Share

ตอนที่ 5 พบวิธีรักษา

last update Last Updated: 2025-08-15 21:56:07

“ของดี ของดี ของดี!!!” น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจของเยว่ฉีดังระงมไปทั่วพื้นที่ นางวิ่งไปตรวจดูโดยรอบ สถานที่แห่งนี้คล้ายกับพื้นที่แถวชนบท มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ กลางบ่อน้ำมีต้นไม้ตั้งตระหง่านยืนต้นสูงเด่นเป็นสง่า ไกลออกไปมีภูเขาซึ่งมีหมอกปกคลุม มีกระท่อมไม้ไผ่หลังหนึ่งไม่ไกลจากบ่อน้ำ ด้านหลังกระท่อมมีป่าไผ่ขึ้นอยู่อย่างเป็นระเบียบ ข้างกันไม่ไกลจากกระท่อมหลังน้อยมีที่ดินขนาดใหญ่ประมาณสิบหมู่เต็มไปด้วยหญ้า

เยว่ฉีเลือกที่จะเดินเข้าไปในกระท่อมก่อนเป็นอันดับแรก พอขาก้าวเข้าไปในกระท่อมพลันมีเสียงหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัว

‘ยินดีต้อนรับผู้สืบทอดคนใหม่ นี่คือมิติขนาดเล็กที่ข้าทิ้งไว้ รอให้ผู้มีวาสนาได้มาค้นพบ’

หลังประโยคนี้จบลงความตื่นเต้นดีใจยิ่งทวีขึ้นบนใบหน้างดงาม เยว่ฉีฉีกยิ้มกว้างราวกับคนบ้ายกมือขึ้นจับสองแก้มบิดใบบิดมา ท่าทางเขินอาย

แต่ประโยคต่อมากับทำให้นางต้องชะงัก

‘ผู้มีวาสนาคนใหม่เป็นสตรีสติฟั่นเฟือนหรอกหรือ? ไร้ประโยชน์แล้ว ไร้ประโยชน์แล้ว’

ถึงจะไม่เห็นหน้าเยว่ฉีก็รู้ว่าหากอีกฝ่ายมายืนตรงหน้า คงส่ายหน้าเอือมระอานางแน่นอน

เยว่ฉีจึงจำเป็นต้องเก็บอาการตื่นตะลึงดีใจเอาไว้ก่อน หุบยิ้มเอ่ยเสียงตวัดปลายเล็กน้อย

“ท่านปล่อยให้ข้าดีใจสักครู่ไม่ได้หรือ? ข้าเพียงดีใจที่ได้ของดีมา หาใช่คนบ้า”

นางได้ยินเสียงถอนหายใจมาจากที่ใดก็ไม่รู้ เริ่มสงสัยแล้วว่าเสียงที่ได้ยินในหัวนั้นอยู่ที่ใด

‘เจ้าไม่ต้องสงสัยในตัวข้า หาไปก็ไม่มีทางเจอ ข้าเป็นเพียงจิตที่ยังหลงเหลืออยู่ในมิติแห่งนี้ สถานที่นี้ถูกผูกติดอยู่กับจิตของข้า เพื่อเฝ้ารอคนมีวาสนามาสานต่อเจตนารมณ์’

“เจตนารมณ์?”

‘เจตนารมณ์ที่ต้องการมีศิษย์สักคน’

“ท่านมีกระทั่งมิติ แต่ยังไม่มีใครอยากจะเป็นศิษย์ท่านอีกหรือ? ถึงข้าจะไม่รู้เรื่องการฝึกปราณเท่าที่ควร แต่ว่าคนที่มีมิติควรจะเป็นคนที่แข็งแกร่งจนผู้คนอยากเข้าหาไม่ใช่หรือ? หรือข้าเข้าใจผิด”

