LOGIN"เธอรับจ้างหลอกผู้ชาย...แต่เขากลับเป็นคนเดียวที่เธอหลอกไม่ได้!" เมื่อจันทร์สิตา หญิงสาวผู้ใช้เสน่ห์เป็นเครื่องมือ ทำงานลับในเงามืดเพื่อแลกกับเงินก้อนโต ต้องปะทะกับ ‘หมออนล’ ศัลยแพทย์ผู้เพียบพร้อม สุขุม เยือกเย็น และไม่เคยสนใจผู้หญิงหน้าไหน แต่เธอไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์แสนสงบนั้น... เขาคือ ทายาทมาเฟียที่โหดเหี้ยมที่สุดในประเทศ และรู้ทันทุกเกมที่เธอกำลังเล่น เมื่อเหยื่อตีหน้าซื่อกลับกลายเป็นนักล่า และนักล่าผู้เชี่ยวชาญกลับตกหลุมพรางอารมณ์ตัวเอง เกมที่ไม่มีใครควบคุมได้จึงเริ่มต้นขึ้น “คุณไม่ได้ฉลาดพอจะล่าผม…ในเกมของผม” แต่ใครกันแน่…ที่กำลังตกเป็นเหยื่อของหัวใจ?
View More สายฝนที่โปรยลงกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักหรูในย่านใจกลางเมืองทำให้ค่ำคืนนี้ดูนิ่งสงบอย่างแปลกประหลาด
ภารกิจที่มีเป้าหมายใหม่ "หมออนล"
ร่างบางยืนอยู่หน้ากระจก สวมเดรสเข้ารูปสีดำทาปากด้วยลิปสติกสีแดงเข้ม มือเรียวถือแฟ้มเอกสารปลอม อีกข้างกำสร้อยเงินเล็ก ๆ ที่ใช้ซ่อนกล้องขนาดจิ๋ว
“ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางรอดสายตาฉัน” มีงานไหนบ้างที่ยากเกินฝีมือเธอ ไม่มี อย่างมากก็แค่ตึงมือหน่อย
เช้าวันรุ่งขึ้น โรงพยาบาลศิขรินทร์
โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยระดับสูง จันทร์สิตาก้าวเข้าสู่โถงต้อนรับอย่างมั่นใจในคราบของ "แพทย์นิติเวช" เธอเรียนจบเกี่ยวกับด้านพวกนี้มาจริงๆแต่คนในวงการบันเทิงไม่รู้ มีเพียงองค์กรใหญ่ของเธอที่รับรู้ เธอส่งรอยยิ้มให้เจ้าหน้าที่ต้อนรับด้วยแววตาที่ไม่เปิดเผยความคิดใด ๆ
หลังจากขั้นตอนแนะนำตัวและสัมภาษณ์เบื้องต้น เธอถูกเชิญไปที่ห้องประชุม
เขานั่งอยู่หัวโต๊ะในชุดกาวน์สะอาด ผมสีเข้มเซ็ตเรียบ ใบหน้าคมสันและสงบนิ่ง
“ยินดีต้อนรับครับ” เขากล่าวสั้น ๆ ขณะพยักหน้าเล็กน้อย และเปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะต่อไป ไม่มีสายตาวิเคราะห์ ไม่มีท่าทางจับผิด มีเพียงความเย็นชาสุขุมที่ดูเหมือนเป็นธรรมชาติของเขา
"ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"จันทร์สิตายิ้มในใจ พร้อมเริ่มวางหมากแรก
การพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่น เธอพยายามเปิดบทสนทนาเล็ก ๆ เพื่อสังเกตบุคลิกของเขา
“มีกรณีพิเศษหรือเคสที่หมออยากให้ฉันเริ่มต้นวิเคราะห์เป็นพิเศษไหมคะ?”
