Share

บทที่ 3  

Penulis: ลิ่วเยว่
ศีรษะของนางโน้มไปด้านหน้าเล็กน้อย ดวงตาฉายแววสะใจและบ้าคลั่ง กดเสียงลงต่ำ ราวกับนั่นเป็นเสียงปีศาจที่ลอดผ่านออกมาจากในลำคอ ทั้งที่ถ้อยคำโหดเหี้ยมอำมหิตปานนั้นแต่กลับเอ่ยอย่างเรียบง่าย “นางถูกกดหัวลงไปในถังปฏิกูล จนสำลักตาย หลังจากตาย ข้าก็ยัดยันต์คาถาข้าวเหนียวและตะปูเข้าไปในปากของนาง จากนั้นค่อยตัดแขนขาทั้งสี่ของนาง และส่งนางไปเฝ้าท่านพญายมในปรโลก ในสภาพที่ร้องทุกข์ไม่ได้ จะชาติภพไหน ก็ไม่มีทางกลับมาเกิดเป็นคนได้อีก!”

หลงจ่านเหยียนพลันเงยหน้าขึ้นทันใด นัยน์ตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและเสียขวัญ ทั่วร่างสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงโดยไม่อาจควบคุม น้ำเสียงโกรธแค้นทะลุผ่านความขลาดกลัวในโพรงปาก “เหตุใด…ท่านถึงชั่วร้ายอำมหิตเพียงนี้?”

หลงฮูหยินนั่งตัวตรง ก่อนผุดยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “อำมหิตหรือ? ไม่นับว่าใช่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่เจ้าต้องถูกฝังศพสังเวยชีวิตหลังได้รับแต่งตั้งเป็นฮองเฮา เป็นการจัดการของบิดาเจ้าเพียงผู้เดียว? อย่าหาว่าพวกข้าใจดำอำมหิตเลย หากจะโทษก็ไปโทษมารดาแท้ ๆ ของเจ้าเถิดที่เกิดมาต่ำต้อย กลับมีใจทะเยอทะยานอยากเป็นเจ้านาย บิดาเจ้าก็ใช่ว่าจะเอาเปรียบเจ้า ให้เจ้าได้ตายในนามของฮองเฮา พอเจ้าตายไป ยังนำมาซึ่งเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ให้ตระกูลหลงทั้งตระกูล ก็ถือเสียว่าเจ้าได้สงเคราะห์ให้ความปรารถนาอยากจะเป็นเจ้านายของมารดาแท้ ๆ ของเจ้าเป็นจริงขึ้นมาเป็นอย่างไร!”

นางพูดจบ ก็ทอดถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา คล้ายว่าความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานหลายปีบัดนี้ได้มลายหายไปหมดสิ้นแล้ว จากนั้น ก็ชำเลืองมองหลงจ่านเหยียนด้วยสายตาดูแคลนปราดหนึ่ง “หลังจากเจ้าตายไป แม่จะเชิญคนมาสวดภาวนาให้เจ้า เพื่อส่งให้เจ้าไปสู่ดินแดนสุขาวดีโดยเร็ว!” พูดจบ เสียงหัวเราะได้ใจก็เล็ดลอดออกมาจากในลำคอที่เรียวเล็ก ซึ่งขัดแย้งกับใบหน้าอ่อนโยนมีเมตตาของนางอย่างสิ้นเชิง หญิงรับใช้เปิดประตูออก ก็ตามนางออกไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

หลงจ่านเหยียนเย็นวาบไปทั้งตัว เสียงอื้ออึงดังอยู่ในศีรษะ ความผูกพันฉันบิดาบุตรสาวสิบหกปี เดิมทีนางคิดว่าเขาถูกบีบบังคับให้ทำตามราชโองการอย่างไม่มีทางเลือก แต่กลับไม่คิดเลย ว่าความจริงจะเป็นเขาเองที่เอาชีวิตของนางไปแลกเกียรติยศอันเลิศล้ำมาให้ตระกูลหลง

