Share

ความจริงอีกด้าน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-07 11:05:13

ทหารที่ไปออกรบทยอยกลับบ้าน ข้าศึกแตกพ่าย กองทัพกลับมาพร้อมชัยชนะ และได้รับรางวัลอย่างงามกันทั่วถึง หลิวเวินเซียนกลับเมืองจินหลิง การที่เขาไปออกรบนานถึงหกปีทำให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ได้รับประสบการณ์ชีวิตมากมาย

กลับมาครั้งนี้เขาหวังว่าจะปรับความเข้าใจกับหลี่อันหนิงใหม่และพร้อมเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับนางอย่างจริงจัง

เมื่อก่อนแม้เขาจะหมางเมินต่อนาง ไม่เคยได้ปกป้องนางหรือแม้แต่วางท่าทีเย็นชาอยู่บ่อยครั้ง แต่เมื่อได้ร่วมหอกันแล้วเขาก็ยอมรับสถานการณ์เหล่านั้นได้ ก่อนแต่งงานนางทำเรื่องเสื่อมเสียเอาไว้ เขาก็ไม่เคยออกหน้าแทนนางแต่นางก็ทำดีกับเขา เสียสละหลายอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้เขาได้อ่านตำราเต็มที่ ทำอาหารห่อให้เขาไปกินที่สำนักศึกษา ไปส่งขึ้นรถม้าหรือแม้แต่จัดการธุระแทนยามที่เขาไม่อยู่

นั่นคือความทรงจำที่ดี ๆ ของนางที่เขาจดจำเอาไว้ในใจ ท่านแม่และคนตระกูลหลิวไม่ชอบนางแต่เมื่อแต่งงานกับแล้วเขาควรรับผิดชอบนำพาครอบครัวให้ก้าวไกลมากกว่านี้

เสียงเกือกม้าดังสะท้อนก้องไปตามลานหินของตระกูล ร่างสูงในชุดนักรบเปื้อนฝุ่นกลับจากสนามรบ

หลิวเวินเซียนก้าวลงจากม้าด้วยความเหนื่อยล้าแต่ใจกลับเบิกบาน

เขาเดินเข้าเรือนด้วยความคาดหวัง ทว่าเมื่อเปิดประตูเรือนออกมา

กลับพบเพียงความเงียบงัน ไม่มีร่างหญิงสาวที่เคยรอเขาในยามค่ำ

ไม่มีกลิ่นหอมของอาหารที่คุ้นเคย ไม่มีแม้เงาของใครเลย

"อันหนิง"

เขาเรียกเสียงเบา ๆ

แต่คำตอบที่ได้มีเพียงสายลมเย็นพัดผ่านเข้ามา

เสียงฝีเท้าอีกคู่ดังขึ้นจากด้านหลัง

เป็นมารดาของเขา ที่ยืนกอดอกอยู่ตรงกรอบประตู แววตาเย็นชามองลูกชายตั้งแต่หัวจรดเท้า

"เจ้ากลับมาแล้วรึ เซียนเอ๋อร์"

เขารีบคำนับ

"ขอรับ ท่านแม่ ข้ากลับมาจากชายแดนเรียบร้อย ขอบคุณท่านแม่ที่เป็นห่วง"

เขากวาดตามองรอบห้องอีกครั้ง ก่อนเอ่ยถามเสียงแผ่ว

"อันหนิงอยู่ไหนขอรับ ทำไมข้าไม่เห็นนางเลย"

คำถามนั้นทำให้มารดาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจแผ่ว

"อย่าพูดถึงนางอีกเลย"

"หมายความว่าอย่างไรขอรับ"

มารดาหันหน้าหนี เสียงพูดไม่ค่อยสบายใจนัก

"ตั้งแต่เจ้าจากไป นางผู้นั้นก็เผยธาตุแท้ ขี้เกียจ ไม่ทำงานทำการ เอาแต่บ่นโทษโชคชะตา วันหนึ่งก็หายออกจากเรือนไปพร้อมกับชายแปลกหน้าในตลาด คนทั้งเมืองเห็นกับตา ข้าเองก็อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี"

