เข้าสู่ระบบตอนที่ 6 : ช่วยซ่อม
"เฮ้อ" เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อประสบการณ์การซ่อมรถของเธอแทบจะเป็นศูนย์ ทำให้เธอตัดสินใจที่จะประคองรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปร้านซ่อมรถที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก แล้วค่อยโทรให้พ่อออกมารับ
หมับ
จู่ ๆ ก็มีแรงยื้อจากด้านหลังทำให้รถเคลื่อนต่อไปไม่ได้ ระรินชะงักทันทีก่อนจะหันกลับมามอง คิ้วเรียวสวยขมวดเล็กน้อยที่เห็นเขายังอยู่ตรงนี้ ตอนที่เธอลงจากรถเขาไม่แม้แต่เหลียวหลังมองคิดว่าเขาส่งเธอเสร็จก็กลับไปแล้ว
"ถอยไป" ฟีนิกซ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบกึ่งออกคำสั่ง
"พี่จะทำอะไรรถหนู"
ฟีนิกซ์จ้องมองใบหน้าหวานและตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"พี่ไม่เอาเศษเหล็กไปขายกินหรอกนะ ถอย!"
"ชิ" ระรินจิ๊ปากอย่างหมั่นไส้แสดงออกถึงความไม่พอใจกับคำพูดเหน็บแนมของเขาแต่ก็ยอมปล่อยมือออกจากแฮนด์รถตัวเองและถอยหลังมาหนึ่งก้าวเพื่อให้เขาเข้ามายืนแทนที่เธอ
ฟีนิกซ์ก้มลงสำรวจสภาพรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าเพื่อหาสาเหตุที่สตาร์ทไม่ติด ในขณะที่ระรินได้แต่ยืนมองการกระทำของเขาอยู่เงียบ ๆ แม้ในใจจะไม่พอใจในความปากเสียของเขาอยู่
ไม่ถึงห้านาทีฟีนิกซ์ก็หาสาเหตุของรถที่สตาร์ทไม่ติดเจอ
"สักแต่จะขับ ไม่รู้จักดูหัวเทียน"
ถึงแม้เขาจะพูดออกมาโดยที่ไม่ได้เงยมองหน้าเธอ แต่ระรินก็มั่นใจว่าเขากำลังด่าเธออยู่แน่นอน
"ขอบคุณที่อุตส่าห์ลงจากรถมาดูให้นะคะ เดี๋ยวหนูเข็นไปที่ร้านซ่อมรถให้เขาเปลี่ยนให้ค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ขับเป็นก็ควรศึกษาหน่อยว่ามันมีส่วนสำคัญอะไรบ้าง ไม่ใช่วัน ๆ เอาแต่อ่านนิยายเพ้อฝันอยู่ในโลกจินตนาการ พระเอกในหนังสือของเธอไม่ได้สอนเธอซ่อมรถหรอกนะ"
ฟีนิกซ์ลุกขึ้นเต็มความสูงหลังจากพูดจบแล้วหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวร่างเล็ก สายตาคมและสีหน้าเรียบนิ่งทว่าริมฝีปากหนากระตุกยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาทอย่างชัดเจน
"เอ๊ะ พี่อะไรกับนิยายของหนูนักหนา มันก็ไม่ได้ไปหนักที่พี่สักหน่อย" เธอตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่เขาชอบเหน็บแนมเธออยู่เรื่อย ทั้งที่เธอไม่ได้ขอร้องให้เขาลงมาช่วยสักหน่อย และต่อให้เข็นรถกลับบ้านจริง ๆ เธอก็มั่นใจว่าพ่อของเธอซ่อมได้
ฟีนิกซ์ไม่ได้สนใจคำพูดของเธอแม้แต่น้อย
"แถวนี้มีร้านขายอะไหล่ที่ไหน"
"มีซอยข้างหน้าค่ะ เลี้ยวเข้าซอยไปร้านซ่อมจะอยู่ขวามือ"
ฟีนิกซ์พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงเข้าใจก่อนจะเอ่ยถามเธอ
"จะให้พี่ซ่อมหรือจะเข็นรถไปร้านซ่อมเอง"
ระรินยืนคิดอย่างลังเล เธอเข็นไปร้านเองจะง่ายกว่าเขาซ่อมให้หรือเปล่า อีกอย่างจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่ทำให้รถของเธอพังมากกว่าเดิม เท่าที่รู้จักพี่ฟีนิกซ์มา เขาเป็นคนชอบแกล้งซะด้วยสิ
"พี่ทำเป็นเหรอคะ?"
