LOGINรถสีดำแล่นออกจากพื้นที่ร้างด้วยความเร็วสูงท้องฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างช้า ๆแสงแรกของเช้าวันใหม่ส่องผ่านกระจกรถเข้ามาแต่ภายในรถกลับเงียบผิดปกติจันทร์สิตานั่งอยู่ข้างอนลตลอดทางมือเธอกุมมือเขาไว้แน่นแม้เจ้าตัวจะเริ่มหมดสติเป็นพัก ๆ แล้วก็ตามเลือดยังค่อย ๆ ซึมผ่านผ้าพันแผลสีหน้าของเขาซีดลงเรื่อย ๆแต่ทุกครั้งที่เธอเผลอปล่อยมือเขากลับกำกลับมาเบา ๆ เหมือนรู้ตัว“เขาไข้ขึ้นแล้ว” ลินพูดเสียงเครียดจากเบาะหน้าอาเชอร์มองผ่านกระจกหลังแวบหนึ่งก่อนเหยียบคันเร่งแรงขึ้นอีก“ใกล้ถึงแล้ว”เร็นที่นั่งเงียบมาตลอดค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้อนลนิดหนึ่งดวงตาเด็กชายเต็มไปด้วยความกังวลชัดเจน“พี่เจ็ดจะไม่ตายใช่ไหม…”เสียงเขาเบามากจันทร์สิตาชะงักไปทันทีก่อนหันมายิ้มให้เด็กชายทั้งที่น้ำตาเกือบจะไหลอีกแล้ว“ไม่ตายหรอก”เธอบอกเหมือนกำลังย้ำกับตัวเองด้วย“เขาสัญญาไว้แล้ว”อนลที่หลับตาอยู่เหมือนได้ยินประโยคนั้นมุมปากขยับขึ้นนิดเดียวประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมารถทั้งขบวนก็เลี้ยวเข้าสู่ถนนเล็กริมภูเขาก่อนหยุดลงหน้าบ้านไม้หลังใหญ่ริมทะเลสาบเงียบสงบหมอกบาง ๆ ลอยเหนือผิวน้ำบริเวณรอบบ้านไม่มีผู้คนเลยเหมือนถูกตัดขาดจา
ลมเย็นยามใกล้รุ่งพัดผ่านซากไฟไหม้ด้านหลัง กลิ่นควันยังคลุ้งเต็มอากาศ แต่บรรยากาศกลับเย็นเยียบลงทันทีที่ชายคนนั้นพูดจบ “หาตัวยากชะมัดเลยนะ…” “…หมายเลขเจ็ด” จันทร์สิตาขมวดคิ้วทันที ผู้ชายตรงหน้าดูอายุประมาณสามสิบปลาย ๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนลวก ๆ ท่าทางสบายเกินไปเมื่อเทียบกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่ดวงตาคู่นั้นกลับอันตรายมาก อนลยืนขึ้นช้า ๆ แม้ร่างกายจะใกล้หมดแรงเต็มทีแล้วก็ตาม แต่สายตาเขากลับเย็นลงทันที “ถอยไปข้างหลังผม” เขาพูดกับจันทร์สิตาโดยไม่ละสายตาจากชายตรงหน้า “เขาเป็นใคร” เธอถามเบา ๆ อนลเงียบไปเสี้ยวหนึ่ง ก่อนตอบสั้น ๆ “…คนที่ผมนึกว่าตายไปแล้ว” ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ ทันที “พูดเหมือนคิดถึงกันเลยนะ” เขาโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วเหยียบดับช้า ๆ ก่อนเดินเข้ามาทีละก้าว หน่วยติดอาวุธด้านหลังทั้งหมดลดปืนลงเล็กน้อย เหมือนรอคำสั่งจากเขาคนเดียว ลินสีหน้าตึงขึ้นทันที “เดี๋ยวนะ…” เธอเหมือนนึกอะไรออก ก่อนหน้าเริ่มซีด “…อาเชอร์?” ชายคนนั้นยิ้มมุมปากทันที “โอ้ ยังมีคนจำฉันได้ด้วย” เร็นขมวดคิ้วงง ๆ แต่หมายเลขสามกลับนิ่งไปทันที ร่างทั้งร่างตึงขึ้นเหมือนร่างกายตอบสนองอ
