Share

ได้งานประจำ

last update Last Updated: 2026-01-07 11:05:01

เสี่ยวหลานที่นั่งมองมารดาอยู่หลังร้าน เขาเห็นนางไม่ได้พักก็นึกสงสารอยากออกไปช่วยแบ่งเบาหน้าที่

"ท่านป้าขอรับ ข้าอยากช่วยท่านแม่ ให้ข้าทำงานอะไรก็ได้ ข้ายินดีทำให้"

เจ้าของร้านเห็นความช่างพูดของเสี่ยวหลานก็นึกเอ็นดู

"เจ้าเด็กนี่ ประจบเก่งจริง ๆ เจ้าคิดว่าทำไหวหรือ"

เขาผงกศีรษะอย่างมุ่งมั่นยิ่งทำให้นางชอบใจ

"ได้ ๆ ถ้าอย่างนั้นเจ้าเอาผ้าไปเช็ดโต๊ะให้สะอาด"

"ขอรับ"

เด็กน้อยรับคำพร้อมเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำบิดหมาดแล้วนำมาเช็ดโต๊ะ เริ่มแรกยังเก้ ๆ กัง ๆ แต่พอทำได้ไม่นานเขาก็คล่องมือมากขึ้น หลี่อันหนิงตะลึงในการกระทำของเสี่ยวหลานก่อนมองเขาอย่างภาคภูมิใจ

บุตรชายของนางก็เป็นเช่นนี้ เขาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายโตขึ้นยังเป็นเด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ มีความกตัญญู น่าเสียดายที่คนตระกูลหลิวเลือกทิ้งสิ่งมีค่าเช่นเขาไป

เมื่อเสร็จงานเจ้าของร้านจึงเดินมาตรวจตราความเรียบร้อยกล่าวอย่างพึงพอใจ

"เออ ๆ เจ้านี่ ฉลาดไหวพริบดี ทำงานสะอาดเรียบร้อย โตขึ้นเจ้าต้องก้าวหน้าเป็นแน่ มา ๆ มารับค่าแรงกับข้า"

นางหัวเราะอย่างชอบใจในผลงานของเสี่ยวหลาน สองแม่ลูกมองหน้ากัน หลี่อันหนิงจึงเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ

"แต่ว่า...ท่านเลี้ยงข้าวพวกเราแล้ว เสี่ยวหลานเพียงแค่ทำงานตอบแทน..."

นางจึงพูดแทรกขึ้น

"เฮ่ย อย่าคิดมากน่า เรื่องเล็กน้อย วันนี้ได้ค่าแรง เจ้าสองแม่ลูกก็มีเงินซื้อข้าวกิน ข้าก็ไม่ได้เลี้ยงข้าวแล้ว เอาไปห้าอีแปะ สำหรับหนูน้อย"

นางยื่นเหรียญให้เสี่ยวหลาน เขารับมาด้วยมือสั่นเล็กน้อยยิ้มดีใจที่สุดในชีวิต

หลี่อันหนิงจับมือเล็ก ๆ ของเสี่ยวหลานแน่น เดินออกจากโรงน้ำชาในยามเย็นที่แสงแดดสีทองส่องกระทบหลังคาไม้เก่า ๆ สายลมเย็นพัดโชยกลิ่นหอมของอาหารจากแผงลอยริมตลาด เสียงคนพูดคุยและหัวเราะคละเคล้าอย่างมีชีวิตชีวา

เสี่ยวหลานเดินพลางก้มมองเหรียญห้าอีแปะในมือ ดวงตาเป็นประกายไม่ต่างจากเด็กที่ได้สมบัติล้ำค่า

"ท่านแม่ นี่คือเงินที่ข้าหามาเองด้วยใช่หรือไม่"

"ใช่จ้ะ ลูกแม่เก่งที่สุดเลย"

หลี่อันหนิงยิ้ม ดวงตาคลอเล็กน้อย

"นี่เป็นเงินที่เจ้าทำงานด้วยสองมือตัวเอง เจ้าคือความภูมิใจของแม่จริง ๆ"

เสี่ยวหลานยิ้มกว้าง ดวงหน้าเปื้อนเหงื่อแต่เต็มไปด้วยความสุข

"เช่นนั้นข้าอยากให้ท่านแม่ได้กินของอร่อยที่สุดเลยขอรับ"

