สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)

สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)

last updateLast Updated : 2025-09-24
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
78Chapters
2.3Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ลู่ฉางกัง ได้พบหีบไม้โบราณซึ่งเป็นสมบัติประจำตระกูล เมื่อเปิดออกมันได้พาเขาย้อนเวลาไปยังมิติยุคโบราณ และกลายเป็นเพียงเด็กชายวัยสิบหนาว ในมิติคู่ขนานเขาพบกับคนสำคัญที่ชาตินี้เขาก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เจออีก การย้อนเวลาครั้งนี้นอกจากจะทำให้เขาได้มีโอกาสแก้ไขหลายเรื่องราวที่เคยผิดพลาด แต่ยังช่วยเติมเต็มเสี้ยวความทรงจำที่ขาดหายไปเมื่อครั้งยังเด็ก

View More

Chapter 1

1 คุณชายตระกูลลู่

息子の五歳の誕生日、家族三人で流星群を見に行った。その途中で夫が電話を受けて急いで出て行った。

真夜中に、息子が喘息で発作を起こしたが、喘息の薬は夫の車の中にあった。

荒野で人気のない場所を、息子を抱きながら必死に走り回り、何度も夫に電話をかけ続けたが、返ってきたのは冷たいメッセージだけだった。

【急用中だ。邪魔するな】

翌日、ようやく夫から電話がかかってきたが、電話口から聞こえてきたのは夫の初恋の女の声だった。

「昨夜、私の愛犬が急病で亡くなって、彼が私を心配して一晩中付き添ってくれたの。今ようやく眠ったばかりだから、何か用があれば私に伝えてくれればいいわ」

息子の氷のように冷たい頬を撫でながら、私は言った。

「彼に伝えて。離婚すると」

……

結局、桐谷蒼介(きりたに そうすけ)が言っていた急用とは、初恋の女、桜庭優芽(さくらば ゆめ)の飼い犬が死んだから、優芽が心配で仕方なかっただけだった。

それが彼が立ち去った理由であり、私の電話に出なかった理由だった。

電話を切った後、私は人形のように機械的に息子の後始末を始めた。

息子の桐谷陽太(きりたに ようた)の骨壺が手渡された時も、私はまだ呆然としたままだった。

理解できなかった。昨日までは私の耳元で「ママ」と何度も呼んでいた小さな命が、今日にはこんな形になってしまうなんて。

居合わせた親族たちは口々に私を慰めながらも、蒼介への不満を隠さなかった。

父親として息子が亡くなった時にすらその場にいないなんて、どんな大事があろうと駆けつけるべきだと彼を責めた。

蒼介は有名な傑出した若手経営者だから、仕事が忙しいのは当然だ。だから皆、当然のように彼は仕事に縛られていると思い込んでいた。

だが優芽は一分前、ちょうどSNSに投稿していた。蒼介の寝顔の写真に、こんな文章を添えて。

【私の悲しみに寄り添ってくれた彼に感謝。一晩中眠らずに大変だったでしょう、ゆっくり休んでね】

蒼介と一緒になって八年。周りの人たちは私たちが七年目の倦怠期を乗り越えたんだから、一生一緒にいられると言ってくれた。

だが今日の残酷な現実が教えてくれた。八年の愛も、結局は空しく終わるのだと。

私と蒼介が出会ったのは、彼が起業したばかりの頃だった。最も苦しかった時期を、私が彼の傍で支えてきた。

結婚式の時に、彼は私の手を固く握って誓いの言葉を言った。

「君が俺の最も確かな支えだ」

私はその言葉を胸に刻んだ。彼と一緒に社会で戦う機会を諦め、彼のために家の全ての事をこなすことを選んだ。

家に帰れば作りたての温かい食事が待っている。朝出かける時には、前夜に私が選んでおいた服がいつも用意されている。

息子が生まれてからは、大小問わず全ての世話を私一人で引き受けた。

心の中にどんなに不満があっても、私は一度も愚痴をこぼしたことはなかった。

この八年間、彼の会社がどんどん大きくなるのを見守り、彼もどんどん忙しくなっていった。

息子が「パパに会いたい」とせがむ度に、私は息子を慰めた。

「パパはスーパーヒーローだから、悪者をやっつけに行ってるの。パパのこと、理解してあげようね」

蒼介の会社が軌道に乗れば全てが落ち着くと思っていた。家族三人の日々の先はまだまだ長い。焦る必要はないと。

だが蒼介の初恋の女、優芽が帰国して彼の秘書になってから、全てが変わった。二人は一緒に出勤し、出張にも接待にも、蒼介の隣には必ず優芽の姿があった。

毎晩帰宅する彼のシャツからは、かすかに香水の匂いが漂っていた。

私が問い詰めると、彼は言った。優芽は帰国したばかりで知り合いがいない。友人としての情けで、仕事で傍に置いているのだと。

私は彼を信じることにした。

なぜなら彼はかつて言ったから。私と息子は、彼の永遠の宝だと。

