Masukตอนที่ 9 : สวยสะกดตา
สองชั่วโมงผ่านไป
ระรินแต่งตัวและแต่งหน้าอยู่ภายในห้องของต้นหลิว ร่างอรชรสวมชุดเดรสสั้นเกาะอกสีดำแบบพอดีตัวแต่เห็นสัดส่วนชัดเจนโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ผมยาวสลวยปล่อยตรงรับกับกรอบใบหน้ารูปไข่ มือเรียวเล็กปัดแก้มสีชมพูพีชแบบบางเบาเป็นอันเสร็จ และหันมามองเพื่อนสาวคนสนิทที่นั่งแต่งหน้าอยู่บริเวณโต๊ะเครื่องแป้งของตัวเอง
"ฉันเสร็จแล้ว" ระรินเอ่ยบอกก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงและหมุนตัวให้เพื่อนยลโฉม
ต้นหลิวมองเพื่อนสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าแต่รู้สึกยังขาดอะไรบางอย่าง เธอจ้องมองอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจพูดกับระริน
"ลองม้วนผมดูหน่อยไหม ลอนธรรมชาติหวาน ๆ แกจะกลายเป็นสาวหวานซ้อนเปรี้ยวทันที"
"เอาแบบนั้นเหรอ" ระรินลังเลในคำพูดของต้นหลิว
"ลอนแกนใหญ่และทำเป็นแบบธรรมชาติ ฉันว่าจะทำให้แกดูสวยขึ้นนะ"
"แล้วตอนนี้ฉันไม่สวยเหรอ" ระรินก้มมองดูตัวเองและเงยหน้ามองเพื่อนพร้อมกับเอ่ยถามทีเล่นทีจริง
"สวย แต่ฉันว่ามันยังไม่สุด แกเชื่อสายตาฉันสิ"
ระรินพยักหน้าเล็กน้อยตามคำบอกกล่าวของเพื่อนสาว และเดินตรงไปหาเพื่อนที่นั่งอยู่
"ทำให้หน่อย" แววตาอ้อนวอนดั่งลูกแมวส่งตรงไปหาต้นหลิว เพราะต้นหลิวเป็นเจ้าแม่แฟชั่นและแต่งตัวเก่งกว่าเธอเยอะ
"นั่ง" ต้นหลิวลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้ากระจกเครื่องแป้งและส่งสายตาให้เพื่อนสาวนั่งแทนที่ หลังจากนั้นเธอก็ไปเตรียมเครื่องลอนผมเพื่อทำผมให้เพื่อนแบบไม่อิดออด
ระรินมองตัวเองผ่านกระจกเงาตรงหน้า ไม่นานต้นหลิวก็จับผมของเธอแบ่งเป็นช่อ และเริ่มม้วนผมด้วยความชำนาญ เธอมองเพื่อนสลับกับมองใบหน้าของตัวเอง เธอเชื่อมั่นในคำพูดของต้นหลิว มั่นใจว่าต้นหลิวไม่มีทางทำให้เธอดูตลกแน่นอน
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงต้นหลิวลอนผมให้ระรินเสร็จและค่อย ๆ หวีเพื่อให้ลอนผมคลายตัว จัดการเซตผมให้เพื่อนด้วยสเปรย์กลิ่นหอมอ่อน ๆ เมื่อเสร็จแล้วเธอจึงมองเพื่อนผ่านกระจกเงาพลางจับไหล่ของระรินด้วยความภูมิใจ
"เสร็จแล้ว เชื่อมือฉันหรือยัง"
"ว้าว...ฉันคิดแล้วที่เชื่อแก เพราะแกเป็นเจ้าแม่แฟชั่น" ระรินเอ่ยปากชมต้นหลิวไม่หยุดหย่อน และทอดสายตามองเงาสะท้อนของตัวเองพลางกระจกเงาตรงหน้าพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชอบใจที่เพื่อนทำให้เธอดูสวยหวานแต่ไม่เลี่ยน
สี่ทุ่มตรง
ระรินลงจากรถยนต์ของต้นหลิวและพากันเดินไปจุดนัดหมายที่นัดกับแก๊งเพื่อนสาวที่เหลือไว้ ทันทีที่เธอเดินมาถึงทางเข้าของผับก็เห็นเพื่อนทั้งสองคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว และมีแก๊งหนุ่มหล่อยืนอยู่ด้วย ขาดแต่ฟีนิกซ์คนเดียว เธอไม่ได้สนใจว่าเขาจะมาหรือไม่มา
