Share

ได้งานประจำ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-07 11:05:01

เสี่ยวหลานที่นั่งมองมารดาอยู่หลังร้าน เขาเห็นนางไม่ได้พักก็นึกสงสารอยากออกไปช่วยแบ่งเบาหน้าที่

"ท่านป้าขอรับ ข้าอยากช่วยท่านแม่ ให้ข้าทำงานอะไรก็ได้ ข้ายินดีทำให้"

เจ้าของร้านเห็นความช่างพูดของเสี่ยวหลานก็นึกเอ็นดู

"เจ้าเด็กนี่ ประจบเก่งจริง ๆ เจ้าคิดว่าทำไหวหรือ"

เขาผงกศีรษะอย่างมุ่งมั่นยิ่งทำให้นางชอบใจ

"ได้ ๆ ถ้าอย่างนั้นเจ้าเอาผ้าไปเช็ดโต๊ะให้สะอาด"

"ขอรับ"

เด็กน้อยรับคำพร้อมเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำบิดหมาดแล้วนำมาเช็ดโต๊ะ เริ่มแรกยังเก้ ๆ กัง ๆ แต่พอทำได้ไม่นานเขาก็คล่องมือมากขึ้น หลี่อันหนิงตะลึงในการกระทำของเสี่ยวหลานก่อนมองเขาอย่างภาคภูมิใจ

บุตรชายของนางก็เป็นเช่นนี้ เขาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายโตขึ้นยังเป็นเด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ มีความกตัญญู น่าเสียดายที่คนตระกูลหลิวเลือกทิ้งสิ่งมีค่าเช่นเขาไป

เมื่อเสร็จงานเจ้าของร้านจึงเดินมาตรวจตราความเรียบร้อยกล่าวอย่างพึงพอใจ

"เออ ๆ เจ้านี่ ฉลาดไหวพริบดี ทำงานสะอาดเรียบร้อย โตขึ้นเจ้าต้องก้าวหน้าเป็นแน่ มา ๆ มารับค่าแรงกับข้า"

นางหัวเราะอย่างชอบใจในผลงานของเสี่ยวหลาน สองแม่ลูกมองหน้ากัน หลี่อันหนิงจึงเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ

"แต่ว่า...ท่านเลี้ยงข้าวพวกเราแล้ว เสี่ยวหลานเพียงแค่ทำงานตอบแทน..."

นางจึงพูดแทรกขึ้น

"เฮ่ย อย่าคิดมากน่า เรื่องเล็กน้อย วันนี้ได้ค่าแรง เจ้าสองแม่ลูกก็มีเงินซื้อข้าวกิน ข้าก็ไม่ได้เลี้ยงข้าวแล้ว เอาไปห้าอีแปะ สำหรับหนูน้อย"

นางยื่นเหรียญให้เสี่ยวหลาน เขารับมาด้วยมือสั่นเล็กน้อยยิ้มดีใจที่สุดในชีวิต

หลี่อันหนิงจับมือเล็ก ๆ ของเสี่ยวหลานแน่น เดินออกจากโรงน้ำชาในยามเย็นที่แสงแดดสีทองส่องกระทบหลังคาไม้เก่า ๆ สายลมเย็นพัดโชยกลิ่นหอมของอาหารจากแผงลอยริมตลาด เสียงคนพูดคุยและหัวเราะคละเคล้าอย่างมีชีวิตชีวา

เสี่ยวหลานเดินพลางก้มมองเหรียญห้าอีแปะในมือ ดวงตาเป็นประกายไม่ต่างจากเด็กที่ได้สมบัติล้ำค่า

"ท่านแม่ นี่คือเงินที่ข้าหามาเองด้วยใช่หรือไม่"

"ใช่จ้ะ ลูกแม่เก่งที่สุดเลย"

หลี่อันหนิงยิ้ม ดวงตาคลอเล็กน้อย

"นี่เป็นเงินที่เจ้าทำงานด้วยสองมือตัวเอง เจ้าคือความภูมิใจของแม่จริง ๆ"

เสี่ยวหลานยิ้มกว้าง ดวงหน้าเปื้อนเหงื่อแต่เต็มไปด้วยความสุข

"เช่นนั้นข้าอยากให้ท่านแม่ได้กินของอร่อยที่สุดเลยขอรับ"