だが私は忘れていた。人の心は移ろいやすいという言葉を。

今こそ、現実を見つめる時だ。
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
78 Chapters
1 คุณชายตระกูลลู่
1คุณชายตระกูลลู่เสียงแง้มประตูให้เปิดออก ตามมาด้วยร่างของหญิงชรานางหนึ่ง ยามนี้เป็นเวลาเช้าตรู่อากาศจึงหนาวเย็นยะเยือก หยาดน้ำค้างเกาะอยู่ตามยอดหลิวแลดูอ่อนละมุนยิ่ง กลิ่นควันจากการเผาไหม้จาง ๆ ลอยมาเตะจมูก พลันดวงตาพร่ามัวก็สะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่วางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ หญิงชราเดินเชื่องช้าไปยังแคร่ไม้ไผ่ตัวนั้น เมื่อได้เข้ามาดูใกล้ ๆ ก็พบว่าสิ่งของซึ่งมองเห็นแต่ไกลคือถุงผ้าสีน้ำตาลใบหนึ่ง มือเหี่ยวย่นเอื้อมออกไปหยิบถุงผ้ามาเปิดดู สิ่งที่อยู่ในถุงทำให้นางเบิกตาโตตะลึงค้าง.."เชาถง! ปิงเหยียนออกมาดูนี่เร็วเข้า!"......นครฉงเทียน 2024รถซูเปอร์คาร์สุดหรูเล่นพาดผ่านถนนคดเคี้ยวเชิงเขา หญิงสาวที่นั่งมาด้วยลดกระจกลงรับอากาศบริสุทธิ์ สายลมอ่อนสะพัดมาได้กลิ่นหอมของมวลต้นไม้ใบหญ้าผสมกับกลิ่นดินกรุ่นหลังฝนตกใหม่ ภูเขาตรงหน้าตั้งตระหง่านระฟ้า ความพิเศษของหุบเขาแห่งนี้คือขึ้นสลับสับหว่างสวยงามราวจับวาง หากไม่ติดว่านี่คือดินแดนมนุษย์ ผู้มาเยือนอาจหลงผิดคิดว่าเป็นดินแดนสวรรค์ "วั้งซานกู่" คือสถานที่ทางธรรมชาติสุดแสนมหัศจรรย์ นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามแล้วยังมีลำธารไหลลงมาจากยอดเขา เป็นแหล่ง
Read more
2 นั่งเต่า
2นั่งเต่า"คุณชายลู่ เป็นบุญตาที่ผมมีโอกาสได้เห็น"ชายผู้นี้มีชื่อว่าหยางเปียว เป็นคนที่คุณย่าว่าจ้างให้ดูแลที่ดินหลังเขาวั้งซานกู่ เปรียบเสมือนผู้นำหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ เขาเอ่ยขึ้นหลังจากเดินเข้ามาใกล้สักระยะสายตา ดวงตาของเขาเปี่ยมด้วยความดีใจแบบไม่ปิดบัง หากแต่มันกำลังจะเปลี่ยนไปในไม่ช้าเมื่อได้รับการตอบกลับจากบุคคลที่เขาเพิ่งเอ่ยชื่นชมเมื่อครู่“รีบพาฉันไปดูให้จบ ๆ ที่ดินโกโรโกโสแบบนี้ฉันไม่อยากจะเสียเวลานาน”ฉางกังพูดห้วน ๆ กับคนงานของคุณย่าจนอีกฝ่ายเก็บรอยยิ้มจริงใจแทบไม่ทัน เหลือไว้แต่เพียงรอยยิ้มฝืน ๆ ที่หากจะไม่ยิ้มก็ไม่ได้ แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรต่อชายหนุ่มก็เดินนำหน้าไปก่อนด้วยความรำคาญใจลี่อินที่เห็นสีหน้าเจื่อนของชายแก่จึงรีบเดินมาขอโทษ เธอรู้นิสัยแฟนหนุ่มเป็นอย่างดีว่าเขาเป็นคนไม่สนโลกเพียงใด และรู้สึกอับอายแก่การกระทำของฉางกังเป็นอย่างมาก ในบางครั้งเธอได้พูดจาตักเตือนเขาไปบ้าง แต่ฉางกังก็ไม่ใส่ใจคำเตือนของเธอเลยสักนิด เขามักคิดว่าตนเองคือศูนย์รวมของจักรวาล และมั่นอกมั่นใจว่าตนเองสูงส่งอยู่เหนือกว่าทุกคน“คุณลุงคะ ขอโทษแทนลู่กังด้วยนะคะ เขาอารมณ์ไม่ดีค่ะ หวังว่าคุณลุงจะ
