Masukตอนที่ 10 : อดใจไม่ไหว(เด็กมันยั่ว)
เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืน
บรรยากาศในผับยิ่งดึกยิ่งสนุกและเป็นการทิ้งท้ายสุดมันก่อนที่จะถึงเวลาผับปิด ผู้คนต่างปล่อยตัวไปกับจังหวะดนตรีและแอลกอฮอล์ที่สั่งมา แสงไฟในผับก็ยิ่งปลุกเร้าให้ดูน่าตื่นเต้นและเร้าใจจนอดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาโยกย้ายร่างกายอวดท่วงท่าและลีลา
ระรินเสยผมอย่างไม่ตั้งใจระหว่างที่เต้นไปตามจังหวะเพลงมัน ๆ ผมยาวสลวยถูกปัดไปด้านหลังทำให้โชว์ลำคอระหงยิ่งทำให้เธอดูโดดเด่นสะดุดตา มืออีกข้างของเธอถือแก้วเหล้าไว้แน่นและยกดื่มเป็นระยะ ความร้อนของแอลกอฮอล์ทำให้เลือดในร่างกายเธอสูบฉีดจนกล้าเต้นแบบไม่เขินอาย
ทางฝั่งแก๊งหนุ่ม ๆ ต่างโยกหัวไปตามจังหวะเพลงบางคนปรายตามองสาวสวยที่ไม่รู้จักกำลังออกลีลาท่าทางให้ชวนมอง สายตาของสามหนุ่มไม่ได้มองแค่รุ่นน้องในคณะแต่มองผู้หญิงสวย ๆ ในผับที่ผ่านสายตายกเว้นแต่ดีเซลที่จับจ้องแต่เมียสุดรัก
ฟีนิกซ์เอนกายพิงโซฟาและโยกหัวไปตามจังหวะของเพลง มือหนายกแก้วเหล้าสีอำพันขึ้นและกระดกเข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่า สายตาคมกวาดมองบรรยากาศในผับไปเรื่อยตามประสาหนุ่มโสด ทว่าสุดท้ายสายตาของเขากลับมาหยุดนิ่งที่ร่างอรชรในชุดเดรสสั้นสีดำรัดรูปที่กำลังเต้นแบบไม่สนใจสายตาใคร
เขาไม่อยากปล่อยให้ความคิดถลำลึกไปมากกว่านี้ จึงเบือนสายตาหนีก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเงียบ ๆ และเดินเลี่ยงความวุ่นวาย มุ่งไปยังด้านหลังของผับเพื่อสูบบุหรี่ให้สมองโล่งขึ้น
"ช้าน ปวด ฉี่" ระรินบอกต้นหลิวด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้และทำท่าทางบิดตัวเหมือนจะทนไม่ไหว
"ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม" ต้นหลิวถามด้วยความเป็นห่วง
"ม่ายเป็นไร ช้านเดินไปเองได้..." ระรินโบกมือปัด ๆ ให้หายห่วงทั้งที่แทบจะยืนทรงตัวไม่อยู่
ระรินปลีกตัวออกมาด้วยท่าทางเซไปเซมา เสียงเพลงอึกทึกเริ่มเบาลงและหายไปในที่สุดเมื่อเธอเดินมาอยู่ด้านนอกของผับ ใบหน้าหวานหันซ้ายหันขวาเพื่อหาห้องน้ำแต่ก็ไม่มีวี่แวว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เริ่มเล่นงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ เธอพยายามถ่างตามองหาห้องน้ำและเดินสะเปะสะปะไปเรื่อย
จนกระทั่งไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอเดินมายังด้านหลังของผับ ระรินหยุดยืนงงและเกาหัวตัวเองอย่างสับสน
"ทามมายช้าน มาอยู่ตรงนี้ละ...อึก" เธอพึมพำออกมาพลางสะอึกจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ดวงตาที่ปรือแทบจะปิดเต็มทีมองไปรอบตัวเองอีกครั้ง แต่ก็ไร้วี่แววป้ายห้องน้ำ และยังไม่เข้าใจทำไมตัวเองถึงมายืนตรงนี้ได้
เสียงหวานที่คุ้นหูทำให้ชายหนุ่มที่ยืนพิงกำแพงสูบบุหรี่ชำเลืองมอง ควันสีขาวถูกพ่นออกจากริมฝีปากหนาและจ้องมองหญิงสาวร่างเล็กที่ยืนโอนเอนไปมาอยู่ไม่ไกล ตรงที่เขายืนอยู่เป็นมุมอับของผับทำให้เป็นจุดค่อนข้างลับสายตาคน