เสียงระเบิดยังดังต่อเนื่องจากด้านหลังพื้นใต้ดินสั่นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆแต่ช่วงวินาทีนั้นอนลกลับนิ่งไปทั้งหมดริมฝีปากของจันทร์สิตายังแตะอยู่กับเขาเบา ๆสั่นเล็กน้อยจากความกลัวและแรงหอบเหนื่อยแต่กลับอบอุ่นจนหัวใจเขาแทบหยุดทำงานตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาเคยถูกสอนให้ฆ่าให้เอาตัวรอดให้ไม่รู้สึกแต่ไม่เคยมีใครสอนเลยว่าเวลามีคนจูบด้วยความรักจริง ๆมันควรทำยังไงจันทร์สิตาค่อย ๆ ผละออกช้า ๆใบหน้าแดงจัดแม้ในสถานการณ์แบบนี้หัวใจเธอก็ยังเต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่“ฉัน…”เธอเม้มปากทันทีเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป“เอ่อ…”อนลมองเธอนิ่งมากนิ่งจนเธอเริ่มลน“คือเมื่อกี้…”“จันทร์สิตา”เขาเรียกชื่อเธอแทรกขึ้นเบา ๆเสียงต่ำจนหัวใจเธอสั่นอีกครั้งก่อนที่เธอจะทันพูดอะไรต่อมือของอนลก็แตะแก้มเธอเบา ๆแล้วดึงเธอกลับเข้าไปจูบอีกครั้งคราวนี้ต่างจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิงไม่ใช่จูบสั้น ๆ แบบเผลอทำแต่เป็นจูบที่ชัดเจนชัดเจนว่าเขาตอบรับความรู้สึกของเธอแล้วจริง ๆจันทร์สิตาหลับตาลงทันทีมือเผลอกำเสื้อเขาแน่นทั้งที่รอบตัวเต็มไปด้วยเสียงไซเรนและซากปรักหักพังแต่กลับรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด“เฮ้!”เสียงลินตะโ
TIME REMAINING: 00:45ตัวเลขสีแดงกระพริบบนจอหลักรัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆเสียงเตือนดังจนแทบเจาะทะลุประสาท“เธอบ้าไปแล้วเหรอ!” ลินตะโกนทันทีเซเรน่ายิ้มบาง ๆ“ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครทำลายของของตัวเอง”พื้นทั้งห้องสั่นอีกครั้งอย่างรุนแรงตูม!!!เสาเหล็กด้านซ้ายพังลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่นเศษคอนกรีตกระเด็นไปทั่วเร็นสะดุ้งเฮือกหมายเลขสามรีบดึงเด็กชายหลบแทบจะทันทีโดยไม่รู้ตัวก่อนเขาจะชะงักไปเองเหมือนเพิ่งรู้ว่าตัวเอง “เลือกปกป้อง” ใครสักคนอีกครั้งแล้วอนลหันไปมองเสาหลักกลางห้องทันทีสีหน้าตึงเครียดกว่าเดิม“ถ้าปฏิกรณ์แตกตรงนี้…”เขากัดฟันแน่น“…ทุกชั้นใต้ดินจะถล่มหมด”“งั้นก็รีบไปสิ” เซเรน่าพูดเรียบ ๆ“ฉันไม่ห้าม“เธอเดินช้า ๆ เข้าไปใกล้อนลอีกครั้ง“แต่นายต้องอยู่”หน่วยติดอาวุธทั้งหมดเริ่มยกปืนพร้อมกันทันทีเล็งตรงมาที่อนลจันทร์สิตาขยับมายืนบังเขาอีกครั้งแทบอัตโนมัติ“ถอยไป” อนลพูดต่ำ ๆ“ไม่ถอย” เธอสวนทันทีเซเรน่ามองภาพนั้นเงียบ ๆก่อนถอนหายใจเบา ๆ ราวกับรำคาญ“ความรักนี่น่าหงุดหงิดจริง ๆ”ทันใดนั้นหมายเลขสามก็ลั่นไกก่อนใครปัง!กระสุนพุ่งใส่ไฟด้านบนห้องจนระเบิดแตกทันทีพรึ่บ!ห้องกลางมืด