‘ที่เจ้าพูดล้วนถูกต้อง เพียงแต่ว่าก่อนที่ข้าจะได้รับศิษย์ก็ถูกไล่ล่าจากคนที่หวังอยากจะครอบครองสิ่งที่ข้ามี หากเจ้าออกไปจากมิตินี้แล้วห้ามบอกเรื่องมิติให้ผู้ใดรู้ นอกจากคนที่เจ้าไว้ใจจริง ๆ เพราะการมีอยู่ของมิติเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา’

ฟังมาถึงตอนนี้เยว่ฉีพลันรู้สึกว่าตนเองเก็บเผือกร้อนมาได้เสียแล้ว ลำพังอยู่กันสองสามคนยังลำบาก หากมีข่าวว่านางมีของวิเศษแผ่ออกไป ชีวิตนี้คงยากจะอยู่ต่อแล้ว

นางสลัดความคิดเรื่องที่ยังมาไม่ถึงทิ้งเอ่ยถาม

“ท่านคงมิใช่คนชั่วร้ายจนถูกผู้อื่นตามล่าใช่ไหม?” ประโยคนี้เบาหวิวทั้งยังกล้า ๆ กลัว ๆ

‘เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว คนที่ต้องการของของข้าต่างหากที่ชั่วช้า ของที่ข้ามีข้าล้วนหามาอย่างสุจริต ไม่ได้ไปปล้นใครมา’

โล่งอกได้แล้ว เสียงเขาดูจะโมโหมากคงไม่ได้โกหกนางจริง ๆ

“ข้าเชื่อท่าน เช่นนั้นท่านที่ข้าไม่ทราบชื่อ ข้าขอพูดอย่างไม่ปิดบังครอบครัวข้าเป็นเพียงครอบครัวธรรมดา อีกทั้งสามีข้า...” พูดมาถึงตอนนี้ก็ให้รู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง ตลอดอายุเกือบสามสิบปีในโลกเดิม นางคือสตรีที่ครองโสดไม่เคยมีคู่ครอง

มาโลกนี้อายุไม่เท่าใดก็มีสามีเป็นตัวเป็นตนเสียแล้ว

‘…’ อีกฝ่ายรอฟังอย่างตั้งใจว่านางจะพูดอันใดต่อ

“บ้านข้ามีสามีขาพิการผู้หนึ่ง ถึงจะเป็นผู้ฝึกปราณทว่าก็ป่วยจนไม่สามารถฝึกปราณได้ และยังมีเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่ง ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะฝึกปราณได้หรือไม่ ข้าคิดว่าความปรารถนาของท่านอาจจะไม่สมหวัง”

ใช่ว่าเยว่ฉีไม่รู้สึกเสียดาย ได้พบของดีทั้งทีนางก็อยากใช้ให้เกิดประโยชน์ ถึงจะมีความเสี่ยงอยู่บ้างก็ไม่เป็นไร ดังคำกล่าวที่ว่า หากไม่กล้าเสี่ยงก็ไม่มีทางพบความสำเร็จ แถมนางยังไม่คิดส่งต่อให้ผู้อื่น ด้วยกลัวว่าคนพวกนั้นจะฆ่าปิดปากนาง แต่จะให้โกหกออกไปและถวายตัวเป็นศิษย์นางก็ทำไม่ลง ไม่อยากหลอกลวงใครก็ไม่รู้

ถึงตอนนี้นางจะพูดโกหกออกไปจริงแต่นานวันเข้าความจริงจะต้องเปิดเผยออกมา

จิตที่ยังหลงเหลืออยู่พึงพอใจกับการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาของนาง ความรู้สึกเคลือบแคลงใจว่าผู้มีวาสนาตัวน้อยจะเป็นคนละโมบโลภมากสลายลงไปหลายส่วน

มีความจริงใจ กล้าพูดออกมาตรง ๆ ถูกใจเขายิ่งนัก ถือว่ามีโชคในระดับหนึ่งที่ได้พบสตรีตรงไปตรงมาเช่นนี้

ผู้คนส่วนมากมักคิดถึงเพียงผลประโยชน์ของตน ทั้งยังเรียกร้องอยากได้ไม่มีจบสิ้น พอไม่ได้ก็หักหลัง หรือทิ้งขว้างสิ่งที่คิดว่าไม่มีประโยชน์ แตกต่างจากสตรีตรงหน้า นางไม่คิดปิดบังความไม่พร้อมของตนเอง ก้มหน้ารับด้วยความสัตย์จริง

‘เจ้าบอกว่าสามีขาพิการหรือ? ป่วยแล้วขาพิการใช่หรือไม่?’