"สวยจนตะลึง" ชิลินเอ่ยชมระรินเมื่อเพื่อนเดินเข้ามาใกล้
"ชิลินก็สวยจนตะลึงเหมือนกัน" ระรินแอบเขินที่เพื่อนชม และเอ่ยชมเพื่อนสาวกลับ ชำเลืองมองหน้าพี่ดีเซลที่สีหน้าบ่งบอกว่าไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมสักเท่าไหร่ทำให้เธอกระซิบกับชิลินเบา ๆ "อาการหึงกำเริบใช่ไหม"
ชิลินพยักหน้าและชำเลืองมาแฟนหนุ่มเพียงนิด
"เข้ากันเลยไหม ไอ้ฟีนิกซ์มันไลน์มาบอกว่าจะมาดึกหน่อยมันไปงานเลี้ยงกับที่บ้าน" โอโซนเห็นว่าทุกคนมากันครบทุกคนแล้วเลยออกปากชวนให้เข้าด้านในผับ
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยและพากันเดินเข้าไปด้านในโดยที่แก๊งสี่สาวเดินนำหน้า และมีสามหนุ่มเดินตามหลังราวกับบอดีการ์ด
ทันทีที่เข้ามาในผับระรินมองผู้คนที่มาท่องราตรีในยามค่ำคืนเริ่มแน่นผับ ด้วยที่วันนี้เป็นวันศุกร์ของสัปดาห์ส่วนใหญ่พรุ่งนี้จะเป็นวันหยุดนักท่องราตรีเลยออกมาดื่มด่ำบรรยากาศแสงสีเสียงในยามค่ำคืน พวกเราทุกคนเดินเข้าไปในโซนที่นั่งด้านในสุดตามคำบอกกล่าวของรุ่นพี่หนุ่มที่เป็นที่นั่งประจำของแก๊ง และได้มีการโทรจองที่ไว้ล่วงหน้าแล้ว
ทุกคนแยกกันนั่งตามที่สะดวกและมีที่ว่างเหลืออยู่ข้างเธอ ซึ่งถือว่าดีที่จะได้มีที่วางของ หลังจากนั้นหน้าที่สั่งเครื่องดื่มก็เป็นหน้าที่ของต้นหลิวและแก๊งรุ่นพี่ เท่าที่เธอรู้มาดื่มเก่งกันทั้งแก๊ง
"ยัยพราวแกค๊อกเทลพอ ครั้งนั้นเห็นกินเหล้าแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้" ต้นหลิวบอกกับพราว
"น่ารักที่สุดเพื่อนฉัน" พราวระบายยิ้มชอบใจที่เพื่อนรู้ใจ
"ชิลินน้ำส้ม" ดีเซลพูดขึ้น
"อ้าว ทำไมชิลินได้กินแค่น้ำส้มละ" ชิลินหันไปหาแฟนหนุ่มที่นั่งติดกันจนแทบจะสิงร่าง
"พี่สัญญากับพ่อของเราไว้แล้วว่าจะดูแลชิลินเป็นอย่างดี"
"แต่วันนี้วันเกิดเพื่อนชิลินนะคะ ขอสักวันไม่ได้เหรอ"
"มั่นใจว่าจะควบคุมตัวเองได้"
"ถ้าควบคุมไม่ได้พี่ก็ควบคุมชิลินสิ" ชิลินพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนยวบยาบ มือเรียวเล็กลูบแผงอกแกร่งของแฟนหนุ่ม
"แยกโต๊ะไปก็ได้นะถ้าจะอยู่กันแค่สองคน" พอร์ชทนดูภาพชิลินกับดีเซลพอดรักกันไม่ได้จนต้องขัดจังหวะ
"สรุปพ่อแกให้กินได้ไหม" ต้นหลิวโน้มหน้าเข้าหาชิลินและกระซิบเบา ๆ
"จัดไปโล้ด"
"แล้วระรินดื่มอะไร เหมือนฉันไหม"
"เอาเหมือนแกก็ได้ วันนั้นที่ดื่มก็ไม่ได้แย่"
"มั่นใจว่าไม่แย่" ต้นหลิวหรี่ตามองเพื่อน เพราะครั้งนั้นที่พาเพื่อนมาเที่ยวผับก็หิ้วปีกกลับเพราะเมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้
"ครั้งนั้นฉันไม่มีพื้นฐานต่างหากละ ตอนนี้มีแล้วจัดไป"
"ดูทรงแล้วฉันจะเหนื่อยยังไงไม่รู้" ต้นหลิวส่ายหัวเล็กน้อยและมองเห็นอนาคตแต่ก็ไม่ขัดความต้องการของเพื่อน
