Partager

ขายข้าวเปลือก

last update Date de publication: 2025-06-29 06:33:51

รุ่งเช้าวันต่อมา

ทุกคนในบ้านฮั่วตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะได้ออกมานอนพักก็กินเวลาเกือบเที่ยงคืนกว่าจะซ่อมเกวียนเสร็จให้พร้อมกลับมาใช้งานได้อย่างแข็งแรงและทนทานอีกครั้ง 

นางฮั่วเจินผู้เป็นแม่รีบลุกมาหุงข้าวและอุ่นกับข้าวที่เหลืออยู่ตั้งแต่ตี 3 จากนั้นซานเฉียวก็พาทุกคนเข้าไปในมิติและเริ่มลงมือทำงานทันที ซานหลางกับซานถังผู้เป็นพ่อ รีบไปขับรถเกี่ยวข้าวออกมาจากโรงนา ทั้งคู่ไม่ลืมที่จะเตรียมกระสอบบรรจุข้าวเปลือก พร้อมกับเชือกฟางให้พร้อมใช้งานในการปิดปากถุง

"เราน่าจะได้ระบายข้าวออกประมาณ 3 ครั้งนะครับพ่อ รถเกี่ยวข้าวคันนี้บรรจุข้าวได้ 1,700 กิโล แต่เท่าที่ผมเกี่ยวมาได้ 1 ไร่เราก็ได้ข้าวมากกว่า 1 ตันแล้ว เกี่ยวต่ออีกสักหน่อยก็ต้องไปบรรจุใส่กระสอบแล้วล่ะผมว่า"

ฮั่วซานหลางปรึกษากับผู้เป็นพ่อที่อยู่บนรถเกี่ยวข้าวด้วยกัน 

"เอาอย่างนั้นก็ดีเหมือนกันลูก เกี่ยวอีกสักหน่อยก็ขับไปที่ลานข้างเกวียนได้เลยนะ เดี๋ยวพ่อกับน้องจะไปรอตรงนั้น"

"ครับพ่อ เดี๋ยวผมตามไป"

พูดจบฮั่วซานถังก็ลงจากรถแล้วรีบลงไปเตรียมกระสอบช่วยลูกสาวกับบิดาที่รออยู่บริเวณลานกว้าง ส่วนภรรยาของเขากับมารดากำลังชื่นชมสวนผักที่เพิ่งปลูกลงไปเมื่อวาน แต่เช้านี้กลับสามารถเก็บมาทำอาหารได้แล้วซึ่งนั้นก็ทำให้ทั้งสองตื่นเต้นจนต้องรีบไปหาเมล็ดพันธุ์อย่างอื่นมาปลูกเพิ่มอีก

"ดื่มน้ำก่อนไหมคะพ่อ"

"ขอบใจมากลูก อีกเดี๋ยวเจ้าใหญ่จะขับรถออกมาระบายข้าวออกแล้วนะ"

"ได้ค่ะ หนูเตรียมกระสอบไว้พร้อมแล้ว"

ซานเฉียวยื่นขันน้ำที่ทำจากเหล็กให้ผู้เป็นพ่อดื่มให้หายเหนื่อย ไม่นานซานหลางก็ขับรถเกี่ยวข้าวออกมาที่ลานกว้าง ทุกคนจึงมาช่วยกันกรอกข้าวเปลือกใส่กระสอบจนเสร็จไปหนึ่งรอบ

ซานหลางพักดื่มน้ำไม่นานก็รีบขับรถเกี่ยวข้าวเข้าไปเริ่มเก็บเกี่ยวอีกครั้ง เขาต้องการเกี่ยวให้เสร็จแต่เช้าแล้วรีบบรรจุขึ้นเกวียนเพื่อนำเข้าไปขายในเมืองให้เร็วที่สุด

ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างขะมักเขม้นเพราะนั่นคือทางรอดเดียวของครอบครัวในตอนนี้ แม้จะมีความกังวลอยู่บ้างว่าชาวบ้านจะเห็นตอนที่นำข้าวเข้าไปขาย แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีอะไรที่ต้องเสียแล้ว หาเงินได้เร็วเท่าไหร่ พวกเขาก็สามารถไปเริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้นเท่านั้น

"ได้กี่กระสอบอาเฉียว"

ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามลูกสาวที่กำลังนับกระสอบข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวมาทั้งหมดแล้ว เนื้อที่ 5 ไร่ให้ข้าวพวกเขามาไม่น้อย

"ได้ 120 กระสอบค่ะพ่อ"

"เกวียนนึงน่าจะใส่ได้แค่ 50 กระสอบเท่านั้นนะลูก"

"เราเอาไปขาย 2 ครั้งก็ได้ค่ะพ่อ แต่คงต้องเดินเท้าออกจากหมู่บ้านไปก่อน รอให้พ้นสายตาคนเราค่อยเอารถไถออกมา"

"แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน พ่อก็ไม่อยากให้ชาวบ้านเห็นเท่าไหร่ เจ้าใหญ่ ลูกเติมน้ำมันรถไว้แล้วใช่ไหม ถ้าเติมแล้วพ่อจะได้เรียงกระสอบข้าวขึ้นเกวียนเลย"