Read more
3 มิจฉาชีพ
3มิจฉาชีพเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังทุ้มในลำคอ ริมฝีปากหยักโค้งขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นเย็นชาเสมอต้นเสมอปลายไร้ที่ติ ไม่รู้ว่าตอนนั้นฉางกังคิดอะไรอยู่ เมื่อเห็นลี่อินทำเช่นนั้นก็รีบก้าวลงจากรถตรงไปกระชากแขนหญิงสาวออกมาด้วยท่าทางฉุนเฉียว"คุณทำบ้าอะไร! คุณขับรถชนคนบาดเจ็บนะ ถ้าคุณไม่ช่วยฉันจะช่วยพวกเขาเอง"เธอตวาดเขาแล้วสะบัดแขนออกจากการจับกุม“คนพวกนี้เป็นมิจฉาชีพหรือเปล่าก็ไม่รู้ คุณออกให้ห่างเถอะเผื่อมีอันตราย”"ลู่กัง! คุณไม่เห็นเหรอว่าเขามีเลือดออก ดูสิ! มีคนบาดเจ็บเพราะคุณนะ"ฉางกังมองไปยังชาวบ้านทั้งสองแล้วเหยียดยิ้มอีกรอบ เขาคิดว่าชาวบ้านเหล่านี้คือมิจฉาชีพมากกว่าผู้ประสบภัย จึงดึงแขนของแฟนสาวพาขึ้นรถดังเดิมแล้วออกคำสั่ง"นั่งรอในนี้ผมจัดการเอง ดู ๆ ไปตาแก่นั่นก็ไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อยเลยนี่"บอกเพียงเท่านั้นก็เดินย้อนกลับมา ชายแก่พยุงตัวลุกขึ้นยืนข้างลูกสาว เล็งเห็นว่าอีกฝ่ายฐานะร่ำรวยและรถที่ฉางกังขับก็ราคาแพงมาก จึงกลัวว่าตนและลูกจะมีความผิด ดีไม่ดีอาจถูกเรียกร้องค่าเสียหายที่ทำรถหรูเป็นรอยจึงคุกเข่าก้มศีรษะขอโทษขอโพยยกใหญ่ "ขอโทษครับ ขอโทษจริง ๆ ลูกสาวผมเธอสติไม่ดี เธอว
Read more
4 อยากไปก็ไป
4อยากไปก็ไปหลิวเซียงฉินหรือคุณย่าหลิว ย่าแท้ ๆ ของฉางกังได้ให้ความช่วยเหลือจ้าวฟู่เฉิงซึ่งเป็นพ่อแท้ ๆ ของเข่อซิงเอาไว้ ย่าหลิวได้ไถ่ตัวฟู่เฉิงออกจากบ่อนการพนันพร้อมกับให้ชีวิตใหม่ ให้งานทำและให้อนาคตใหม่ พร้อมกันนั้นก็ได้ให้ฟู่เฉิงมอบสัตย์สาบานว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับการพนันอีกตลอดชีวิต กระทั่งฟู่เฉิงได้แต่งงานมีครอบครัวจึงถือกำเนิดเข่อซิงน้อยขึ้นมาเป็นพยานรัก ปัจจุบันนี้ฟู่เฉิงและภรรยาได้ปลดเกษียณแล้วให้เข่อซิงรับช่วงต่อ ตั้งแต่นั้นมาเข่อซิงจึงได้กลายเป็นคนสนิทของฉางกัง ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้ฉางกังทุกอย่าง รวมไปถึงเรื่องส่วนตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อุปนิสัยของเข่อซิงเป็นคนซื่อตรงเรียบง่าย มีความจงรักและภักดีต่อผู้เป็นนาย ต่อให้ถูกด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงก็ไม่เคยถือสา คิดเพียงว่าฉางกังเป็นเหมือนเพื่อนเหมือนพี่เหมือนน้อง และเปรียบเสมือนญาติของเขาอีกคน“ท่านประธานครับ...เอ่อ ท่านประธานว่าคุณลี่อินแรงเกินไปรึป่าวครับ”เข่อซิงที่ทนฟังคำพูดของผู้เป็นนายไม่ไหวจึงพูดขึ้นบ้าง หวังว่าจะดึงสติเขากลับคืนมา แต่สิ่งที่ได้รับจากฉางกังคือแววตาที่แปลความหมายได้ว่าด่าบรรพบุรุษ“ไม
Read more
5 ยอดเยี่ยมจริง ๆ