เสียงเพลงในผับเริ่มปลุกเร้าและมีจังหวะสนุกมากขึ้น ไม่นานเครื่องดื่มที่สั่งก็มาเสิร์ฟ กลุ่มรุ่นพี่ผู้ชายดื่มเหล้าเพรียว ๆ ส่วนแก๊งผู้หญิงนอกจากพราวก็เป็นเหล้าเหมือนกันแต่มีส่วนผสมเพื่อให้เหล้าเจือจางไม่ได้ดื่มเพรียวเหมือนแก๊งหนุ่ม ๆ
ระรินหยิบแก้วที่มีเหล้าสีอำพันขึ้นมาและจิ๊บเล็กน้อยเพื่อให้ลิ้นคุ้นชินกับรสชาติ หลังจากนั้นเธอจึงกระดกเข้าคออึกใหญ่จนเกือบครึ่งแก้วก่อนจะวางลง ความร้อนในร่างกายเริ่มปะทุขึ้นทีละนิด
"มา ๆ ชนแก้วกันหน่อย" โอโซนยื่นแก้วไปกลางวงและเอ่ยเรียกทุกคนให้เอาแก้วมาชน
ทุกคนยื่นแก้วไปตรงกลางและชนแก้วกันจนเกิดเสียง
เปล้ง...
Cheers
"หมดแก้ว"
ทุกคนกระดกดื่มเหล้าในแก้วของตัวเองจนหมดตามคำบอกกล่าวของพอร์ช แก้วที่สองเริ่มต่อกันมา และต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศร่วมโต๊ะมีความสนุกสนานเฮฮามากยิ่งขึ้น เสียงเพลงในผับขับกล่อมให้ทุกคนโยกย้ายตามจังหวะเพลง
แอลกอฮอล์เข้าสู่เส้นเลือดทำให้สาว ๆ ลุกขึ้นเต้นอย่างไม่อายใคร ชิลินอยู่ในการดูแลของแฟนหนุ่ม แต่สาวที่โสดก็โยกย้ายร่างกายได้เต็มที่
ฟีนิกซ์เดินเข้ามาในผับในช่วงเวลาห้าทุ่มตรง ร่างกายกำยำสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวแต่ความใหญ่ของกล้ามเนื้อทำให้เห็นสัดส่วนชัดเจน สายตาคมกวาดมองไปรอบผับที่คุ้นเคย เมื่อเห็นแก๊งเพื่อนอยู่ในระดับสายตาทำให้เขาเดินตรงไปหาทันที
"มาได้สักทีนะมึง" โอโซนกวาดสายตามองไปรอบบริเวณและเห็นว่าเพื่อนเดินมาพอดีทำให้เขาเอ่ยทัก
"ที่มึงนั่งตรงนั้นได้เลย ตรงอื่นเต็มหมดแล้ว" พอร์ชชี้ไปทางที่นั่งว่างที่เหลืออยู่
ฟีนิกซ์มองเพื่อนและแก๊งรุ่นน้องด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่แปลกใจที่มีหนึ่งคนหายไปนั่นคือเจ้าของวันเกิด ทันทีที่เขานั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่แก้วเหล้าก็ยื่นมาตรงหน้า
"มึงมาช้าต้องรีบตามให้ทัน เอาไปเลยแบบเต็มแก้ว"
ฟีนิกซ์ไหวไหล่เล็กน้อยไม่ได้สะทกสะท้าน และหยิบแก้วเหล้ามาถือไว้กำลังจะเอาเข้าปากแต่ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
"เดี๋ยวก่อน รอน้องระรินก่อนค่อยชนแก้วทีเดียว" เสียงของพอร์ชฉุดรั้งฟีนิกซ์ให้ชะงักเมื่อเห็นว่าระรินกำลังเดินกลับมาร่วมกลุ่ม
"หนูมาแล้วค่ะ" ระรินส่งเสียงหวานเมื่อได้ยินพอร์ชเรียกชื่อตัวเองและระบายยิ้มส่งให้ทุกคน แต่ต้องแปลกใจที่นั่งของตัวเองมีเขานั่งอยู่ ทว่าริมฝีปากบางกลับระบายยิ้มอย่างเป็นกันเอง
"มาแล้วเหรอคะ"
