Share

บทที่ 2  

Penulis: ลิ่วเยว่
ภาพที่น่าสังเวชเช่นนี้ มิอาจทำให้แม่ทัพหลงรู้สึกสะทกสะท้านได้เลยแม้แต่น้อย หว่างคิ้วของเขาปรากฏความฉุนเฉียวและหงุดหงิด หากว่านางยังไม่ตอบรับคำอีก เกรงว่าในวังจะต้องเอาผิดแน่ ฮองเฮาพระองค์ใหม่เสด็จเข้าวังหลวง จะร่ำไห้คร่ำครวญไปตลอดทางมิได้

หลงฮูหยินยื่นมือไปกุมมือของแม่ทัพหลงไว้ แววตาฉายประกายเหลืออดเกินทน “ท่านแม่ทัพ มิสู้ ให้นางกลับไปก่อน คืนนี้ข้าจะไปคุยกับนางดี ๆ เองเจ้าค่ะ!”

แม่ทัพหลงรู้ดีว่าฮูหยินเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ทนเห็นการลงโทษที่โหดร้ายทารุณเช่นนี้ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นนับแต่เมื่อคืนจนถึงบัดนี้ ทนทรมานมาแล้วหนึ่งคืน แต่ยังไม่เห็นวี่แววว่าเจ้าบุตรีดื้อด้านผู้นั้นจะยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ดูเหมือนว่าไม้แข็งจะใช้ไม่ได้ผล

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยขึ้นว่า “เอาตามนั้นเถิด เจ้าไปคุยกับนางแล้วกัน!” พูดจบ ก็โบกมือ ก่อนจะชำเลืองมองหลงจ่านเหยียนอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ และออกคำสั่งว่า “พาตัวนางกลับไป!”

หลงจ่านเหยียนแขนขาหมดเรี่ยวแรงทิ้งตัวกองไปกับพื้นเนื้อตัวสั่นเทิ้ม ทั้งสิบนิ้วเจ็บปวดมาถึงหัวใจ สำหรับนาง มันชินชาไปแล้ว บ้านหลังนี้ นางก็เป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งที่มาขออาศัย ถูกเจ้าของบ้านทุบตีด่าทอได้ทุกเมื่อ และหลงจ่านซินคุณหนูรองของจวนแม่ทัพ ผู้เป็นน้องหญิงของนาง ก็โปรดปรานการใช้ปลายเข็มทิ่มแทงมาเป็นวิธีจัดการกับนางที่สุด

ผู้อาวุโสในที่แห่งนี้ไร้ซึ่งความรู้สึกสงสารเห็นใจ มีแต่จะคิดว่านางไม่รู้กาลเทศะ หรือมิเช่นนั้นก็คง รู้สึกชินชากับทุกสิ่งที่นางเผชิญไปแล้ว

นางถูกบ่าวรับใช้ลากตัวกลับมาในห้องของตนเอง ทิ้งไว้บนพื้น วัตถุแหลมคมทั้งหมดที่อยู่ในห้องถูกเก็บออกไปจนหมด เพื่อป้องกันมิให้นางใช้ปลิดชีวิตตนเอง

นางนั่งอยู่บนพื้นที่เย็นเยียบ ความเยือกเย็นราวกับเป็นงูพิษตัวหนึ่งเกี่ยวพันทั่วทั้งสรรพางค์กายของนาง นับแต่จำความได้มาจนถึงยามนี้ นางรู้มาตลอดว่าจนเองมีฐานะต่ำต้อย สิ่งที่ทับถมกันอยู่บนตัวนางก็มีเพียงถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามและการทุบตีอย่างทารุณ นางอดทนอดกลั้นเรื่อยมาด้วยความมุ่งมั่น เฝ้าคอยให้ถึงวัยสิบหกขวบและออกเรือน จะได้หลุดพ้นไปจากครอบครัวนี้เสียที ถึงแม้จะมิได้ใช้ชีวิตตามที่ตนเองปรารถนา แต่อย่างน้อย ก็ได้มีชีวิตเหมือนคนทั่วไป ไม่ต้องถูกผู้ใดดูถูกเหยียดหยามด่าทอสาปแช่งทุบตีด้วยความโหดเหี้ยมทารุณอีก