ประโยคคำถามของจิตที่เหลืออยู่สร้างความประหลาดใจให้เยว่ฉี นึกว่าเขาจะบอกว่า เช่นนั้นเจ้าก็ออกไปจากมิติข้า เสียอีก เพราะนางอาจจะให้สิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ แต่อีกฝ่ายกลับถามถึงสามีนาง

“ใช่ เขาบอกข้าว่าต้องพิษจนทำให้ไม่สามารถฝึกปราณได้ อีกทั้งระดับการฝึกปราณยังลดลงจากเดิมเหลือเพียงระดับสาม”

‘สามีเจ้าอายุเท่าใด’

“หากข้าจำไม่ผิด อายุยี่สิบปีเต็มเมื่อไม่นานมานี้”

‘แล้วระดับละ’

“ก่อนป่วยอยู่ฝึกปราณขั้นหก หลังป่วยเหลือเพียงฝึกปราณขั้นสาม”

‘พวกเจ้าอาศัยอยู่ดินแดนใด’

“ดินแดนระดับล่างเฟยฮ่าว” เยว่ฉีตอบคำถามต่อไปเรื่อย ๆ ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใด แต่นางก็เชื่อว่าคงไม่ใช่สิ่งไม่ดี

คนไม่ทราบชื่อผู้นี้คงไม่มีเจตนาร้ายกับคนพิการใช่ไหม? ถึงมีไปก็สร้างประโยชน์อันใดต่อเขาไม่ได้ อีกทั้งฟังจากน้ำเสียงยังเป็นเพียงความสงสัยใคร่รู้ไม่มีสิ่งใดมากกว่านั้น

‘มีพรสวรรค์ สามีเจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ยิ่ง!!!’

น้ำเสียงตื่นเต้นระคนดีใจดังขึ้นในหัว อายุยี่สิบก็เป็นผู้ฝึกปราณขั้นหกแล้ว อีกทั้งยังอยู่ดินแดนระดับล่างที่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด หากไม่บอกว่ามีพรสวรรค์แล้วจะเป็นอันใดไปได้ ในดินแดนระดับสูงกว่าอาจจะหาคนที่ก้าวมาถึงระดับนี้ได้ไม่ยากมากนัก แต่ทว่าก็ใช่จะหาได้ง่ายดายปานนั้น หากไม่ใช่ว่าทรัพยากรที่หาได้มีมากกว่าดินแดนระดับล่าง ดินแดนระดับสูงเองก็คงมีจำนวนผู้ฝึกปราณขั้นหกไม่ต่างกันมากนัก

‘ฟังจากที่เจ้าเล่ามาแล้วสามีของเจ้าเป็นคนไม่เลวใช่หรือไม่?’

“ถึงข้าจะอยู่กับเขาได้ไม่นาน แต่จากนิสัยใจคอแล้วเป็นบุรุษที่มีคุณธรรมผู้หนึ่ง ยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่แต่ก็ไม่ด้อยค่าตนเอง”

‘เยี่ยมคุณสมบัติเหมาะสม เช่นนั้นเจ้าก็นำน้ำในบ่อไปให้เขาทานเสีย ค่อย ๆ รักษาไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็จะกลับมาเดินและฝึกปราณได้’