ฟีนิกซ์ปรายตามองหญิงสาวตัวเล็กที่เข้ามานั่งเคียงข้าง สายตาคมมองใบหน้าหวานอยู่ชั่วครู่ มองความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้านอกจากความสวยที่สะดุดตาและการแต่งกายที่เรียกแขกแล้ว ก็มีสีหน้าและแววตาที่บ่งบอกว่าเธอไม่ปกติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ดูเหมือนเธอจะใจกล้ามากกว่าปกติ ไม่มีท่าทีเขินอายเมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด อีกทั้งยังยิ้มอย่างเป็นมิตรปกติหน้าบึ้งตึงใส่เขาตลอดเวลา
"มา ๆ ชนแก้วกันอีกรอบ หมดแก้วเหมือนเดิมนะ" ต้นหลิวเป็นฝ่ายเรียกทุกคนมาชนแก้ว
ระรินหยิบแก้วเหล้าของตัวเองยื่นไปตรงกลางวงทำให้ทุกคนยกขึ้นมาชน ความใกล้ทำให้มือของเขาและเธอชนกัน
cheers...
เสียงแก้วกระทบกันจนเกิดเสียงและทุกคนก็จัดการดื่มเหล้าในแก้วตัวเองจนหมด ฟีนิกซ์อัดเหล้าสีอำพันเข้าปากจนหมดแก้วและวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง เป็นจังหวะเดียวกันที่ระรินวางแก้วพอดี
เสียงเพลงปลุกเร้าให้สาวสวยโยกย้ายร่างกาย แต่ทุกการเคลื่อนไหวร่างกายของเธอตกอยู่ในสายตาเขาทั้งหมด ทั้งกลุ่มยืนโยกไปตามจังหวะเพลงยกเว้นแต่ฟีนิกซ์ที่นั่งนิ่งและจ้องมองหญิงสาวร่างอรชรอวดลีลาท่าทางที่ยั่วยวนผิดกับตอนที่อยู่มหา'ลัย
ตอนที่ 47 : เติมเต็มกันและกัน (ตอนจบ)เลี้ยงฉลองปิดเทอม ณ ผับชื่อดังที่คุ้นเคยเสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วผับในยามราตรี แสงไฟหลากสีสาดส่องตามจังหวะเพลง ผู้คนต่างออกมาดื่มสังสรรค์และเคลื่อนไหวร่างกายตามท่วงทำนองอย่างอิสระ เช่นเดียวกันกับแก๊งสี่หนุ่มและแก๊งสี่สาวที่มาผับแห่งนี้เพื่อปลดปล่อยและเลี้ยงฉลองหลังจากสอบวันสุดท้ายผ่านพ้นไปได้ด้วยดีบรรยากาศความตึงเครียดจากช่วงสอบที่ผ่านมาถูกสลัดทิ้งไปจนหมด ใบหน้าของแต่ละคนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างผ่อนคลายฟีนิกซ์นั่งเคียงข้างระรินแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดีเซลนั่งโอบกอดชิลินไว้ในอ้อมแขน ต่างจากโอโซนและพอร์ชที่นั่งบนโซฟาเพียงลำพังไร้เงาสาวข้างกาย เช่นเดียวกับพราวและต้นหลิวที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักโดยไม่มีหนุ่มข้างกาย"ดื่ม ๆ วันนี้ไอ้ดีเซลมันบอกเลี้ยงไม่อั้น" พอร์ชยกแก้วเหล้าขึ้นเหนือโต๊ะตรงกลางวงส่งสัญญาณให้ทุกคนทำตามแก้วเหล้าหลายใบถูกยกขึ้นตามกัน ก่อนจะเคลื่อนเข้ามากระทบกันตรงกลางเปล้ง..."cheers""สอบเสร็จสักทีโว้ย สถานีต่อไปวัยทำงาน" โอโซนพูดเสียงดังพลางกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวจนหมดราวกับปลดปล่อยความอัดอั้นที่สะสมมานานระรินโน้มใบหน้าไปใกล้ใบ