ฟีนิกซ์เลิกคิ้วเล็กน้อยแปลกใจในคำถามของเธอ
"ใส่ ๆ ถอด ๆ พี่ถนัด และจะบอกให้พี่เรียนวิศวะไม่ได้เรียนบัญชีเรื่องแค่นี้เท่าปลายเล็บ" ฟีนิกซ์กระตุกยิ้มมุมปากหลังจากพูดจบและเดินผ่านหน้าเธอไปเพื่อไปร้านซื้ออะไหล่มาซ่อมรถให้เธอ
เงินหนึ่งร้อยบาทที่ชิลินจ้างมาส่งเธอดูจะไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไปเลยสักนิด แถมยังต้องควักเงินตัวเองซื้อของซ่อมรถให้เธออีกต่างหาก แต่จะปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ก็ไม่ได้ ในเมื่อเธอเป็นรุ่นน้องในคณะ
ระรินยังยืนพึมพำกับคำพูดกำกวมของเขาอยู่ครู่หนึ่ง "ใส่ ๆ ถอด ๆ" แต่เมื่อคิดตามได้ดวงตากลมเบิกตาโพลงโตทันที "ทำไมทะลึ่งแบบนี้นะ!"
เธอหันขวับไปมองรถของพี่ฟีนิกซ์เป็นจังหวะเดียวกันที่เขาขับเคลื่อนรถออกจากจุดจอดไปด้วยความเร็ว ดวงตากลมโตมองตามรถของเขาไปจนสุดสายตาก่อนจะหันกลับมามองรถมอเตอร์ไซต์คันเก่าของตัวเอง สุดท้ายเธอก็ยอมรอเขาอยู่ตรงนี้เพื่อให้เขาซ่อมรถให้
"มางอแงถูกวันซะด้วยนะ ฉันต้องเป็นหนี้บุญคุณเขาอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยิ่งชอบหาเรื่องฉันอยู่ด้วย" เสียงหวานบ่นรถคู่ใจ และส่ายหัวน้อย ๆ ไม่คิดเลยว่ารถคู่ใจของเธอจะมาเสียในวันที่เขามาส่งพอดี
สิบนาทีต่อมา
เธอดันตัวเองลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเมื่อนั่งรอเขาอยู่สักพักหนึ่งแล้วเขาก็กลับมา ดวงตากลมโตมองเจ้าของร่างสูงที่เดินใกล้เข้ามาเรื่อย แต่สิ่งที่เขาถือมาด้วยนั้นทำให้คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เพราะมันไม่ใช่แค่หัวเทียนอย่างเดียว ในมือของเขายังมียางรถมอเตอร์ไซต์อีกสองเส้น
"ไหนพี่บอกว่าเป็นที่หัวเทียนไงคะ" เธอถามอย่างงุนงง
"ขับรถอย่างเดียวไม่เกินจริง" เขาตอบไม่ตรงคำถามของเธอ แต่ก็สื่อความหมายตำหนิทักษะการใช้รถของเธอแทบเป็นศูนย์หรือไม่ก็อาจจะติดลบเลยก็เป็นได้
"เธอเห็นยางรถตัวเองเป็นแบบไหน"
ระรินกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะตอบไปอย่างที่เห็น
"ก็เป็นยางรถ"
เขาถึงกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะชี้ไปที่ล้อรถของเธอ
"ไม่เห็นเหรอว่ายางรถของเธอมันไม่มีดอกยางแล้ว ไม่ขับลื่นจนปากแตกหน้าแหกก็บุญหัวแล้ว"
เธอมองล้อยางรถคู่ใจของตัวเองตามที่เขาชี้ให้ดูและเงยขึ้นมามองหน้าเขา พลางใช้มือลูบท้ายทอยตัวเองและปั้นหน้าเฉไฉ "ก็กะจะเปลี่ยนอยู่แล้วค่ะ แค่ไม่มีเวลา"
"เถียงข้าง ๆ คู ๆ"
ระรินเม้มปากเข้าหากันที่ถูกเขาด่าทออีกแล้ว แต่ก็เลือกที่จะไม่ต่อความยาวสาวความยืด
"ถ้าพี่จะทำก็รีบทำเถอะค่ะ นี่ก็เย็นมากแล้ว" เธอรีบเปลี่ยนประเด็นทันที ลึก ๆ แล้วเธอก็รู้ดีว่าเขาพูดถูก เธอไม่ได้สังเกตรถของตัวเองเลย