“ท่านพูดจริงหรือ!?” เยว่ฉีอดที่จะตกใจระคนดีใจไม่ได้ อาการของหานลั่วอี้ที่หมอมากมายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่สามารถรักษาให้หายได้ มาตอนนี้คนที่นางไม่รู้จักแม้กระทั่งหน้าตากลับพูดออกมาอย่างสบาย ๆ ว่าสามารถรักษาได้ ราวกับว่าอาการป่วยของเขาเป็นเพียงป่วยไข้ธรรมดา

‘ข้าไม่หลอกผู้มีวาสนาต่อข้า ทั้งยังมีคู่ครองเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้อย่าง อย่าให้คนอื่นรับรู้ถึงการมีอยู่ของมิติ จนกว่าเจ้าจะแข็งแกร่งมากพอ และอีกอย่างน้ำในบ่อน้ำนั้นไม่ใช่น้ำธรรมดา ถึงจะมีอยู่อย่างไม่จำกัดเพราะต้นไม้ใหญ่กลางบ่อ แต่ก็ห้ามใช้พร่ำเพรื่อ เพราะหากดื่มเข้าไปครั้งเดียวในปริมาณมากจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี’

“ขอบคุณท่านมาก” เยว่ฉีทำความเคารพจากใจจริง หากหานลั่วอี้อาการดีขึ้นได้จริง ๆ ย่อมเป็นผลดีต่อครอบครัว

‘ไม่เป็นไร ข้าล้วนทำเพราะต้องการ อีกทั้งสามีเจ้ามีคุณสมบัติเหมาะจะเป็นลูกศิษย์ข้า’

อ๋อ...ที่แท้ท่านหวังสิ่งนี้เอาไว้นี้เอง

“ท่านผู้สูงส่งไม่ทราบว่าข้าขอทราบชื่อของท่านได้หรือไม่” เยว่ฉีได้ทีเอ่ยประสบออกไป

‘เรียกข้าว่า ผู้อาวุโสหมิงก็แล้วกัน ถึงอย่างไรข้าก็อยู่มานานกว่าเจ้า’

“เจ้าค่ะผู้อาวุโสหมิง” ใบหน้าเยว่ฉีเปื้อนยิ้มอยู่ตลอด จวบจนนางออกมาจากมิติได้แล้วใบหน้าก็ยังคงประดับรอยยิ้ม สวนทางกับสีหน้าคนรอไปไกล

หานลั่วอี้สัมผัสที่ได้ว่านางกลับมาแล้วจึงออกมาจากบ้าน พลันเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของภรรยา ในมือนางถือหนังสือเล่มหนึ่ง คำพูดที่ต้องการจะเอ่ยถามพลันสลายหายไปเพราะรอยยิ้มสดใสและประโยคคำพูดของนาง

“หานลั่วอี้ ข้าดีใจจริง ๆ ที่ได้แต่งงานกับท่าน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ    ตอนพิเศษ 10 จบตอนพิเศษ