ตอนที่ 46 : สุขสมหวังณ โรงอาหารของมหา'ลัยโอโซน ดีเซล และพอร์ชยืนหลบมุมที่พอพ้นสายตาผู้คนเคียงข้างด้วยสามสาว ต้นหลิว ชิลิน และพราว สายตาของทุกคนจ้องมองไปยังฟีนิกซ์กับระรินที่นั่งอยู่ที่โต๊ะประจำ รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายเมื่อเห็นภาพเพื่อนกำลังมีความสุขระรินนั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ไปพลาง ๆ ทว่าปากยังเคี้ยวตุ้ย ๆ ขณะฟีนิกซ์คอยป้อนข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ถึงปากเพื่อไม่ให้มือของระรินเปื้อน ทั้งสองคนผลัดกันกินอย่างไม่สนใจสายตาใครราวกับทั้งโรงอาหารมีกันเพียงสองคน"จะเข้าไปตอนนี้ก็กลัวขัดจังหวะ" พอร์ชยกยิ้มมุมปากสายตาคมจ้องมองคู่รักที่กำลังสวีทหวานไม่แคร์สื่อทุกคนชะงักฝีเท้าตั้งแต่เดินเข้ามาบริเวณโรงอาหารของมหา'ลัยและยืนดูเหตุการณ์นี้กันมาสักพักใหญ่ แต่ละคนไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปขัดจังหวะความสุขของเพื่อนพราวชำเลืองมองพอร์ชเพียงนิดก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนสาวที่กำลังอิ่มเอมกับความรัก"ยัยเด็กที่ชอบอ่านนิยายเพ้อฝัน ตอนนี้โตเป็นสาวแล้วสินะ" ต้นหลิวพูดพลางอมยิ้ม ทุกคนรู้ดีว่าระรินชอบอ่านนิยายมาก และวาดฝันอยากมีแฟนหนุ่มที่แสนอ่อนโยนดั่งพระเอกนิยาย ตอนนี้ระรินได้ผู้ชายแบบที่ต้องการ
ตอนที่ 45 : ไร้เรี่ยวแรงคาเตียงสองวันต่อมาดวงตากลมโตมองเจ้าของร่างกายกำยำที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ เขาดูกระปรี้กระเปร่าเหมือนกับดื่มน้ำวันละสองลิตร ทว่าต่างกับเธออย่างสิ้นเชิง ร่างกายเธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้แต่แรงจะลุกจากที่นอนยังไม่มี สองวันสองคืนเต็มที่เธอโดนเขาลงโทษอย่างหนัก จนตอนนี้เธอต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียง ขยับตัวแทบไม่ได้เพราะปวดร้าวไปทั่วร่างกายอาการของคนป่วยหยอดน้ำข้าวต้มมันเป็นอย่างนี้นี่เองฟีนิกซ์เดินมายืนอยู่ข้างเตียง ใช้สายตาคมสำรวจร่างอรชรพลางยกยิ้มมุมปากถูกใจในผลงานตัวเอง ร่างอรชรนอนเปลือยอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แต่ยังพอเห็นลำคอระหงที่เต็มไปด้วยรอยช้ำสีแดงรอบลำคอเป็นผลงานที่เขาสร้างไว้เอง"ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำมากเหรอคะ" ระรินมองเขาตาขวางพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกแดกดันฟุบฟีนิกซ์ล้มตัวลงนั่งลงข้างเตียงเคียงข้างคนตัวเล็กที่กำลังขู่ฟ่อ มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่บดบังใบหน้าหวานออกอย่างแผ่วเบา"ภูมิใจที่สุดเลย จะมาโทษพี่คนเดียวไม่ได้นะต้องโทษตัวเองที่ปิดบังพี่มาสองเดือนเต็ม ๆ""หนูไม่ได้ปิดบัง แค่จะบอกตอนเกรดออก""โดนขนาดนี้ยังจะกล้าเถียงอีกนะ เถียงเก่