ฮั่วซานถังเอ่ยถามลูกชายที่เพิ่งเอารถเกี่ยวข้าวเข้าไปเก็บในโรงนาเพิ่งกลับมา ส่วนเกวียนตอนนี้ถูกดัดแปลงเชื่อมต่อกับท้ายรถไถไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เครื่องมือต่าง ๆ ที่มีอยู่ในมิติทำให้สองพ่อลูกฮั่วซานถังกับฮั่วซานหลางถูกใจไม่น้อย ไม่ว่าจะดัดแปลงอะไรก็ง่ายดายไปหมด

"เรียบร้อยแล้วครับพ่อ เดี๋ยวผมช่วย ผมเตรียมเชือกแล้วก็ตาข่ายคลุมของออกมาเรียบร้อยแล้วด้วย"

ซานหลางชูสิ่งของในมือให้บิดาพร้อมรอยยิ้ม อย่างที่บอกว่าพออุปกรณ์ทุกอย่างมีพร้อม มันก็ทำให้เขาทำงานได้อย่างง่ายดายไปหมด

ข้าวเปลือกกว่า 50 กระสอบถูกเรียงขึ้นเกวียนและมัดเชือกพร้อมกับคลุมตาข่ายเรียบร้อยภายในเวลาไม่นาน หากใช้แรงงานสัตว์ในการลากเกวียนพวกเขาคงไม่สามารถบรรจุข้าวเปลือกไปได้มากขนาดนี้ แต่นี่เป็นรถไถขนาด 100 แรงม้าจึงไม่มีอะไรให้ต้องกังวลใจ

งานในมิติเสร็จในช่วง 7 โมงเช้า ทุกคนกลับออกมาจากมิติแล้วใช้ชีวิตกันตามปกติ ซานเฉียว ซานถังและซานหลางเตรียมตัวออกเดินทางเข้าเมือง ส่วนฮั่วเจินกับพ่อแม่สามีก็รับอาสาไปหาเก็บเจ้ากุ้งหัวแข็ง พร้อมกับเดินหาเห็ดเพื่อเตรียมไว้เป็นเสบียงก่อนเดินทาง

"อาเฉียวไม่เป็นไรใช่ไหมลูก"

ฮั่วซานถังผู้เป็นพ่อเอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง บ้านของพวกเขาอยู่ท้ายหมู่บ้าน การจะออกจากหมู่บ้านแต่ละครั้งจึงจำเป็นที่จะต้องเดินผ่ากลางหมู่บ้านออกไป นั่นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ลูกสาวของเขาที่เพิ่งมีข่าวการฆ่าตัวตายแพร่ออกไปเมื่อวันที่ผ่านมา

"หนูไม่เป็นไรค่ะพ่อ เรารีบไปกันเถอะ หนูอยากรู้จะแย่อยู่แล้วว่าเราจะหาเงินได้เท่าไหร่"

พอได้เห็นสีหน้าของลูกสาวที่ดูจะเข้มแข็งกว่าทุกครั้ง ความกังวลของผู้เป็นพ่อก็หายไปจนหมด กระทั่งทั้งสามคนเดินมาบนถึงร้านค้ากลางหมู่บ้านที่เป็นจุดศูนย์รวมพวกปากหอยปากปูชอบจับกลุ่มกันนินทาชาวบ้านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

"ว้าย ๆ นึกว่าใคร ที่ไหนได้เป็นพี่สาวของฉันนี้เอง เป็นยังไงบ้างจ๊ะพี่ซานเฉียว ฉันได้ยินว่าพี่เสียใจที่พี่จื่อชิวบอกเลิกแล้วมาแต่งงานกับฉัน ถึงขนาดหนีไปโดดน้ำฆ่าตัวตายเป็นเรื่องจริงไหมจ๊ะเนี่ย ฮะ ฮะ ฮะ น่าเวทนาจริง ๆ"

ซานเฉียวหันไปมองที่ต้นเสียงก็พบว่าเป็นจางลี่ญาติผู้น้องของเธอ ใช่! ไม่ว่ากาลเวลาใดผู้หญิงคนนี้ก็ไม่เคยหวังดีกับครอบครัวของเธอ และหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จางลี่ ซานเฉียวก็จำได้ดีว่านั่นคือน้องสาวของมารดาของแม่ คนที่โกงแม่ของเธอในเวลานี้ และวางแผนฆ่าทุกคนในกาลเวลาที่เธอจากมา

"หึ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็ญาติผู้น้องที่ชอบแย่งผู้ชายของคนอื่น แล้วก็ชอบกินของเหลือเดนจากชาวบ้านนี่เอง เธอไม่ต้องมาเสียเวลาเวทนาฉันหรอกนะจางลี่ เอาเวลาไปเป็นห่วงอนาคตของตัวเองเถอะ ผู้ชายที่เธอได้ไปมั่นใจแล้วเหรอว่าดีจริง ก็แค่พวกลูกแหง่ที่เกาะพ่อแม่กินไปวัน ๆ "

ไม่ใช่เพียงจางลี่ที่อึ้งเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ออกจากปากของฮั่วซานเฉียว ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็อ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน หากเป็นแต่ก่อนซานเฉียวคงไม่วายจะเดินก้มหน้าคอตกกลับไปที่บ้านสกุลฮั่วอย่างน่าสงสาร แต่ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น!