    “ท่านแม่วันนี้พวกเราขึ้นเขามาทำไมหรือขอรับ?” หานฉินเยว่เอ่ยถาม เช้าวันนี้อยู่ ๆ ท่านแม่ก็ชวนพวกเขามาเดินเขากัน ทั้งที่ปกติมักจะปล่อยให้พวกเขามาเล่นกันเอง ทั้งยังไม่เคยอนุญาตให้เข้าไปในส่วนลึกของป่า เล่นได้แค่รอบนอกเท่านั้น“เมื่อคืนแม่กับพ่อนำของวิเศษมาซ่อนเอาไว้ และต้องการให้พวกลูกตามหาของวิเศษกลับมา”“ของวิเศษหรือขอรับ” ดวงตาเด็กทั้งสองเป็นประกาย จ้องหน้ากันก่อนจะหันมามองนาง“ใช่ เมื่อวานแม่เห็นแล้วว่ารุ่ยเอ๋อร์ใช้พลังจิตได้แล้ว ฉินเอ๋อร์เองก็มีความสามารถด้านพลังจิตเช่นเดียวกัน แม่จึงอยากทดสอบพวกเจ้า”“ทดสอบงั้นหรือ?”“นอกจากใช้พลังจิตสัมผัสตัวตนของแม่ พวกลูกเคยใช้พลังจิตทำอะไรอย่างอื่นหรือไม่”“ไม่ขอรับ” ทั้งสองคนตอบพร้อมเพรียงกัน“พลังจิตนั้นมีหลากหลายรูปแบบ สามารถตรวจสอบสิ่งที่ผู้ฝึกปราณไม่สามารถทำได้ รวมถึงตรวจหาสิ่งที่มีพลังวิญญาณอัดแน่นอยู่ด้านใน นอกจากนี้หากพวกลูกแข็งแกร่งขึ้นไปอีกพลังจิตของลูกจะสามารถใช้ตรึงและจับเป้าหมายได้ด้วย”“เหมือนที่ท่านแม่ทำเมื่อวานหรือขอรับ?”“ใช่แล้ว” นางย่อตัวลงลูบหัวบุตรชายคนเล็ก ก่อนจะหันมาลูบหัวบุตรคนโต“ในเมื่อลูกเข้าใจแล้ว ก็ลองใช้พลังจิตแผ่ข

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ    ตอนพิเศษ 9

    “ลั่วอี้ท่านอยู่ที่ใด”“ภรรยาข้าอยู่นี่” เยว่ฉีหันไปตามเสียง เห็นสามีกำลังก้ม ๆ เงย ๆ จับปลาอยู่ในลำธารพวกเขาตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตที่เกาะส่วนตัวของเยว่ฉี สถานที่แห่งนี้แยกห่างจากเกาะอื่นนับร้อยลี้ เหมาะต่อการใช้ชีวิตของพวกเขามากจริง ๆ บางวันหากนึกครึ้มใจก็สามารถเดินทางเข้าไปในเมืองได้ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาแล้วร่วมหนึ่งร้อยปี แต่ละวันของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีชีวิตชีวาและเรียบง่ายอย่างที่ต้องการจะมีเข้าไปฝึกวิชาบ้าง ขึ้นเขาไปเก็บพืชวิญญาณบ้าง ท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ บ้าง แต่ละวันเรียบง่ายไม่ต่างจากการใช้ชีวิตธรรมดาอย่างที่ทั้งสองคนต้องการระหว่างนั้นทั้งสองได้ส่งข่าวไปหาสหายทั้งสองรวมถึงหานลั่วซานเป็นครั้งคราว เด็กชายในวันนั้นโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ยอดเยี่ยม แถมเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้วทั้งสองคนก็ได้กลับไปยังดินแดนระดับกลางเพื่อร่วมยินดีกับการให้กำเนิดทายาทของตระกูลเสิน และเข้าร่วมงานแต่งงานของหานลั่วซาน“ได้ปลาเยอะเลยหรือ? วันนี้คงทำปลาย่างและน้ำแกงปลาได้เยอะเลย เช่นนั้นวานท่านทำความสะอาดปลาด้วยนะ ข้าจะไปเก็บผักเสียหน่อย แล้วเจ้าตัวแสบเล่า”“อ๋อ เจ้าตัวแสบนะหรือ?” ชายหนุ่มเ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 8