ปีนี้ นางวัยสิบหกแล้ว ทว่า ท่านพ่อท่านแม่กลับให้นางสละชีวิตเพื่อแลกเกียรติยศมาสู่วงศ์ตระกูล

ถึงตอนนี้แล้ว แม้แต่จะร้องไห้นางก็ร้องไม่ออก ช่างเถิด ถือเสียว่านี่คือการตอบแทนบุญคุณที่เขาได้ให้กำเนิดนางออกมาเถิด อย่างไรก็ต้องตายอยู่แล้ว จะรีบหาทางตายตอนนี้ไปเพื่ออะไร? ตายด้วยตำแหน่งฮองเฮา อย่างน้อย มารดาผู้ให้กำเนิดนางก็จะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ถือเป็นเกียรติยศที่ได้รับหลังจากสิ้นชีวิตไปแล้ว แต่นางหลงจ่านเหยียน ก็จะไม่ต้องถูกคนเหยียดหยามดูแคลนว่าเป็นแค่บุตรีที่เกิดจากสาวใช้อีก

แสงโคมไฟยามราตรีเริ่มส่องสว่าง จวนแม่ทัพครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะอีกไม่นานแม่ทัพหลงจะได้เป็นพ่อตาของแผ่นดินแล้ว ขุนนางประจำราชสำนักจำนวนมากเข้ามาร่วมอวยพร ความครึกครื้นที่โถงด้านหน้าตัดกับความเงียบเหงาอ้างว้างในห้องของหลงจ่านเหยียนอย่างชัดเจน

หลงฮูหยินพาบ่าวรับใช้อีกสองคนมาถึงบริเวณนอกพื้นที่พำนักของบ่าวรับใช้หลงจ่านเหยียนอาศัยอยู่แล้ว

ระหว่างที่ประตูเปิดออกและปิดลง ใบหน้าของหลงฮูหยินเปลี่ยนจากความอ่อนโยนใจดีเมื่อครู่ไปเป็นสีหน้าเยือกเย็นและโหดเหี้ยมอำมหิต บ่าวรับใช้ย้ายเก้าอี้เข้ามา นางก็นั่งลงเบื้องหน้าหลงจ่านเหยียน ท่าทางองอาจน่าเกรงขามนั้น ทำให้อีกคนไม่กล้าจดจ้อง

สุ้มเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนของนางเมื่อครู่เปลี่ยนไป สีหน้าแววตาดุดันร้ายกาจ “จ่านเหยียน ภายในใจของเจ้ากำลังโทษมารดาอยู่หรือไม่?”

หลงจ่านเหยียนยังคงขดตัวอยู่บนพื้น ไม่แม้แต่เงยหน้ามอง นางมิได้แปลกใจแม้แต่น้อย กับท่าทางเช่นนี้ของหลงฮูหยิน มีแค่เพียงตอนลับหลังผู้อื่นแล้วเท่านั้น ที่นางจะเป็นเช่นนี้ ใบหน้าแบบนี้ ทำให้นางต้องทุกข์ทรมานมาไม่รู้กี่มากน้อยแล้ว

“ลูกมิบังอาจเจ้าค่ะ!” หลงจ่านเหยียนตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ เงาของความตายได้ปกคลุมนางอย่างสมบูรณ์แล้ว และนางก็ยอมรับชะตากรรมแล้ว

“อืม!” หลงฮูหยินคล้ายกับพึงพอใจในคำตอบนี้เป็นที่สุด นางผุดยิ้มน้อย ๆ “บัดนี้เจ้าจะเข้าวังไปเป็นฮองเฮาแล้ว แม่มีหนึ่งเรื่อง ที่เก็บซ่อนไว้ในใจมานานสิบหกปี และได้เวลาต้องบอกเจ้าเสียที!”