นางหัวเราะออกมาเบา ๆ

"ได้สิ งั้นเรามาหาอะไรกินกันเถิด"

ทั้งสองเดินไปถึงแผงขายข้าวต้มหมูริมตลาด กลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นลอยอบอวล แม่ค้าวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมามองและส่งยิ้มอบอุ่น

"จะรับอะไรดีจ๊ะ สองแม่ลูกน่ารักเชียว"

"ข้าวต้มหมูสองถ้วยเจ้าค่ะ ถ้ามีผักดองสักหน่อยจะดีมาก"

หลี่อันหนิงตอบเสียงนุ่ม

แม่ค้าตักข้าวต้มใส่ถ้วยดินเผา กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและต้นหอมลอยแตะจมูก เสี่ยวหลานกลืนน้ำลายเบา ๆ

เมื่อถ้วยวางตรงหน้า เด็กน้อยยกช้อนขึ้นด้วยมือสั่นเพราะตื่นเต้น ตั้งแต่จำความได้ เขาไม่เคยได้นั่งกินอาหารร้อน ๆ เคียงข้างมารดาอย่างสงบแบบนี้เลยสักครั้ง

"ท่านแม่ กินก่อนสิขอรับ"

"ไม่ เจ้ากินก่อนเถิด ลูกต้องมีแรงจะได้โตไว ๆ"

แต่เสี่ยวหลานส่ายหน้า

"หากท่านแม่ไม่กิน ข้าก็ไม่กิน"

นางหัวเราะ ยื่นช้อนตักข้าวเข้าปากคำหนึ่งก่อนจะตักให้ลูก

"เห็นไหม แม่กินแล้ว ทีนี้เจ้าต้องกินด้วยนะ"

เด็กชายหัวเราะอย่างอาย ๆ ก่อนจะตักคำใหญ่เข้าปาก

"อื้ม อร่อยมากเลยขอรับ"

เสียงใส ๆ ของเขาทำให้นางหัวเราะตาม ดวงตาที่เคยมีแต่ความเศร้ากลับทอประกายแห่งความอบอุ่น

สองแม่ลูกกินข้าวต้มอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดถ้วย แม่ค้าที่ยืนมองอยู่ถึงกับยิ้มกว้าง

"เห็นพวกเจ้ากินแล้ว ข้าก็อิ่มตามเลยจริง ๆ"

หลี่อันหนิงคำนับ

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ข้าวต้มของท่านอร่อยที่สุดที่ข้าเคยกิน"

เมื่อจ่ายเงินเสร็จ นางยังเหลือเหรียญอีกสองอีแปะในมือ

"เสี่ยวหลาน เราเหลือเงินพอจะซื้อขนมสักก้อน เจ้าจะเอาไหม"

"ข้าอยากเก็บไว้ซื้อข้าวให้ท่านแม่วันพรุ่งนี้มากกว่า"

คำพูดนั้นทำให้นางถึงกับน้ำตาคลอ หัวใจบีบแน่นด้วยความซาบซึ้ง นางก้มลงกอดลูกแน่น

"ลูกของแม่ เจ้าช่างเป็นเด็กดีเหลือเกิน ต่อไปนี้แม่สัญญา ว่าเราจะไม่อดอีกแล้ว"

แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดลงบนสองร่างที่กอดกันอยู่กลางตลาด ราวกับสวรรค์เองก็รับรู้ถึงคำสัญญานั้น

รุ่งเช้าอีกหลายวันต่อมาที่โรงน้ำชาอวิ๋นฮวา เปิดรอต้อนรับลูกค้าตั้งแต่เช้า เสียงกาต้มน้ำดังขึ้นพร้อมกลิ่นชาอบหอมอ่อน ๆ

หลี่อันหนิงเข้ามาแต่เช้า นางช่วยปัดกวาด ล้างถ้วย และจัดโต๊ะอย่างขยันขันแข็ง เสี่ยวหลานเองก็ยืนอยู่มุมร้าน คอยเก็บเศษใบชาและช่วยเติมน้ำในกาน้อยใหญ่ด้วยท่าทีตั้งใจ