ปัง!ปัง!ปัง!เสียงปืนดังสนั่นมาจากทางเดินด้านนอกตามด้วยเสียงโลหะกระแทกกันอย่างรุนแรง“พวกมันเข้ามาแล้ว!!”เสียงลินดังลั่นผ่านความวุ่นวายอนลลืมตาขึ้นทันทีสายตาที่เพิ่งอ่อนลงเมื่อครู่กลับเย็นเฉียบอีกครั้งในเสี้ยววินาทีสัญชาตญาณเดิมของเขากลับมาทันทีจันทร์สิตารีบหันไปทางประตูห้องกลางเงาหลายร่างกำลังเคลื่อนผ่านทางเดินด้านนอกอย่างรวดเร็วกลุ่มติดอาวุธของเซเรน่ามาถึงแล้วจริง ๆTIME REMAINING: 02:14“บ้าเอ๊ย…” ลินสบถจากด้านนอก“พวกมันเยอะเกินไป!”อนลพยายามลุกขึ้นทันทีแต่แผลตรงสีข้างทำให้ร่างเขาเซแรงจันทร์สิตารีบประคองไว้“คุณไหวไหม”“ยังไม่ตาย” เขาตอบเสียงต่ำแม้หน้าจะซีดจนแทบไม่มีสีเลือดแล้วก็ตามจันทร์สิตากัดฟันแน่นเธอรู้ดีว่าเขากำลังฝืนแค่ไหนเสียงปืนด้านนอกดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆเร็นรีบวิ่งเข้ามาในห้องกลางก่อนเป็นคนแรกหอบจนแทบพูดไม่ทัน“พี่ลินให้รีบไป!”“ทางหนีโดนเจอแล้ว!”ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็กระเด็นเข้ามาในห้องอย่างแรงปัง!ลินล้มกระแทกพื้นปืนหลุดจากมือเลือดไหลจากแขนซ้ายทันที“ลิน!” จันทร์สิตาร้องตกใจเงาร่างสูงของชายติดอาวุธเดินเข้ามาช้า ๆชุดสีดำสนิทอาวุธครบมือและด้านหลังเ
TIME REMAINING: 03:21เสียงไซเรนยังดังต่อเนื่องไม่หยุด แต่บรรยากาศในห้องกลับเงียบลงอย่างประหลาด เหมือนทุกคนยังติดอยู่กับคำพูดของเซเรน่าCore ตัวจริงไม่ได้อยู่ที่นี่ และข้อมูลทั้งหมด…อยู่ในตัวอนลจันทร์สิตาหันไปมองเขาช้า ๆ สีหน้าเขานิ่งมาก นิ่งจนเธอเริ่มกลัวกลัวว่าเขาจะกลับไปตัดสินใจแบบเดิมอีกครั้ง“คุณคิดอะไรอยู่”เธอถามเบา ๆ อนลไม่ตอบทันที สายตายังคงมองจอนิ่ง ๆ ก่อนสุดท้ายจะพูดออกมาช้า ๆ“ถ้าผมยังอยู่…”“…พวกมันจะไม่มีวันหยุด”“หยุดเลยนะ”จันทร์สิตาสวนทันทีเธอเดินเข้าไปหาเขาอีกครั้ง ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ แต่ครั้งนี้กลับนิ่งกว่าที่ผ่านมา“ฉันไม่อยากฟังคุณพูดเหมือนจะจากไปอีกแล้ว”อนลชะงักเล็กน้อย ก่อนหันมามองเธอเต็ม ๆ ไฟสีแดงจากระบบฉุกเฉินสะท้อนบนใบหน้าเธอทั้งเหนื่อยทั้งกลัวทั้งสับสนแต่กลับยังยืนอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน หัวใจเขาเจ็บขึ้นมาอย่างประหลาดลินมองทั้งคู่เงียบ ๆ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ“ฉันจะไปดูทางออกด้านตะวันตก”เธอหันไปเรียกเร็นกับหมายเลขสาม“มากับฉัน”เร็นมองจันทร์สิตากับอนลสลับกันนิดหนึ่ง ก่อนเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เด็กชายจึงยอมเดินตามลินไปเงียบ ๆไม่นาน ภายในห้องกลางขนาดใ