หลงจ่านเหยียนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ท่ามกลางแสงตะเกียงที่สว่างรุบรู่ เห็นเพียงใบหน้าของหลงฮูหยินต้องแสงวูบไหวไปมาตามแสงเปลวเทียน แววตาเยือกเย็นและโหดเหี้ยม คล้ายกับเป็นปีศาจร้ายจากนรกขุมสิบ

หลงฮูหยินผุดยิ้มขึ้นอย่างไร้เหตุผล น้ำเสียงสาแก่ใจเป็นที่สุด “เจ้ารู้หรือไม่ว่ามารดาต่ำตมคนนั้นของเจ้าตายได้อย่างไร?”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 400

    “อ๊า...” นางส่งเสียงร้องอนาถออกมา ลมข้างหูราวกับกรอกเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น ในใบหน้าเต็มไปด้วยลม นางแทบจะไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ความรู้สึกเสียน้ำหนักทำให้ลมหายใจของนางถูกดักไป ทรวงอกมีความรู้สึกเหมือนจะระเบิดนางยังร่วงลงไปไม่หยุด ก็ขณะที่นางนึกว่าตัวเองต้องร่างแหลกเหลวขาดอากาศตายนั้น ก็ราวกับถูกใครฉุดไหล่ขึ้น จากนั้นก็พุ่งพรวดขึ้นมา ในตอนที่นางคืนสติก็ยืนอยู่บนผิวพื้นแล้วหมอกควันตรงหน้าสลายไปฉับพลัน ทิวทัศน์เบื้องหน้าค่อย ๆ แจ่มชัด นางยังไม่ทันมอง ได้แต่หายใจกระหืดกระหอบ“ดีขึ้นบ้างหรือยัง?”นางหอบหายใจชะงักงัน จึงเห็นจ่านเหยียนยืนอยู่ตรงหน้า“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” อาเสอพบว่าตัวเองเนื้อตัวเปียกปอน มีหยดน้ำไหลติ๋ง ๆ จากเส้นผม“เจ้าเกือบจมน้ำตายแล้ว” จ่านเหยียนกล่าวเรียบอาเสอตกตะลึง เมื่อหันไปมอง นางเห็นเพียงทะเลสาบที่คนขุดอันกว้างขวาง ทะเลสาบมีใบบัวเป็นแถบ ๆ บดบังน้ำใสในทะเลสาบ“เมื่อครู่ข้าอยู่กลางอากาศชัด ๆ” อาเสอไม่รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงเช่นนี้นานมากแล้ว“เจ้าเข้าค่ายกลลวงวิญญาณ” จ่านเหยียนลากแขนของนาง ครั้นกระโดดขึ้นเบา ๆ ปลายเท้าของจ่านเหยียนแตะอยู่บนต้นดอกท้อทีหนึ่งก็ตกอยู่หน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 399

    พระราชครูพาถงจื่อซั่งกลับอารามซานชิงที่เขาพำนักอยู่อารามซานชิงตั้งอยู่ในวังหลวง อยู่ทางตะวันตกของวังหลวง ห่างจากตำหนักเย็นเพียงหนึ่งก้าวเท่านั้นอาเสอตามเขาติด ๆ เขาก็เหมือนจะพบอาเสอแล้วเหมือนกัน ผ่อนความเร็วฝีเท้าเล็กน้อย หันกลับมามองเป็นระยะ ฉีกริมฝีปากยิ้มจาง ๆอาเสอตามไปติด ๆ แต่ขณะอยู่ในป่าดอกท้อกลับไม่เห็นร่องรอยของเขาอาเสอวนไปวนมา แต่ก็ออกจากป่าดอกท้อไม่ได้ ดอกท้อโรยราหมดแล้ว กิ่งไม้งอกใบเขียวอ่อนรับกับสายลมเริงระบำอาเสอวนอยู่ในป่าดอกท้อหลายรอบ วกไปวนมา สุดท้ายกลับหยุดอยู่สถานที่เดิม ๆอาเสอรู้ว่าตัวเองเข้าม่านอาคมที่พระราชครูวางไว้แล้ว นางจึงยืนนิ่งแล้วหลับตาฟังเสียงลมแยกแยะตำแหน่งจากนั้นก็เดินไปตามทางลม แต่... หลังจากที่นางเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ ๆ ลมก็นิ่งไป ในอากาศราวกับมีกลิ่นหอมจาง ๆ อย่างหนึ่งลอยมา นางพูดในใจว่าแย่แล้ว แต่นางสูดกลิ่นหอมเข้าไปแล้ว หัวสมองมึนงงทันใดป่าดอกท้อตรงหน้าหายไปฉับพลัน หมอกควันมวลหนึ่งพวยพุ่งตรงหน้า ท่ามกลางความขมุกขมัว นางเห็นแผ่นหินทางเดินทอดยาวออกไป นางลังเลขณะหนึ่ง ก่อนจะเหยียบแผ่นหิน สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางหมอกควันหนาทึบขึ้นเรื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 398