ตอนที่ 44 : จัดการเด็กโกหกสองเดือนผ่านไประรินเลื่อนโทรศัพท์เล่นไปพลาง ๆ กดเข้าอินสตาแกรมระหว่างที่ว่าง ทว่าสตอรี่ของฟีนิกซ์โชว์ขึ้นอยู่คนแรก ก่อนหน้านี้เขาและเธอกดติดตามกันแล้ว และถ้าใครคนใดคนหนึ่งลงสตอรี่หรือลงรูปก็จะเห็นริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเมื่อสตอรี่ของเขาเป็นภาพที่เธอนอนหลับ ผ้าห่มปิดเกือบทั้งหน้า เห็นเพียงแค่ตาและแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด น่าจะเป็นสภาพตอนเช้าที่เธอยังไม่ตื่นแต่เขาตื่นก่อน เพราะเมื่อคืนเธอมานอนกับเขาที่บ้านในช่วงวันหยุด"ลงแบบนี้สาวไม่หายหมดเหรอคะ" ระรินแซวเล่นและยกโทรศัพท์ให้เขาเห็นว่าเธอพูดถึงเรื่องสตอรี่ที่เป็นรูปของเธอ"ไม่แคร์อยู่แล้ว เพราะคนที่พี่แคร์นั่งอยู่ตรงนี้" สายตาคมจ้องมองระรินบ่งบอกว่าเขาไม่เคยกังวลเรื่องที่เธอพูดเลยสักนิด เพราะเขามั่นใจว่าเธอคือคนรักคนสำคัญเลยอยากป่าวประกาศให้ทุกคนรู้นอกจากเขามีเจ้าของแล้ว เธอก็มีเจ้าของแล้วเหมือนกัน"ป่านนี้แก๊งพี่อ้วกกันเป็นแถว ๆ แล้วค่ะ"ฟีนิกซ์ไม่ได้ตอบแต่ยื่นโทรศัพท์ให้เธออ่านในกลุ่มไลน์ 'สี่ตัวร้อย รอคอย(ห)' ที่มีการพูดคุยกันอย่างดุเดือดไปก่อนหน้านี้โอโซน : (รูปสตอรี่ของฟีนิกซ์)โอโซน : อยากจ
ตอนที่ 43 : ลองใช้ชีวิตแบบเธอรถมอเตอร์ไซต์คันเก่าขับมาจอดในที่ประจำเพื่อขึ้นรถสองแถวเข้าตัวเมือง ทว่าคราวนี้กลับไม่ใช่เธอที่เป็นคนขับมาด้วยที่รถยนต์ของเขาสายไฟขาดทำให้ต้องเรียกรถมายกตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้เลยลองใช้ชีวิตที่เธอเป็นในทุกวัน เป็นอะไรที่แปลกใหม่และไม่ได้รู้สึกขัดต่อความรู้สึกดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มร่างกายกำยำกำลังล็อกมอเตอร์ไซต์คันเก่าเพื่อป้องกันโดนขโมยพานทำให้ริมฝีปากบางระบายยิ้มชอบใจ ไม่คิดว่าคนที่เคยซ่อมรถคันนี้และมาส่งเธอตรงนี้ในเมื่อก่อนจะเป็น 'แฟน' ในวันนี้ไม่เคยคิดว่าลูกชายร้านทองจะยอมนอนกับเธอในห้องเล็กที่ไร้เครื่องปรับอากาศได้ทั้งคืน ไม่คิดว่าเขาจะนั่งกินข้าวที่พื้นได้อย่างสบายใจ และไม่เคยคิดว่าเขาจะเข้ากับครอบครัวที่แสนธรรมดาได้คนที่จิกกัดกันตลอดเวลาในเมื่อก่อนกลายเป็นคนที่ทำให้หัวใจของเธอกระชุ่มกระชวย และมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น"พี่นั่งได้ไหม" เธอเอ่ยถามเมื่อเขาเดินเข้ามาหา พลางส่งสายตาไปที่รถสองแถวที่จอดอยู่ไม่ไกลฟีนิกซ์มองตามสายตาของเธอพลางไหวไหล่เล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะพูดให้เธอสบายใจและหลงตัวเองนิดหน่อยเพื่อให้เธอหมั่นไส้"ทำไมจะนั่งไม่ได้
ตอนที่ 42 : ตื่นมาไม่เจอตกดึกดวงตากลมโตชำเลืองมองเจ้าของร่างกายกำยำที่นอนตะแคงกอดเธอไว้แน่น ทำให้ใบหน้าหวานซุกเข้าหาแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่อนแขนแกร่งเกี่ยวรั้งตัวเธอไว้ราวกับกลัวเธอจะหายไปทั้งที่ในนี้คือห้องนอนของเธอ"ไหนใครบอกว่าชอบนอนพื้นแข็ง ๆ คะ""ปวดหลัง" ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงเรียบไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับสายตาที่เธอมองมา"พี่นี่ไว้ใจไม่ได้จริง