นางกำหมัดทั้งสองข้างแน่น ความเคียดแค้นในใจเพิ่มพูนขึ้นไม่หยุด ทว่านางกลับทำอะไรไม่ได้เลย นางเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ แต่ข้างกายกลับไม่มีสาวใช้ที่สามารถเรียกใช้ได้เลยสักคน ท่ามกลางความโกรธแค้นและโศกเศร้า นางแผดเสียงร้องคำรามด้วยความเศร้าสลดออกมา ในรัตติกาลอันเงียบสงัดเสียงกรีดร้องนี้กลับยิ่งฟังดูน่ากลัวขึ้น

เพียงแต่ ในพื้นที่พักของบ่าวรับใช้ที่ตั้งอยู่ห่างไกลแบบนี้ ต่อให้เสียงจะดังอีกสักเพียงใด ก็ส่งไปไม่ถึงโถงด้านหน้าที่กำลังครึกครื้นมีความสุข จวนตระกูลหลงทั้งนายบ่าว ล้วนแต่เฉลิมฉลองกันด้วยความปีติยินดีที่หลงจ่านเหยียนจะได้แต่งเข้าวัง ตระกูลหลงยอมสละฮองเฮาให้ฝังศพสังเวยชีวิตแล้ว เพื่อเป็นชดเชยให้ตระกูลหลง ราชสำนักจะต้องมอบผลประโยชน์ให้ไม่น้อยแน่

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ คือความคิดที่ซุ่มซ่อนอยู่ภายในใจของหลงจ่านเหยียนเหมือนอสรพิษตัวหนึ่ง ความเกลียดชังเคียดแค้นแทนที่ความใจดีที่เคยมี นางอยากให้ตระกูลหลงทั้งนายบ่าว คนที่เคยรังแกข่มเหงนาง ชดใช้คืนด้วยชีวิต

หากนางตายไป ตระกูลหลงก็จะต้องโทษขัดขืนราชโองการ ถูกประหารทั้งตระกูล ในเมื่อนางต้องตายอยู่แล้ว ถือสิทธิ์อะไรมาบอกให้นางต้องตายอย่างอนาถไปเพียงผู้เดียว?

ภายใต้แสงตะเกียงรุบรู่ ผ้าแพรสีขาวผืนหนึ่งดูคล้ายสัตว์ประหลาดที่กำลังแยกเขี้ยวตวัดกรงเล็บ ชีวิตหนึ่งชีวิต ห้อยอยู่บนผืนผ้าแพรสีขาวอย่างเงียบเชียบ

จุดจบของชีวิตหนึ่ง คือจุดเริ่มต้นของอีกหนึ่งชีวิต

หลงจ่านเหยียนนั่งอยู่หน้าโต๊ะคันฉ่องไม้สลักลายดอกสาลี่ จ้องมองคนในเงาคันฉ่องอยู่อย่างเงียบเชียบ นานครู่ใหญ่แล้วยังนิ่งไม่ขยับกาย

คิ้วคางใบหน้าของเจ้าของร่างเดิมงดงามพิลาสล้ำ ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาดุจเคลือบไขมัน ฟันขาวนัยน์ตาเป็นประกาย เอวคอดกิ่วอรชรดุจต้นหลิว ทว่ากระโปรงสีแดงเข้มเก่าคร่ำคร่าตัวหนึ่งห่อหุ้มร่างกายผอมแห้งอ่อนแอไว้อย่างแข็งกระด้าง ชวนให้…ชวนให้ รู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ นางหลงจ่านเหยียนใช้ชีวิตมานานหลายปีเพียงนี้ รูปโฉมโนมพรรณที่เคยมั่นใจว่ามีเสน่ห์เย้ายวน พลันเปลี่ยนเป็นเด็กสาวที่ร่างกายยังไม่โตเต็มที่ดีเช่นนี้ไปเสียแล้ว จะพูดอย่างไรก็ล้วนแต่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจทั้งสิ้น

เคราะห์ดีที่เจ้าของร่างเดิมก็มีนามว่าหลงจ่านเหยียนเหมือนกัน มิเช่นนั้น แม้แต่ชื่อนางคงต้องละทิ้งไปด้วย

สาวใช้ในอาภรณ์สีเขียวคนหนึ่งเดินเข้ามา นางมิได้เคาะประตู แต่เดินตรงมาเบื้องหน้าหลงจ่านเหยียนเลย ก่อนจะเอ่ยพลางปรายสายตามองลงมาอย่างดูถูก “ฮูหยินสั่งให้ข้ามาบอกเจ้าว่ากูกูสอนมารยาทจากในวังมาถึงแล้ว ให้เจ้าระมัดระวังถ้อยคำวาจา!”

