Share

เวินเซียนเปลี่ยนไป

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-07 11:05:20

หลี่อันหนิงคิดหารายได้เพิ่มก่อนโรงน้ำชาเปิด หากตื่นเช้ากว่านี้นางก็มีเวลารับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ นางจึงหารือกับป้าซ่งและขอย้ายออกไปเช่าบ้านอยู่เพื่อความสบายใจและไม่ต้องการเอาเปรียบป้าซ่ง จากนั้นจึงออกมาเช่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากโรงน้ำชาเพื่อจะได้เดินทางไปทำงานได้สะดวก

รุ่งเช้าที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทอแสง

หลี่อันหนิงก็ลุกขึ้นจากเตียงฟางในบ้านหลังเล็กที่ปลูกด้วยไม้เก่า ๆ มีเพียงเตียง ฟืน และหม้อใบหนึ่ง นางห่มผ้าให้เสี่ยวหลานที่ยังหลับอยู่ ก่อนออกจากบ้านพร้อมกับตะกร้าไม้ในมือ

ที่หน้าตลาด มีบ้านเศรษฐีหลังหนึ่งที่นางรับจ้างทำความสะอาดอยู่

"อ้าว อันหนิงมาเช้าเชียว"

สาวใช้ในบ้านร้องทักทาย

"เจ้าค่ะ รีบมาปัดฝุ่นก่อนแสงแดดแรง จะได้กลับไปทันโรงน้ำชาเปิด"

นางยิ้มตอบพร้อมก้มหน้าทำงานโดยไม่ปริปากบ่น

มือของหลี่อันหนิงแม้หยาบกร้าน แต่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว

ปัดกวาด ขัดพื้น ซักผ้า ไม่มีสิ่งใดที่นางทำไม่ได้ เมื่อเสร็จงาน นางจะได้รับเหรียญทองแดงไม่กี่อีแปะ แต่สำหรับนางมันคืออาหารสำหรับลูกหนึ่งมื้อ

จากนั้นนางจึงรีบกลับไปหาบุตรชายที่เรือนหลังเล็กแล้วออกไปโรงน้ำชาดังเช่นทุกวัน ทำงานต่อจนกระทั่งร้านปิดในยามเย็น

เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า นางก็กลับบ้านเช่ากับเสี่ยวหลาน เด็กน้อยช่วยก่อไฟ จุดตะเกียง หลี่อันหนิงนั่งลงที่โต๊ะเตี้ย ๆ หยิบผ้าขาดที่รับมาจากบรรดาแม่บ้านที่ไม่ค่อยมีเวลาจึงจ้างนางเย็บให้

แสงไฟสีส้มส่องใบหน้าที่มีเหงื่อชื้น ๆ แต่รอยยิ้มกลับอบอุ่น เสี่ยวหลานที่คอยนั่งเป็นเพื่อนใกล้ ๆเอียงคอถามเบา ๆ

"ท่านแม่ เมื่อเรามีเงินมากพอ เราจะซื้อบ้านหลังใหญ่ใช่หรือไม่ขอรับ"

หลี่อันหนิงหัวเราะเบา ๆ เอ่ยขึ้นเสียงไพเราะ

"บ้านไม่ต้องใหญ่หรอกลูก ขอแค่ไม่รั่ว ฝนตกแล้วไม่เปียก เห็นเจ้าหัวเราะได้ แม่ก็มีความสุขแล้ว"

เด็กน้อยพยักหน้า ยิ้มกว้าง ในดวงตาของนางมีแสงแห่งความมุ่งมั่นส่อประกาย นางสัญญากับตนเองในใจ

'ข้าจะไม่ยอมให้ลูกต้องอดอีกต่อไปไม่ว่าจะต้องทำงานหนักเพียงใดก็ตาม'

เช้านี้ก็เหมือนทุกวัน เสียงจอแจในตลาดยามสายดังคลอเคล้ากับกลิ่นขนมอบร้อนและน้ำชาหอมกรุ่น

หลี่อันหนิงนำผ้าไปส่งให้ลูกค้าหลังจากรับจ้างทำความสะอาดเสร็จ จากนั้นจูงมือลูกน้อยไปทำงานต่อที่ร้านน้ำชาเช่นเคย