ฟีนิกซ์จัดการทุกอย่างด้วยความชำนาญ เริ่มจากเปลี่ยนหัวเทียนก่อน และหลังจากนั้นจึงถอดล้อมอเตอร์ไซต์ของเธอเพื่อเปลี่ยนยางเส้นใหม่ และรับรู้ถึงสายตาของคนที่ยืนอยู่ด้านหลังกำลังจดจ้องมองเขาไม่วางตา
ท่าทางของเขาดูชำนาญราวกับช่างซ่อมมืออาชีพ มือหนาขยับไปตามชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างมั่นคงและรวดเร็ว
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
บรื้นนน...
ฟีนิกซ์สตาร์ทรถมอเตอร์ไซต์คันเก่าและบิดคันเร่งทำให้เสียงของเครื่องยนต์ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ มีควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากท่อไอเสียบ่งบอกถึงอายุการใช้งานของรถได้เป็นอย่างดี
มือหนาบิดคันเร่งแล้วผ่อนลง ทำย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ หลายครั้งจนมั่นใจว่ารถของเธอได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด เมื่อมั่นใจดีแล้วเขาจึงปล่อยมือออกจากแฮนด์รถ เหงื่อที่เกาะอยู่ตามกรอบใบหน้าไหลเข้าดวงตาคม ทำให้เขายกมือขึ้นเช็ดออก ทว่ามือที่ใช้ซ่อมรถให้เธอกลับเปื้อนคราบดำในตอนที่เช็ดคราบเหงื่อทำให้ทิ้งคราบดำนั้นไว้บริเวณหางตาโดยไม่รู้ตัว
"เสร็จแล้ว" ฟีนิกซ์พูดสั้น ๆ พลางถอยตัวออกห่างจากรถมอเตอร์ไซต์ของเธอ และปรายตามองเธอเพียงนิด
ระรินรู้ดีว่าเขาทำเสร็จแล้วเพราะตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเธอยืนดูเขาแทบไม่ละสายตาไปไหน เธอชำเลืองมองใบหน้าคมคายแต่คราบดำบริเวณหางตาทำให้เธอรู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงควานหาของในกระเป๋าผ้าของตัวเองและหยิบซองทิชชูเปียกออกมาก่อนจะยื่นไปตรงหน้าเขา
"หน้าพี่เลอะ ควรใช้อันนี้เช็ด"
ฟีนิกซ์มองของที่เธอยื่นมาให้และเงยมองคนตรงหน้าประสานดวงตากลมโต "คิดว่ากระดาษทิชชูเปียกจะแทนค่าซ่อมรถให้เธอได้หรือไง"
"รู้ว่าแทนกันไม่ได้ค่ะ แต่เขาเรียกว่าน้ำใจเอาไปเถอะค่ะ ที่บ้านหนูมีอีกเยอะสั่งมาจากติ๊กตอกเป็นโหลเลย" ระรินไม่ได้พูดเฉย ๆ แต่เธอถือวิสาสะยัดซองทิชชูเปียกใส่มือเขา ดีที่เขายังรับไว้ไม่ปล่อยให้ร่วงลงพื้น
ฟีนิกซ์มองของที่เธอยัดให้ในมือและเงยหน้ามองเธออีกครั้ง
"ขอบคุณที่ช่วยค่ะ"
"จำใจ"
ระรินมองคนตรงหน้าตาขวางด้วยความหมั่นไส้ แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไรต่อทำให้เธอตัดสินใจขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ มือเรียวเล็กจับแฮนด์เพื่อเตรียมพุ่งออกไปข้างหน้า
