Se connecter“ฮองเฮาคิดว่าเราไม่รู้เรื่องที่หลานสาวของ
“เกิดอะไรขึ้นเพคะ” เจียงหว่านสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงปืนดังไปทั่วบริเวณที่ขบวนของพวกนางพักแรมอยู่“ไม่มีอะไรหรอก น้องหญิงนอนต่ออีกหน่อยนะ เดี๋ยวพี่จะออกไปดู” จิ้งอ๋องไม่อยากทำให้เจียงหว่านต้องกังวล พระองค์ยังไม่ได้รับรายงานจากเต๋อเป่า“เสด็จพี่ระวังตัวด้วยนะเพคะ” เจียงหว่านอดกังวลไม่ได้ เพราะตอนนี้ภายนอกนั้นไม่ได้จุดตะเกียงเหมือนตอนกินข้าวแล้ว มีเพียงกองไฟไม่กี่กองที่จุดเอาไว้ไล่สัตว์ป่าและยุงยามค่ำคืนเท่านั้น“พี่จะระวัง” จิ้งอ๋องลุกขึ้นและปล่อยร่างของเจียงหว่านให้นอนดี ๆ จากนั้นพระองค์ก็เสด็จออกจากรถม้าไปด้านนอก“กราบทูลท่านอ๋อง มีคนร้ายจำนวนมากกำลังฝ่าทหารเข้ามาทางนี้พะย่ะค่ะ ขอท่านอ๋องโปรดกลับเข้าไปในรถม้าก่อน คนของ
“อ่า...เช่นนั้นหม่อมฉันก็วางใจแล้วเพคะ” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำ นางรู้สึกโล่งอกขึ้นมากเมื่อรู้ว่าพวกเขาเป็นทหารม้าหลังจากจิ้งอ๋องกับเจียงหว่านกินมื้อเช้าและทำธุระส่วนตัวเสร็จ พวกเขาก็พากันขึ้นรถม้าคันใหญ่นำขบวนรถม้าของบ่าวไพร่และเกวียนเสบียงอีกสามเกวียนออกเดินทางจากจวนจิ้งอ๋องทันทีข่าวการเดินทางของจิ้งอ๋องกับพระชายารับรู้ไปถึงหูฮองเฮากับองค์หญิงเป่ยโม่ ทั้งสองพระองค์ต่างส่งคนของตนเองออกเดินทางไปดักซุ่มโจมตีจิ้งอ๋องและพระชายาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว โดยทั้งสองยังหวังว่าการคุ้มกันของจิ้งอ๋องคงไม่แน่นหนานัก เพราะไม่มีข่าวเล็ดรอดออกมาเรื่องทหารหนึ่งพันนายก่อนหน้าที่ฮองเฮากับองค์หญิงเป่ยโม่จะส่งคนออกไปด้านฮ่องเต้ที่ทราบความเคลื่อนไหวทั้งหมดของฮองเฮากับองค์หญิงเป่ยโม่ก็ไม่ได้สนใจพวกนา
หลังจบมื้ออาหาร เจียงหว่านก็แยกตัวไปยังเรือนเก่าของตัวเอง นางเข้าห้องเก็บของด้านข้างเพื่อตรวจสอบสิ่งของที่แลกกับระบบก่อนหน้านี้ ตอนนี้เจียงหว่านมีแต้มสะสมมากถึงหกหมื่นหกพันสองร้อยสามสิบแต้มหลังจากแลกสิ่งของไปก่อนหน้านี้[ ระบบ หากเราต้องการแลกน้ำดื่มกับเสบียงอาหารอย่างพวกมาม่า ปลากระป๋องอะไรพวกนี้ ในระบบมีให้แลกหรือไม่ ] เจียงหว่านสอบถามระบบก่อน[ มีขอรับ น้ำดื่มขวดใหญ่หนึ่งแพ็คมีหกขวดใช้แต้ม 10 แต้มต่อแพ็ค มาม่าหนึ่งกล่องมีสามสิบซองใช้แต้ม 10 แต้มต่อกล่อง ปลากระป๋องหนึ่งแพ็คมีสิบกระป๋องใช้แต้ม 20 แต้มต่อแพ็คขอรับ ] ระบบตอบกลับและขึ้นรูปภาพให้เจียงหว่านดูเพื่อตัดสินใจว่านางต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่
“เสด็จพ่ออยากให้ลูกทำอย่างไรพะย่ะค่ะ” จิ้งอ๋องไม่อยากคาดเดาความคิดของฮ่องเต้ พระองค์จึงเลือกจะถามตรง ๆ ว่าอยากให้ช่วยอย่างไร“ลูกลองถามพระชายาดูได้หรือไม่ว่าพอจะมีวิธีแก้ไขเรื่องภัยแล้งให้พ่อได้บ้างหรือเปล่า” ฮ่องเต้ตรัสออกมาหลังจากคิดดีแล้ว“เฮ้อ ลูกจะลองถามนางให้ก่อนพะย่ะค่ะ ถ้าไม่มีสิ่งใดจะรับสั่งแล้ว ลูกขอตัวกลับไปดูแลนางก่อนพะย่ะค่ะ ส่วนคำตอบของเสด็จพ่อ ลูกจะส่งคนมาแจ้งให้ทราบทีหลังเอง” จิ้งอ๋องได้แต่ทอดถอนพระทัย พระองค์ยังไม่รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากเจียงหว่านอย่างไรเช่นกัน“ได้ ได้ เจ้ารีบกลับไปเถอะ” ฮ่องเต้เห็นจิ้งอ๋องรับปากแล้วก็ใจชื้นขึ้นมา“ลูกทูลลาพะย่ะค่ะ” จิ้งอ๋องลุกขึ้นค้อมคำนับแล้วเดินออกจากห้องทรงงาน