เจ้าของร้านคือ ป้าซ่งฮุ่ยหลัน มองสองแม่ลูกอยู่เงียบ ๆ มาหลายวันแล้ว ทั้งคู่ไม่เคยบ่น ไม่เคยขี้เกียจ แถมยังรู้จักเกรงใจและขอบคุณทุกครั้งที่มีคนช่วยเหลือ

"อันหนิง เจ้าเหนื่อยหรือไม่"

เสียงป้าซ่งถามขึ้นขณะจัดชาในถาดไม้

"ไม่เลยเจ้าค่ะ ข้าได้ทำงานข้าก็ดีใจแล้ว" นางตอบพลางยิ้มบาง

"ส่วนเจ้าลูกชายตัวน้อยของเจ้าก็ขยันไม่แพ้แม่"

ป้าซ่งหัวเราะเบา ๆ "ข้าไม่เคยเห็นเด็กวัยเท่านี้ทำงานได้เรียบร้อยเช่นนี้มาก่อน"

เสี่ยวหลานโค้งกายอย่างนอบน้อม

"ขอบพระคุณขอรับ ป้าซ่ง"

ป้าซ่งหัวเราะชอบใจ

"มานี่สิ ทั้งสองคน ข้ามีเรื่องจะบอก"

นางเดินนำไปที่หลังร้าน ซึ่งมีเรือนเล็กเก่า ๆ แต่สะอาดและมีที่นอนฟางแห้งเตรียมไว้

"ที่นี่เดิมทีเป็นห้องเก็บของเก่า แต่ตอนนี้ข้าใช้ไม่ค่อยบ่อย เจ้าสองแม่ลูกอยากพักที่นี่หรือไม่ จะได้ไม่ต้องเดินไปกลับศาลเจ้าร้างนั่นทุกวัน"

หลี่อันหนิงตาโต น้ำเสียงสั่น

"จะ...จะดีหรือเจ้าคะ ท่านป้า ข้าเกรงว่าจะรบกวน..."

"รบกวนอะไรเล่า ข้าต่างหากที่ได้แรงงานดี ๆ อย่างเจ้ามาช่วย แถมยังไม่เคยปากเสียหรือขี้เกียจเหมือนใครบางคน"

ป้าซ่งยิ้มอ่อน

"อีกอย่าง ร้านข้าต้องเปิดแต่เช้า ถ้าเจ้าพักที่นี่ก็สะดวกกันทั้งสองฝ่าย"

เสี่ยวหลานหันไปมองมารดาด้วยดวงตาเป็นประกาย

"ท่านแม่ เราจะได้มีบ้านจริง ๆ แล้วหรือขอรับ"

หลี่อันหนิงยิ้ม น้ำตาคลอ

"ใช่จ้ะลูก เรือนนี้เป็นเหมือนบ้านของเรา"

ป้าซ่งมองภาพนั้นแล้วรู้สึกอบอุ่นในใจ นางจึงพูดต่อ

"อีกเรื่องหนึ่ง ข้าจะเพิ่มค่าแรงให้เจ้าอีกเล็กน้อย จากวันละห้าอีแปะ เป็นวันละสิบอีแปะ แม้ไม่มาก แต่ข้าอยากให้เจ้าเก็บไว้เป็นทุนของเจ้ากับลูก"

หลี่อันหนิงรีบโค้งคำนับต่ำ

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ข้าจะตั้งใจทำงานตอบแทนน้ำใจของท่านที่มีต่อเราแม่ลูก"

ป้าซ่งรีบโบกมือ

"อย่าเอ่ยเช่นนั้น ข้าเพียงเห็นเจ้าขยัน ก็อยากช่วยเท่าที่ทำได้"

จากนั้นนางหันไปหาหลานชายวัยยี่สิบต้น ๆ ที่เพิ่งกลับมาส่งชา

"อวิ๋นเอ๋อร์ เจ้ามานี่หน่อย นี่คือเสี่ยวหลาน ค่อย ๆ สอนงานด้วย หากเก่งขึ้นแล้วก็สอนชงชาได้นะ"

"ขอรับท่านป้า"

เสี่ยวหลานเงยหน้าขึ้น ตาโตด้วยความตื่นเต้น

"ขอบคุณขอรับ"

ป้าซ่งหัวเราะอย่างเอ็นดู

"เอาล่ะ วันนี้ข้าจะทำขนมให้กินเป็นของต้อนรับพวกเจ้า"