ข้างกายหลงจ่านเหยียนไม่มีสาวใช้ที่สามารถเรียกใช้งานได้ เพราะตำแหน่งหน้าที่ของนางภายในจวนก็คือสาวใช้ทำงานเบ็ดเตล็ด สาวใช้คนนี้เป็นสาวใช้คนสนิทข้างกายของหลงฮูหยิน นามว่าไฉ่หลี สามารถปรนนิบัติรับใช้อยู่ข้างกายฮูหยินได้ ย่อมมีตำแหน่งสูงกว่าสาวใช้เบ็ดเตล็ดในจวน

ดังนั้น นางจึงสามารถใช้น้ำเสียงเหยียดหยามดูแคลนเช่นนี้พูดกับหลงจ่านเหยียนได้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 400

    “อ๊า...” นางส่งเสียงร้องอนาถออกมา ลมข้างหูราวกับกรอกเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น ในใบหน้าเต็มไปด้วยลม นางแทบจะไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ความรู้สึกเสียน้ำหนักทำให้ลมหายใจของนางถูกดักไป ทรวงอกมีความรู้สึกเหมือนจะระเบิดนางยังร่วงลงไปไม่หยุด ก็ขณะที่นางนึกว่าตัวเองต้องร่างแหลกเหลวขาดอากาศตายนั้น ก็ราวกับถูกใครฉุดไหล่ขึ้น จากนั้นก็พุ่งพรวดขึ้นมา ในตอนที่นางคืนสติก็ยืนอยู่บนผิวพื้นแล้วหมอกควันตรงหน้าสลายไปฉับพลัน ทิวทัศน์เบื้องหน้าค่อย ๆ แจ่มชัด นางยังไม่ทันมอง ได้แต่หายใจกระหืดกระหอบ“ดีขึ้นบ้างหรือยัง?”นางหอบหายใจชะงักงัน จึงเห็นจ่านเหยียนยืนอยู่ตรงหน้า“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” อาเสอพบว่าตัวเองเนื้อตัวเปียกปอน มีหยดน้ำไหลติ๋ง ๆ จากเส้นผม“เจ้าเกือบจมน้ำตายแล้ว” จ่านเหยียนกล่าวเรียบอาเสอตกตะลึง เมื่อหันไปมอง นางเห็นเพียงทะเลสาบที่คนขุดอันกว้างขวาง ทะเลสาบมีใบบัวเป็นแถบ ๆ บดบังน้ำใสในทะเลสาบ“เมื่อครู่ข้าอยู่กลางอากาศชัด ๆ” อาเสอไม่รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงเช่นนี้นานมากแล้ว“เจ้าเข้าค่ายกลลวงวิญญาณ” จ่านเหยียนลากแขนของนาง ครั้นกระโดดขึ้นเบา ๆ ปลายเท้าของจ่านเหยียนแตะอยู่บนต้นดอกท้อทีหนึ่งก็ตกอยู่หน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 399

    พระราชครูพาถงจื่อซั่งกลับอารามซานชิงที่เขาพำนักอยู่อารามซานชิงตั้งอยู่ในวังหลวง อยู่ทางตะวันตกของวังหลวง ห่างจากตำหนักเย็นเพียงหนึ่งก้าวเท่านั้นอาเสอตามเขาติด ๆ เขาก็เหมือนจะพบอาเสอแล้วเหมือนกัน ผ่อนความเร็วฝีเท้าเล็กน้อย หันกลับมามองเป็นระยะ ฉีกริมฝีปากยิ้มจาง ๆอาเสอตามไปติด ๆ แต่ขณะอยู่ในป่าดอกท้อกลับไม่เห็นร่องรอยของเขาอาเสอวนไปวนมา แต่ก็ออกจากป่าดอกท้อไม่ได้ ดอกท้อโรยราหมดแล้ว กิ่งไม้งอกใบเขียวอ่อนรับกับสายลมเริงระบำอาเสอวนอยู่ในป่าดอกท้อหลายรอบ วกไปวนมา สุดท้ายกลับหยุดอยู่สถานที่เดิม ๆอาเสอรู้ว่าตัวเองเข้าม่านอาคมที่พระราชครูวางไว้แล้ว นางจึงยืนนิ่งแล้วหลับตาฟังเสียงลมแยกแยะตำแหน่งจากนั้นก็เดินไปตามทางลม แต่... หลังจากที่นางเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ ๆ ลมก็นิ่งไป ในอากาศราวกับมีกลิ่นหอมจาง ๆ อย่างหนึ่งลอยมา นางพูดในใจว่าแย่แล้ว แต่นางสูดกลิ่นหอมเข้าไปแล้ว หัวสมองมึนงงทันใดป่าดอกท้อตรงหน้าหายไปฉับพลัน หมอกควันมวลหนึ่งพวยพุ่งตรงหน้า ท่ามกลางความขมุกขมัว นางเห็นแผ่นหินทางเดินทอดยาวออกไป นางลังเลขณะหนึ่ง ก่อนจะเหยียบแผ่นหิน สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางหมอกควันหนาทึบขึ้นเรื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 398