“ท่านนายอำเภอจะทำอย่างไรดีขอรับ ชาวบ้านเริ่มทนไม่ไหวแล้ว” ผู้ช่วยนายอำเภอถามเจ้านายด้วยสีหน้ากังวล“ฎีกาถูกส่งไปนานแล้ว ข้าก็ได้แต่หวังว่าฝ่าบาทจะส่งคนมาช่วยเหลือราษฎรในเมืองและชาวบ้านรอบ ๆ โดยเร็วเท่านั้น น้ำในจวนของเราใกล้หมดแล้วหรือ ยังสามารถนำไปแจกจ่ายชาวบ้านอยู่ได้หรือไม่” นายอำเภอเองก็กังวลไม่น้อยไปกว่าผู้ช่วยของเขาเช่นกัน“น้ำในบ่อตอนนี้ใกล้หมดเต็มทีแล้วขอรับ ข้าคิดว่าไม่น่าจะนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านได้อีกแล้วขอรับ ไม่เช่นนั้นในจวนนี้คงอดตายกันเป็นแน่” ผู้ช่วยนายอำเภอบอกด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย เขากับนายอำเภอพยายามทุกวิถีทางในการช่วยเหลือชาวบ้าน น่าเสียดายที่ทำได้แค่ประทังชีวิตให้พวกเขาไปวัน ๆ“เฮ้อ เหตุใดฝนที่เคยตกต้องตามฤดูกาลมาตลอด พอมาปีนี้จึงได้ไม่มีวี่แววเอาเสียเลยนะ” นายอำเภอได้แต่ทอดถอนห
“ก็ได้เพคะ” เจียงหว่านไม่อยากเถียงกับจิ้งอ๋องอีก นางเลยเลือกจะโบกมือให้องครักษ์ที่มาส่งข่าวออกไปจากเรือนแทนที่จวนองค์ชายใหญ่ บรรดาสตรีในจวนต่างทราบข่าวจากบ่าวไพร่แล้วว่าหลังจากนี้พวกนางไม่สามารถเข้าไปใกล้ชิดกับองค์ชายได้จนกว่าพระองค์จะรักษาตัวจนหายดีแล้วตามคำสั่งของฮองเฮา ซึ่งคราแรกสตรีหลายคนที่เพิ่งได้รับความโปรดปรานต่างโวยวายกันยกใหญ่ แต่พอองครักษ์ของฮองเฮาตามไปส่งข่าวด้วยตัวเองถึงเรือนของแต่ละคน พวกนางก็พากันซุกหัวหดหางด้วยความกลัวว่าจะถูกฮองเฮาไล่ออกจากจวนองค์ชายใหญ่ที่สุขสบายแห่งนี้หมอหลวงที่เข้ามารักษาองค์ชายใหญ่คอยเฝ้าอาการบาดเจ็บอยู่จนกระทั่งองค์ชายใหญ่ฟื้นตื่นขึ้นมาในอีกหนึ่งชั่วยามต่อมา“องค์ชายยังคิดจะขัดคำสั่งของฮองเฮาอยู่หรือไม่พะย่ะค่ะ” หัวหน้าองครักษ์กล่าวถามด้วยสายตาเย็นชา หากไม่ใช่คำสั่งของฮองเฮา ตัว
ตำหนักเฟิ่งหวง“คิดไม่ถึงว่าจิ้งอ๋องถึงกับไม่พานางมาพบเราก่อน” ฮองเฮาจิกเล็บลงบนฝ่ามือด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ พระนางอุตส่าห์แต่งตัวรอให้พวกเขามาพบตามธรรมเนียม
“พระสนมชมเกินไปแล้วเพคะ” เจียงหว่านกล่าวอย่างถ่อมตัว“เอาล่ะ ๆ พวกเจ้าไปนั่งเถอะ จากนี้เจ้าก็เรียกเราว่าเสด็จแม่เหมือนจิ่นเอ๋อก็ได้นะพระชายา อย่าได้เรียกเราห่างเหินนัก
“เพคะ” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำ นางเห็นสภาพสามพ่อแม่ลูกตรงหน้าแล้วก็ได้แต่คิดว่ากงกรรมกงเกวียน พวกเขาเคยรังแกร่างเดิมมาอย่างไร ตอนนี้ก็ถูกจิ้งอ๋องจัดการไม่ต่างกันสองเค่อต
“เชิญท่านอ๋องเสวยชาก่อนพะย่ะค่ะ บ้านกระหม่อมมีเพียงชาธรรมดาเท่านั้น หวังว่าท่านอ๋องจะไม่ทรงถือสา” เจียงซุนเจ๋อรีบเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างพร้อมกับอนุหวัง“