ทว่าในจังหวะนั้นเองสายตาของเธอดันชำเลืองไปยังกระจกมองข้างทำให้เห็นว่าเขายังยืนมองเธออยู่ที่เดิม สายตาคมคู่นั้นไร้ซึ่งความหมาย แต่สุดท้ายเธอก็บิดคันเร่งขับออกมา แต่ระหว่างทางเธอก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองกระจกมองข้างและก็ยังเห็นว่าเขายืนมองเธออยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม
จนกระทั่งเธอเลี้ยวมาอีกทางภาพของเขาก็หายไป
ฟีนิกซ์มองเธอจนลับสายตาก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเอง มือหนายังกำซองกระดาษทิชชูเปียกไว้แน่น พอขึ้นมานั่งในรถทำให้เขาโยนมันไปเบาะหลังอย่างไม่ไยดี
รถยนต์ของฟีนิกซ์ขับเคลื่อนออกจากจุดจอดอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังกึกก้องไปทั่วท้องถนนในช่วงพลบค่ำ
ตอนที่ 47 : เติมเต็มกันและกัน (ตอนจบ)เลี้ยงฉลองปิดเทอม ณ ผับชื่อดังที่คุ้นเคยเสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วผับในยามราตรี แสงไฟหลากสีสาดส่องตามจังหวะเพลง ผู้คนต่างออกมาดื่มสังสรรค์และเคลื่อนไหวร่างกายตามท่วงทำนองอย่างอิสระ เช่นเดียวกันกับแก๊งสี่หนุ่มและแก๊งสี่สาวที่มาผับแห่งนี้เพื่อปลดปล่อยและเลี้ยงฉลองหลังจากสอบวันสุดท้ายผ่านพ้นไปได้ด้วยดีบรรยากาศความตึงเครียดจากช่วงสอบที่ผ่านมาถูกสลัดทิ้งไปจนหมด ใบหน้าของแต่ละคนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างผ่อนคลายฟีนิกซ์นั่งเคียงข้างระรินแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดีเซลนั่งโอบกอดชิลินไว้ในอ้อมแขน ต่างจากโอโซนและพอร์ชที่นั่งบนโซฟาเพียงลำพังไร้เงาสาวข้างกาย เช่นเดียวกับพราวและต้นหลิวที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักโดยไม่มีหนุ่มข้างกาย"ดื่ม ๆ วันนี้ไอ้ดีเซลมันบอกเลี้ยงไม่อั้น" พอร์ชยกแก้วเหล้าขึ้นเหนือโต๊ะตรงกลางวงส่งสัญญาณให้ทุกคนทำตามแก้วเหล้าหลายใบถูกยกขึ้นตามกัน ก่อนจะเคลื่อนเข้ามากระทบกันตรงกลางเปล้ง..."cheers""สอบเสร็จสักทีโว้ย สถานีต่อไปวัยทำงาน" โอโซนพูดเสียงดังพลางกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวจนหมดราวกับปลดปล่อยความอัดอั้นที่สะสมมานานระรินโน้มใบหน้าไปใกล้ใบ
ตอนที่ 46 : สุขสมหวังณ โรงอาหารของมหา'ลัยโอโซน ดีเซล และพอร์ชยืนหลบมุมที่พอพ้นสายตาผู้คนเคียงข้างด้วยสามสาว ต้นหลิว ชิลิน และพราว สายตาของทุกคนจ้องมองไปยังฟีนิกซ์กับระรินที่นั่งอยู่ที่โต๊ะประจำ รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายเมื่อเห็นภาพเพื่อนกำลังมีความสุขระรินนั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ไปพลาง ๆ ทว่าปากยังเคี้ยวตุ้ย ๆ ขณะฟีนิกซ์คอยป้อนข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ถึงปากเพื่อไม่ให้มือของระรินเปื้อน