"กะ..แก กรี๊ดดดด แกด่าฉันเหรอนังซานเฉียว แม่ฉันไม่ยอมนะ นังซานเฉียวมันกล้าด่าฉัน แม่ต้องจัดการให้ฉันนะ"

นางจางเจียวที่อยู่ข้าง ๆ ลูกสาวกำลังจะอ้าปากด่าซานเฉียวที่เป็นหลานสาว ทว่าก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว

"แกกล้าด...."

"อย่าทำให้ฉันมองว่าน้าน่าสมเพชมากไปกว่านี้เลยนะน้าจางเจียว ทุกคนในหมู่บ้านนี้ต่างก็รู้ดีว่าที่ครอบครัวของฉันแทบจะไม่มีที่อยู่ก็เป็นเพราะน้าขอร้องให้ช่วย แม่ถึงได้เอาโฉนดที่ดินไปจำนองเพื่อช่วยน้องสาวที่กำลังเดือดร้อน แต่แล้วเป็นยังไง!"

"..."

"นอกจากน้าจะไม่มีสามัญสำนึก ยังหาชาวบ้านที่โง่เง่าหูหนวกตาบอกไม่มีสมองแยกแยะถูกผิดมานั่งนินทาครอบครัวฉันที่กำลังจะไม่มีบ้านอยู่ ถามจริง ๆ ว่าไม่รู้สึกละอายแก่ใจบ้างรึไง จะหน้าด้านหน้าหนาไปถึงไหน ซ้ำยังสอนให้ลูกสาวมักมากแย่งคู่หมั้นของคนอื่น"

"..."

"ถ้าเป็นเมื่อไม่กี่ปีก่อนฉันมั่นใจเลยว่าลูกสาวของน้าต้องถูกชาวบ้านจับแก้ผ้าแห่ประจานรอบหมู่บ้านแน่นอน แต่ก็อย่างว่าแหละเนาะ ตอนนี้ในหมู่บ้านนี้ไม่ว่าจะหัวหงอกหัวดำก็หาคนที่แยกแยะถูกผิดได้ยากเหลือเกิน สามัญสำนึกไม่มี ศีลธรรมยิ่งไม่ต้องพูดถึง"

"..."

"นั่งสลอนกันอยู่เนี่ยจะให้ฉันพูดไหมว่าใครแอบไปนอนกับลูกใครผัวใครบ้าง ถ้าใครกล้าก็เดินออกมาได้เลย เท่าที่ฉันเห็นหน้าในนี้ไม่มีใครรอดสักคนหรอก"

ไม่ผิดจากที่ซานเฉียวพูดเลยแม้แต่น้อย ทุกคนที่นั่งอยู่เกือบ 10 ชีวิตเงียบกริบไม่มีคนกล้าพูดอะไรต่อ บางคนก็รีบอุ้มลูกกลับไปบ้านของตัวเอง บางคนก็รีบทำเป็นเข้าไปเลือกซื้อของใช้เพราะกลัวเรื่องของตัวเองจะถูกเปิดโปง

"ฝะ..ฝากไว้ก่อนเถอะนังบ้า!"

"รีบกลับบ้าน แกจะไปฝากอะไรไว้กับมันอีก อยากโดนมันเอาคืนมากรึยังไง"

สองแม่ลูกบ้านจางรีบเดินหนีกลับไปที่บ้านของตัวเองอย่างรวดเร็ว ส่วนฮั่วซานถังกับฮั่วซานหลางได้แต่หันมองไปที่ซานเฉียวพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้เธอ จากนั้นพวกเขาก็พากันเดินทางออกจากหมู่บ้านไปอย่างสบายใจ

"พ่อไม่เคยรู้เลยว่าลูกพ่อจะเก่งขนาดนี้"

"นั่นสิ ว่าแต่น้องรู้ได้ยังไงว่าใครแอบเป็นชู้กับใครบ้าง"

"หนูตื่นขึ้นมาพร้อมกับเลือดนักสู่ไงคะพ่อ ฮะ ฮะ ฮะ เห็นว่าฉันไม่พูดแบบนี้แหละชาวบ้านก็เลยไม่ระวังตัว พี่อย่าลืมนะว่าบ้านของเราอยู่ทางขึ้นเขา หนูชอบไปเก็บผักป่ามาทำกับข้าวอยู่เป็นประจำ อีกอย่างบนเชิงเขาก็มีกระท่อมร้างอยู่ ตรงนั้นแหละที่เป็นจุดนัดแนะของพวกชอบผิดผัวผิดเมียชาวบ้าน"