    ช่างลำบากใจเขามากจริง ๆ เพื่อความสุขของหลงอู่ เขาเป็นทุกข์เป็นร้อนเหลือเกินนายท่านเฉินมองคุณหนูเฉิน “เซียงเอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”คุณหนูเฉินใช้พัดกลมปิดบังใบหน้า เอ่ยด้วยความขวยเขินเล็กน้อย “ทุกอย่างสุดแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจเจ้าค่ะ”หวังติ่งทังได้ยินคำพูดประโยคนี้ก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงอมยิ้มเอ่ย “นายท่านเฉิน หลงอู่ผู้นี้ถือว่าเป็นน้องชายบุญธรรมของข้า ตอนนี้น้องสาวของข้าหมั้นกับคุณชายบ้านท่าน น้องชายบุญธรรมของข้ายังแต่งกับบุตรสาวของท่าน คิดดูแล้วเราสองครอบครัวช่างเป็นญาติที่มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นจริง ๆ”นายท่านเฉินก็ดูดีใจมากเช่นนั้น ถอนหายใจเอ่ย “ไอ้หยา หลานหวัง วันนี้ข้าอารมณ์ดียิ่งนัก เจ้าไม่รู้เรื่องข้าคิดหนักเรื่องแต่งงานของเซียงเอ๋อร์มานานเท่าใดแล้ว หากเป็นครอบครัวทั่วไป ย่อมตัดใจให้นางไปตกระกำลำบากไม่ได้ หากเป็นตระกูลใหญ่...”นายท่านเฉินพูดถึงตรงนี้ก็ไม่พูดต่อ หวังติ่งทังไม่เข้าใจความหมาย เพียงพูดด้วยความยินดี “ตอนนี้เรื่องมงคลสองครอบครัวได้กำหนดแล้ว เช่นนั้นคุณหนูเฉินออกเรือนก่อน จากนั้นก็คุณชายแต่งงาน ดูว่าวันใดจะเป็นฤกษ์ยามมงคล จะเลือกวันจัดเสียทีเดียว ขอเพียงคุณหนูเฉินออก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 397