นางหัวเราะออกมาเบา ๆ

"ได้สิ งั้นเรามาหาอะไรกินกันเถิด"

ทั้งสองเดินไปถึงแผงขายข้าวต้มหมูริมตลาด กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นลอยอบอวล แม่ค้าวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมามองและส่งยิ้มอบอุ่น

"จะรับอะไรดีจ๊ะ สองแม่ลูกน่ารักเชียว"

"ข้าวต้มหมูสองถ้วยเจ้าค่ะ ถ้ามีผักดองสักหน่อยจะดีมาก"

หลี่อันหนิงตอบเสียงนุ่ม

แม่ค้าตักข้าวต้มใส่ถ้วยดินเผา กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและต้นหอมลอยแตะจมูก เสี่ยวหลานกลืนน้ำลายเบา ๆ

เมื่อถ้วยวางตรงหน้า เด็กน้อยยกช้อนขึ้นด้วยมือสั่นเพราะตื่นเต้น ตั้งแต่จำความได้ เขาไม่เคยได้นั่งกินอาหารร้อน ๆ เคียงข้างมารดาอย่างสงบแบบนี้เลยสักครั้ง

"ท่านแม่ กินก่อนสิขอรับ"

"ไม่ เจ้ากินก่อนเถิด ลูกต้องมีแรงจะได้โตไว ๆ"

แต่เสี่ยวหลานส่ายหน้า

"หากท่านแม่ไม่กิน ข้าก็ไม่กิน"

นางหัวเราะ ยื่นช้อนตักข้าวเข้าปากคำหนึ่งก่อนจะตักให้ลูก

"เห็นไหม แม่กินแล้ว ทีนี้เจ้าต้องกินด้วยนะ"

เด็กชายหัวเราะอย่างอาย ๆ ก่อนจะตักคำใหญ่เข้าปาก

"อื้ม อร่อยมากเลยขอรับ"

เสียงใส ๆ ของเขาทำให้นางหัวเราะตาม ดวงตาที่เคยมีแต่ความเศร้ากลับทอประกายแห่งความอบอุ่น

สองแม่ลูกกินข้าวต้มอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดถ้วย แม่ค้าที่ยืนมองอยู่ถึงกับยิ้มกว้าง

"เห็นพวกเจ้ากินแล้ว ข้าก็อิ่มตามเลยจริง ๆ"

หลี่อันหนิงคำนับ

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ข้าวต้มของท่านอร่อยที่สุดที่ข้าเคยกิน"

เมื่อจ่ายเงินเสร็จ นางยังเหลือเหรียญอีกสองอีแปะในมือ

"เสี่ยวหลาน เราเหลือเงินพอจะซื้อขนมสักก้อน เจ้าจะเอาไหม"

"ข้าอยากเก็บไว้ซื้อข้าวให้ท่านแม่วันพรุ่งนี้มากกว่า"

คำพูดนั้นทำให้นางถึงกับน้ำตาคลอ หัวใจบีบแน่นด้วยความซาบซึ้ง นางก้มลงกอดลูกแน่น

"ลูกของแม่ เจ้าช่างเป็นเด็กดีเหลือเกิน ต่อไปนี้แม่สัญญา ว่าเราจะไม่อดอีกแล้ว"

แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดลงบนสองร่างที่กอดกันอยู่กลางตลาด ราวกับสวรรค์เองก็รับรู้ถึงคำสัญญานั้น

รุ่งเช้าอีกหลายวันต่อมาที่โรงน้ำชาอวิ๋นฮวา เปิดรอต้อนรับลูกค้าตั้งแต่เช้า เสียงกาต้มน้ำดังขึ้นพร้อมกลิ่นชาอบหอมอ่อน ๆ

หลี่อันหนิงเข้ามาแต่เช้า นางช่วยปัดกวาด ล้างถ้วย และจัดโต๊ะอย่างขยันขันแข็ง เสี่ยวหลานเองก็ยืนอยู่มุมร้าน คอยเก็บเศษใบชาและช่วยเติมน้ำในกาน้อยใหญ่ด้วยท่าทีตั้งใจ