    ช่างลำบากใจเขามากจริง ๆ เพื่อความสุขของหลงอู่ เขาเป็นทุกข์เป็นร้อนเหลือเกินนายท่านเฉินมองคุณหนูเฉิน “เซียงเอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”คุณหนูเฉินใช้พัดกลมปิดบังใบหน้า เอ่ยด้วยความขวยเขินเล็กน้อย “ทุกอย่างสุดแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจเจ้าค่ะ”หวังติ่งทังได้ยินคำพูดประโยคนี้ก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงอมยิ้มเอ่ย “นายท่านเฉิน หลงอู่ผู้นี้ถือว่าเป็นน้องชายบุญธรรมของข้า ตอนนี้น้องสาวของข้าหมั้นกับคุณชายบ้านท่าน น้องชายบุญธรรมของข้ายังแต่งกับบุตรสาวของท่าน คิดดูแล้วเราสองครอบครัวช่างเป็นญาติที่มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นจริง ๆ”นายท่านเฉินก็ดูดีใจมากเช่นนั้น ถอนหายใจเอ่ย “ไอ้หยา หลานหวัง วันนี้ข้าอารมณ์ดียิ่งนัก เจ้าไม่รู้เรื่องข้าคิดหนักเรื่องแต่งงานของเซียงเอ๋อร์มานานเท่าใดแล้ว หากเป็นครอบครัวทั่วไป ย่อมตัดใจให้นางไปตกระกำลำบากไม่ได้ หากเป็นตระกูลใหญ่...”นายท่านเฉินพูดถึงตรงนี้ก็ไม่พูดต่อ หวังติ่งทังไม่เข้าใจความหมาย เพียงพูดด้วยความยินดี “ตอนนี้เรื่องมงคลสองครอบครัวได้กำหนดแล้ว เช่นนั้นคุณหนูเฉินออกเรือนก่อน จากนั้นก็คุณชายแต่งงาน ดูว่าวันใดจะเป็นฤกษ์ยามมงคล จะเลือกวันจัดเสียทีเดียว ขอเพียงคุณหนูเฉินออก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 397

    ราชครูถงอยู่ในตำหนักฉือหนิงกับจงเสี้ยน วางร่างของถงจื่อซั่งไว้ที่ตำหนักหลัก จงเสี้ยนสั่งให้คนในตำหนักออกไปพร้อมเชิญพระราชครูมา“พระราชครู? เขายังอยู่ในวังหรือ?” ราชครูถงถามด้วยความประหลาดใจพระราชครูคือคนของเขา รับผิดชอบยุแยงตะแคงรั่วกับอดีตฮ่องเต้ แต่หลังจากอดีตฮ่องเต้สวรรคต เขาเคยบอกว่าจะลากลับภูเขา ไม่นึกว่าตอนนี้ยังไม่ไป“เขาไปแล้ว แต่กลับมาเมื่อช่วงก่อน วิชาพรตของเขาล้ำเลิศกว่าแต่ก่อนมาก ดูสิว่าเขาจะช่วยชีวิตจื่อซั่งได้หรือไม่” จงเสี้ยนเอ่ย“จื่อซั่งหมดลมไปแล้ว ต่อให้เขามีทักษะการแพทย์ล้ำเลิศแล้วจะทำอะไรได้?” ราชครูถงเอ่ย“เรื่องมาถึงขั้นนี้ ท่านยังไม่เชื่อว่าโลกนี้มีหลาย ๆ เรื่องที่เราไม่สามารถอธิบายได้หรือ? ท่านคิดว่าหลงจ่านเหยียนก็คือลูกสาวของหลงฉางเทียนจริงหรือ? ท่านพี่ อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย แม้เราจะหาคนมา แต่เบื้องหลังจะมีคนสับเปลี่ยนตัวหรือไม่ก็ไม่รู้” จงเสี้ยนเอ่ยจากใจ“เจ้าคิดว่าหลงฉางเทียนกล้าสับเปลี่ยนตัวหรือ? ต่อให้เขามีพันหัวเขาก็ไม่กล้าหรอก” ราชครูถงหัวเราะเสียงเย็น“หลงฉางเทียนไม่กล้า แต่ท่านกล้าพูดว่ามู่หรงหล่างเทียนไม่กล้าหรือ? ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเขาหมดสติ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 396