ซานเฉียวพูดไปก็หัวเราะไปอย่างมีความสุข หากเป็นเจ้าของร่างนี้ที่เป็นคนเรียบร้อยพูดน้อยน่ารัก เธอคงไม่กล้าพูดคำเหล่านี้ออกจากปาก แต่หากเป็นเธอแน่นอนว่ามีเท่าไหร่ต้องใส่ไปให้หมด

"อาเฉียว!/อาเฉียว! พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปแถวนั้น"

ยิ้มได้ไม่นานเจ้าของเสียงหัวเราะเมื่อครู่ก็ต้องกลืนทุกอย่างลงคอเพราะเธอลืมไปว่านั่นคือข้อห้ามเด็ดขาดที่ทุกคนย้ำนักย้ำหนา

"โอ๊ะ พ่อ พี่ใหญ่ หนูว่าตรงโน้นเหมาะมากเลยที่จะเอารถไถออกมา ช่วยดูต้นทางให้หนูหน่อยเร็วเข้า"

คนตัวเล็กสุดในบ้านจำต้องหาทางออกด้วยการเดินให้เร็วขึ้น เมื่อถึงจุดที่ปลอดคนเธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องให้พี่ชายกับพ่อช่วยดูต้นทางแล้วรีบนำรถไถออกมาจากมิติ

"เปลี่ยนเรื่องเร็วจริง ๆ แถวนี้ทางสะดวก เอาออกมาได้เลย"

"ทางพ่อก็ปลอดภัย"

พรึบ

"รีบขึ้นไปติดเครื่องเร็วเข้าพี่ใหญ่"

ซานหลางเป็นคนแรกที่ปีนขึ้นไปประจำที่นั่งแล้วติดเครื่องยนต์ ตามด้วยซานถังผู้เป็นพ่อ และฮั่วซานเฉียวน้องเล็กของบ้าน ทุกคนให้ผ้าคลุมที่เตรียมมาห่อหุ้มใบหน้าอย่างมิดชิด เมื่อหาที่นั่งได้ลงตัวแล้วซานหลางก็ออกรถมุ่งหน้าไปยังโรงสีที่อยู่ชานเมืองอย่างรวดเร็ว

ใช้เวลาเกือบ 40 นาทีกว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงหน้าโรงสีขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ชานเมืองเจ้อเจียง ตลอดทางมีผู้คนจ้องมองรถไถของพวกเขาอย่างไม่วางตา คาดว่าน่าจะเป็นเพราะไม่เคยเห็นรถไถรุ่นใหม่ที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน

"อาเฉียวกับพ่อลงไปรอผมตรงนี้ก่อน เดี๋ยวผมเอารถไปชั่งน้ำหนักก่อนจะเอาข้าวไปเทที่ลาน"

ซานหลางที่เป็นคนขับรถรีบจอดให้พ่อกับน้องลงไปนั่งรอข้างล่าง ก่อนที่เขาจะเคลื่อนรถไปตามจุดช่างน้ำหนักตามขั้นตอนต่าง ๆ ระหว่างนั้นก็มีคนงานเข้ามาตรวจวัดความชื้นของข้าว แต่ที่น่าแปลกก็คือครั้งนี้เจ้าของโรงสีเดินไปหาซานหลางด้วยตัวเอง 

ผู้เป็นพ่อกับน้องเล็กที่ยืนรออยู่ไกล ๆ ก็ได้แต่กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ อยู่ ๆ ชายวัยกลางคนที่ดูมีราศีคล้ายว่าจะเป็นเจ้าของโรงสีก็เดินไปหาซานหลางที่กำลังเทข้าวเปลือกลงลานกว้างอยู่กับคนงาน แต่ด้วยระยะทางที่ไกลจึงได้แต่คาดเดาไปต่าง ๆ นานา

"พ่อว่าเค้าไปคุยอะไรกับพ่อใหญ่คะ"

"น่าจะสนใจรถไถของเรารึเปล่า ดูนั่นสิ เถ้าแก่ปีนขึ้นไปขับลองดูแล้ว"

ใบหน้าของซานเฉียวเผยรอยยิ้มอย่างชอบใจเมื่อรู้ว่ามีคนสนใจรถไถนาของเธอ เมื่อได้ยินเช่นนั้นเธอจึงรีบเดินไปที่ห้องน้ำแล้วเข้าไปดูในมิติว่าการที่เธอนำรถออกมาข้างนอกแบบนี้ แล้วในมิติจะมีรถคันใหม่ผุดขึ้นมาหรือไม่

"มีจริง ๆ ด้วย"

ซานเฉียวเห็นรถไถอีกคนจอดอยู่ในโรงนาแต่ไม่มีเกวียน นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่าสิ่งของที่นำเข้ามาจากภายนอกจะไม่สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นได้ เว้นแต่เป็นสิ่งของที่มากับมิติเท่านั้น

"อาเฉียวน้องไปไหนมา นี่เป็นบิลกับเงินค่าข้าวที่เราขายได้รอบนี้"