เจ้าของร้านคือ ป้าซ่งฮุ่ยหลัน มองสองแม่ลูกอยู่เงียบ ๆ มาหลายวันแล้ว ทั้งคู่ไม่เคยบ่น ไม่เคยขี้เกียจ แถมยังรู้จักเกรงใจและขอบคุณทุกครั้งที่มีคนช่วยเหลือ

"อันหนิง เจ้าเหนื่อยหรือไม่"

เสียงป้าซ่งถามขึ้นขณะจัดชาในถาดไม้

"ไม่เลยเจ้าค่ะ ข้าได้ทำงานข้าก็ดีใจแล้ว" นางตอบพลางยิ้มบาง

"ส่วนเจ้าลูกชายตัวน้อยของเจ้าก็ขยันไม่แพ้แม่"

ป้าซ่งหัวเราะเบา ๆ "ข้าไม่เคยเห็นเด็กวัยเท่านี้ทำงานได้เรียบร้อยเช่นนี้มาก่อน"

เสี่ยวหลานโค้งกายอย่างนอบน้อม

"ขอบพระคุณขอรับ ป้าซ่ง"

ป้าซ่งหัวเราะชอบใจ

"มานี่สิ ทั้งสองคน ข้ามีเรื่องจะบอก"

นางเดินนำไปที่หลังร้าน ซึ่งมีเรือนเล็กเก่า ๆ แต่สะอาดและมีที่นอนฟางแห้งเตรียมไว้

"ที่นี่เดิมทีเป็นห้องเก็บของเก่า แต่ตอนนี้ข้าใช้ไม่ค่อยบ่อย เจ้าสองแม่ลูกอยากพักที่นี่หรือไม่ จะได้ไม่ต้องเดินไปกลับศาลเจ้าร้างนั่นทุกวัน"

หลี่อันหนิงตาโต น้ำเสียงสั่น

"จะ...จะดีหรือเจ้าคะ ท่านป้า ข้าเกรงว่าจะรบกวน..."

"รบกวนอะไรเล่า ข้าต่างหากที่ได้แรงงานดี ๆ อย่างเจ้ามาช่วย แถมยังไม่เคยปากเสียหรือขี้เกียจเหมือนใครบางคน"

ป้าซ่งยิ้มอ่อน

"อีกอย่าง ร้านข้าต้องเปิดแต่เช้า ถ้าเจ้าพักที่นี่ก็สะดวกกันทั้งสองฝ่าย"

เสี่ยวหลานหันไปมองมารดาด้วยดวงตาเป็นประกาย

"ท่านแม่ เราจะได้มีบ้านจริง ๆ แล้วหรือขอรับ"

หลี่อันหนิงยิ้ม น้ำตาคลอ

"ใช่จ้ะลูก เรือนนี้เป็นเหมือนบ้านของเรา"

ป้าซ่งมองภาพนั้นแล้วรู้สึกอบอุ่นในใจ นางจึงพูดต่อ

"อีกเรื่องหนึ่ง ข้าจะเพิ่มค่าแรงให้เจ้าอีกเล็กน้อย จากวันละห้าอีแปะ เป็นวันละสิบอีแปะ แม้ไม่มาก แต่ข้าอยากให้เจ้าเก็บไว้เป็นทุนของเจ้ากับลูก"

หลี่อันหนิงรีบโค้งคำนับต่ำ

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ข้าจะตั้งใจทำงานตอบแทนน้ำใจของท่านที่มีต่อเราแม่ลูก"

ป้าซ่งรีบโบกมือ

"อย่าเอ่ยเช่นนั้น ข้าเพียงเห็นเจ้าขยัน ก็อยากช่วยเท่าที่ทำได้"

จากนั้นนางหันไปหาหลานชายวัยยี่สิบต้น ๆ ที่เพิ่งกลับมาส่งชา

"อวิ๋นเอ๋อร์ เจ้ามานี่หน่อย นี่คือเสี่ยวหลาน ค่อย ๆ สอนงานด้วย หากเก่งขึ้นแล้วก็สอนชงชาได้นะ"

"ขอรับท่านป้า"

เสี่ยวหลานเงยหน้าขึ้น ตาโตด้วยความตื่นเต้น

"ขอบคุณขอรับ"

ป้าซ่งหัวเราะอย่างเอ็นดู

"เอาล่ะ วันนี้ข้าจะทำขนมให้กินเป็นของต้อนรับพวกเจ้า"