"ฉี่แถวนี้ได้ไหม" ระรินพึมพำกับตัวเองพลางมองซ้ายและมองขวา เมื่อเห็นว่าแถวนี้ไม่มีคนอยู่ทำให้เธอพยายามเดินอย่างโซซัดโซเซไปยังพุ่มไม้ที่เป็นจุดอับสายตาคนพอสมควร
ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เธอไม่มีสติจนแทบไม่เหลือความยับยั้งชั่งใจ ร่างเล็กโอนเอนไปมาตลอดทางเดินทั้งที่เป็นทางเดินตรง ๆ และพื้นเรียบ แต่เธอกลับเดินเหมือนตอนนี้แผ่นดินกำลังไหว หลายครั้งที่เธอเกือบเสียหลักล้ม เธอพยายามคุมตัวเองให้ตรงแต่ก็ไม่ตรงเสียที ร่างของเธอค่อย ๆ ถลำลงพุ่มไม้ที่อยู่ตรงหน้า
หมับ
ฟีนิกซ์ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่บริเวณนั้นรีบฉุดรั้งตัวเธอไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่ตัวเธอจะล้มหน้าทิ่มพุ่มไม้ และออกแรงดึงทำให้ร่างบางเซเข้ามาปะทะกับแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง
"หือ...ไม่ล้มแหะ" ระรินพูดขึ้นเบา ๆ ด้วยความแปลกใจทั้งที่เมื่อครู่นี้รู้สึกเหมือนตัวเองจะหน้าทิ่ม ใบหน้าหวานของเธอแนบชิดกับของแข็งบางอย่างทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง จึงรู้ว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีร่างกายกำยำเป็นคนฉุดรั้งเธอไว้
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเล็กน้อยส่งให้เขาอย่างไร้เดียงสา โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าคนที่ฉุดรั้งเธอไว้คือใครเพราะตรงที่ยืนไม่มีแสงไฟตกกระทบ เห็นเพียงแค่เค้าโครงของผู้ชายแต่กลับรู้สึกคุ้นตา
"คุ้นจัง เหมือนไอ้พี่ฟีนิกซ์ขี้เก๊กเลย"
คิ้วหนาเลิกขึ้นหนึ่งข้างเมื่อได้ยินสรรพนามนำหน้าที่ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่และยังต่อท้ายด้วยคำพูดที่ทำให้เขาไม่พอใจเข้าไปอีก
"กลิ่นก็เหมือน" ระรินพึมพำออกมา ก่อนจะก้มสูดดมกลิ่นตามลำตัวของคนที่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้ราวกับหมาพิสูจน์กลิ่น
ฟีนิกซ์ก้มมองการกระทำของเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง
ไม่นานนักเธอก็เงยหน้าขึ้นดวงตาที่ปรือแทบจะปิดผลพวงมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จดจ้องมองเขาไม่วางตา "แต่ไอ้พี่ฟีนิกซ์คงม่ายช่วยหนู ไอ้บ้านั่นมันคงปล่อยให้หนูล้มไปแล้ว อึก"
ระรินเห็นว่าคนที่ช่วยเธอเงียบและยืนนิ่งเป็นหุ่นทำให้เธอเกิดความสงสัย เธอเอียงหัวเล็กน้อยมองคนตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา สติที่เหมือนจะกลับมาเพียงเล็กน้อยทำให้เธอค่อย ๆ ขยับเท้าถอยหลังออกมา
ทว่ามือหนาฉุดรั้งข้อมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้เธอถอยห่างแม้แต่นิดเดียว
"หือ...ทามมายม่ายปล่อยหนู ชอบหนูเหรอ...อยากจูบหนูไหม" ระรินทำปากจู๋เหมือนกำลังให้คนตรงหน้าโน้มใบหน้าเข้ามาจูบ
สายตาคมจ้องมองใบหน้าหวานไม่วางตา เพิ่งเคยเห็นสภาพเธอแบบนี้ครั้งแรกและยังใช้คำพูดยั่วยวนที่ทำให้เลือดในร่างกายสูบฉีดด้วยความกระสันไปในเวลาเดียวกัน เธอไม่ได้พูดเปล่าแต่ใช้ปลายคางมนเกลี่ยแผงอกแกร่งของเขาเหมือนเด็กขี้อ้อนไม่รู้ตัว
"....."