"เป็นไปได้อย่างไร"

หลิวเวินเซียนสีหน้าเคร่งเครียด

"นางทำเช่นนั้นจริงหรือ"

"เจ้าจะเข้าข้างคนเช่นนั้นอีกหรือ"

มารดาตวาดเสียงเฉียบ

"ตั้งแต่วันแรกที่นางใช้เล่ห์เหลี่ยมจับเจ้า ข้าก็รู้ว่านางไม่มีวันจงรักภักดีต่อเจ้าได้จริง ดีที่นางหนีไปเอง ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องเป็นคนไล่ไปให้พ้นตระกูลหลิวเอง"

เขาก้มหน้าลง มือกำแน่น ความสับสนและเจ็บปวดตีขึ้นในอก แม้นางเคยทำผิด แต่ก็มีช่วงเวลาที่อบอุ่นจริง ๆ ตอนที่นางตื่นเช้ามาทำข้าวต้มให้เขา ตอนที่นางนั่งรอจนเขาอ่านตำราเสร็จ เพื่อจะได้ยื่นน้ำชาให้ด้วยมือสั่น ๆ

เขาไม่อยากเชื่อเลยว่านางจะหนีไปกับชายอื่น

ขณะนั้นเอง เสียงอีกคนดังขึ้นจากลานบ้าน หลิวเสียนหาว อาของเขาเดินเข้ามา สีหน้าสงบนิ่งแต่แววตาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย

"เวินเซียน เจ้าเพิ่งกลับมา อย่าให้เรื่องสตรีต่ำช้านั่นทำให้เจ้าหลงทางอีก"

เขากล่าวพลางยกมือแตะบ่าหลานชาย

"ตอนนี้เจ้ามีชื่อเสียงจากการออกรบ กลับมาควรตั้งใจสอบเข้ารับราชการ อย่าได้มัวแต่คิดถึงคนที่ไม่คู่ควร"

หลิวเวินเซียนเงยหน้าขึ้น

"แต่ข้า..."

"ไม่มีแต่" อาของเขาตัดบททันที

"คนเช่นนาง เจ้าอย่าเสียใจเลยที่หลุดพ้นจากพันธนาการนั้นเสียที ข้าจะให้ท่านแม่เจ้าหาภรรยาที่สมฐานะมาให้เจ้าใหม่"

มารดาพยักหน้าเห็นด้วยทันที

"เจ้าควรได้สตรีดี ๆ ที่คู่ควร ไม่ใช่คนที่ทำให้เจ้าต้องอับอาย"

หลิวเวินเซียนนิ่งเงียบอยู่นาน สายตาเขาเหม่อมองออกไปด้านนอกไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบแน่น

ความรู้สึกระหว่างศรัทธาและสงสัยต่อสู้กันอย่างดุเดือดในใจ สุดท้ายเขาได้แต่พึมพำออกมา

"หากเจ้าทรยศข้าจริง ข้าจะลืมเจ้าเสีย

แต่หากไม่ ข้าจะตามหาเจ้าให้พบ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใดก็ตาม"

สองเดือนต่อมา

หลิวเวินเซียนเดินเข้าสู่ประตูสำนักศึกษา ด้วยใบหน้าสงบนิ่งในชุดนักเรียนใหม่ กลิ่นหมึกจากตำราที่เพิ่งเปิดอบอวลอยู่รอบตัว

เขามุ่งมั่นตั้งใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ลืมอดีตอันขมขื่นให้หมดสิ้น

แต่โลกกลับไม่เคยปล่อยให้เขาอยู่สงบได้นานนัก

เช้าวันนั้น ขณะที่เขานั่งจดตำราพร้อมเพื่อนนักเรียนอีกสองสามคน เสียงพูดคุยจากมุมหนึ่งของห้องเรียนดังแว่วเข้ามา

"เฮ้อ น่าสงสารหญิงผู้นั้นจริง ๆ เจ้าว่าหรือไม่"

"หญิงผู้ไหนหรือ"