พอซานเฉียวเดินกลับมาหาพ่อของเธอก็พบว่าพี่ชายมารออยู่ก่อนแล้ว ซานหลางรีบยื่นบิลให้น้องสาวพร้อมกับเงินอีกจำนวนมากให้ซานเฉียวตรวจดู ปรากฏว่าในบิลเขียนว่าราคาข้างเปลือกปกติรับซื้ออยู่ที่ 7 เหมา แต่ถูกหักค่าความชื้นไป 2 เหมาจึงเหลือ 5 เหมาต่อ 1 กิโล

0.5 เหมา x 2,500 กิโล = 1,250 หยวน

"โห ได้ตั้ง 1,250 หยวนเลยเหรอพี่ใหญ่ งั้นเรารีบไปเอาข้าวที่เหลือมาขายกันเถอะ หนูอยากเข้าเมืองไปหาซื้อเนื้อกับเครื่องปรุงไปไว้ด้วย"

ตรวจนับเงินเสร็จซานเฉียวก็รีบเก็บเงินใส่กระเป๋าแล้วก็ตั้งท่าจะเดินไปขึ้นรถ แต่เธอก็ถูกพี่ชายเรียกไว้เสียก่อน

"เดี๋ยวก่อนอาเฉียว พอดีเถ้าแก่เค้าสนใจรถไถที่เราใช้ เค้าถามว่าไปซื้อมาจากที่ไหน พอจะหาให้สักคันได้ไหม เค้าเสนอราคามาที่ 10,000 หยวน"

หญิงสาวครุ่นคิดไม่นานก็ตอบกลับพี่ชายในเรื่องที่เธอเป็นกังวลเรื่องบริการหลังการขาย แน่นอนว่าเธอไม่มีอะไหล่สำรองให้ นอนจากคนที่ซื้อไปจะดัดแปลงและซ่อมแซมด้วยตัวเอง

"หาให้ได้ แต่ไม่มีบริการหลังการขายนะ ฉันลดให้ 2,000 พี่ลองไปถามเค้าดูว่าเค้าต้องการไหม ถ้าตกลงพรุ่งนี้ก็เอารถมาส่ง พวกเราจะได้เตรียมออกเดินทางกันเลย"

"ได้ ๆ พี่จะไปถามเดี๋ยวนี้เลย"

ซานหลางไปไม่นานก็กลับมาด้วยรอยยิ้ม จากนั้นพวกเขาจึงกลับออกไปหาที่ลับตาคนหลบเข้าในมิติแล้วนำข้าวมาขายอีกรอบ สรุปวันนี้พวกเขาสามารถหาเงินได้มากถึง 2,500 หยวน แต่ระหว่างทางซานหลางได้ขอแวะไปที่ร้านขายเหล็ก

เขาใช้เงินเกือบ 100 หยวนในการซื้อเหล็กและล้อรถมือลองมาทั้งหมด 4 ล้อ ซานเฉียวพอจะเดาได้ว่าพี่ชายของเธออยากทำอะไรเธอจึงมอบเงินให้อีกฝ่ายจับจ่ายใช้สอยได้ตามที่ต้องการ จากนั้นก็หาที่เก็บรถเข้ามิติแล้วเดินทางเข้าตลาดด้วยรถจักรยาน 2 คนที่มีอยู่ในมิติ

ซานเฉียวเข้าไปซื้อเครื่องครัวไปตุนไว้อย่างครบถ้วน ส่วนพี่ชายกับพ่อก็แยกออกไปซื้อเนื้อหมู เนื้อวัวตามที่ซานเฉียวสั่งมาอย่าละ 5 กิโล เธอตั้งใจจะเอาไปทำเนื้อแดดเดียวไว้กินระหว่างเดินทาง เท่าที่ได้ยินผู้เป็นพ่อเล่าให้ฟัง การเดินทางด้วยรถไปที่พวกเขาต้องไปที่ปักกิ่ง ต้องใช้เวลายาวนานกว่า 3 วันเลยทีเดียว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้ามเวลาไปทำสวนกับเจ้าหนูตัวป่วนข้างบ้าน ยุค80   ตอนพิเศษ 2

    เสิ่นซานเฉียวกำลังยืนมองแปลงผักในไร่ของเธอด้วยรอยยิ้ม แต่งงานกันมาหลายเดือนเสิ่นตงหยางทำหน้าที่สามีคอยดูแลเธอเป็นอย่างดี ชีวิตหลังแต่งงานของทั้งคู่เป็นไปอย่างราบรื่น ซานเฉียวได้มีเวลาให้กับไร่มากขึ้น ช่วยเหลือพี่ชายและดูแลบ้านเรือนไปพร้อม ๆ กันส่วนเสิ่นตงหยางก็แบ่งเวลาทำงานและเวลาอยู่กับครอบครัวได้อย่างลงตัว ยกเว้นในกรณีที่ต้องทำงานเร่งด่วน เขาก็จะพาลูกน้องมาทำงานที่บ้าน เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ กับซานเฉียวมากที่สุด"ทำอะไรอยู่ครับ"ร่างอรชรถูกโอบกอดเอาไว้ด้วยแขนแกร่งของผู้เป็นสามี ช่วงนี้ตงหยางโชคดีหน่อยที่เพื่อน ๆ ของลูกชายแวะเวียนมาที่ไร่ตลอด ทำให้เจ้าหนูตัวป่วนต้องกลายเป็นไกด์นำเที่ยวจนไม่มีเวลามาเฝ้าหม่าม๊าของเขา"อยากกินมะม่วงดองค่ะ ถ้าได้กินอะไรเปรี้ยว ๆ คงจะสดชื่นขึ้น"มีบางอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ซานเฉียวเริ่มรู้สึกอยากกินอาหารรสเปรี้ยวเป็นพิเศษ อารมณ์ของเธอก็แปรปรวนง่าย เดี๋ยวดีใจ เดี๋ยวเสียใจ และมักจะหงุดหงิดกับเรื่องเล็กน้อย ร่างกายของเธอดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด"เปลี่ยนเป็นมะม่วงสดดีกว่า พี่ไม่อยากให้หนูกินของดอง เดี๋ยวพี่ให้คนไปเก็บที่หลังตึกมาให้""ขอบคุณค