"เงียบจัง คนหรือหุ่น ปล่อยนะ ไม่งั้นหนูจะตะโกนเรียกคนมาช่วย" ระรินพยายามออกแรงดีดตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งแต่อาการมึนเมาของเธอทำให้เธอโอนเอนไปมาแทบควบคุมไม่ได้ และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยเธอจึงรวบรวมสติแล้วตัดสินใจตะโกน
"ช่วยด้วย...อื้อ"
จุ๊บ
คำร้องขอความช่วยเหลือถูกกลืนหายไปทันที ฟีนิกซ์โน้มใบหน้าลงไปหาใบหน้าหวานอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากหนาประกบจูบริมฝีปากบางเพื่อหยุดเสียงโวยวายนั้น
ดวงตากลมเบิกตาโพลงโต กลิ่นบุหรี่อ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจแทรกเข้ามาในจังหวะที่เขาจู่โจมอย่างอุกอาจ ลิ้นสากเกี่ยวพันลิ้นเล็กด้วยความชำนาญ เขากำลังส่งลิ้นสากไปทั่วทั้งโพรงปากของเธอ ความตกใจไม่ได้ทำให้เธอผลักเขาออกแต่ยืนนิ่งปล่อยให้เขาทำ มือเรียวเล็กกำเสื้อยืดของเขาไว้แน่นราวกับต้องการที่พยุงตัวเองไม่ให้หงายหลัง ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวกลับทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำ
เพราะเธอยั่วยวนอารมณ์ของเขา ทำให้ความอดทนอดกลั้นที่ฟีนิกซ์พยายามสะกดเอาเริ่มสั่นคลอน จังหวะที่เธอพยายามขยับตัวไปมาร่างกายของเธอแนบชิดเขามากขึ้น ขาของเธอเสียดสีกลางหว่างขาจนมันเริ่มก่อตัวและเกิดอารมณ์พลุ่งพล่าน
จุ๊บ
เสียงดูดกลืนน้ำหวานดังเล็ดลอดออกมาท่ามกลางความเงียบ ระรินยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นน้ำแข็ง เธอไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรดีร่างกายเหมือนหยุดทำงานเลยปล่อยให้เขาตักตวงน้ำหวานจากปากเธอราวกับสาวใจง่าย
ระรินจับจ้องมองใบหน้าคมคายด้วยที่เธอเริ่มปรับสายตาเข้ากับแสงมืดได้แล้วและระยะความใกล้เพียงเท่านี้ทำให้เธอเห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้น เธอเบิกตาโพลงโตอีกครั้งด้วยความตกใจ
"อื้อ...อี้อีอิก(พี่ฟีนิกซ์)"
ฟีนิกซ์ได้ยินเสียงหวานส่งเสียงในลำคอชัดเจน ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มทั้งที่เขายังจูบปากเธออย่างดูดดื่ม มือหนาประคองใบหน้าหวานไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอขยับหนี
เมื่อเธอรู้แล้วว่าเป็นเขาแต่ร่างกายของเธอกลับไม่ได้ดีดดิ้นอย่างที่ควรจะเป็น จู่ ๆ ภาพฉากพระเอกในนิยายที่กำลังจูบนางเอกก็ผุดขึ้นมาในหัว พานทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
...แบบนี้เหรอที่เรียกว่าจูบ ความรู้สึกมันเป็นแบบนี้งั้นเหรอ แล้วทำไมต้องมานึกออกตอนที่เขาจูบเธอด้วยนะ
ฟีนิกซ์เหลือบมองด้านหลังของเธอเมื่อเห็นเงาคนกำลังเดินเข้ามาใกล้เขาจึงผละริมฝีปากออกอย่างรวดเร็วก่อนจะออกแรงผลักร่างบางให้ถอยไปแนบชิดกับผนังปูนของตัวอาคารผับ
ระรินรีบโกยอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับผนังปูนที่เย็นเฉียบทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