“เคสเด็กมีเคสน่าสนใจอยู่สองสามราย คุณลองเริ่มจากตรงนั้นก่อนก็ได้ครับ” น้ำเสียงเขายังคงราบเรียบ ไม่มีการสบตานานหรือสนใจเป็นพิเศษราวกับว่าเธอ...ก็เป็นแค่ผู้ร่วมงานอีกคนหนึ่งเท่านั้น
จันทร์สิตาเริ่มต้นงานภาคสนามทันที เธอใช้เสน่ห์อย่างมีจังหวะ สื่อสารกับพยาบาล คนไข้ และเจ้าหน้าที่คนอื่นอย่างกลมกลืน และเธอก็ไม่พลาดที่จะถามถึงหมออนลเป็นระยะ
“หมออนลเหรอคะ? ทำงานหนักมากเลยค่ะ แต่ก็เป็นคนที่ไว้ใจได้ที่สุดแล้ว”
พยาบาลสาวคนหนึ่งตอบพลางอมยิ้มเล็กน้อย “แต่อย่าหวังว่าจะทำคะแนนนะคะ หมอเขาไม่เคยสนใจใครเลย” จันทร์สิตาเก็บข้อมูลทุกคำอย่างเงียบ ๆ เธอเริ่มรู้สึกว่างานนี้อาจยากกว่าที่คิด
“ผู้ชายแบบนี้...มันต้องมีอะไรปิดบังแน่ ๆ ไม่มีใครเย็นชาได้ตลอดเวลาโดยไม่มีสาเหตุ”
"อะไรนะคะหมอจันทร์"
"อ้อ เปล่าค่ะจันทร์พึมพำไปเรื่อย"
เธอรีบทำงานก่อนดีกว่า พึ่งมาเธอก็ควรใจเย็นๆหน่อยเพราะองค์กรเตือนมาแล้วว่าคนนี้ค่อนข้างที่จะสืบยาก
สายลมทะเลยามเย็นพัดเอื่อยผ่านท่าเรือฝั่งเหนือ โกดังเก่าหลายหลังถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจนหมด องค์กรที่เหลืออยู่ถูกจับเกือบทั้งหมด เอกสารทดลองถูกเผาทำลาย รายชื่อเด็กทดลองที่ยังเหลือรอดถูกลบออกจากระบบทุกฐานข้อมูลครั้งนี้…มันจบจริง ๆ แล้ว ไม่มีวายุ ไม่มีองค์กรใหม่ ไม่มีใครตามล่าพวกเขาอีกพระอาทิตย์กำลังค่อย ๆ ตกลงเหนือผืนน้ำสีทอง อนลยืนเงียบ ๆ มองทะเลอยู่ปลายท่าเรือ ก่อนจะมีคนเดินมาหยุดข้าง ๆจันทร์สิตา เธอยืนมองวิวเดียวกัน ก่อนพูดเบา ๆ“ในที่สุดก็จบแล้วนะ”อนลเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบเสียงต่ำ“…อือ”เขาไม่ใช่คนพูดเก่งเสมอมาแต่สายตาที่มองเธอในตอนนี้กลับอ่อนโยนอย่างชัดเจนจันทร์สิตาหลุดยิ้ม“คุณรู้ไหม”“ตอนแรกฉันคิดว่าคุณเป็นผู้ชายที่น่ากลัวที่สุดในโลก”อนลเลิกคิ้วนิดหนึ่ง“แล้วตอนนี้?”เธอหันไปมองเขาตรง ๆก่อนยิ้มบางเบา“ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี”“แต่เป็นคนที่ฉันรักที่สุด”ลมทะเลพัดผ่านช้า ๆอนลนิ่งไปหลายวินาทีก่อนสุดท้ายจะยกมือขึ้นลูบผมเธอเบา ๆ อย่างที่ชอบทำ“ปากเก่ง”แต่ดวงตาของเขากลับอ่อนลงมากด้านหลังคีตะกำลังโดนเด็กเล็กสองคนวิ่งไล่เพราะแอบซ่อนขนมอีกแล้วเสียงโวยวายดังไปทั้งท่าเรือส่วน
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาในบ้านริมทะเลอย่างอบอุ่น เสียงคลื่นยังคงดังสม่ำเสมอเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ต่างออกไปนิดหน่อย เพราะมีเสียงโวยวายดังตั้งแต่เช้าแล้ว“พี่หนึ่งโกง!”“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย”“เมื่อกี้แอบกินไส้กรอกของผม!”หมายเลขหนึ่งยืนถือจานอาหารเช้าอยู่กลางครัวด้วยสีหน้านิ่งเหมือนเดิมแต่เด็กสองคนกำลังชี้หน้าฟ้องเขาอย่างจริงจังจันทร์สิตาหลุดหัวเราะทันที“คุณไปแกล้งอะไรเด็กอีกแล้ว”หมายเลขหนึ่งเงียบไปสองวินาที ก่อนตอบเรียบ ๆ“…แค่หยิบมาก่อนชิ้นเดียว”“เห็นไหม!”เด็กเล็กโวยวายหนักกว่าเดิมคีตะที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบนถอนหายใจทันที“บ้านนี้มีแต่เด็กจริง ๆ”อนลที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ตรงโต๊ะกาแฟเหลือบมองทุกคนเงียบ ๆก่อนมุมปากจะยกขึ้นนิดเดียวภาพแบบนี้เมื่อหลายปีก่อน เขาไม่เคยคิดว่าจะมีได้จริงทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นทั้งบ้านเงียบลงอัตโนมัติเพราะเบอร์นี้…แทบไม่มีใครรู้อนลรับสายทันที“ว่าไง”ปลายสายเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงชายคนหนึ่งจะดังขึ้น“มีการเคลื่อนไหวอีกแล้ว”สายตาของอนลเย็นลงทันทีจันทร์สิตามองเขานิ่ง“ที่ไหน”“ท่าเรือฝั่งเหนือ”“มี