    ราชครูถงอยู่ในตำหนักฉือหนิงกับจงเสี้ยน วางร่างของถงจื่อซั่งไว้ที่ตำหนักหลัก จงเสี้ยนสั่งให้คนในตำหนักออกไปพร้อมเชิญพระราชครูมา“พระราชครู? เขายังอยู่ในวังหรือ?” ราชครูถงถามด้วยความประหลาดใจพระราชครูคือคนของเขา รับผิดชอบยุแยงตะแคงรั่วกับอดีตฮ่องเต้ แต่หลังจากอดีตฮ่องเต้สวรรคต เขาเคยบอกว่าจะลากลับภูเขา ไม่นึกว่าตอนนี้ยังไม่ไป“เขาไปแล้ว แต่กลับมาเมื่อช่วงก่อน วิชาพรตของเขาล้ำเลิศกว่าแต่ก่อนมาก ดูสิว่าเขาจะช่วยชีวิตจื่อซั่งได้หรือไม่” จงเสี้ยนเอ่ย“จื่อซั่งหมดลมไปแล้ว ต่อให้เขามีทักษะการแพทย์ล้ำเลิศแล้วจะทำอะไรได้?” ราชครูถงเอ่ย“เรื่องมาถึงขั้นนี้ ท่านยังไม่เชื่อว่าโลกนี้มีหลาย ๆ เรื่องที่เราไม่สามารถอธิบายได้หรือ? ท่านคิดว่าหลงจ่านเหยียนก็คือลูกสาวของหลงฉางเทียนจริงหรือ? ท่านพี่ อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย แม้เราจะหาคนมา แต่เบื้องหลังจะมีคนสับเปลี่ยนตัวหรือไม่ก็ไม่รู้” จงเสี้ยนเอ่ยจากใจ“เจ้าคิดว่าหลงฉางเทียนกล้าสับเปลี่ยนตัวหรือ? ต่อให้เขามีพันหัวเขาก็ไม่กล้าหรอก” ราชครูถงหัวเราะเสียงเย็น“หลงฉางเทียนไม่กล้า แต่ท่านกล้าพูดว่ามู่หรงหล่างเทียนไม่กล้าหรือ? ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเขาหมดสติ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 396

    จ่านเหยียนหัวเสียเล็กน้อย “สบายใจได้ ข้าต้องคืนชุดให้ท่านแน่”“เช่นนั้นก็ดี!” มู่หรงฉิงเทียนกล่าวจบก็เดินอาด ๆ ไปจ่านเหยียนคับอกคับใจกับเงาหลังของเขานานระยะหนึ่งจึงหมุนตัวกลับตำหนักบรรทมอย่างกรุ่นโกรธอาเสอกลับมาเห็นจ่านเหยียนหงุดหงิดอยู่คนเดียวในห้องจึงถาม “เป็นอะไรไปหรือ? ใครทำให้ท่านโกรธ?”“เปล่า!” จ่านเหยียนถือเข็มกับด้ายอยู่ในมือ เย็บเป็นเส้นตะขาบ แล้วพูดด้วยความหงุดหงิด “เจ้าว่าเขาหมายความว่าอย่างไร?”“ใครหมายความว่ายังไง?” อาเสอถามด้วยความสับสนจ่านเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่มีอะไรแล้ว”“เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ใครทำให้ท่านโมโห? มู่หรงฉิงเทียนหรือ?” อาเสอถาม“เขาทำให้ข้าโกรธได้หรือ? เขาเป็นอะไรกับข้า?” จ่านเหยียนพูดอย่างไม่สบอารมณ์อาเสอมองนางด้วยความอยากรู้ จากนั้นก็ขมวดคิ้ว “ไม่ใช่นะ น้ำเสียงการพูดของท่านมันมีปัญหา เขาไม่เป็นอะไรกับท่านจริง ๆ นั่นแหละ เขาจะทำอะไรย่อมไม่เกี่ยวกับท่าน แล้วท่านมาผายลมอยู่นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”“เอ๊ะ ทำไมเจ้าถึงเป็นคนหยาบคายอย่างนี้?” จ่านเหยียนอารมณ์ขึ้น คว้ารองเท้าปักลายบนโต๊ะแล้วไล่ฟาดนาง “เจ้ายังมีคำพูดอะไรที่ทุเรศกว่านี้อีกไหม? พูดก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 395