    “หมิงเหยาพี่ขอโทษ ขอโทษเรื่อง...”“ท่านไม่ต้องขอโทษข้า เวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้วข้าสามารถปล่อยวางได้แล้ว ตอนนี้ข้ามีสิ่งที่สำคัญกว่าความรู้สึกเมื่อครั้งนั้น”อ่า...เจ้าปล่อยวางได้สินะ เพราะงั้นเจ้าถึงไม่สั่งให้นางสังหารฆ่า แก้แค้นคืนในสิ่งที่ข้ากระทำต่อเจ้า ตอนนี้เหลือเพียงข้าที่ยังจมอยู่กับความรู้สึกเมื่อครั้งนั้นและกระทำแต่เรื่องผิด ๆ มาตลอด ทุกอย่างเป็นผลจากการกระทำของข้า “แล้ว...”“ข้าไม่มีวันให้อภัยท่าน แม้ข้าจะไม่โกรธเกลียดท่านแล้ว แต่ข้าก็ไม่อาจให้อภัยท่านได้ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะพูดคุยกับท่าน ต่อจากนี้ท่านก็ใช้ชีวิตให้สมกับสิ่งที่ท่านต้องการมาตลอดเถิด”บรรยากาศของหมิงเหยาหายไปแล้ว เยว่ฉีจ้องมองคนตรงหน้ารู้สึกผิดสินะตอนนี้มันสายไปแล้วละ สิ่งที่เสียไปแล้วต่อให้รู้สึกผิดและต้องการอยากได้คืนมามากแค่ไหน ในเมื่อมันสายไปแล้ว ย่อมไม่มีทางได้คืนมาข่าวการกลับมาของหมิงเยว่ฉีสร้างความปั่นป่วนขึ้นภายในดินแดนระดับสูงอีกครั้ง โดยเฉพาะสามตระกูลใหญ่ พวกเขาได้แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน พร้อมตรวจสอบดูว่า คนที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาจริงหรือ และเมื่อเห็นว่าไม่ใช่แค่ฟื้นขึ้นมาเท่านั้น ทว่าค

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 7

    “พวกเจ้าไปทำงานต่อเถิด ที่เหลือข้าจัดการเอง”“ขอรับคุณชาย” คนทั้งห้ารับคำ ด้วยสติเลื่อนลอยสตรีผู้นี้คือหมิงเยว่ฉี หมิงเยว่ฉีที่มีข่าวว่าตายไปแล้วหลังเหตุการณ์หยุดหยั้งผู้ก่อการร้ายเมื่อสิบปีก่อน หากพวกเขาจำไม่ผิด นางอายุยังไม่ถึงสามสิบปี ทว่าพลังฝึกปราณที่สัมผัสได้กลับล้ำเลิศยิ่งนัก ทำเอาไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ“เยว่ฉี เยว่ฉี” สองบุพการรีเมื่อรู้ข่าวก็รีบเดินทางมาพบนาง ทันที หลังยืนยันกับตาแล้วว่านางยังคงมีชีวิตอยู่ ทั้งสองคนถึงกับพรั่งพรูความรู้สึกในใจออกมาจนหมดสิ้นเนิ่นนานหลายเฟินกว่าพวกเขาจะสามารถสงบสติอารมณ์ลงได้ และกลับมาเป็นปกติ ถึงกระนั้นทั้งสามคนก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นอยู่ดี“กลับมาได้ก็ดีแล้ว” คนที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงต้วนจ้องมองเหลนสาวด้วยดวงตาสงสัย ชายชราดีใจไม่น้อยที่นางยังมีชีวิต ทว่าในความดีใจนั้นยังมีอีกสิ่งที่เขาต้องการอยากจะรู้“พวกเจ้าที่เหลือออกไปก่อน” เขาสั่งให้ศิษย์คนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกไป แล้วกางม่านกั้นเสียงไว้“เอาละ ข้าดีใจในการกลับมาของเจ้า รวมถึงเข้าใจว่าพวกเจ้าต้องการใช้เวลาร่วมกัน แต่ตอนนี้ข้ามีอย่างหนึ่งต้องการอยากจะร