หลี่อันหนิงก้มศีรษะอีกครั้ง มือสั่นเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความสุข หลายปีแล้วที่นางไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตเริ่มมีที่ยืนเช่นนี้มาก่อน

นางมองลูกชายที่ยิ้มจนตาโค้ง พลันได้แต่ภาวนาในใจว่าจะไม่ทำให้โอกาสนี้สูญเปล่า เพื่อสร้างอนาคตให้ลูก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ตอนจบ

    หกเดือนผ่านไปที่จวนตระกูลหยาง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายหารือกันที่ตระกูลหยางเรื่องของหยางเจียหรงและจ้าวหยางซิน "อีกไม่กี่เดือนเจียหรงก็จะย้ายกลับมาประจำที่เมืองหลวง พร้อมกับเลื่อนตำแหน่ง ข้ากับใต้เท้าหยางหารือกันแล้วว่าหลังจากนั้นก็ถึงเวลาเหมาะสม" หวังเฟิ่งเหยา มารดาหยางเจียหรงกล่าวขึ้นในมื้ออาหารค่ำ ที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาสองครอบครัว "ข้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ลูกเราสองฝ่ายก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว ควรรีบหน่อย" จ้าวฮูหยินไม่ขัดข้องเพราะนางกับสามีเคยหารือเรื่องนี้กันมาแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นหัวข้อสนทนาหลักในครอบครัว เมื่อเห็นพ้องต้องกันจึงเริ่มดำเนินการตามประเพณี การจัดหาสินสอดของหมั้นของฝ่ายชายมีหวังเฟิ่งเหยาเป็นคนจัดการทั้งหมด ด้านฝั่งตระกูลจ้าวมีจ้าวฮูหยินเตรียมงานและเตรียมสินเดิมให้บุตรสาว หลังจากงานก่อสร้างที่เมืองจินหลิงเสร็จสิ้น หยางเจียหรงได้เลื่อนขั้นและประจำที่เมืองหลวง หลังจากนั้นอีกสามเดือนจึงมีพิธีแต่งงานของทั้งสองตระกูล หลิวเวินเซียน หลี่อันหนิงและคนอื่นในตระกูลหลิวได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานนี้ในฐานะแขกผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง บรรยากาศงานมงคลเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่หาได้ยากนัก ภาย

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   จ้าวหยางซินกับความรักครั้งใหม่

    ห้าวันต่อมาฮ่องเต้ส่งรองเจ้ากรมโยธาธิการไปที่จินหลิงเพื่อก่อสร้างสำนักศึกษาเพิ่ม เพราะตอนนี้เร่งขยายความเจริญไปสู่เมืองรองและเมืองจินหลิงคือเป้าหมายแรกเพราะมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าเมืองอื่น ๆ แม้จะมีขุนนางร่วมเดินทางหลายคนแต่ยังขาดอีกหนึ่งคน เพราะขุนนางที่รับผิดชอบอีกคนอายุมากและมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะ หยางเจียหรงจึงรับอาสาและได้รับอนุญาต หากสำนักศึกษาสร้างแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี หยางเจียหรงที่อาสาไปเมืองรองอย่างจินหลิงจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นการตอบแทนความเสียสละออกไปทำงานแทนขุนนางอีกคนที่อายุมากแล้ว "เจ้าสบายใจได้ งานทางนี้ข้ากับเจ้าหน้าที่อีกสามคนรับมือไหว สามารถทำแทนเจ้าได้" หลิวเวินเซียนกล่าวขึ้นขณะเดินออกมาจากท้องพระโรง "ขอบคุณใต้เท้าหลิวที่แบกรับหน้าที่แทน ข้าจะตั้งใจทำงานให้เสร็จไว ๆ ขอรับ" หลิวเวินเซียนยิ้มให้กำลังใจ เขาพอคาดเดาได้ว่าหยางเจียหรงอาสาไปจินหลิงเพราะเหตุใด เพื่อให้เขาได้สมหวังจึงเปิดทางให้อย่างเต็มใจ เมื่อถึงวันไปจินหลิงขบวนจากเมืองหลวงเดินทางกันแต่เช้า เดินทางราวสองชั่วยามก็ถึงจุดหมาย เมื่อไปถึงคณะขุนนางจากเมืองหลวงเริ่มประชุมวางแผนงานทันที "คืนนี้ที่จินหลิ