เมื่อช่วยป้าซ่งจัดโต๊ะน้ำชาเสร็จ ที่ร้านยังไม่มีลูกค้านางจึงขอออกไปตลาดใกล้ ๆ เพื่อซื้อผักกับเนื้อหมูแห้งสำหรับมื้อเย็นให้เสี่ยวหลาน เดินไปได้ไม่ไกลก็ได้ยินเสียงหญิงแม่ค้ากลุ่มหนึ่งคุยกันอยู่

"ได้ยินว่า ทหารที่ทางการเกณฑ์ไปออกรบกลับมากันแล้ว รบชนะเสียด้วย ทางการตบรางวัลอย่างงามเชียวล่ะ"

"จริงรึ ข้าก็นึกว่าจะไม่มีคนได้กลับมาเสียอีก ข่าวแว่วว่าบัณฑิตหลิวก็กลับมาแล้ว หญิงสาวในหมู่บ้านตกตะลึงยกใหญ่ ผ่านไปหกปีหล่อเข้มยิ่งกว่าเดิม ยังสง่างามขึ้นอีกด้วย"

"กลับมาคราวนี้เขาคงไปสอบขุนนางตำแหน่งใหญ่แน่นอน"

"ช่างสมเป็นบุตรชายของตระกูลหลิวจริง ๆ เฮ้อ น่าเสียดายนัก ภรรยาที่แต่งด้วยเหมือนจะหนีตามชายอื่นไปแล้ว"

มือของหลี่อันหนิงที่กำลังเลือกผักหยุดชะงักไปในทันที หัวใจของนางเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนเสียงนั้นสะท้อนอยู่ตลอดเวลา

"หลิว...เวินเซียน"

ชื่อที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นในใจ พร้อมภาพความทรงจำเก่าไหลกลับมา

ใบหน้าเย็นชา ดวงตาลุ่มลึก และเสียงเรียกของเขาในคืนที่นางเคยทำอาหารส่งให้เขาก่อนไปสำนักศึกษาในครั้งหนึ่งและเขาก็พูดกับนางนับครั้งได้ตั้งแต่อยู่กินกันมา

"อันหนิง เจ้าทำเองหรือ ขอบใจนะ"

แค่เพียงภาพสั้น ๆ เหล่านั้น ก็ทำให้ดวงตานางร้อนผ่าว แต่เมื่อเสียงหัวเราะของแม่ค้าดังขึ้นอีกครั้ง

"นางนั่นก็สมควรแล้วล่ะที่ถูกไล่ออก จากบ้าน คนเล่าลือกันว่านางมีลูกกับชายอื่นด้วย"

ถ้อยคำเหล่านั้นเหมือนมีดแหลมที่กรีดเข้ากลางใจ หลี่อันหนิงหลุบตาลง ซ่อนความสั่นไหวไว้ใต้แววตาสงบนิ่ง

"ท่านแม่"

เสียงเล็กของเสี่ยวหลานที่ยืนข้าง ๆ ดึงนางกลับมาสู่ความจริง เด็กน้อยเงยหน้ามองด้วยแววตาใสซื่อ

"เป็นอะไรหรือขอรับ ท่านแม่หน้าแดง ๆ"

หลี่อันหนิงฝืนยิ้ม ลูบหัวลูกชายเบา ๆ

"ไม่มีอะไรหรอกลูก แค่ลมพัดฝุ่นเข้าตาเท่านั้น"

นางหันไปจ่ายเงินค่าเนื้อหมูด้วยเสียงที่นิ่งแต่หนักแน่น

"แม่ค้าจ๊ะ เอาอีกครึ่งชั่งจ้ะ"

ขณะเดินกลับโรงน้ำชา นางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆบางลอยผ่าน

ในใจของนางเหตุใดถึงสั่นไหวง่ายดายนัก

เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังไปตามทางเดินในตระกูลหลิว หลิวเวินเซียนในชุดนักศึกษาสำนักศึกษาหลวงเพิ่งกลับมาถึงบ้านในคืนวันสุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน หลังจากหมกตัวอยู่ในสำนักศึกษาหลายเดือนเพื่อเตรียมสอบขุนนางขั้นสำคัญ

"ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ"

เสียงทุ้มเอ่ยอย่างสุภาพแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น เขาเดินเข้าไปในเรือนหลัก เห็นมารดานั่งจิบชาอยู่ตรงโถงหน้าเตาไฟ ท่าทางนิ่งสงบ แต่แววตาเย็นเฉียบ

"อ้าว เซียนเอ๋อร์ กลับมาเสียที"

นางวางถ้วยชา เผยรอยยิ้มจาง

"เจ้าคงเหนื่อยสินะ ที่สำนักศึกษาเข้มงวดนัก"

"เหนื่อยบ้างขอรับ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากถามให้แน่ชัด"

เขาเงยหน้าขึ้น จ้องสบดวงตาของมารดาอย่างตรงไปตรงมา

"เรื่องหลี่อันหนิง ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่"

บรรยากาศในเรือนเงียบลงทันที

มารดาของเขาขยับริมฝีปากยิ้มบาง ๆ

"เรื่องนั้นอีกแล้วหรือ นางน่ะหนีตามชายอื่นไปแล้ว จะถามให้เปลืองน้ำลายทำไมอีก"

"ข้าไม่เชื่อ"

หลิวเวินเซียนเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย

"นางอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ข้าอยู่กับนางมานาน ข้ารู้ว่านางไม่มีวันทำเรื่องต่ำช้าเช่นนั้น"

มารดาวางถ้วยชาเสียงดัง ท่าทางไม่พอใจเมื่อเอ่ยถึงหลี่อันหนิง

"เจ้ายังจะเข้าข้างนางอีกหรือ หญิงเช่นนั้นไม่คู่ควรกับตระกูลเราแต่แรกแล้ว"

นางลุกขึ้นยืน สีหน้าเริ่มไม่พอใจมากขึ้น

"นางตั้งใจจับเจ้าจนได้แต่งงาน แล้วเจ้าไม่อายหรือ ตอนนี้ข้าหาภรรยาใหม่ไว้ให้แล้ว เป็นบุตรสาวขุนนางที่กำลังก้าวหน้า มีชาติตระกูลสมเกียรติ เจ้าควรขอบคุณข้าเสียด้วยซ้ำ"

"ข้าไม่ต้องการ!"

เสียงของหลิวเวินเซียนดังขึ้นก้องทั่วห้อง ร่างสูงยืดตรง ดวงตาคมเปล่งประกายแรงกล้า

"ท่านแม่ ข้ารู้ว่าท่านทำทุกอย่างเพื่อข้า แต่ข้าไม่อาจทอดทิ้งสตรีคนหนึ่งโดยไม่รู้ความจริงได้ นางคือภรรยาของข้า และข้าต้องรับผิดชอบนาง"

มารดาหน้าเคร่งทันที

"หลิวเวินเซียน เจ้ารู้หรือไม่ว่าการดื้อแพ่งครั้งนี้จะทำให้ข้าผิดหวังเพียงใด"

เขาหลับตาลงชั่วครู่ สูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยเสียงแผ่วแต่เด็ดเดี่ยว

"ถ้าท่านผิดหวัง ก็ขอให้ผิดหวังในตัวลูกชายคนนี้เถิด"

หลิวเวินเซียนค้อมศีรษะเล็กน้อย แล้วหมุนตัวออกจากเรือนทันทีโดยไม่หันกลับไปมองมารดาที่ร้องเรียกเสียงดังตามหลังอีก

"เวินเซียน เจ้าอย่าออกไปนะ นางผู้นั้นมันไม่คู่ควรกับเจ้า"

แต่เขาไม่หยุดเดิน เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังไล่ตามความรู้สึกที่คุกรุ่นอยู่ในอก ยามนี้ เขาไม่รู้จะเริ่มออกตามหาที่ไหน ไม่รู้แม้แต่ว่านางอยู่หรือไม่

แต่สิ่งเดียวที่แน่ชัดในใจคือต้องหานางให้พบไม่ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าใดก็ตาม