  • ข้ามเวลาไปทำสวนกับเจ้าหนูตัวป่วนข้างบ้าน ยุค80   ตอนพิเศษ 1

    หนึ่งเดือนต่อมา งานแต่งงานของเสิ่นตงหยางและซานเฉียวก็ได้จัดขึ้นเล็ก ๆ ณ บ้านสกุลเสิ่น ซึ่งตั้งอยู่ติดกับไร่องุ่นของซานเฉียว บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น บ่าวสาวอยู่ในชุดแต่งงานสีแดง ทั้งคู่กำลังเข้าพิธีคำนับฟ้าดินตามประเพณี"คำนับฟ้าดิน""คำนับพ่อแม่""คำนับกันและกัน""ยกน้ำชา"คู่บ่าวสาวเริ่มยกน้ำชาให้กับปู่ย่าตายายรวมไปถึงพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการต่าง ๆ ก็ถึงเวลาของงานเลี้ยงฉลอง บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงดนตรี ทุกคนต่างก็มีความสุขที่ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญของทั้งคู่"ดีใจด้วยนะซานเฉียว ในที่สุดเธอก็จะได้รู้ว่าการมีสามีมันดียังไง"ยังคงเป็นคุณแม่สุดแซ่บที่แซวซานเฉียวไม่หยุดหย่อน จนใบหน้านวลขึ้นสีแดงเรื่องจนเห็นได้ชัด"เธอไปแซวซานเฉียวแบบนั้นได้ยังไงเฉิงฮวน นี่เป็นของขวัญวันแต่งงานที่ฉันกับเฉิงฮวนเตรียมมาให้เธอนะซานเฉียว สัญญากับพวกเรามาก่อนว่าวันนี้เธอต้องใช้มัน อย่าลืมอ่านคู่มือที่ฉันให้ไปด้วยล่ะ"กล่องสีแดงขนาดเท่าครึ่งหน้าสมุดถูกยื่นเข้ามาในมือของซานเฉียว เพื่อนสาวทั้งสองยังคงย้ำนักย้ำหนาว่ายังไงเธอก็ต้องใช้ภายในวันนี้ มัน

  • ข้ามเวลาไปทำสวนกับเจ้าหนูตัวป่วนข้างบ้าน ยุค80   ตอนจบ

    1 ปีผ่านไปเรื่องยุ่ง ๆ ที่เกิดขึ้นผ่านมาได้ปีกว่าแล้ว ตอนนี้การเรียนของซานสปาเกตตีเข้าสู่โค้งสุดท้าย อีกไม่กี่วันเธอก็จะได้เข้ารับปริญญาบัตรในระดับบัณฑิตตามที่เธอใฝ่ฝันเอาไว้ แน่นอนว่าทุกคนในครอบครัวต่างก็ภูมิใจในตัวของลูกสาวคนนี้ทางด้านฮั่วซานหลางเองก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำครอบครัวที่ดีไม่แพ้ผู้เป็นน้องสาว ตลอดหลายปีซานหลางทุ่มเทให้กับครอบครัวซ้ำยังเป็นกำลังหลักในการผลักดันให้ไร่องุ่นสกุลฮั่วเติบโตมาจนถึงวันนี้ โดยมีหวังห้าวเฉิงคนรักของเขาคอยเป็นกำลังใจให้ตอนนี้กู้เฉิงฮวนคลอดลูกคนที่ 2 จนเจ้าหนูเวินตงตงมีอายุได้ 1 ขวบ ส่วนชางหนิงซินก็คลอดลูกคนที่ 2 ได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว เหลือเพียงเจ้าหนูตัวป่วนเสิ่นหาวห่าวเท่านั้นที่พร่ำขอให้หม่าม๊ามีน้องให้เขาสักทีซานเฉียวเลือกที่จะทำวิทยานิพนธ์จากข้อมูลในไร่ของเธอเอง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา สำรวจข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือบริการจากลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย เช่น ความต้องการ ความคิดเห็น ความพึงพอใจ ทัศนคติ ภาพลักษณ์ ที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายมีต่อไร่ของเธอการเปรียบเทียบสินค้าและบริการของเธอกับคู่แข่งขัน พฤติกรรมการซื้อสินค้า ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดส