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ย้ายเข้าเมืองหลวง

    บ้านตระกูลหลิวที่เคยเต็มไปด้วยความทุกข์ในเมื่อก่อนค่อย ๆ มีเสียงหัวเราะและความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ ความรักและความเอาใจใส่ของครอบครัวเล็ก ๆ ทำให้ทุกวันเต็มไปด้วยความสุขที่เรียบง่าย ถึงวันประกาศผลสอบ ทุกคนต่างตื่นเต้นไม่แพ้หลิวเวินเซียน "ดูประกาศผลสอบแล้ว ข้าจะรีบกลับมาขอรับ" เขาบอกคนในบ้านที่มาส่งขึ้นรถม้า "ข้ารับรองว่าเวินเซียนต้องสอบได้แน่" สหายที่ยืนรออยู่กล่าวกับทุกคน เสี่ยวหลานก็เดินเข้ามาอวยพรบิดาอย่างตื่นเต้น "ท่านพ่อรีบกลับมานะขอรับ เสี่ยวหลานมั่นใจว่าท่านพ่อทำได้" "แน่นอนพ่อจะรีบกลับมา เจ้าอยู่บ้านเชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าซนมากนัก" เขาพูดพลางลูบหัวเสี่ยวหลานเบา ๆ เด็กน้อยผงกศีรษะรับ เชื่อฟังบิดาสุดหัวใจ "ขอรับท่านพ่อ" รถม้าเคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับความหวังของทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวหลิวเวินเซียน เมื่อมาถึง เหล่าบัณฑิตที่มาดูประกาศผลสอบต่างมุ่งหน้าไปที่ป้ายประกาศกันคับคั่ง หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงไม่ต่างจากเมื่อครั้งสอบ เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ รายชื่ออันดับต้น ๆ ก็ชัดเจนปรากฏแก่สายตา "ลำดับ…สาม…เจ้าสอบได้ลำดับที่สามจริงหรือ" สหายชี้มือไปที่รายชื่อลำดับที่สามพูดขึ้นอย่างยินดี หล

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   เผยความในใจ

    หลิวเวินเซียนนั่งอยู่หน้าห้องโถง ข้างกายมีหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลานนอนหลับอยู่ข้างมารดา หลี่อันหนิงมองไปรอบกายก่อนหยุดสายตาที่หลิวเวินเซียน จู่ ๆ นางก็ถามเรื่องในอดีตขึ้นมา "เมื่อก่อนข้าเคยยอมเสื่อมเสียชื่อเสียงเพื่อจับท่านเป็นสามี แล้วท่านเล่ารู้อยู่แก่ใจเหตุใดไม่ปฏิเสธแล้วเอาความกับข้า" เขาก้มลงมองนาง ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงแต่แฝงความอ่อนโยน "ข้าจะปฏิเสธเจ้าทำไมกัน" ยิ่งเขาพูดอย่างนี้นางก็ยิ่งฉงนใจนัก "ก็ข้าทำเรื่องน่าอาย ท่านก็รู้ว่ามิใช่ความจริงแต่ไม่เห็นด่าข้า หรือต่อว่าข้าแรง ๆ" เขายิ้มมองนางสายตาเจ้าเล่ห์ "จะทำเช่นนั้นทำไมเล่า ในเมื่อข้าก็แอบชอบเจ้าเหมือนกัน" หลี่อันหนิงเบิกตากว้างขึ้น นี่เป็นเรื่องที่นางไม่เคยรู้มาแต่แรก "ท่านว่าอย่างไรนะ" เขามองนางเหมือนเรื่องที่พูดเมื่อครู่มิได้น่าตื่นเต้น เพราะเขารู้สึกเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว "ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า ความจริง ข้าแอบชอบเจ้ามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเจ้า เรื่องวันนั้น ข้าเองที่จงใจจะเดินผ่านเจ้า จะหาเรื่องคุยกับเจ้าให้ได้ แต่แล้วเจ้าก็เริ่มก่อนข้าเลยไม่ขัดข้อง" หลี่อันหนิงหน้าแดงเห่อร้อนทันที นางหน้าไม่อาย แล้วดูเขาสิกำลังส