"พี่...อื้อ" ยังไม่ทันที่เธอจะร้องท้วง ริมฝีปากหนาของเขาก็เข้ามาจู่โจมอีกครั้ง
จ๊วบ
ลิ้นสากแทรกตัวเข้าไปในโพรงปากของเธออย่างอุกอาจ หูฟังเสียงฝีเท้าของคนที่เดินมาใกล้เรื่อย ๆ ร่างกายของเขาสามารถบดบังร่างกายเธอได้อย่างมิดชิด
"โรงแรมไหมวะ เห็นออกมานานนึกว่ามาทำอะไร ที่แท้นัดผู้หญิงออกมานี่เอง จะดูดบุหรี่สักหน่อยก็กลัวยืนดูแล้วมีอารมณ์" โอโซนพูดกับเพื่อนสนิทพลางยกยิ้มมุมปากชอบใจที่ออกมาเจอฉากเด็ด
ฟีนิกซ์ผละริมฝีปากออกจากริมฝีปากบาง เป็นจังหวะที่ใบหน้าหวานของเธอรีบเข้ามาซุกกลางอกราวกับไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเป็นเธอ เขาเอี้ยวใบหน้าไปมองเพื่อนสนิทเพียงนิด
"ออกไป" ฟีนิกซ์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"เออ กูไม่ขัดจังหวะมึงก็ได้ แล้วมึงเห็นน้องระรินไหมวะ พวกเพื่อน ๆ น้องเขาบอกว่าหายไปนานแล้ว"
"กลับไปแล้ว กูเห็นขึ้นรถไปเมื่อกี้" ฟีนิกซ์ตอบกลับแบบสั้น ๆ
ระรินได้ยินคำพูดนั้นทำให้เธอเงยหน้ามองเขา มือเรียวเล็กเผลอจิกเข้าที่แผงอกแกร่งอย่างลืมตัวและพยายามดึงตัวเขามาบดบังตัวเองให้มิด
"แต่น้องระรินมากับน้องต้นหลิวนี่หว่า" โอโซนขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจในคำตอบของฟีนิกซ์
"กูบอกให้ออกไป" ฟีนิกซ์กดเสียงต่ำและเย็นยะเยือกกว่าเดิม
"เออ ๆ ก็ได้วะ แหม ได้สาวแล้วเฉดหัวเพื่อนเลยนะมึง สภาพนี้มึงคงไม่เข้าไปดื่มต่อแล้วใช่ไหม เพราะมีอย่างอื่นที่จะไปแดกต่อที่โรงแรม" โอโซนพยายามชะโงกหน้ามองสาวของฟีนิกซ์แต่ก็ถูกบดบังจนมิด
"อืม" ฟีนิกซ์ตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองคนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา หูยังคงฟังเสียงฝีเท้าของโอโซนที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป
ตอนที่ 47 : เติมเต็มกันและกัน (ตอนจบ)เลี้ยงฉลองปิดเทอม ณ ผับชื่อดังที่คุ้นเคยเสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วผับในยามราตรี แสงไฟหลากสีสาดส่องตามจังหวะเพลง ผู้คนต่างออกมาดื่มสังสรรค์และเคลื่อนไหวร่างกายตามท่วงทำนองอย่างอิสระ เช่นเดียวกันกับแก๊งสี่หนุ่มและแก๊งสี่สาวที่มาผับแห่งนี้เพื่อปลดปล่อยและเลี้ยงฉลองหลังจากสอบวันสุดท้ายผ่านพ้นไปได้ด้วยดีบรรยากาศความตึงเครียดจากช่วงสอบที่ผ่านมาถูกสลัดทิ้งไปจนหมด ใบหน้าของแต่ละคนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างผ่อนคลายฟีนิกซ์นั่งเคียงข้างระรินแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดีเซลนั่งโอบกอดชิลินไว้ในอ้อมแขน ต่างจากโอโซนและพอร์ชที่นั่งบนโซฟาเพียงลำพังไร้เงาสาวข้างกาย เช่นเดียวกับพราวและต้นหลิวที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักโดยไม่มีหนุ่มข้างกาย"ดื่ม ๆ วันนี้ไอ้ดีเซลมันบอกเลี้ยงไม่อั้น" พอร์ชยกแก้วเหล้าขึ้นเหนือโต๊ะตรงกลางวงส่งสัญญาณให้ทุกคนทำตามแก้วเหล้าหลายใบถูกยกขึ้นตามกัน ก่อนจะเคลื่อนเข้ามากระทบกันตรงกลางเปล้ง..."cheers""สอบเสร็จสักทีโว้ย สถานีต่อไปวัยทำงาน" โอโซนพูดเสียงดังพลางกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวจนหมดราวกับปลดปล่อยความอัดอั้นที่สะสมมานานระรินโน้มใบหน้าไปใกล้ใบ