"ก็เมียของบัณฑิตหลิวผู้นั้นน่ะสิ จำได้ไหม คนที่เคยอยู่ในตระกูลหลิวเมื่อหกปีก่อน ตอนนี้ได้ข่าวว่าถูกขับออกจากบ้านพร้อมลูกชายตัวน้อย เคยไปอาศัยอยู่ศาลเจ้าร้าง แถมยังเห็นออกมาทำงานรับจ้างในตลาด"

หลิวเวินเซียนที่นั่งอยู่ไม่ไกลชะงักมือทันที ปลายพู่กันในมือแทบหยุดนิ่ง

เขาเหลือบสายตาไปทางคนพวกนั้น แต่ไม่หันหน้าออกอาการ

"ว่าอย่างไรนะ นางมีลูกชาย"

"ก็ว่ากันว่าตั้งท้องหลังเขาออกรบ แต่พอคลอดได้ไม่กี่ปีก็ถูกแม่สามีขับไล่ ไม่รู้ว่าบัดนี้พักอยู่ที่ไหน บางคนเห็นนางกับเด็กชายไปทำงานที่โรงน้ำชาในเมืองฝั่งใต้ ข้าเองยังไม่แน่ใจนัก"

หัวใจของหลิวเวินเซียนเต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุม คำพูดเหล่านั้นแทรกซึมเข้าไปในหูทุกคำ

ลูกชายตัวน้อย ศาลเจ้าร้าง โรงน้ำชา

เขาพยายามสงบสีหน้า แต่ความคิดในใจกลับสั่นคลอนจนแทบระเบิดออกมา

"ลูก...ข้ามีลูกหรือ แล้วเหตุใดท่านแม่ถึงไม่พูดอะไรเลย"

เสียงหัวเราะเบา ๆ ของนักเรียนกลุ่มนั้นยังคงดังต่อ

"ข้าคิดว่าเมียเขาหนีตามชายอื่นไปเสียอีก"

"คนในตลาดเล่าว่านางขยันขันแข็ง ทำงานแลกเงินเลี้ยงลูกเอง ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะหนีไปกับชายอื่น หากเป็นเรื่องจริงเหตุใดไม่เคยมีใครพบเห็นชายคนนั้นเล่า หากเป็นข้าคงไม่ปล่อยให้นางไปนอนหนาวตามศาลเจ้าร้างหรอก แถมนางกับลูกยังผอมโซเหมืนคนอดอาหารมานาน"

หลิวเวินเซียนสะดุดกับคำสุดท้ายนั้น

ที่มันกระทบลึกในใจ

"นางและลูกผอมโซ"

เขาวางพู่กันลงบนโต๊ะช้า ๆ มือเริ่มสั่น

ภาพในอดีตแวบเข้ามา หญิงสาวที่เคยยื่นข้าวต้มให้ยามเช้า ยิ้มอ่อนแม้ถูกตำหนิจากผู้ใหญ่ทุกวัน นางที่เงียบปากแต่ยังคงดูแลเขาแม้ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัว

"อันหนิง" เขาพึมพำในลำคอ เสียงเบาแทบไม่ออกจากริมฝีปาก

เขาพยายามจะกลับไปอักษรเขียนต่อแต่ไม่อาจมีสมาธิอีกต่อไป ในที่สุดเขาก็ลุกจากที่นั่ง เดินออกจากสำนักศึกษาโดยไม่รอฟังคำเรียกของอาจารย์

ค่ำวันนั้น

หลิวเวินเซียนยืนอยู่หน้าต่างห้องพักของตนเอง มองแสงตะเกียงที่ไหวระริกตามแรงลม ในใจเขาปั่นป่วนราวพายุ

"นางอยู่ที่ไหน นางมีลูกจริงหรือ หากลูกคนนั้นเป็นของข้า นางต้องลำบากเพียงใดในหกปีที่ผ่านมา"

เขากำหมัดแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เคยพยายามกดทับไว้เริ่มเอ่อล้น ความรู้สึกที่เขาเคยคิดว่าลืมไปแล้ว กลับค่อย ๆ ฟื้นคืนมา

"ข้าจะหาคำตอบด้วยตัวข้าเอง ไม่ว่าท่านแม่จะพูดว่าอย่างไร หากนางยังมีชีวิตอยู่ ข้าจะไปตามนางกลับมาให้ได้"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ตอนจบ