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 6

    ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาความสามารถของทั้งสองพลันพุ่งขึ้นสูงกว่าที่เคยเป็น เยว่ฉีได้ประสานเข้ากับจิตแห่งพงไพร เส้นพลังปราณที่เคยติดขัดตอนนี้เคลื่อนไหวได้สะดวก พลังปราณทั้งหมดถูกดูดซึมเข้าไปในปราณกำเนิด การฝึกเช่นนี้ไม่เพียงส่งผลให้ความสามารถของหญิงสาวพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด แต่ยังช่วยให้หานลั่วอี้เก่งขึ้นอีกด้วยหลังลืมตาขึ้นมาทั้งสองได้กลายเป็นผู้ฝึกปราณขั้นตำนานระดับสูง ก้าวสูงสุดที่มนุษย์จะสามารถก้าวขึ้นมาได้‘พวกเจ้าสำเร็จแล้วสินะ’ น้ำเสียงภูมิอกภูมิใจของหมิงเหยา ทำเอาทั้งคู่ที่มองสบตากันยิ้มออกมา“ท่านปู่ทวดมีเหลนสาวเก่งย่อมภูมิใจเป็นธรรมดา”‘เสร็จธุระของพวกเจ้าแล้วก็ออกไปได้แล้ว’“ท่านอาจารย์ ศิษย์พึ่งจะฝึกเสร็จก็คิดจะไล่กันเลยหรือเจ้าคะ? น่าน้อยใจจริง ๆ ”‘หากมุมปากเจ้าไม่ยกขึ้น บางทีข้าอาจจะเชื่อว่าเจ้ากำลังน้อยใจอยู่’ เสียงชายชราเต็มไปด้วยความละเหี่ยใจ ถึงอย่างนั้นในจุดที่คนอื่นมองไม่เห็นมุมปากเขากลับโค้งขึ้นมา“ท่านปู่ทวด ข้าดีใจที่ท่านยังอยู่กับข้า ไว้ข้าจะเข้ามาคุยเล่นด้วยใหม่นะเจ้าคะ”ว่าจบร่างทั้งสองพลันหายออกจากมิติไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกอบอุ่นบางเบา‘มีเหลนนิสัยเช่นนี้ก็ไม่เ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 5

    “หล่อจริง ๆ ด้วย” เยว่ฉีพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ หลังเปลี่ยนลุคสามีจากหนุ่มสไตล์ย้อนยุคสู่หนุ่มยุคปัจจุบันกางเกงขาสามส่วนพอดีด้วย บวกกับรองเท้าหนังขัดเงา ด้านบนสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีขาวพอดีตัว อวดทรวดทรงอันสมบูรณ์และร่างกายที่ถูกดูแลมาอย่างดีผมสีดำเงางามถูกหมัดขึ้นเป็นหางม้าด้านหลัง ยามเดินเข้ามาใกล้พร้อมมุมปากหยักยิ้มเล็กน้อย ออร่าความหล่อเหลาพลันกระแทกตา เยว่ฉีเห็นว่าพนักงานร้านหลายคนถึงกับเก็บอาการไม่อยู่มองมาที่เขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ“ภรรยาเจ้าชอบหรือไม่?” และที่ทำให้คนทั้งหลายหน้าแดงมากขึ้นไปอีก คือท่าทางรอคำตอบอย่างสุนัขแสนเชื่อง ดวงตาคาดหวัง“หล่อมาก” แล้วใบหน้าเป็นกังวลก็หยักยิ้มออกมาเยว่ฉีได้ยินเสียงกรี๊ดเกิดขึ้นจากบริเวณโดยรอบคงต้องรีบพาชายผู้นี้ออกจากร้านนี้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นหญิงสาวมากมายคงได้เป็นลมหมดสติเพราะความหล่อของเขา“ทุกชุดที่เขาลอง ซื้อทั้งหมดเลยค่ะ”“ค่ะ ทางเราจะรีบเตรียมให้”“ภรรยาแล้วเจ้า?”“ข้าเลือกชุดข้าแล้ว ท่านรออยู่ตรงนี้” กล่าวจบหญิงสาวก็เข้าไปเปลี่ยนชุดชุดที่เยว่ฉีเลือกคือเดรสลูกไม้คอกลมสีฟ้าอ่อนยาวคลุมเข่าลงไปเล็กน้อย เป็นเดรสที่เห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status