ตอนที่ 46 : สุขสมหวังณ โรงอาหารของมหา'ลัยโอโซน ดีเซล และพอร์ชยืนหลบมุมที่พอพ้นสายตาผู้คนเคียงข้างด้วยสามสาว ต้นหลิว ชิลิน และพราว สายตาของทุกคนจ้องมองไปยังฟีนิกซ์กับระรินที่นั่งอยู่ที่โต๊ะประจำ รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายเมื่อเห็นภาพเพื่อนกำลังมีความสุขระรินนั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ไปพลาง ๆ ทว่าปากยังเคี้ยวตุ้ย ๆ ขณะฟีนิกซ์คอยป้อนข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ถึงปากเพื่อไม่ให้มือของระรินเปื้อน ทั้งสองคนผลัดกันกินอย่างไม่สนใจสายตาใครราวกับทั้งโรงอาหารมีกันเพียงสองคน"จะเข้าไปตอนนี้ก็กลัวขัดจังหวะ" พอร์ชยกยิ้มมุมปากสายตาคมจ้องมองคู่รักที่กำลังสวีทหวานไม่แคร์สื่อทุกคนชะงักฝีเท้าตั้งแต่เดินเข้ามาบริเวณโรงอาหารของมหา'ลัยและยืนดูเหตุการณ์นี้กันมาสักพักใหญ่ แต่ละคนไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปขัดจังหวะความสุขของเพื่อนพราวชำเลืองมองพอร์ชเพียงนิดก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนสาวที่กำลังอิ่มเอมกับความรัก"ยัยเด็กที่ชอบอ่านนิยายเพ้อฝัน ตอนนี้โตเป็นสาวแล้วสินะ" ต้นหลิวพูดพลางอมยิ้ม ทุกคนรู้ดีว่าระรินชอบอ่านนิยายมาก และวาดฝันอยากมีแฟนหนุ่มที่แสนอ่อนโยนดั่งพระเอกนิยาย ตอนนี้ระรินได้ผู้ชายแบบที่ต้องการ
ตอนที่ 45 : ไร้เรี่ยวแรงคาเตียงสองวันต่อมาดวงตากลมโตมองเจ้าของร่างกายกำยำที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ เขาดูกระปรี้กระเปร่าเหมือนกับดื่มน้ำวันละสองลิตร ทว่าต่างกับเธออย่างสิ้นเชิง ร่างกายเธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้แต่แรงจะลุกจากที่นอนยังไม่มี สองวันสองคืนเต็มที่เธอโดนเขาลงโทษอย่างหนัก จนตอนนี้เธอต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียง ขยับตัวแทบไม่ได้เพราะปวดร้าวไปทั่วร่างกายอาการของคนป่วยหยอดน้ำข้าวต้มมันเป็นอย่างนี้นี่เองฟีนิกซ์เดินมายืนอยู่ข้างเตียง ใช้สายตาคมสำรวจร่างอรชรพลางยกยิ้มมุมปากถูกใจในผลงานตัวเอง ร่างอรชรนอนเปลือยอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แต่ยังพอเห็นลำคอระหงที่เต็มไปด้วยรอยช้ำสีแดงรอบลำคอเป็นผลงานที่เขาสร้างไว้เอง"ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำมากเหรอคะ" ระรินมองเขาตาขวางพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกแดกดันฟุบฟีนิกซ์ล้มตัวลงนั่งลงข้างเตียงเคียงข้างคนตัวเล็กที่กำลังขู่ฟ่อ มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่บดบังใบหน้าหวานออกอย่างแผ่วเบา"ภูมิใจที่สุดเลย จะมาโทษพี่คนเดียวไม่ได้นะต้องโทษตัวเองที่ปิดบังพี่มาสองเดือนเต็ม ๆ""หนูไม่ได้ปิดบัง แค่จะบอกตอนเกรดออก""โดนขนาดนี้ยังจะกล้าเถียงอีกนะ เถียงเก่