ทั้งสองคนผลัดกันกินอย่างไม่สนใจสายตาใครราวกับทั้งโรงอาหารมีกันเพียงสองคน"จะเข้าไปตอนนี้ก็กลัวขัดจังหวะ" พอร์ชยกยิ้มมุมปากสายตาคมจ้องมองคู่รักที่กำลังสวีทหวานไม่แคร์สื่อทุกคนชะงักฝีเท้าตั้งแต่เดินเข้ามาบริเวณโรงอาหารของมหา'ลัยและยืนดูเหตุการณ์นี้กันมาสักพักใหญ่ แต่ละคนไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปขัดจังหวะความสุขของเพื่อนพราวชำเลืองมองพอร์ชเพียงนิดก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนสาวที่กำลังอิ่มเอมกับความรัก"ยัยเด็กที่ชอบอ่านนิยายเพ้อฝัน ตอนนี้โตเป็นสาวแล้วสินะ" ต้นหลิวพูดพลางอมยิ้ม ทุกคนรู้ดีว่าระรินชอบอ่านนิยายมาก และวาดฝันอยากมีแฟนหนุ่มที่แสนอ่อนโยนดั่งพระเอกนิยาย ตอนนี้ระรินได้ผู้ชายแบบที่ต้องการ
ตอนที่ 45 : ไร้เรี่ยวแรงคาเตียงสองวันต่อมาดวงตากลมโตมองเจ้าของร่างกายกำยำที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ เขาดูกระปรี้กระเปร่าเหมือนกับดื่มน้ำวันละสองลิตร ทว่าต่างกับเธออย่างสิ้นเชิง ร่างกายเธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้แต่แรงจะลุกจากที่นอนยังไม่มี สองวันสองคืนเต็มที่เธอโดนเขาลงโทษอย่างหนัก จนตอนนี้เธอต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียง ขยับตัวแทบไม่ได้เพราะปวดร้าวไปทั่วร่างกายอาการของคนป่วยหยอดน้ำข้าวต้มมันเป็นอย่างนี้นี่เองฟีนิกซ์เดินมายืนอยู่ข้างเตียง ใช้สายตาคมสำรวจร่างอรชรพลางยกยิ้มมุมปากถูกใจในผลงานตัวเอง ร่างอรชรนอนเปลือยอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แต่ยังพอเห็นลำคอระหงที่เต็มไปด้วยรอยช้ำสีแดงรอบลำคอเป็นผลงานที่เขาสร้างไว้เอง"ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำมากเหรอคะ" ระรินมองเขาตาขวางพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกแดกดันฟุบฟีนิกซ์ล้มตัวลงนั่งลงข้างเตียงเคียงข้างคนตัวเล็กที่กำลังขู่ฟ่อ มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่บดบังใบหน้าหวานออกอย่างแผ่วเบา"ภูมิใจที่สุดเลย จะมาโทษพี่คนเดียวไม่ได้นะต้องโทษตัวเองที่ปิดบังพี่มาสองเดือนเต็ม ๆ""หนูไม่ได้ปิดบัง แค่จะบอกตอนเกรดออก""โดนขนาดนี้ยังจะกล้าเถียงอีกนะ เถียงเก่
ตอนที่ 44 : จัดการเด็กโกหกสองเดือนผ่านไประรินเลื่อนโทรศัพท์เล่นไปพลาง ๆ กดเข้าอินสตาแกรมระหว่างที่ว่าง ทว่าสตอรี่ของฟีนิกซ์โชว์ขึ้นอยู่คนแรก ก่อนหน้านี้เขาและเธอกดติดตามกันแล้ว และถ้าใครคนใดคนหนึ่งลงสตอรี่หรือลงรูปก็จะเห็นริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเมื่อสตอรี่ของเขาเป็นภาพที่เธอนอนหลับ ผ้าห่มปิดเกือบทั้งหน้า