ภาพในหัวของชายหนุ่มฉายอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ความคิดทั้งหมดจะอันตรธานหายไป แทนที่ด้วยเรื่องราวที่ดินหลังเขาวั้งซานกู่ เขาคิดมาตลอดทางแล้วว่าหากทำเป็นรีสอร์ทปรับสภาพพื้นที่กันดารเปลี่ยวผู้คนให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติคงจะสวยงามไม่น้อย และผลที่ตามมาจะต้องเป็นกำไรมหาศาล ฉางกังเดินตรงไปหาคุณย่าซึ่งนั่งรอให้เขากลับมาทานข้าวด้วยกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร ฝ่ายคุณย่าเมื่อเห็นว่าหลานชายสุดที่รักได้กลับมาถึงแล้วก็แย้มยิ้มบาง ๆ พร้อมกล่าวทักทายเฉกเช่นปกติทุกวัน“อ้าว อากังกลับมาแล้วหรือ ย่าเตรียมของโปรดไว้ให้เยอะเลย มีแต่ของที่หลานชอบทั้งนั้น เอ๊ะ...นั่น...อากังหน้าไปโดนอะไรมา”เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกหลานชายเพียงคนเดียวพร้อมกับทักท้วงรอยแดงเด่นชัดที่ข้างแก้ม ฉางกังไม่ได้ตอบคำถามแต่ตรงดิ่งเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกัน รอยยิ้มของหญิงชราปรากฏบนใบหน้าเหี่ยวย่น เธอย้อนคิดดูว่านานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้มานั่งทานข้าวเย็นกับเธอแบบนี้ แม้ว่าในทุก ๆ วันหญิงชราจะเตรียมอาหารจานโปรดไว้รอเขากลับมาทานก็ตามที ส่วนมากฉางกังจะมาไม่ทันเวลาอาหารมื้อเย็น หรือบางครั้งถ้ามาถึงแต่หัววันเขาก็มักจะอ้างว่าทานอาหารนอกบ้
Read more
6 นักบวชใจบุญ
ในเมื่อเป็นอย่างนี้หว่านล้อมอย่างไรก็ไม่คงสำเร็จ ยกเม็ดเงินมาอ้างก็แล้ว ยกเหตุผลมาอ้างก็แล้ว ฉางกังจึงไม่อยากโต้แย้งกับคุณย่าอีก เขาจำใจยอมฟังคำคุณย่าเพราะกลัวว่าโรคประจำตัวคุณย่าจะกำเริบ อีกอย่างตัวเขาเองก็ไม่เหลือใครอีกแล้วในชีวิตนี้ หากต้องเสียคุณย่าไปอีกคนโลกใบนี้ก็คงจะกลายเป็นนรกบนดินดี ๆ นี่เองฉางกังเลือกที่จะไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วตักข้าวเข้าปากเงียบ ๆ คุณย่าสังเกตอาการหลานชายพอจะเข้าใจความคิดเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง จึงพูดปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงชุ่มเย็น“คนที่นั่นมีน้ำใจกับย่าทุกครั้งที่ไปเยือน ต้นตระกูลของเราเคยอาศัยในบ้านหลังคามุงฟางเล็ก ๆ หลังเขาวั้งซานกู่ พอค้าขายกิจการรุ่งเรืองก็ขยับขยายออกมา แต่ผู้คนที่หลานเห็นว่ายังอาศัยที่เขาวั้งซานกู่พวกเขาไม่ได้โชคดีเหมือนตระกูลลู่ พวกเขายากจนและไม่สามารถตั้งหลักปักฐานในที่ดี ๆ กว่านั้นได้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหยิบจับสิ่งใดแล้วประสบผลสำเร็จไปเสียหมดนะอากัง เราเองยังไม่ได้ขัดสนเงินทองถึงขนาดจะต้องขายที่กิน คนเราควรอยู่กันด้วยความเมตตา หากวันหนึ่งอากังไม่มีย่าคอยให้คำปรึกษาแล้วหลานก็ยังมีพวกเขาที่ยังคงจงรักภักดีกับตระกูลลู่อยู่ พวกเขาจะต้องตอบแทนน้ำใ