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   รับผลกรรม

    หลิวจิ่นหงเดินทางกลับมาจากไปพบคู่ค้า เมื่อถึงบ้านก็พบกับบิดาที่มีสีหน้าเคร่งขรึมรออยู่ "ท่านพ่อ มีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือขอรับ" "หย่ากับเมิ่งฉีซะ นางทำความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัย" หลิวจิ่นหงมึนงงกับการกระทำของบิดา ผู้เฒ่าหลิวจึงเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมดซึ่งหลิวจิ่นหงคาดไม่ถึงสักเรื่อง "นางร้ายกาจถึงเพียงนั้นหรือขอรับ" "หากข้าไม่ส่งคนคอยสืบก็คงไม่รู้ความจริง เสียนหาวก็คงถูกนางปั่นหัว กลับมาคราวนี้เห็นทีต้องทบทวนกันใหม่" หลิวจิ่นหงจึงเขียนหนังสือหย่ากับเมิ่งฉี ให้เงินนางไปตั้งตัวก้อนหนึ่งตอบแทนที่เคยเลี้ยงดูหลิวเวินเซียนมาตั้งแต่เด็ก ถือว่าเป็นสินน้ำใจครั้งสุดท้ายที่ตระกูลหลิวมอบให้นาง เมิ่งฉีกลับไปบ้านนอกด้วยความอับอาย เสียงล้อเลียนและสายตารังเกียจจากคนรอบข้างทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกกดทับทุกฝีก้าว "คนไร้คุณธรรมเช่นนี้ไม่น่าอยู่ในหมู่บ้านให้เป็นเสนียดเลย" คำพูดเหล่านั้นดังสะท้อนอยู่ในหัวของนาง แม้พยายามดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครอยากรับนางทำงาน เงินที่ได้มาก็ใช้ไปทุกวัน ร่อยหรอลงทุกที ความลำบากซ้ำเติมความอับอายของนางให้มากขึ้นทุกวันที่ชีวิตดำเนินไป ทุกฝีก้าวที่เดินไปเหมื

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   กลับเข้าตระกูลหลิว

    วันต่อมา เมิ่งฉีเดินทางไปยังตระกูลจ้าวเพียงลำพัง คร่ำครวญในใจว่า "คราวนี้ข้าจะทำให้จ้าวหยางซินต้องตกลงแต่งงานกับเวินเซียนให้ได้" นางหมายมัดมือชกทั้งคู่หวังว่าเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้หลี่อันหนิงไปให้พ้นจากตระกูลหลิว เมื่อมาถึงตระกูลจ้าว เมิ่งฉีพยายามพูดจาโน้มน้าวจ้าวหยางซินให้มาอยู่ฝั่งเดียวกับตนเอง "หยางซิน เจ้าทั้งงดงามทั้งเพียบพร้อม หากได้แต่งเข้าตระกูลหลิว ต้องนำพาชื่อเสียงมาสู่ตนกับสองตระกูลได้อย่างดีแน่นอน" จ้าวหยางซินเพียงยิ้มเล็กน้อยตามมารยาท "ท่านป้า มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ ถึงพูดเรื่องแต่งงานกับข้าเร็วนัก" เมิ่งฉีเอื้อมมือเรียวกุมมือของจ้าวหยางซินเอาไว้ "ป้าก็พูดมาตลอด เพียงแต่คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว เจ้าสองคนควรแต่งงานกันได้แล้ว" แต่จ้าวหยางซินหน้าแดงด้วยความละอายใจ "งานแต่งงานตระกูลจ้าวกับตระกูลหลิวจะไม่เกิดขึ้นเจ้าค่ะ" ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันที่จ้าวหยางซินตัดสินใจเช่นนั้น คำตอบนั้นทำให้เมิ่งฉีหน้าเสีย นางอ้าปากพูดไม่ทันจบแต่จ้าวหยางซินตั้งใจปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เพราะเหตุใดกัน เราตกลงกันแต่แรกแล้วมิใช่หรือ ข้าจะเพิ่มสินสอดก็ได้หากเจ้าไม่พอใจ" ใต้เท้าจ้าวที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status