตั้งแต่ลูกยังลืมตาไม่ขึ้น ยามนี้ลูกจึงต้องตอบแทนพี่หญิงให้มากหน่อยขอรับ”ซ่งเหวินหยวน “...”สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็ยังเป็นปลาเค็มซ่งอวี้หรูเหมือนเดิม…เมื่อถึงวันที่กู้ชิงอวิ๋นเห็นว่าบุตรชายคนโตมีความสามารถเพียงพอจะรับภาระของตระกูลได้แล้ว เขาก็เรียกบุตรชายคนโตเข้ามาในห้องหนังสือตราแม่ทัพที่อยู่กับเขามานานหลายสิบปีถูกวางลงบนโต๊ะ“รับตราแม่ทัพไปเถิด”บุตรชายคนโตชะงัก“ท่านพ่อ”“ถึงเวลาของเจ้าแล้ว”“แล้วท่านพ่อเล่า ท่านพ่อยังไม่ทันจะแก่ชราเลย
กู้ชิงอวิ๋นจ้องมองใบหน้าของซ่งอวี้หรูแล้วก็ยิ้มออกมาความจริงแล้วมีอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากบุตรชายคนแรกของเขาและนางถือกำเนิดนับตั้งแต่วันนั้น... คนตระกูลกู้ไม่ได้ยินเสียงความคิดของซ่งอวี้หรูอีกเลยตอนแรกทุกคนต่างประหลาดใจเผยซูเจินเคยลองนั่งอยู่ใกล้นางทั้งวัน ฟางฮุ่ยเหมยเคยจงใจพูดเรื่องกู้ชิงเหิงในอดีตเพื่อดูว่านางจะคิดอะไร แม้แต่กู้ชิงอิงยังเคยแกล้งพูดถึงบุรุษรูปงามตรงหน้านางแต่ไม่ว่าอย่างไร... เสียงความคิดในใจที่เคยดังอยู่ในหัวทุกคนกลับหายไปอย่างสมบูรณ์ช่วงแรกคนในจวนรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง โดยเฉพาะกู้ชิงอวิ๋น เขาเคยชินกับการได้ยินทุกอย่างที่นางไม่ยอมพูดออกมารู้ว่านางอยากกินอะไรรู้ว่านางโกรธผู้ใดรู้ว่านางกังวลเรื่องไหนรู้แม้กระทั่งตอนที่นางแอบชมเขาอยู่ในใจเมื่อเสียงเหล่านั้นหายไป...เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไปจริง ๆแต่ไม่นานเขาก็พบว่า... มันไม่ได้แย่เลย เพราะซ่งอวี้หรูในวันนี้ไม่ใช่สตรีที่เก็บทุกสิ่งไว้ในใจเหมือนเมื่อก่อนอยากกินอะไร นางก็พูดออกมาไม่พอใจสิ่งใด นางก็บอกเขายามหึงหวง นางก็แสดงออกอย่างเต็มที่ยามคิดถึงเขา นางก็เขียนจดหมายส่งไปถึงค่ายทหาร บางฉ
เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา จากหญิงสาวที่เคยนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งทั้งวัน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายราวกับไม่มีเรื่องใดในโลกให้ต้องกังวล ซ่งอวี้หรูกลับต้องมานอนเหงื่อท่วมกายอยู่บนเตียงคลอด มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด“โอ๊ย!”“กู้ชิงอวิ๋น!”เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องด้านใน คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งพร้อมกันกู้ชิงอวิ๋นยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู มือทั้งสองข้างกำแน่น ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่งกลับซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด“คุณชายรอง ท่านอย่าเดินไปเดินมาเลยเจ้าค่ะ”ฟางฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างจนใจ“เจ้าก็ทำให้แม่เวียนหัวไปด้วยแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้ตอบ เขายังคงเดินไปมาอยู่หน้าห้อง เสียงร้องของซ่งอวี้หรูดังขึ้นอีกครั้ง“กู้ชิงอวิ๋น! เจ้าคนสารเลว!”“ข้าจะไม่คลอดแล้ว”“ข้าไม่เอาแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นเมื่อก่อน เขายังอาจได้ยินเสียงความคิดของนางแทรกอยู่ท่ามกลางคำด่าเหล่านั้นแต่นับตั้งแต่เริ่มเจ็บท้องคลอด... เขากลับไม่ได้ยินอะไรเลยไม่มีเสียงบ่นไม่มีเสียงแอบด่าไม่มีความคิดฟุ้งซ่านมีเพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงต่อว่าเขาเพื่อระบายความทรมานออกมาเท่านั้นยิ่งไม่ได้ยิน..
หลังจากนั้นหลายวัน ชีวิตของซ่งอวี้หรูก็กลับเข้าสู่ความสงบเช่นเดิมนางยังคงตื่นสายกินเก่งง่วงก็นอนบางครั้งก็เดินไปเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่าบางวันไปนั่งเล่นกับฟางฮุ่ยเหมย หากว่างมากก็ออกจากจวนไปตรวจสอบร้านค้าในมือของตนเองจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง... ชิงอวี่ยกสำรับอาหารเข้ามา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ วันนี้ในครัวทำโจ๊กปลา...”ยังพูดไม่ทันจบ ซ่งอวี้หรูก็ยกมือขึ้นปิดจมูก“เอาออกไป”ชิงอวี่ชะงัก“เจ้าคะ”“กลิ่นโจ๊กปลาคาวมากเลย”“แต่ปกติฮูหยินน้อยชอบโจ๊กปลามากนะเจ้าคะ”“วันนี้ไม่อยากกิน”ซ่งอวี้หรูตอบพลางขมวดคิ้ว นางยังไม่ได้คิดอะไร แต่ชิงอวี่กลับมองนางอย่างแปลก ๆ“ฮูหยินน้อย...”“อะไร”“ประจำเดือนของท่านเดือนนี้...”ซ่งอวี้หรูชะงัก ทั้งห้องพลันเงียบ นางเริ่มนับวันอยู่ในใจ จากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป‘เดี๋ยวนะ... เหมือนจะเลยมาหลายวันแล้วจริง ๆ’ชิงอวี่เบิกตากว้าง“บ่าวจะไปเชิญหมอ!”“เดี๋ยวก่อน”แต่นางยังห้ามไม่ทัน ชิงอวี่ก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว ข่าวแพร่เร็วเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่งไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ฟางฮุ่ยเหมยก็รีบมาถึง ตามมาด้วยเผยซูเจิน แม้แต่หลินจิ้งยังตามเข้ามาด้วย ซ่งอวี้หรูนั่งอยู่บนเตียง มองคนเต็

