  • ข้ามเวลาไปทำสวนกับเจ้าหนูตัวป่วนข้างบ้าน ยุค80   หมู่บ้านหลิงซาน

    ชายสูงวัยในชุดฮั่นฝูแบบโบราณ แต่เนื้อผ้ากลับเป็นแบบที่ชาวบ้านสวมใส่เดินเข้ามาพร้อมกับหลานชายวัยแรกรุ่น ทั้งคู่จ้องมองดูซานเฉียวที่หมดสติอยู่ในอ้อมกอดของตงหยาง ก่อนที่มือของผู้เฒ่าจะหยิบสร้อยคอที่ซานเฉียวสวมใส่ขึ้นมาดู"หากเจ้าต้องการช่วยชีวิตนางก็รีบพานางตามข้ามา""ผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณไม่ใช่คนของเฮียฮ้อ"ชายชราไม่ตอบกลับแต่เขาเดินนำหน้าเข้าไปในถ้ำทันที เด็กหนุ่มที่ตามมาด้วยจึงเป็นคนตอบคำถามแทนผู้เป็นปู่"พี่ชายไม่ต้องเป็นห่วง เพราะสร้อยคอเส้นนั้นพวกพี่ถึงได้รับการช่วยเหลือจากหมู่บ้านของเรา ตามมาเร็วเข้า ไม่มีเวลาแล้ว"ตงหยางก้มมองดูใบหน้าซีดเซียวของซานเฉียว สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจตามทั้งคู่เข้าไปในถ้ำ โดยที่มีเด็กหนุ่มคอยถือไฟฉายส่องทางให้เส้นทางในถ้ำสลับซับซ้อนคล้ายเขาวงกตและยังมีหลายทางให้เลือกเดิน หากไม่ชำนาญทางมีหวังคงต้องเดินวนอยู่ในถ้ำใหญ่แห่งนี้ไปจนตาย ใช้เวลาเกือบ 15 นาที ในที่สุดตงหยางก็เดินมาจนถึงปากทางออกอีกด้านหนึ่งของถ้ำแสงแดดส่งลอดผ่านม่านหมอกและเครือไม้ที่บดบังทิวทัศน์ตรงหน้า ภาพทุกอย่างค่อย ๆ เด่นชัดขึ้นเมื่อตงหยางเดินห่างออกจากตัวถ้ำไปเรื่อย ๆ "ตามมาทางนี้เร็วเข้าพี

  • ข้ามเวลาไปทำสวนกับเจ้าหนูตัวป่วนข้างบ้าน ยุค80   นังปีศาจ!

    ซานเฉียวที่ถูกขังอยู่ในห้อง พอทุกคนออกไปหมดกระท่อมน้อยก็ถูกล็อกจากด้านนอก เธอจึงใช้โอกาสนี้หลบเข้าไปในมิติของเธอทั้งที่มือและเท้าของเธอยังถูกมัดติดกับเก้าอี้อยู่"เอาว่ะ! ยังไงถูกมัดอยู่ในมิติก็ยังดีกว่าถูกมัดอยู่ในห้องนี้"พรึบทันทีที่เข้าไปในมิติด้วยสภาพที่ทุลักทุเล ซานเฉียวต้องใช้แรงที่มีพาตัวเธอกับเก้าอี้กระโดดไปจุดที่เคียวดายหญ้าวางอยู่ตรงโคนต้นไม้ตุ๊บ!ซานเฉียวจำต้องตะแคงข้างให้เก้าอี้ล้มลง แม้จะทำให้แขนของเธอต้องเจ็บจากการถูกเก้าอี้กดทับ แต่มันก็ทำให้เธอคว้าเอาเคียวดายหญ้ามาถือไว้ในมือได้สำเร็จครืด คราด ครืด คราด ครืด คราด"โอ๊ย! ซี๊ดดด"เสียงของเคียวดายหญ้าถูกใช้ตัดเชือกไปมาอยู่ด้านหลัง แต่การที่ไม่สามารถมองเห็นได้ทำให้คมของเคียวดายหญ้าบาดลึกลงที่ผิวหนังบริเวณข้อมือของซานเฉียวจนเลือดซึมออกมา แต่เธอก็ยังไม่ยอมหยุดมือซ้ำยังเร่งมือมัดเชือกออกให้เร็วที่สุดก่อนที่เธอจะไม่มีแรงปึ๊ด"ขาดซักที ซี๊ดด เจ็บชะมัด!"ซานเฉียวรีบประคองตัวเองขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ก่อนที่เธอจะเริ่มลงมือตัดเชือกที่มัดเท้าเธออยู่ ไม่นานเชือกก็ขาด มือและเท้าของเธอก็ได้รับอิสระอีกครั้ง ซานเฉียวเห็นว่าข้างนอกย