หลี่อันหนิงก้มศีรษะอีกครั้ง มือสั่นเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความสุข หลายปีแล้วที่นางไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตเริ่มมีที่ยืนเช่นนี้มาก่อน

นางมองลูกชายที่ยิ้มจนตาโค้ง พลันได้แต่ภาวนาในใจว่าจะไม่ทำให้โอกาสนี้สูญเปล่า เพื่อสร้างอนาคตให้ลูก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ตกงานถาวร

    เมื่อขายซาลาเปาหมดหลิวเวินเซียนอาสาถือของกลับบ้าน นางจึงแบ่งซาลาเปาให้เขาสองลูกแล้วจูงมือเสี่ยวหลานไปที่โรงน้ำชา จากนั้นเขาก็กลับมารับจ้างเขียนจดหมายต่อ แม้คนจะเริ่มเงียบเป็นบางช่วงแต่เขาก็ยืนอยู่จนกระทั่งหลี่อันหนิงเลิกงานตอนเย็นและไปรอรับนางกลับบ้านพร้อมกัน หลี่อันหนิงก็มิได้ตั้งแง่เกลียดชังหลิวเวินเซียน เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นพ่อของเสี่ยวหลานและร่างนี้ยังมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเขาอยู่บ้าง ตอนนี้เขามิใช่หลิวเวินเซียนคนเก่า คลับคล้ายว่าเขากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนางและลูก แต่สิ่งที่นางไม่เคยลืมก็คือครอบครัวของสามีที่รังเกียจนาง ทำร้ายนางกับลูกแล้วยังตามรังควานไม่ให้นางมีที่ยืน หากหลิวเวินเซียนยังอยู่กับนาง ชีวิตสงบสุขไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ นางอยากหย่าขาดจากเขาแต่ไม่ห้ามหากเขาจะมาเยี่ยมเยียนลูกบ้าง หรือเขาจะมีภรรยาใหม่ก็สุดแล้วแต่ ทว่าหลิวเวินเซียนดื้อดึงยิ่งนัก นอกจากเขาไม่ยอมหย่าเขายังตามมาอยู่กับนางและลูก เฝ้าทำหน้าที่สามีและบิดาไม่ให้บกพร่อง ทั้งที่เขามีโอกาสที่ดีกว่านี้และเขาสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่า นางไม่รู้ว่าตลอดหกปีที่เขาไปรับใช้บ้านเมืองเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจึงกลับ

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ช่วยกันทำมาหากิน

    แม้จะขาดรายได้ไปแต่นางยังมีงานที่โรงน้ำชาและรับจ้างซ่อมเสื้อผ้าในตอนเย็นเป็นครั้งคราว ด้วยความเคยชินกับการทำงานหลายอย่างนางจึงคิดหาวิธีหาเงินให้ได้มากขึ้น "พอจะมีเงินเก็บบ้าง ทำซาลาเปาขายคงจะดี" นางเข้ามาถึงบ้านไม่เห็นหลิวเวินเซียน มีเพียงห่อผ้าและย่ามใส่ตำราวางอยู่บนแคร่ หลังจากมารดาเข้าบ้านแล้ว เสี่ยวหลานจึงเดินดูรอบบ้าน พบบิดากำลังปลูกผักที่แปลงหลังบ้านอย่างเอาจริงเอาจัง เด็กชายรีบวิ่งออกไปบอกพ่อทันที "ท่านพ่อ วันนี้ท่านแม่ถูกไล่ออกแต่ท่านแม่ไม่ท้อ ข้าเห็นท่านแม่จะทำซาลาเปาขาย หลิวเวินเซียนใจกระตุกวาบ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อนาง "เช่นนั้นเสี่ยวหลานช่วยพ่อรดน้ำผัก เราจะได้มีผักกินและขายได้" "ขอรับ" สองพ่อลูกเดินมาหน้าบ้านมองเห็นหลี่อันหนิงอยู่ในครัวเขาจึงเดินเข้าไปหานาง "เจ้าจะขายของหรือ มาเถิดข้าช่วยเอง" หลี่อันหนิงละจากงานตรงหน้า แค่นหัวเราะมองเขา "หากท่านกลับบ้านไป ข้ากับลูกคงสบายขึ้นกว่านี้" "ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว หากเจ้ากับลูกไม่ไปข้าก็ไม่มีทางไปไหน" พูดจบเขาก็คว้าชามใส่แป้งในมือนางไปวางบนโต๊ะ พับแขนเสื้อขึ้นอย่างคล่องแคล่ว "นี่ ไม่ต้อง ท่านทำเป็นรึ" ตั้งแต่นางอย