    จ่านเหยียนหัวเสียเล็กน้อย “สบายใจได้ ข้าต้องคืนชุดให้ท่านแน่”“เช่นนั้นก็ดี!” มู่หรงฉิงเทียนกล่าวจบก็เดินอาด ๆ ไปจ่านเหยียนคับอกคับใจกับเงาหลังของเขานานระยะหนึ่งจึงหมุนตัวกลับตำหนักบรรทมอย่างกรุ่นโกรธอาเสอกลับมาเห็นจ่านเหยียนหงุดหงิดอยู่คนเดียวในห้องจึงถาม “เป็นอะไรไปหรือ? ใครทำให้ท่านโกรธ?”“เปล่า!” จ่านเหยียนถือเข็มกับด้ายอยู่ในมือ เย็บเป็นเส้นตะขาบ แล้วพูดด้วยความหงุดหงิด “เจ้าว่าเขาหมายความว่าอย่างไร?”“ใครหมายความว่ายังไง?” อาเสอถามด้วยความสับสนจ่านเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่มีอะไรแล้ว”“เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ใครทำให้ท่านโมโห? มู่หรงฉิงเทียนหรือ?” อาเสอถาม“เขาทำให้ข้าโกรธได้หรือ? เขาเป็นอะไรกับข้า?” จ่านเหยียนพูดอย่างไม่สบอารมณ์อาเสอมองนางด้วยความอยากรู้ จากนั้นก็ขมวดคิ้ว “ไม่ใช่นะ น้ำเสียงการพูดของท่านมันมีปัญหา เขาไม่เป็นอะไรกับท่านจริง ๆ นั่นแหละ เขาจะทำอะไรย่อมไม่เกี่ยวกับท่าน แล้วท่านมาผายลมอยู่นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”“เอ๊ะ ทำไมเจ้าถึงเป็นคนหยาบคายอย่างนี้?” จ่านเหยียนอารมณ์ขึ้น คว้ารองเท้าปักลายบนโต๊ะแล้วไล่ฟาดนาง “เจ้ายังมีคำพูดอะไรที่ทุเรศกว่านี้อีกไหม? พูดก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 395