    หกเดือนผ่านไปที่จวนตระกูลหยาง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายหารือกันที่ตระกูลหยางเรื่องของหยางเจียหรงและจ้าวหยางซิน "อีกไม่กี่เดือนเจียหรงก็จะย้ายกลับมาประจำที่เมืองหลวง พร้อมกับเลื่อนตำแหน่ง ข้ากับใต้เท้าหยางหารือกันแล้วว่าหลังจากนั้นก็ถึงเวลาเหมาะสม" หวังเฟิ่งเหยา มารดาหยางเจียหรงกล่าวขึ้นในมื้ออาหารค่ำ ที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาสองครอบครัว "ข้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ลูกเราสองฝ่ายก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว ควรรีบหน่อย" จ้าวฮูหยินไม่ขัดข้องเพราะนางกับสามีเคยหารือเรื่องนี้กันมาแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นหัวข้อสนทนาหลักในครอบครัว เมื่อเห็นพ้องต้องกันจึงเริ่มดำเนินการตามประเพณี การจัดหาสินสอดของหมั้นของฝ่ายชายมีหวังเฟิ่งเหยาเป็นคนจัดการทั้งหมด ด้านฝั่งตระกูลจ้าวมีจ้าวฮูหยินเตรียมงานและเตรียมสินเดิมให้บุตรสาว หลังจากงานก่อสร้างที่เมืองจินหลิงเสร็จสิ้น หยางเจียหรงได้เลื่อนขั้นและประจำที่เมืองหลวง หลังจากนั้นอีกสามเดือนจึงมีพิธีแต่งงานของทั้งสองตระกูล หลิวเวินเซียน หลี่อันหนิงและคนอื่นในตระกูลหลิวได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานนี้ในฐานะแขกผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง บรรยากาศงานมงคลเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่หาได้ยากนัก ภาย

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   จ้าวหยางซินกับความรักครั้งใหม่

    ห้าวันต่อมาฮ่องเต้ส่งรองเจ้ากรมโยธาธิการไปที่จินหลิงเพื่อก่อสร้างสำนักศึกษาเพิ่ม เพราะตอนนี้เร่งขยายความเจริญไปสู่เมืองรองและเมืองจินหลิงคือเป้าหมายแรกเพราะมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าเมืองอื่น ๆ แม้จะมีขุนนางร่วมเดินทางหลายคนแต่ยังขาดอีกหนึ่งคน เพราะขุนนางที่รับผิดชอบอีกคนอายุมากและมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะ หยางเจียหรงจึงรับอาสาและได้รับอนุญาต หากสำนักศึกษาสร้างแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี หยางเจียหรงที่อาสาไปเมืองรองอย่างจินหลิงจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นการตอบแทนความเสียสละออกไปทำงานแทนขุนนางอีกคนที่อายุมากแล้ว "เจ้าสบายใจได้ งานทางนี้ข้ากับเจ้าหน้าที่อีกสามคนรับมือไหว สามารถทำแทนเจ้าได้" หลิวเวินเซียนกล่าวขึ้นขณะเดินออกมาจากท้องพระโรง "ขอบคุณใต้เท้าหลิวที่แบกรับหน้าที่แทน ข้าจะตั้งใจทำงานให้เสร็จไว ๆ ขอรับ" หลิวเวินเซียนยิ้มให้กำลังใจ เขาพอคาดเดาได้ว่าหยางเจียหรงอาสาไปจินหลิงเพราะเหตุใด เพื่อให้เขาได้สมหวังจึงเปิดทางให้อย่างเต็มใจ เมื่อถึงวันไปจินหลิงขบวนจากเมืองหลวงเดินทางกันแต่เช้า เดินทางราวสองชั่วยามก็ถึงจุดหมาย เมื่อไปถึงคณะขุนนางจากเมืองหลวงเริ่มประชุมวางแผนงานทันที "คืนนี้ที่จินหลิ