ๆ เจ้าเล่ห์ไม่เว้นวัน โกหกพ่อแม่หนูอีก""พี่ไม่ได้โกหกแต่พี่พูดให้เกียรติเธอต่างหาก""ลับหลังไม่ใช่เลยสักนิด" ระรินเหน็บแนมพลางใช้สายตาไม่พอใจที่เขานอนกอดเธอบนเตียงนอนขนาดสามฟุต ซึ่งทำให้ตัวเธอกับตัวเขาแนบชิดจนแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่แล้วฟีนิกซ์ระบายยิ้มชอบใจในคำพูดของเธอ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าผากมนและใช้ริมฝีปากหนากดจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา"พอเถียงไม่ได้ก็หอมตลอด ทำให้หนูใจอ่อนทุกที""พี่รู้จักความรักก็จริงเคยมีความรักมาก่อน แต่พี่ไม่เคยมีความรู้สึกรักใครขนาดนี้มาก่อนเลยรู้ไหม พี่พึ่งจะเข้าใจก็วันนี้ถ้าพี่ขาดเธอไปพี่คงอยู่ไม่ได้""....." ระรินนิ่งเงียบเมื่อจู่ ๆ เขาก็พูดความในใจที่ทำให้เธอรู้สึกดี ใบหน้าหว
ตอนที่ 10 : อดใจไม่ไหว(เด็กมันยั่ว)เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืนบรรยากาศในผับยิ่งดึกยิ่งสนุกและเป็นการทิ้งท้ายสุดมันก่อนที่จะถึงเวลาผับปิด ผู้คนต่างปล่อยตัวไปกับจังหวะดนตรีและแอลกอฮอล์ที่สั่งมา แสงไฟในผับก็ยิ่งปลุกเร้าให้ดูน่าตื่นเต้นและเร้าใจจนอดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาโยกย้ายร่างกายอวดท่วงท่าและลีลา
ตอนที่ 8 : ไม่เต็มใจทำระรินลงจากรถสองแถวเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง เท้าเรียวเล็กสาวเท้าเดินไปยังจุดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อให้ไปส่งหน้ามหา'ลัย วันนี้เธอไม่ได้แวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งแต่อย่างใดเพราะวันนี้เธอสายมากแล้วไม่มีเวลาให้หยุดซื้อเลยด้วยซ้ำ เธอเดินจ้ำอ้าวแบบไม่ได้สนใจใครเลยจนกระทั่ง...ปร
ตอนที่ 7 : สุขสันต์วันเกิดระรินจอดรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจเมื่อมาถึงบริเวณหน้าบ้านหลังเล็กลักษณะบ้านปูนชั้นเดียว พลางลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบาอย่างโล่งอกที่ในที่สุดก็ถึงบ้านเสียทีเท้าเรียวเล็กก้าวผ่านประตูเข้าไปภายในบ้านที่คุ้นเคย ทันทีที่สายตาเห็นพ่อกับแม่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ด้วยกัน รอยยิ้มบาง ๆ ก็ฉายขึ้น
ตอนที่ 6 : ช่วยซ่อม"เฮ้อ" เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อประสบการณ์การซ่อมรถของเธอแทบจะเป็นศูนย์ ทำให้เธอตัดสินใจที่จะประคองรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปร้านซ่อมรถที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก แล้วค่อยโทรให้พ่อออกมารับหมับจู่ ๆ ก็มีแรงยื้อจากด้านหลังทำให้รถเคลื่อนต่อไปไม่ได้ ระรินชะงักทันทีก่อนจะหันกลับมามอ