ตอนที่ 44 : จัดการเด็กโกหกสองเดือนผ่านไประรินเลื่อนโทรศัพท์เล่นไปพลาง ๆ กดเข้าอินสตาแกรมระหว่างที่ว่าง ทว่าสตอรี่ของฟีนิกซ์โชว์ขึ้นอยู่คนแรก ก่อนหน้านี้เขาและเธอกดติดตามกันแล้ว และถ้าใครคนใดคนหนึ่งลงสตอรี่หรือลงรูปก็จะเห็นริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเมื่อสตอรี่ของเขาเป็นภาพที่เธอนอนหลับ ผ้าห่มปิดเกือบทั้งหน้า เห็นเพียงแค่ตาและแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด น่าจะเป็นสภาพตอนเช้าที่เธอยังไม่ตื่นแต่เขาตื่นก่อน เพราะเมื่อคืนเธอมานอนกับเขาที่บ้านในช่วงวันหยุด"ลงแบบนี้สาวไม่หายหมดเหรอคะ" ระรินแซวเล่นและยกโทรศัพท์ให้เขาเห็นว่าเธอพูดถึงเรื่องสตอรี่ที่เป็นรูปของเธอ"ไม่แคร์อยู่แล้ว เพราะคนที่พี่แคร์นั่งอยู่ตรงนี้" สายตาคมจ้องมองระรินบ่งบอกว่าเขาไม่เคยกังวลเรื่องที่เธอพูดเลยสักนิด เพราะเขามั่นใจว่าเธอคือคนรักคนสำคัญเลยอยากป่าวประกาศให้ทุกคนรู้นอกจากเขามีเจ้าของแล้ว เธอก็มีเจ้าของแล้วเหมือนกัน"ป่านนี้แก๊งพี่อ้วกกันเป็นแถว ๆ แล้วค่ะ"ฟีนิกซ์ไม่ได้ตอบแต่ยื่นโทรศัพท์ให้เธออ่านในกลุ่มไลน์ 'สี่ตัวร้อย รอคอย(ห)' ที่มีการพูดคุยกันอย่างดุเดือดไปก่อนหน้านี้โอโซน : (รูปสตอรี่ของฟีนิกซ์)โอโซน : อยากจ
ตอนที่ 43 : ลองใช้ชีวิตแบบเธอรถมอเตอร์ไซต์คันเก่าขับมาจอดในที่ประจำเพื่อขึ้นรถสองแถวเข้าตัวเมือง ทว่าคราวนี้กลับไม่ใช่เธอที่เป็นคนขับมาด้วยที่รถยนต์ของเขาสายไฟขาดทำให้ต้องเรียกรถมายกตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้เลยลองใช้ชีวิตที่เธอเป็นในทุกวัน เป็นอะไรที่แปลกใหม่และไม่ได้รู้สึกขัดต่อความรู้สึกดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มร่างกายกำยำกำลังล็อกมอเตอร์ไซต์คันเก่าเพื่อป้องกันโดนขโมยพานทำให้ริมฝีปากบางระบายยิ้มชอบใจ ไม่คิดว่าคนที่เคยซ่อมรถคันนี้และมาส่งเธอตรงนี้ในเมื่อก่อนจะเป็น 'แฟน' ในวันนี้ไม่เคยคิดว่าลูกชายร้านทองจะยอมนอนกับเธอในห้องเล็กที่ไร้เครื่องปรับอากาศได้ทั้งคืน ไม่คิดว่าเขาจะนั่งกินข้าวที่พื้นได้อย่างสบายใจ และไม่เคยคิดว่าเขาจะเข้ากับครอบครัวที่แสนธรรมดาได้คนที่จิกกัดกันตลอดเวลาในเมื่อก่อนกลายเป็นคนที่ทำให้หัวใจของเธอกระชุ่มกระชวย และมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น"พี่นั่งได้ไหม" เธอเอ่ยถามเมื่อเขาเดินเข้ามาหา พลางส่งสายตาไปที่รถสองแถวที่จอดอยู่ไม่ไกลฟีนิกซ์มองตามสายตาของเธอพลางไหวไหล่เล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะพูดให้เธอสบายใจและหลงตัวเองนิดหน่อยเพื่อให้เธอหมั่นไส้"ทำไมจะนั่งไม่ได้