    อาเสอจึงได้แต่ส่งเหมย หลาน จู่และจวี๋ออกจากวัง ที่ทำก็เพราะกลัวว่าพวกเขาจะถูกฆ่าปิดปาก นางจ้างรถม้าส่งออกนอกเมืองในคืนนั้น แล้วล้วงเงินให้พวกเขาจำนวนหนึ่งต้าเหมยรับเงินมาแล้วดึงแขนเสื้อของอาเสอ ถาม “โปรดบอกคุณหนูใหญ่ บุญคุณครั้งนี้ ชาตินี้ต้าเหมยไม่มีวันลืม หากมีโอกาสต้องตอบแทนแน่”อาเสอเอ่ย “ไม่หวังให้พวกเจ้าตอบแทน ถึงเวลาอย่าถูกคนหลอกใช้ก็พอ หนีเอาตัวรอดเถอะ ราชครูถงไม่ปล่อยพวกเจ้าไปหรอก”ทั้งสี่ขึ้นนั่งรถม้าหนีเอาตัวรอดหลังจากที่อาเสอไป ต้าเหมยก็ให้สารถีหยุดรถ “ข้าจะกลับเมืองหลวง”อาจู๋ดึงเขาไว้ “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ราชครูถงไม่ปล่อยเราหรอก”ต้าเหมยกระโดดลงรถม้าแล้วมองทั้งสามคน “คุณหนูใหญ่ไม่เคยเอาเปรียบเรา กระทั่งเวลานี้ก็ยังเป็นห่วงชีวิตของเรา ข้าจะเห็นแก่ตัวเช่นนี้ไม่ได้ ข้าจะกลับไป”“เจ้ากลับไปแล้วจะทำอะไรได้?” อาจู๋ถามต้าเหมยนิ่งเงียบพักหนึ่ง “ไม่รู้ แต่กลับไปแล้วค่อยว่ากัน”เขานิ่งไปพักหนึ่งแล้วพูดอีก “ชาตินี้เราอยู่ใต้น้ำลายคนอื่น ไม่เคยได้รับความเคารพจากใคร แต่คุณหนูใหญ่เห็นพวกเราเป็นคนจริง ๆ ข้าอยากเป็นคนอย่างแท้จริง ข้าไม่อยากเร่ร่อนเหมือนสุนัขไร้บ้าน”กล่าวจบเข

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 386

    ครั้นกล่าวคำพูดนี้ออกมา ทุกคนก็พากันตกตะลึงบรรดาสมุหพระอาลักษณ์มองหน้ากันทีหนึ่ง สีหน้าไม่สู้ดีนักสมุหพระอาลักษณ์เหลียงลุกขึ้นยืนประสานมือกับจงเสี้ยน “ไทฮองไทเฮา เรื่องนี้คือเรื่องของวังหลัง ไทฮองไทเฮาทรงจัดการก็พอ พวกกระหม่อมไม่เหมาะอยู่ มิเช่นนั้นพวกกระหม่อมขอทูลลาก่อนพ่ะย่ะค่ะ?”วันนี้ไทฮองไ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 378

    “ธุระสำคัญอันใดต้องลงไม้ลงมือ ใช้ได้ที่ไหน?” ฉีชินอ๋องกรุ่นโกรธมู่หรงฉิงเทียนกลับลากจ่านเหยียนไปอย่างไม่สนใจ ฉีชินอ๋องอยากตามไป แต่อาเสอกลับมุดออกมาจากที่ใดก็ไม่รู้ดึงเขาไว้ “ท่านอ๋อง เราอยู่รอในตำหนักเถอะเพคะ ไม่มีอะไรหรอก อาซานมิกล้าทำอันใดคุณหนูใหญ่หรอกเพคะ”“อาซานไม่รู้จักสูงต่ำใหญ่แล้ว” ฉีชิ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 279

    นางทิ้งมือทั้งสองลง จากนั้นก็ค่อย ๆ หลับตาอาเสอตกใจ ยื่นมือออกไปทดสอบลมหายใจของนางฉับพลัน จากนั้นก็เงยหน้ามองจ่านเหยียนอย่างตกตะลึงจ่านเหยียนเอ่ยเสียงหนัก “ปกป้องหัวใจของนางก่อน”ถงไทเฮาหัวเราะเสียงเย็น ในดวงตามีความกระหยิ่มยิ้มย่องและสาแก่ใจ “นางตายแน่”อาเสออุ้มจิ้นหรูเข้าไปในตำหนัก แต่ช้าไป

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 286

    ถงไทเฮาเห็นนางเช่นนี้ก็รู้ว่านางไม่มีวิธีดีอะไร จึงอดพูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิดไม่ได้ “พอที เจ้าออกไปเถอะ หวังพึ่งเจ้าไม่ได้เลย เสียแรงที่ข้าให้ความสำคัญกับเจ้า”หรูหัวพูดอ้อมแอ้ม “ไทเฮาโปรดระงับโทสะด้วยเพคะ จู่ ๆ ก็ให้บ่าวคิด บ่าวยังจับอะไรไม่ได้เลย มิสู้ให้บ่าวกลับไปคิดสักสองสามวันเถอะเพคะ?”“ออกไปเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status