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ถูกไล่ออก

    หลิวเวินเซียนแม้ใจจะเจ็บกับหลายอย่างแต่เขาก็อดทนได้ ยินยอมนอนบนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลง กลางดึก เสี่ยวหลานแอบลุกขึ้นมาแล้วเปิดประตูออกมาดูบิดา เด็กชายมองเขาที่นอนหลับบนแคร่หน้าบ้าน แม้จะงุนงงว่าพ่อเป็นมาอย่างไร แต่ความฉลาดเกินวัยและความอบอุ่นในใจทำให้เขาเดินไปเอาผ้านวมเล็ก ๆ มาห่มให้ เด็กชายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กลับเข้าบ้านปิดประตูแล้วนอนลงข้างแม่เช่นเดิม เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวเวินเซียนตื่นขึ้นพร้อมดวงอาทิตย์เริ่มทอแสง สายตาเขามองไปยังร่างของตัวเองที่มีผ้านวมห่มไว้ "อันหนิงห่มให้หรือ" คิดได้ดังนั้น หัวใจเขาอบอุ่นขึ้น ความหวังและรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า เขายิ้มเก้อ ๆ จนเกือบลืมตัว หลี่อันหนิงตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวเสร็จ นางก็เปิดระตูออกมาจะเดินเข้าครัว สายตาเหลือบเห็นเขาที่นั่งยิ้มอยู่ก็หงุดหงิดเล็ก ๆ "ยิ้มอะไรอีกเล่า" นางไม่สนใจเขาอีก เริ่มหุงข้าวต้ม กลิ่นหอมฉุยลอยไปทั่วบ้าน หลิวเวินเซียนเก็บผ้าห่มแล้วลุกขึ้นไปล้างหน้า เขาเดินมาหานางพูดเสียงนุ่มทุ้มที่ฟังดูขัดหูยิ่งนัก "เช้านี้ ขอกินข้าวด้วยนะ" นางจึงตักใส่ชามแล้วยื่นให้แต่ทำท่ารำคาญเล็กน้อย "รีบกิน

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ง้อภรรยา

    เมื่อหลี่อันหนิงพาลูกชายเดินกลับบ้านเช่า เขาแอบอยู่หลังมุมตึกไม้เก่า มองภาพทั้งสองคนอย่างไม่ละสายตา ความรู้สึกอ่อนโยนและปกป้องล้นหัวใจ หลิวเวินเซียนค่อย ๆ เดินตามทิ้งระยะห่าง หัวใจเขาพลันเต้นแรงด้วยความตั้งใจแน่วแน่ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมารวมตัวกันของครอบครัว แต่ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้ความลับ เขาต้องรอเวลาที่เหมาะสม ก่อนจะเผยตัวต่อหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลาน เช้าวันต่อมา หลี่อันหนิงกำลังเตรียมอาหารเช้าให้เสี่ยวหลาน เด็กชายตัวน้อยกำลังกวาดโต๊ะอย่างตั้งใจ ทุกอย่างยังคงสงบ แต่ความเงียบกลับเต็มไปด้วยความคาดเดา ทันใดนั้น ประตูไม้เปิดเบา ๆ แต่มั่นคง หลิวเวินเซียนก้าวเข้ามาในบ้าน หยุดฝีเท้าแล้วยืนมอง ทั้งสามคนต่างตกตะลึง เสี่ยวหลานตัวเล็ก ๆ เงยหน้ามองชายร่างสูงด้วยความสงสัย "ท่านเป็นใครขอรับ" หลี่อันหนิงนิ่งสงบ ยืนข้างลูก ปล่อยให้เสี่ยวหลานพูดต่อ เด็กชายชี้ไปยังบุรุษตรงหน้าพลางเบิกตาโต "ท่านเป็นใคร ทำไมเข้ามาในบ้านเรา" หลิวเวินเซียนใจเต้นแรง เขาก้าวเข้าใกล้เสี่ยวหลาน ค่อย ๆ ก้มลง สายตาคมจับจ้องดวงตาสดใสของเด็กชาย กล่าวด้วยเสียงอ่อนนุ่ม "ข้าคือพ่อของเจ้า" เสี่ยวหลานขมวดคิ้ว หร