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ย้ายเข้าเมืองหลวง

    บ้านตระกูลหลิวที่เคยเต็มไปด้วยความทุกข์ในเมื่อก่อนค่อย ๆ มีเสียงหัวเราะและความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ ความรักและความเอาใจใส่ของครอบครัวเล็ก ๆ ทำให้ทุกวันเต็มไปด้วยความสุขที่เรียบง่าย ถึงวันประกาศผลสอบ ทุกคนต่างตื่นเต้นไม่แพ้หลิวเวินเซียน "ดูประกาศผลสอบแล้ว ข้าจะรีบกลับมาขอรับ" เขาบอกคนในบ้านที่มาส่งขึ้นรถม้า "ข้ารับรองว่าเวินเซียนต้องสอบได้แน่" สหายที่ยืนรออยู่กล่าวกับทุกคน เสี่ยวหลานก็เดินเข้ามาอวยพรบิดาอย่างตื่นเต้น "ท่านพ่อรีบกลับมานะขอรับ เสี่ยวหลานมั่นใจว่าท่านพ่อทำได้" "แน่นอนพ่อจะรีบกลับมา เจ้าอยู่บ้านเชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าซนมากนัก" เขาพูดพลางลูบหัวเสี่ยวหลานเบา ๆ เด็กน้อยผงกศีรษะรับ เชื่อฟังบิดาสุดหัวใจ "ขอรับท่านพ่อ" รถม้าเคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับความหวังของทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวหลิวเวินเซียน เมื่อมาถึง เหล่าบัณฑิตที่มาดูประกาศผลสอบต่างมุ่งหน้าไปที่ป้ายประกาศกันคับคั่ง หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงไม่ต่างจากเมื่อครั้งสอบ เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ รายชื่ออันดับต้น ๆ ก็ชัดเจนปรากฏแก่สายตา "ลำดับ…สาม…เจ้าสอบได้ลำดับที่สามจริงหรือ" สหายชี้มือไปที่รายชื่อลำดับที่สามพูดขึ้นอย่างยินดี หล

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   เผยความในใจ

    หลิวเวินเซียนนั่งอยู่หน้าห้องโถง ข้างกายมีหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลานนอนหลับอยู่ข้างมารดา หลี่อันหนิงมองไปรอบกายก่อนหยุดสายตาที่หลิวเวินเซียน จู่ ๆ นางก็ถามเรื่องในอดีตขึ้นมา "เมื่อก่อนข้าเคยยอมเสื่อมเสียชื่อเสียงเพื่อจับท่านเป็นสามี แล้วท่านเล่ารู้อยู่แก่ใจเหตุใดไม่ปฏิเสธแล้วเอาความกับข้า" เขาก้มลงมองนาง ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงแต่แฝงความอ่อนโยน "ข้าจะปฏิเสธเจ้าทำไมกัน" ยิ่งเขาพูดอย่างนี้นางก็ยิ่งฉงนใจนัก "ก็ข้าทำเรื่องน่าอาย ท่านก็รู้ว่ามิใช่ความจริงแต่ไม่เห็นด่าข้า หรือต่อว่าข้าแรง ๆ" เขายิ้มมองนางสายตาเจ้าเล่ห์ "จะทำเช่นนั้นทำไมเล่า ในเมื่อข้าก็แอบชอบเจ้าเหมือนกัน" หลี่อันหนิงเบิกตากว้างขึ้น นี่เป็นเรื่องที่นางไม่เคยรู้มาแต่แรก "ท่านว่าอย่างไรนะ" เขามองนางเหมือนเรื่องที่พูดเมื่อครู่มิได้น่าตื่นเต้น เพราะเขารู้สึกเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว "ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า ความจริง ข้าแอบชอบเจ้ามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเจ้า เรื่องวันนั้น ข้าเองที่จงใจจะเดินผ่านเจ้า จะหาเรื่องคุยกับเจ้าให้ได้ แต่แล้วเจ้าก็เริ่มก่อนข้าเลยไม่ขัดข้อง" หลี่อันหนิงหน้าแดงเห่อร้อนทันที นางหน้าไม่อาย แล้วดูเขาสิกำลังส