ลมค่ำพัดแรงจนชายเสื้อสะบัด ร่างของหลิวเวินเซียนหายลับไปในเงาความมืดของถนนสายยาว เหลือเพียงแสงตะเกียงที่สั่นไหวราวกับหัวใจที่เพิ่งลุกไหม้ด้วยความรู้สึกที่เก็บไว้เนิ่นนาน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ตอนจบ

    หกเดือนผ่านไปที่จวนตระกูลหยาง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายหารือกันที่ตระกูลหยางเรื่องของหยางเจียหรงและจ้าวหยางซิน "อีกไม่กี่เดือนเจียหรงก็จะย้ายกลับมาประจำที่เมืองหลวง พร้อมกับเลื่อนตำแหน่ง ข้ากับใต้เท้าหยางหารือกันแล้วว่าหลังจากนั้นก็ถึงเวลาเหมาะสม" หวังเฟิ่งเหยา มารดาหยางเจียหรงกล่าวขึ้นในมื้ออาหารค่ำ ที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาสองครอบครัว "ข้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ลูกเราสองฝ่ายก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว ควรรีบหน่อย" จ้าวฮูหยินไม่ขัดข้องเพราะนางกับสามีเคยหารือเรื่องนี้กันมาแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นหัวข้อสนทนาหลักในครอบครัว เมื่อเห็นพ้องต้องกันจึงเริ่มดำเนินการตามประเพณี การจัดหาสินสอดของหมั้นของฝ่ายชายมีหวังเฟิ่งเหยาเป็นคนจัดการทั้งหมด ด้านฝั่งตระกูลจ้าวมีจ้าวฮูหยินเตรียมงานและเตรียมสินเดิมให้บุตรสาว หลังจากงานก่อสร้างที่เมืองจินหลิงเสร็จสิ้น หยางเจียหรงได้เลื่อนขั้นและประจำที่เมืองหลวง หลังจากนั้นอีกสามเดือนจึงมีพิธีแต่งงานของทั้งสองตระกูล หลิวเวินเซียน หลี่อันหนิงและคนอื่นในตระกูลหลิวได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานนี้ในฐานะแขกผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง บรรยากาศงานมงคลเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่หาได้ยากนัก ภาย

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   จ้าวหยางซินกับความรักครั้งใหม่

    ห้าวันต่อมาฮ่องเต้ส่งรองเจ้ากรมโยธาธิการไปที่จินหลิงเพื่อก่อสร้างสำนักศึกษาเพิ่ม เพราะตอนนี้เร่งขยายความเจริญไปสู่เมืองรองและเมืองจินหลิงคือเป้าหมายแรกเพราะมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าเมืองอื่น ๆ แม้จะมีขุนนางร่วมเดินทางหลายคนแต่ยังขาดอีกหนึ่งคน เพราะขุนนางที่รับผิดชอบอีกคนอายุมากและมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะ หยางเจียหรงจึงรับอาสาและได้รับอนุญาต หากสำนักศึกษาสร้างแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี หยางเจียหรงที่อาสาไปเมืองรองอย่างจินหลิงจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นการตอบแทนความเสียสละออกไปทำงานแทนขุนนางอีกคนที่อายุมากแล้ว "เจ้าสบายใจได้ งานทางนี้ข้ากับเจ้าหน้าที่อีกสามคนรับมือไหว สามารถทำแทนเจ้าได้" หลิวเวินเซียนกล่าวขึ้นขณะเดินออกมาจากท้องพระโรง "ขอบคุณใต้เท้าหลิวที่แบกรับหน้าที่แทน ข้าจะตั้งใจทำงานให้เสร็จไว ๆ ขอรับ" หลิวเวินเซียนยิ้มให้กำลังใจ เขาพอคาดเดาได้ว่าหยางเจียหรงอาสาไปจินหลิงเพราะเหตุใด เพื่อให้เขาได้สมหวังจึงเปิดทางให้อย่างเต็มใจ เมื่อถึงวันไปจินหลิงขบวนจากเมืองหลวงเดินทางกันแต่เช้า เดินทางราวสองชั่วยามก็ถึงจุดหมาย เมื่อไปถึงคณะขุนนางจากเมืองหลวงเริ่มประชุมวางแผนงานทันที "คืนนี้ที่จินหลิ