    อาเสอจึงได้แต่ส่งเหมย หลาน จู่และจวี๋ออกจากวัง ที่ทำก็เพราะกลัวว่าพวกเขาจะถูกฆ่าปิดปาก นางจ้างรถม้าส่งออกนอกเมืองในคืนนั้น แล้วล้วงเงินให้พวกเขาจำนวนหนึ่งต้าเหมยรับเงินมาแล้วดึงแขนเสื้อของอาเสอ ถาม “โปรดบอกคุณหนูใหญ่ บุญคุณครั้งนี้ ชาตินี้ต้าเหมยไม่มีวันลืม หากมีโอกาสต้องตอบแทนแน่”อาเสอเอ่ย “ไม่หวังให้พวกเจ้าตอบแทน ถึงเวลาอย่าถูกคนหลอกใช้ก็พอ หนีเอาตัวรอดเถอะ ราชครูถงไม่ปล่อยพวกเจ้าไปหรอก”ทั้งสี่ขึ้นนั่งรถม้าหนีเอาตัวรอดหลังจากที่อาเสอไป ต้าเหมยก็ให้สารถีหยุดรถ “ข้าจะกลับเมืองหลวง”อาจู๋ดึงเขาไว้ “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ราชครูถงไม่ปล่อยเราหรอก”ต้าเหมยกระโดดลงรถม้าแล้วมองทั้งสามคน “คุณหนูใหญ่ไม่เคยเอาเปรียบเรา กระทั่งเวลานี้ก็ยังเป็นห่วงชีวิตของเรา ข้าจะเห็นแก่ตัวเช่นนี้ไม่ได้ ข้าจะกลับไป”“เจ้ากลับไปแล้วจะทำอะไรได้?” อาจู๋ถามต้าเหมยนิ่งเงียบพักหนึ่ง “ไม่รู้ แต่กลับไปแล้วค่อยว่ากัน”เขานิ่งไปพักหนึ่งแล้วพูดอีก “ชาตินี้เราอยู่ใต้น้ำลายคนอื่น ไม่เคยได้รับความเคารพจากใคร แต่คุณหนูใหญ่เห็นพวกเราเป็นคนจริง ๆ ข้าอยากเป็นคนอย่างแท้จริง ข้าไม่อยากเร่ร่อนเหมือนสุนัขไร้บ้าน”กล่าวจบเข

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 386

    ครั้นกล่าวคำพูดนี้ออกมา ทุกคนก็พากันตกตะลึงบรรดาสมุหพระอาลักษณ์มองหน้ากันทีหนึ่ง สีหน้าไม่สู้ดีนักสมุหพระอาลักษณ์เหลียงลุกขึ้นยืนประสานมือกับจงเสี้ยน “ไทฮองไทเฮา เรื่องนี้คือเรื่องของวังหลัง ไทฮองไทเฮาทรงจัดการก็พอ พวกกระหม่อมไม่เหมาะอยู่ มิเช่นนั้นพวกกระหม่อมขอทูลลาก่อนพ่ะย่ะค่ะ?”วันนี้ไทฮองไ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 378

    “ธุระสำคัญอันใดต้องลงไม้ลงมือ ใช้ได้ที่ไหน?” ฉีชินอ๋องกรุ่นโกรธมู่หรงฉิงเทียนกลับลากจ่านเหยียนไปอย่างไม่สนใจ ฉีชินอ๋องอยากตามไป แต่อาเสอกลับมุดออกมาจากที่ใดก็ไม่รู้ดึงเขาไว้ “ท่านอ๋อง เราอยู่รอในตำหนักเถอะเพคะ ไม่มีอะไรหรอก อาซานมิกล้าทำอันใดคุณหนูใหญ่หรอกเพคะ”“อาซานไม่รู้จักสูงต่ำใหญ่แล้ว” ฉีชิ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 279

    นางทิ้งมือทั้งสองลง จากนั้นก็ค่อย ๆ หลับตาอาเสอตกใจ ยื่นมือออกไปทดสอบลมหายใจของนางฉับพลัน จากนั้นก็เงยหน้ามองจ่านเหยียนอย่างตกตะลึงจ่านเหยียนเอ่ยเสียงหนัก “ปกป้องหัวใจของนางก่อน”ถงไทเฮาหัวเราะเสียงเย็น ในดวงตามีความกระหยิ่มยิ้มย่องและสาแก่ใจ “นางตายแน่”อาเสออุ้มจิ้นหรูเข้าไปในตำหนัก แต่ช้าไป

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 286

    ถงไทเฮาเห็นนางเช่นนี้ก็รู้ว่านางไม่มีวิธีดีอะไร จึงอดพูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิดไม่ได้ “พอที เจ้าออกไปเถอะ หวังพึ่งเจ้าไม่ได้เลย เสียแรงที่ข้าให้ความสำคัญกับเจ้า”หรูหัวพูดอ้อมแอ้ม “ไทเฮาโปรดระงับโทสะด้วยเพคะ จู่ ๆ ก็ให้บ่าวคิด บ่าวยังจับอะไรไม่ได้เลย มิสู้ให้บ่าวกลับไปคิดสักสองสามวันเถอะเพคะ?”“ออกไปเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status