ตอนที่ 42 : ตื่นมาไม่เจอตกดึกดวงตากลมโตชำเลืองมองเจ้าของร่างกายกำยำที่นอนตะแคงกอดเธอไว้แน่น ทำให้ใบหน้าหวานซุกเข้าหาแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่อนแขนแกร่งเกี่ยวรั้งตัวเธอไว้ราวกับกลัวเธอจะหายไปทั้งที่ในนี้คือห้องนอนของเธอ"ไหนใครบอกว่าชอบนอนพื้นแข็ง ๆ คะ""ปวดหลัง" ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงเรียบไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับสายตาที่เธอมองมา"พี่นี่ไว้ใจไม่ได้จริง ๆ เจ้าเล่ห์ไม่เว้นวัน โกหกพ่อแม่หนูอีก""พี่ไม่ได้โกหกแต่พี่พูดให้เกียรติเธอต่างหาก""ลับหลังไม่ใช่เลยสักนิด" ระรินเหน็บแนมพลางใช้สายตาไม่พอใจที่เขานอนกอดเธอบนเตียงนอนขนาดสามฟุต ซึ่งทำให้ตัวเธอกับตัวเขาแนบชิดจนแทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่แล้วฟีนิกซ์ระบายยิ้มชอบใจในคำพูดของเธอ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าผากมนและใช้ริมฝีปากหนากดจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา"พอเถียงไม่ได้ก็หอมตลอด ทำให้หนูใจอ่อนทุกที""พี่รู้จักความรักก็จริงเคยมีความรักมาก่อน แต่พี่ไม่เคยมีความรู้สึกรักใครขนาดนี้มาก่อนเลยรู้ไหม พี่พึ่งจะเข้าใจก็วันนี้ถ้าพี่ขาดเธอไปพี่คงอยู่ไม่ได้""....." ระรินนิ่งเงียบเมื่อจู่ ๆ เขาก็พูดความในใจที่ทำให้เธอรู้สึกดี ใบหน้าหว
ตอนที่ 9 : สวยสะกดตาสองชั่วโมงผ่านไประรินแต่งตัวและแต่งหน้าอยู่ภายในห้องของต้นหลิว ร่างอรชรสวมชุดเดรสสั้นเกาะอกสีดำแบบพอดีตัวแต่เห็นสัดส่วนชัดเจนโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ผมยาวสลวยปล่อยตรงรับกับกรอบใบหน้ารูปไข่ มือเรียวเล็กปัดแก้มสีชมพูพีชแบบบางเบาเป็นอันเสร็จ และหันมามองเพื่อนสาวคนสนิทที่นั่งแต่งหน้า
ตอนที่ 8 : ไม่เต็มใจทำระรินลงจากรถสองแถวเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง เท้าเรียวเล็กสาวเท้าเดินไปยังจุดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อให้ไปส่งหน้ามหา'ลัย วันนี้เธอไม่ได้แวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งแต่อย่างใดเพราะวันนี้เธอสายมากแล้วไม่มีเวลาให้หยุดซื้อเลยด้วยซ้ำ เธอเดินจ้ำอ้าวแบบไม่ได้สนใจใครเลยจนกระทั่ง...ปร
ตอนที่ 7 : สุขสันต์วันเกิดระรินจอดรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจเมื่อมาถึงบริเวณหน้าบ้านหลังเล็กลักษณะบ้านปูนชั้นเดียว พลางลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบาอย่างโล่งอกที่ในที่สุดก็ถึงบ้านเสียทีเท้าเรียวเล็กก้าวผ่านประตูเข้าไปภายในบ้านที่คุ้นเคย ทันทีที่สายตาเห็นพ่อกับแม่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ด้วยกัน รอยยิ้มบาง ๆ ก็ฉายขึ้น
ตอนที่ 6 : ช่วยซ่อม"เฮ้อ" เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อประสบการณ์การซ่อมรถของเธอแทบจะเป็นศูนย์ ทำให้เธอตัดสินใจที่จะประคองรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปร้านซ่อมรถที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก แล้วค่อยโทรให้พ่อออกมารับหมับจู่ ๆ ก็มีแรงยื้อจากด้านหลังทำให้รถเคลื่อนต่อไปไม่ได้ ระรินชะงักทันทีก่อนจะหันกลับมามอ