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ย้ายเข้าเมืองหลวง

    บ้านตระกูลหลิวที่เคยเต็มไปด้วยความทุกข์ในเมื่อก่อนค่อย ๆ มีเสียงหัวเราะและความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ ความรักและความเอาใจใส่ของครอบครัวเล็ก ๆ ทำให้ทุกวันเต็มไปด้วยความสุขที่เรียบง่าย ถึงวันประกาศผลสอบ ทุกคนต่างตื่นเต้นไม่แพ้หลิวเวินเซียน "ดูประกาศผลสอบแล้ว ข้าจะรีบกลับมาขอรับ" เขาบอกคนในบ้านที่มาส่งขึ้นรถม้า "ข้ารับรองว่าเวินเซียนต้องสอบได้แน่" สหายที่ยืนรออยู่กล่าวกับทุกคน เสี่ยวหลานก็เดินเข้ามาอวยพรบิดาอย่างตื่นเต้น "ท่านพ่อรีบกลับมานะขอรับ เสี่ยวหลานมั่นใจว่าท่านพ่อทำได้" "แน่นอนพ่อจะรีบกลับมา เจ้าอยู่บ้านเชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าซนมากนัก" เขาพูดพลางลูบหัวเสี่ยวหลานเบา ๆ เด็กน้อยผงกศีรษะรับ เชื่อฟังบิดาสุดหัวใจ "ขอรับท่านพ่อ" รถม้าเคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับความหวังของทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวหลิวเวินเซียน เมื่อมาถึง เหล่าบัณฑิตที่มาดูประกาศผลสอบต่างมุ่งหน้าไปที่ป้ายประกาศกันคับคั่ง หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงไม่ต่างจากเมื่อครั้งสอบ เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ รายชื่ออันดับต้น ๆ ก็ชัดเจนปรากฏแก่สายตา "ลำดับ…สาม…เจ้าสอบได้ลำดับที่สามจริงหรือ" สหายชี้มือไปที่รายชื่อลำดับที่สามพูดขึ้นอย่างยินดี หล

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   เผยความในใจ

    หลิวเวินเซียนนั่งอยู่หน้าห้องโถง ข้างกายมีหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลานนอนหลับอยู่ข้างมารดา หลี่อันหนิงมองไปรอบกายก่อนหยุดสายตาที่หลิวเวินเซียน จู่ ๆ นางก็ถามเรื่องในอดีตขึ้นมา "เมื่อก่อนข้าเคยยอมเสื่อมเสียชื่อเสียงเพื่อจับท่านเป็นสามี แล้วท่านเล่ารู้อยู่แก่ใจเหตุใดไม่ปฏิเสธแล้วเอาความกับข้า" เขาก้มลงมองนาง ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงแต่แฝงความอ่อนโยน "ข้าจะปฏิเสธเจ้าทำไมกัน" ยิ่งเขาพูดอย่างนี้นางก็ยิ่งฉงนใจนัก "ก็ข้าทำเรื่องน่าอาย ท่านก็รู้ว่ามิใช่ความจริงแต่ไม่เห็นด่าข้า หรือต่อว่าข้าแรง ๆ" เขายิ้มมองนางสายตาเจ้าเล่ห์ "จะทำเช่นนั้นทำไมเล่า ในเมื่อข้าก็แอบชอบเจ้าเหมือนกัน" หลี่อันหนิงเบิกตากว้างขึ้น นี่เป็นเรื่องที่นางไม่เคยรู้มาแต่แรก "ท่านว่าอย่างไรนะ" เขามองนางเหมือนเรื่องที่พูดเมื่อครู่มิได้น่าตื่นเต้น เพราะเขารู้สึกเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว "ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า ความจริง ข้าแอบชอบเจ้ามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเจ้า เรื่องวันนั้น ข้าเองที่จงใจจะเดินผ่านเจ้า จะหาเรื่องคุยกับเจ้าให้ได้ แต่แล้วเจ้าก็เริ่มก่อนข้าเลยไม่ขัดข้อง" หลี่อันหนิงหน้าแดงเห่อร้อนทันที นางหน้าไม่อาย แล้วดูเขาสิกำลังส