เห็นเพียงแค่ตาและแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด น่าจะเป็นสภาพตอนเช้าที่เธอยังไม่ตื่นแต่เขาตื่นก่อน เพราะเมื่อคืนเธอมานอนกับเขาที่บ้านในช่วงวันหยุด"ลงแบบนี้สาวไม่หายหมดเหรอคะ" ระรินแซวเล่นและยกโทรศัพท์ให้เขาเห็นว่าเธอพูดถึงเรื่องสตอรี่ที่เป็นรูปของเธอ"ไม่แคร์อยู่แล้ว เพราะคนที่พี่แคร์นั่งอยู่ตรงนี้" สายตาคมจ้องมองระรินบ่งบอกว่าเขาไม่เคยกังวลเรื่องที่เธอพูดเลยสักนิด เพราะเขามั่นใจว่าเธอคือคนรักคนสำคัญเลยอยากป่าวประกาศให้ทุกคนรู้นอกจากเขามีเจ้าของแล้ว เธอก็มีเจ้าของแล้วเหมือนกัน"ป่านนี้แก๊งพี่อ้วกกันเป็นแถว ๆ แล้วค่ะ"ฟีนิกซ์ไม่ได้ตอบแต่ยื่นโทรศัพท์ให้เธออ่านในกลุ่มไลน์ 'สี่ตัวร้อย รอคอย(ห)' ที่มีการพูดคุยกันอย่างดุเดือดไปก่อนหน้านี้โอโซน : (รูปสตอรี่ของฟีนิกซ์)โอโซน : อยากจ
ตอนที่ 43 : ลองใช้ชีวิตแบบเธอรถมอเตอร์ไซต์คันเก่าขับมาจอดในที่ประจำเพื่อขึ้นรถสองแถวเข้าตัวเมือง ทว่าคราวนี้กลับไม่ใช่เธอที่เป็นคนขับมาด้วยที่รถยนต์ของเขาสายไฟขาดทำให้ต้องเรียกรถมายกตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้เลยลองใช้ชีวิตที่เธอเป็นในทุกวัน เป็นอะไรที่แปลกใหม่และไม่ได้รู้สึกขัดต่อความรู้สึกดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มร่างกายกำยำกำลังล็อกมอเตอร์ไซต์คันเก่าเพื่อป้องกันโดนขโมยพานทำให้ริมฝีปากบางระบายยิ้มชอบใจ ไม่คิดว่าคนที่เคยซ่อมรถคันนี้และมาส่งเธอตรงนี้ในเมื่อก่อนจะเป็น 'แฟน' ในวันนี้ไม่เคยคิดว่าลูกชายร้านทองจะยอมนอนกับเธอในห้องเล็กที่ไร้เครื่องปรับอากาศได้ทั้งคืน ไม่คิดว่าเขาจะนั่งกินข้าวที่พื้นได้อย่างสบายใจ และไม่เคยคิดว่าเขาจะเข้ากับครอบครัวที่แสนธรรมดาได้คนที่จิกกัดกันตลอดเวลาในเมื่อก่อนกลายเป็นคนที่ทำให้หัวใจของเธอกระชุ่มกระชวย และมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น"พี่นั่งได้ไหม" เธอเอ่ยถามเมื่อเขาเดินเข้ามาหา พลางส่งสายตาไปที่รถสองแถวที่จอดอยู่ไม่ไกลฟีนิกซ์มองตามสายตาของเธอพลางไหวไหล่เล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะพูดให้เธอสบายใจและหลงตัวเองนิดหน่อยเพื่อให้เธอหมั่นไส้"ทำไมจะนั่งไม่ได้
ตอนที่ 42 : ตื่นมาไม่เจอตกดึกดวงตากลมโตชำเลืองมองเจ้าของร่างกายกำยำที่นอนตะแคงกอดเธอไว้แน่น ทำให้ใบหน้าหวานซุกเข้าหาแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่อนแขนแกร่งเกี่ยวรั้งตัวเธอไว้ราวกับกลัวเธอจะหายไปทั้งที่ในนี้คือห้องนอนของเธอ"ไหนใครบอกว่าชอบนอนพื้นแข็ง ๆ คะ""ปวดหลัง" ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงเรียบไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับสายตาที่เธอมองมา"พี่นี่ไว้ใจไม่ได้จริง