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ทำขนมมาฝาก

    หลิวเวินเซียนออกจากบ้านโดยไม่สนใจผู้อื่นแม้แต่มารดา จุดมุ่งหมายของเขาอยู่ที่หลี่อันหนิงเท่านั้น เขาเดินทะลุฝูงชนในตลาดยามเช้า เสียงแม่ค้าตะโกนเรียกขายของ ขนมอบร้อนและกลิ่นเครื่องเทศผสมผสานไปกับผู้คน แต่สายตาของเขาไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น เขามองหาเพียงร่างของหลี่อันหนิง "ต้องเป็นนาง ข้ารู้สึกได้" เขาหยุดที่ร้านน้ำชาริมถนน พยายามสอดส่องทุกซอกมุม ในร้านเล็ก ๆ เห็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ กำลังนั่งรอแม่อย่างตั้งใจ หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงทันที ดวงตากลมโต ผมดำยาวชี้ฟูเล็กน้อย เด็กชายเหมือนคนที่เขาเคยเห็นในความทรงจำ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงตลก ๆ ของแม่ค้ากลุ่มหนึ่งดึงเขาออกจากความคิด "มาหาอันหนิงหรือเปล่า นางทำงานอยู่โรงน้ำชานี่เอง แต่ก็ไม่รู้หายไปไหนช่วงปิดร้าน" เขากวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นสตรีคนนั้น จังหวะที่เขาก้าวเข้าไปใกล้ร้าน น้ำชาเจ้าของร้านยกมือปัดฝุ่นอยู่ ถามไถ่ได้ความว่านางเพิ่งพาลูกออกไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดใกล้ ๆ "ข้าพลาดอีกแล้ว" หลิวเวินเซียนยืนตะลึงอยู่หน้าร้าน หัวใจเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและความผิดหวังปะปนกัน ร่างกายของเขาเหมือนจะเคลื่อนไหวเอง แต่สายตาก็ยังคงมองไปยังทิศทางที

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   เวินเซียนเปลี่ยนไป

    หลี่อันหนิงคิดหารายได้เพิ่มก่อนโรงน้ำชาเปิด หากตื่นเช้ากว่านี้นางก็มีเวลารับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ นางจึงหารือกับป้าซ่งและขอย้ายออกไปเช่าบ้านอยู่เพื่อความสบายใจและไม่ต้องการเอาเปรียบป้าซ่ง จากนั้นจึงออกมาเช่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากโรงน้ำชาเพื่อจะได้เดินทางไปทำงานได้สะดวก รุ่งเช้าที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทอแสง หลี่อันหนิงก็ลุกขึ้นจากเตียงฟางในบ้านหลังเล็กที่ปลูกด้วยไม้เก่า ๆ มีเพียงเตียง ฟืน และหม้อใบหนึ่ง นางห่มผ้าให้เสี่ยวหลานที่ยังหลับอยู่ ก่อนออกจากบ้านพร้อมกับตะกร้าไม้ในมือ ที่หน้าตลาด มีบ้านเศรษฐีหลังหนึ่งที่นางรับจ้างทำความสะอาดอยู่ "อ้าว อันหนิงมาเช้าเชียว" สาวใช้ในบ้านร้องทักทาย "เจ้าค่ะ รีบมาปัดฝุ่นก่อนแสงแดดแรง จะได้กลับไปทันโรงน้ำชาเปิด" นางยิ้มตอบพร้อมก้มหน้าทำงานโดยไม่ปริปากบ่น มือของหลี่อันหนิงแม้หยาบกร้าน แต่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ปัดกวาด ขัดพื้น ซักผ้า ไม่มีสิ่งใดที่นางทำไม่ได้ เมื่อเสร็จงาน นางจะได้รับเหรียญทองแดงไม่กี่อีแปะ แต่สำหรับนางมันคืออาหารสำหรับลูกหนึ่งมื้อ จากนั้นนางจึงรีบกลับไปหาบุตรชายที่เรือนหลังเล็กแล้วออกไปโรงน้ำชาดังเช่นทุกวัน ทำงานต่อจนกระทั่งร้านปิดในยา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status