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   รับผลกรรม

    หลิวจิ่นหงเดินทางกลับมาจากไปพบคู่ค้า เมื่อถึงบ้านก็พบกับบิดาที่มีสีหน้าเคร่งขรึมรออยู่ "ท่านพ่อ มีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือขอรับ" "หย่ากับเมิ่งฉีซะ นางทำความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัย" หลิวจิ่นหงมึนงงกับการกระทำของบิดา ผู้เฒ่าหลิวจึงเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมดซึ่งหลิวจิ่นหงคาดไม่ถึงสักเรื่อง "นางร้ายกาจถึงเพียงนั้นหรือขอรับ" "หากข้าไม่ส่งคนคอยสืบก็คงไม่รู้ความจริง เสียนหาวก็คงถูกนางปั่นหัว กลับมาคราวนี้เห็นทีต้องทบทวนกันใหม่" หลิวจิ่นหงจึงเขียนหนังสือหย่ากับเมิ่งฉี ให้เงินนางไปตั้งตัวก้อนหนึ่งตอบแทนที่เคยเลี้ยงดูหลิวเวินเซียนมาตั้งแต่เด็ก ถือว่าเป็นสินน้ำใจครั้งสุดท้ายที่ตระกูลหลิวมอบให้นาง เมิ่งฉีกลับไปบ้านนอกด้วยความอับอาย เสียงล้อเลียนและสายตารังเกียจจากคนรอบข้างทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกกดทับทุกฝีก้าว "คนไร้คุณธรรมเช่นนี้ไม่น่าอยู่ในหมู่บ้านให้เป็นเสนียดเลย" คำพูดเหล่านั้นดังสะท้อนอยู่ในหัวของนาง แม้พยายามดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครอยากรับนางทำงาน เงินที่ได้มาก็ใช้ไปทุกวัน ร่อยหรอลงทุกที ความลำบากซ้ำเติมความอับอายของนางให้มากขึ้นทุกวันที่ชีวิตดำเนินไป ทุกฝีก้าวที่เดินไปเหมื

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   กลับเข้าตระกูลหลิว

    วันต่อมา เมิ่งฉีเดินทางไปยังตระกูลจ้าวเพียงลำพัง คร่ำครวญในใจว่า "คราวนี้ข้าจะทำให้จ้าวหยางซินต้องตกลงแต่งงานกับเวินเซียนให้ได้" นางหมายมัดมือชกทั้งคู่หวังว่าเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้หลี่อันหนิงไปให้พ้นจากตระกูลหลิว เมื่อมาถึงตระกูลจ้าว เมิ่งฉีพยายามพูดจาโน้มน้าวจ้าวหยางซินให้มาอยู่ฝั่งเดียวกับตนเอง "หยางซิน เจ้าทั้งงดงามทั้งเพียบพร้อม หากได้แต่งเข้าตระกูลหลิว ต้องนำพาชื่อเสียงมาสู่ตนกับสองตระกูลได้อย่างดีแน่นอน" จ้าวหยางซินเพียงยิ้มเล็กน้อยตามมารยาท "ท่านป้า มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ ถึงพูดเรื่องแต่งงานกับข้าเร็วนัก" เมิ่งฉีเอื้อมมือเรียวกุมมือของจ้าวหยางซินเอาไว้ "ป้าก็พูดมาตลอด เพียงแต่คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว เจ้าสองคนควรแต่งงานกันได้แล้ว" แต่จ้าวหยางซินหน้าแดงด้วยความละอายใจ "งานแต่งงานตระกูลจ้าวกับตระกูลหลิวจะไม่เกิดขึ้นเจ้าค่ะ" ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันที่จ้าวหยางซินตัดสินใจเช่นนั้น คำตอบนั้นทำให้เมิ่งฉีหน้าเสีย นางอ้าปากพูดไม่ทันจบแต่จ้าวหยางซินตั้งใจปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เพราะเหตุใดกัน เราตกลงกันแต่แรกแล้วมิใช่หรือ ข้าจะเพิ่มสินสอดก็ได้หากเจ้าไม่พอใจ" ใต้เท้าจ้าวที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status