ๆ เจ้าเล่ห์ไม่เว้นวัน โกหกพ่อแม่หนูอีก""พี่ไม่ได้โกหกแต่พี่พูดให้เกียรติเธอต่างหาก""ลับหลังไม่ใช่เลยสักนิด" ระรินเหน็บแนมพลางใช้สายตาไม่พอใจที่เขานอนกอดเธอบนเตียงนอนขนาดสามฟุต ซึ่งทำให้ตัวเธอกับตัวเขาแนบชิดจนแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่แล้วฟีนิกซ์ระบายยิ้มชอบใจในคำพูดของเธอ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าผากมนและใช้ริมฝีปากหนากดจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา"พอเถียงไม่ได้ก็หอมตลอด ทำให้หนูใจอ่อนทุกที""พี่รู้จักความรักก็จริงเคยมีความรักมาก่อน แต่พี่ไม่เคยมีความรู้สึกรักใครขนาดนี้มาก่อนเลยรู้ไหม พี่พึ่งจะเข้าใจก็วันนี้ถ้าพี่ขาดเธอไปพี่คงอยู่ไม่ได้""....." ระรินนิ่งเงียบเมื่อจู่ ๆ เขาก็พูดความในใจที่ทำให้เธอรู้สึกดี ใบหน้าหว
ตอนที่ 10 : อดใจไม่ไหว(เด็กมันยั่ว)เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืนบรรยากาศในผับยิ่งดึกยิ่งสนุกและเป็นการทิ้งท้ายสุดมันก่อนที่จะถึงเวลาผับปิด ผู้คนต่างปล่อยตัวไปกับจังหวะดนตรีและแอลกอฮอล์ที่สั่งมา แสงไฟในผับก็ยิ่งปลุกเร้าให้ดูน่าตื่นเต้นและเร้าใจจนอดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาโยกย้ายร่างกายอวดท่วงท่าและลีลา
ตอนที่ 9 : สวยสะกดตาสองชั่วโมงผ่านไประรินแต่งตัวและแต่งหน้าอยู่ภายในห้องของต้นหลิว ร่างอรชรสวมชุดเดรสสั้นเกาะอกสีดำแบบพอดีตัวแต่เห็นสัดส่วนชัดเจนโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ผมยาวสลวยปล่อยตรงรับกับกรอบใบหน้ารูปไข่ มือเรียวเล็กปัดแก้มสีชมพูพีชแบบบางเบาเป็นอันเสร็จ และหันมามองเพื่อนสาวคนสนิทที่นั่งแต่งหน้า
ตอนที่ 8 : ไม่เต็มใจทำระรินลงจากรถสองแถวเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง เท้าเรียวเล็กสาวเท้าเดินไปยังจุดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อให้ไปส่งหน้ามหา'ลัย วันนี้เธอไม่ได้แวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งแต่อย่างใดเพราะวันนี้เธอสายมากแล้วไม่มีเวลาให้หยุดซื้อเลยด้วยซ้ำ เธอเดินจ้ำอ้าวแบบไม่ได้สนใจใครเลยจนกระทั่ง...ปร
ตอนที่ 7 : สุขสันต์วันเกิดระรินจอดรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจเมื่อมาถึงบริเวณหน้าบ้านหลังเล็กลักษณะบ้านปูนชั้นเดียว พลางลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบาอย่างโล่งอกที่ในที่สุดก็ถึงบ้านเสียทีเท้าเรียวเล็กก้าวผ่านประตูเข้าไปภายในบ้านที่คุ้นเคย ทันทีที่สายตาเห็นพ่อกับแม่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ด้วยกัน รอยยิ้มบาง ๆ ก็ฉายขึ้น