คืนนั้นบ้านริมทะเลเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะมากกว่าปกติ เด็กเล็กสองคนกำลังเถียงกันเสียงดังเรื่องใครโยนบอลโดนหัวคีตะก่อน จนสุดท้ายโดนพี่ชายดีดหน้าผากไปคนละที“โอ๊ย!”“พี่คีตะอ่ะ!”จันทร์สิตาหัวเราะจนไหล่สั่น ขณะยกหม้อซุปลงจากเตา ส่วนอนลนั่งเงียบ ๆ อยู่ตรงโต๊ะอาหาร แต่สายตากลับมองทุกคนตลอดโดยไม่รู้ตัว เหมือนกำลังจดจำภาพเหล่านี้ไว้ ภาพธรรมดาที่เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตตัวเองจะมีได้“พ่อ”คีตะหันมาเรียก“เหม่ออะไร”อนลชะงักนิดหนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ“ไม่มีอะไร”เด็กหนุ่มหรี่ตามองทันที“…พ่อกำลังซึ้งใช่ไหม”อนลเลิกคิ้ว“อยากโดนลดข้าวเย็น?”เด็กสองคนหัวเราะลั่นทันทีบรรยากาศอบอุ่นจนแม้แต่หมายเลขหนึ่งที่นั่งเงียบอยู่มุมโต๊ะยังเผลอมองค้างเขาไม่เคยเข้าใจมาก่อนว่าทำไมคนถึงอยากกลับบ้านจนตอนนี้เองหลังอาหารเย็นเด็ก ๆ แยกย้ายกันไปดูหนังในห้องนั่งเล่นเสียงโวยวายดังมาเป็นระยะ เพราะแย่งผ้าห่มกันอีกแล้วจันทร์สิตาเดินออกมาที่ระเบียงบ้าน พร้อมแก้วชาอุ่นในมือก่อนหยุดเมื่อเห็นหมายเลขหนึ่งยืนอยู่ตรงรั้วไม้ริมทะเลลมกลางคืนพัดเสื้อสีดำของเขาเบา ๆ“ยังไม่นอนอีกเหรอ”อีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่งก่อนพูดขึ้นโดยไม่หันมา
หลายวันหลังจากนั้น ชีวิตในบ้านเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หรืออย่างน้อย…ก็ใกล้เคียงคำว่าปกติที่สุดเท่าที่ครอบครัวนี้จะมีได้ หมายเลขหนึ่งยังพักอยู่ที่บ้านริมทะเล แม้เจ้าตัวจะพยายามบอกหลายครั้งว่าจะไปเอง แต่ไม่มีใครปล่อยจริง ๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กสองคนที่เริ่มติดเขาแบบไม่รู้ตัว“พี่หนึ่ง!”เด็กชายตัวเล็กวิ่งเข้ามาพร้อมลูกบอลในมือ“เล่นด้วยกันไหม”หมายเลขหนึ่งชะงักทันทีเหมือนยังไม่ชินกับการถูกเรียกแบบนั้น“ฉันเล่นไม่เป็น”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมสอน!”เด็กอีกคนรีบดึงแขนเขาทันทีก่อนสุดท้าย คนที่เคยเป็นเงามืดขององค์กรใต้ดินจะถูกลากออกไปกลางสนามหญ้าหน้าบ้านแบบงง ๆจันทร์สิตาที่ยืนมองอยู่ในครัวหลุดหัวเราะเบา ๆ“เด็ก ๆ เร็วกว่าเราคิดอีกนะ”อนลยืนชงกาแฟอยู่ข้าง ๆ ก่อนตอบเรียบ ๆ“เพราะพวกเขาไม่สนอดีตใคร”สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างหมายเลขหนึ่งกำลังยืนแข็งเป็นท่อนไม้ ขณะเด็กสองคนพยายามสอนโยนบอลให้ภาพนั้นดูตลกจนน่าประหลาดจันทร์สิตาหันกลับมามองอนล“คุณเองก็เหมือนกัน”อนลเลิกคิ้วนิดหนึ่ง“อะไร”“ตอนแรกคุณก็ดูเหมือนคนที่ไม่มีใครเข้าใกล้ได้”อนลเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบเบา ๆ“…แต่คุณก็ยังเข้ามา”หัวใจเธ






reviews