Read more
7. ฉางเกอคือใคร
…เพราะคุณ เพราะคุณนั่นแหละที่ทำให้ลูกต้องตาย…คุณเองก็ละเลยลูกเหมือนกัน ทำไมมาโทษว่าเป็นความผิดฉันคนเดียว…ก็หน้าที่ดูแลลูกเป็นของคุณ หากคุณดูแลลูกให้ดีลูกคงไม่เป็นแบบนั้น…ฉันดูแลลูกดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันเองก็เหนื่อยไม่แพ้คุณหรอก ...ฮึก ฮื่อ ฉางเกอ ฉางเกอ!เสียงใครทะเลาะกัน ฝันร้ายอีกแล้วหรือ… อ๋อ เสียงพ่อกับแม่นี่เอง สองคนนั้นตายเป็นผีไปนานแล้วก็ยังมาทะเลาะกันในฝันให้รำคาญหู เดี๋ยวนะ ฝัน ฝันหรือ…ฉางกังพึมพำกับตนเองในความคิด เขาจะฝันไปได้อย่างไรก็ในเมื่อยังไม่ได้เข้านอนเลย ทุกอย่างเขาจดจำได้หมด เพราะความอยากรู้อยากเห็นจึงถือวิสาสะเปิดกล่องไม้โบราณของคุณย่า จากนั้นก็มีแสงสว่างวูบวาบปรากฏขึ้นมาแล้วเขาก็ล้มฟุบลงไปกองกับพื้น แต่สิ่งที่ได้ยินล่ะ…เมื่อครู่นี้พ่อและแม่ของเขาพูดถึงใครกันแน่ ใคร ใครตาย…ฉางเกอคือใครคำถามนี้สร้างความมึนงงสับสนให้ฉางกังเป็นอย่างมาก พ่อกับแม่ยังจะมีลูกที่ไหนอีก ในเมื่อเขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลลู่...หัวใจของฉางกังพลันเต้นแรงแทบทะลุออกจากอก ยิ่งพยายามเพ่งมองเงาร่างของพ่อและแม่ที่กำลังเลือนรางไปยิ่งทำให้เขารู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออก ชายหนุ่ม
Read more
8 มีบางอย่างผิดพลาด
ปกติแล้ววันหยุดฉางกังไม่เคยอยู่ติดบ้าน อย่างน้อย ๆ ก็ขอให้ได้เข้าไปสอดส่องดูแลความเรียบร้อยภายในบริษัท วันนี้ไม่รู้ว่าชายหนุ่มนึกอะไรอยู่ เมื่อจัดการธุระส่วนตัวตนเองจนเสร็จสิ้นหลังมื้ออาหารเช้าเขาได้ถือหนังสือพิมพ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจเดินเข้าไปในสวนและสอดส่ายสายตาเลือกหาที่นั่งเหมาะ ๆ เป็นชุดเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ใต้ต้นเทียนไถเอ่อร์ลี่ ต้นเทียนไถเอ่อร์ลี่ ต้นไม้ชนิดนี้จัดเป็นไม้หายากที่มีราคาแพง ฉางกังจำได้ว่าตั้งแต่ลืมตามองโลกก็เห็นมันตั้งตระหง่านอยู่ในสวนนี้แล้ว ห่างจากต้นเทียนไถ่เอ่อร์ลี่ไปไม่ถึงสามสิบก้าวคือต้นท้อ คุณย่ามักมีความเชื่อเกี่ยวกับต้นท้อว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ สามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและขับไล่ภูติผีปีศาจไม่ให้มารบกวนได้ หากบางบ้านไม่มีพื้นที่สวนเพียงพอที่จะปลูกต้นท้อก็สามารถแขวนรูปวาดต้นท้อไว้ในบ้านได้เช่นกันต้นท้อต้นนี้คุณย่าเป็นคนปลูกเองกับมือ จากวันนั้นมาจนถึงตอนนี้อายุของมันจะน่าจะสิบเจ็ดปีเห็นจะได้ นับว่าตอนที่มันยังเป็นเบี้ยเล็ก ๆ ฉางกังอายุแค่สิบหนาว ปัจจุบันนี้เขาอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว คิดมาถึงตอนนี้หว่างคิ้วของชายหนุ่มก็รู้สึกร้อนวูบวาบ เขาพับหนังสือพิมพ์