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   รับผลกรรม

    หลิวจิ่นหงเดินทางกลับมาจากไปพบคู่ค้า เมื่อถึงบ้านก็พบกับบิดาที่มีสีหน้าเคร่งขรึมรออยู่ "ท่านพ่อ มีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือขอรับ" "หย่ากับเมิ่งฉีซะ นางทำความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัย" หลิวจิ่นหงมึนงงกับการกระทำของบิดา ผู้เฒ่าหลิวจึงเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมดซึ่งหลิวจิ่นหงคาดไม่ถึงสักเรื่อง "นางร้ายกาจถึงเพียงนั้นหรือขอรับ" "หากข้าไม่ส่งคนคอยสืบก็คงไม่รู้ความจริง เสียนหาวก็คงถูกนางปั่นหัว กลับมาคราวนี้เห็นทีต้องทบทวนกันใหม่" หลิวจิ่นหงจึงเขียนหนังสือหย่ากับเมิ่งฉี ให้เงินนางไปตั้งตัวก้อนหนึ่งตอบแทนที่เคยเลี้ยงดูหลิวเวินเซียนมาตั้งแต่เด็ก ถือว่าเป็นสินน้ำใจครั้งสุดท้ายที่ตระกูลหลิวมอบให้นาง เมิ่งฉีกลับไปบ้านนอกด้วยความอับอาย เสียงล้อเลียนและสายตารังเกียจจากคนรอบข้างทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกกดทับทุกฝีก้าว "คนไร้คุณธรรมเช่นนี้ไม่น่าอยู่ในหมู่บ้านให้เป็นเสนียดเลย" คำพูดเหล่านั้นดังสะท้อนอยู่ในหัวของนาง แม้พยายามดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครอยากรับนางทำงาน เงินที่ได้มาก็ใช้ไปทุกวัน ร่อยหรอลงทุกที ความลำบากซ้ำเติมความอับอายของนางให้มากขึ้นทุกวันที่ชีวิตดำเนินไป ทุกฝีก้าวที่เดินไปเหมื

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   กลับเข้าตระกูลหลิว

    วันต่อมา เมิ่งฉีเดินทางไปยังตระกูลจ้าวเพียงลำพัง คร่ำครวญในใจว่า "คราวนี้ข้าจะทำให้จ้าวหยางซินต้องตกลงแต่งงานกับเวินเซียนให้ได้" นางหมายมัดมือชกทั้งคู่หวังว่าเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้หลี่อันหนิงไปให้พ้นจากตระกูลหลิว เมื่อมาถึงตระกูลจ้าว เมิ่งฉีพยายามพูดจาโน้มน้าวจ้าวหยางซินให้มาอยู่ฝั่งเดียวกับตนเอง "หยางซิน เจ้าทั้งงดงามทั้งเพียบพร้อม หากได้แต่งเข้าตระกูลหลิว ต้องนำพาชื่อเสียงมาสู่ตนกับสองตระกูลได้อย่างดีแน่นอน" จ้าวหยางซินเพียงยิ้มเล็กน้อยตามมารยาท "ท่านป้า มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ ถึงพูดเรื่องแต่งงานกับข้าเร็วนัก" เมิ่งฉีเอื้อมมือเรียวกุมมือของจ้าวหยางซินเอาไว้ "ป้าก็พูดมาตลอด เพียงแต่คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว เจ้าสองคนควรแต่งงานกันได้แล้ว" แต่จ้าวหยางซินหน้าแดงด้วยความละอายใจ "งานแต่งงานตระกูลจ้าวกับตระกูลหลิวจะไม่เกิดขึ้นเจ้าค่ะ" ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันที่จ้าวหยางซินตัดสินใจเช่นนั้น คำตอบนั้นทำให้เมิ่งฉีหน้าเสีย นางอ้าปากพูดไม่ทันจบแต่จ้าวหยางซินตั้งใจปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เพราะเหตุใดกัน เราตกลงกันแต่แรกแล้วมิใช่หรือ ข้าจะเพิ่มสินสอดก็ได้หากเจ้าไม่พอใจ" ใต้เท้าจ้าวที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status