  • ข้ามเวลาไปทำสวนกับเจ้าหนูตัวป่วนข้างบ้าน ยุค80   ลักพาตัว

    วันเวลาผ่านไปจนซานเฉียวกับหาวห่าวกลับไปเรียนตามปกติ ช่วงที่ผ่านมาเสิ่นตงหยางให้คนคอยเฝ้าดูแลทั้งคู่อย่างเข้มงวด กระทั่งถึงตอนนี้จึงผ่อนคลายลงบ้านเพราะทั้งคู่ต่างก็ต้องออกไปใช้ชีวิตกันตามปกติ"เฉิงเฉิง ม่านม่าน พวกเธอขึ้นห้องเรียนไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวฉันตามไป"ซานเฉียวที่เพิ่งเดินมาจากโรงอาหารเตรียมจะเข้าเรียนคาบบ่าย แต่รู้สึกปวดท้องจึงขอแยกตัวออกไปเข้าห้องน้ำสักครู่ ทั้งไม่อยากให้เพื่อน ๆ ต้องมารอเธอคนเดียว"แล้วเธอจะไปไหนเฉียวเฉียว""ฉันจะไปเข้าห้องน้ำแป้บนึ่ง พวกเธอขึ้นห้องไปก่อนเลยม่านม่าน เดี๋ยวอาจารย์มาถึงก่อนลำบากแย่เลย""ได้ ๆ งั้นเดี๋ยวฉันเช็กชื่อไว้รอแล้วกัน""จ้ะ" ฮั่วซานเฉียวเดินออกมาจากกลุ่มเพื่อนเพื่อเข้าห้องน้ำหญิง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเรียน ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องน้ำที่เงียบสงบ เพราะตอนนี้นักศึกษาต่างก็เร่งฝีเท้าเข้าห้องเรียนกันหมดแล้วแกร๊กซานเฉียวล็อกประตูห้องน้ำแล้วจัดการทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ ไม่นานเธอก็เดินออกมาจากห้องน้ำทว่า.. ทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ร่างของชายแปลกหน้าสองคนก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหน้าของซานเฉียว"พวกคุณเป็นใคร นี่มันห

  • ข้ามเวลาไปทำสวนกับเจ้าหนูตัวป่วนข้างบ้าน ยุค80   ออกเดินทาง

    กว่าสามคนพ่อลูกจะกลับมาถึงหมู่บ้านก็เป็นช่วงเวลาเกือบเที่ยงวันแล้ว พอมาถึงทุกคนก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อรู้ว่าซานเฉียวเตรียมตัวจะไปซื้อตั๋วรถไฟเดินทางไปปักกิ่งในวันพรุ่งนี้"งั้นแม่กับย่าจะช่วยกันทำเนื้อแห้งเองนะลูก""พ่อกับเจ้าใหญ่กับปู่จะช่วยกันปลูกข้าวให้ได้อีกซัก 3 ไร่ เสร็จแล้วจะไปส

  • ข้ามเวลาไปทำสวนกับเจ้าหนูตัวป่วนข้างบ้าน ยุค80   มื้ออาหารที่มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา

    พอพ่อเฒ่ากับภรรยารวมไปถึงลูกสะใภ้ที่รออยู่ที่บ้านได้เห็นสิ่งของที่ 3 คนพ่อลูกนำกลับมา ใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปรอยยิ้มแห่งความยินดีและตื่นเต้น แต่ก็มิวายจะมีคำถามมากมายตามไม่หยุดเมื่อเป็นเช่นนั้นฮั่วซานถังผู้เป็นพ่อจึงปรึกษากับลูก ๆ และตัดสินใจบอกเรื่องมิติให้กับคนในครอบครัวรู้ อย่างไรเสียทุกคนก็ต้อ

  • ข้ามเวลาไปทำสวนกับเจ้าหนูตัวป่วนข้างบ้าน ยุค80   หว่านข้าว

    สองคนพี่น้องเดินขึ้นไปตามเชิงเขาจนซานเฉียวเห็นว่าพ้นจากสายตาของทุกคนแล้ว เธอจึงตัดสินใจเล่าเรื่องสำคัญให้พี่ชายฟัง"พี่ใหญ่ เรื่องนี้มันอาจจะเหลือเชื่อไปหน่อย แต่พี่ต้องเชื่อฉันนะ ฉันไม่มีเวลาอธิบายมากเท่าไหร่ แต่ฉันอยากให้พี่เห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง""น้องหมายความว่ายังไงอาเฉียว?"ซานหลางเริ่มแปล

  • ข้ามเวลาไปทำสวนกับเจ้าหนูตัวป่วนข้างบ้าน ยุค80   มีเวลา 1 สัปดาห์

    เช้าวันต่อมาฮั่วซานเฉียวรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังโหวกเหวกโวยวายมาจากหน้าบ้าน เธอลุกขึ้นมานั่งแล้วหันมองรอบตัวก็พบว่าเธอกำลังอยู่ในห้องของร่างนี้ ข้าวของเครื่องใช้ดูเรียบง่ายแต่กลับประณีตและใส่ใจ เสื้อผ้าของเธอถูกซักแล้วพับไว้บนชั้นวางอย่างเป็นระเบียบทุกครั้งที่เธอมองไปรอบ ๆ ห้องก็จะมีความท

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status