Read more
9 ไม่อยากกินของหวาน
หลังอาทิตย์อัสดง ใจกลางนครฉงเทียนที่ไม่เคยหลับ ทั่วสารทิศต่างสว่างไสวด้วยแสงไฟ ตึกรามบ้านช่องสร้างขึ้นหนาแน่นเบียดเสียด ในโลกที่มีแต่ความวุ่นวาย ผู้คนต่างดิ้นรนแข่งขัน มีหลายคนที่ยังทำงานในวันหยุดเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ยอมเหน็ดเหนื่อยตั้งแต่เช้าจรดค่ำแลกค่าแรงไม่กี่หยวนต่อวันฉางกังมักคิดอยู่เสมอว่าหากมีเงินมากหน่อยก็สามารถเห็นโลกได้กว้างกว่าคนอื่น แม้แต่ปัญหาใหญ่ก็กลายเป็นปัญหาเล็กชั่วพริบตา หากไร้ซึ่งเงินแล้วนั้น ต่อให้เจอปัญหาเล็กก็กลายเป็นปัญหาใหญ่หลวงได้เช่นกัน มีหลายอย่างที่คนรวยได้มาอย่างง่ายดาย แต่คนจนแทบไม่กล้าฝันเสียด้วยซ้ำฉะนั้นแล้ว ฉางกังจึงคิดว่าใบเบิกทางที่ดีที่สุดในโลกนี้คือเงิน เงิน และเงินเท่านั้น...ดั่งคำเปรียบเปรยที่ว่า มีเงินก็สามารถใช้ผีให้โม่แป้งได้"อิ่มแล้วเหรอลูก"คุณย่าเอ่ยถามเมื่อหลานชายคนโปรดวางตะเกียบค้างบนขอบถ้วย เขาเงยหน้าขึ้นมองพลางยื่นมือไปหยิบน้ำเปล่ามาดื่มก่อนจะตอบกลับ"ครับ""ย่ายังมีของหวาน""ผมไม่อยากกินของหวานครับ""อ๋อ อย่างงั้นเหรอ"หญิงชราพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ ทว่าชายหนุ่มไม่ได้ลุกออกจากโต๊ะอาหารในทันที เขายังนั่งมองหน้าคุณย่าคล้าย
Read more
10 รีบพูดมา
นอกจากคิดว่าจักรวาลหมุนรอบตัว เขายังเป็นคนที่หลงตัวเองระดับสิบ ฉางกังขมวดคิ้วแน่นคว้าเอาโทรศัพท์มือถือมาจ้องมองที่หน้าจอ ยามชวีแล้ว (19.00-20.59 น.) ไม่รู้ว่าป่านนี้เธอทำอะไรอยู่ เขาลังเลว่าจะกดโทร.หาลี่อินอีกรอบดีหรือไม่ และแล้วก็ไม่อาจห้ามความรู้สึกที่มี แม้ใครจะมองว่าเสียหน้าเพราะตามตอแยผู้หญิงเขาก็ไม่สนใจอีกแล้ว“ฮัลโหล”ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนแล้ว เสียงปลายสายตอบกลับมาราบเรียบ น้ำเสียงของเธอดูไม่ได้เศร้าสร้อยแต่รู้สึกได้ถึงความเฉยชาอย่างเห็นได้ชัด“ลี่อิน”“มีอะไรก็รีบพูดมา”“ผม…เอ่อ"“ถ้าคุณไม่พูดฉันวางสายละนะ”“คุณไม่โกรธผมไม่ได้เหรอ ผมอุตส่าห์โทร.มาง้อแล้วนะ"ลี่อินหน้าชาไปชั่วขณะ นี่คือวิธีง้ออย่างจริงใจของเขาอย่างนั้นหรือ จากเดิมที่คิดว่าอารมณ์ร้อนเริ่มเย็นลงตอนนี้กลับเดือดพล่านขึ้นมาใหม่ หญิงสาวเค้นเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น เสียงของเธอคล้ายกำลังหัวเราะเยาะตนเองเสียมากกว่า นึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาระหว่างเขาและเธอเป็นเช่นนี้เสมอ...ฉางกังไม่เปลี่ยนไปเลย จนถึงตอนนี้เขายังคงไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด“ถ้าใช้คำว่าอุตส่าห์ก็อย่าทำเลย มันคงฝืนใจคุณเกินไป ที่ฉันบอกว่าเราจบกันคือเรื่องจริ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status