Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-03-01 19:01:45

ยู่จินเชียงค่อย ๆ ลุกขึ้น ยิ้มสุภาพ

“หม่อมฉันเห็นพระวรกายของฮองเฮาดีขึ้นมากก็ยินดีนัก โอสถที่หม่อมฉันถวายคงช่วยบำรุงได้บ้างกระมังเพคะ”

ในตำหนักเงียบลงอีกครั้ง ตงเปียนที่ยืนอยู่ด้านหลังซีฮันกำมือแน่น เขาแทบอยากถลาออกไปชี้หน้าสตรีผู้นี้ว่าคือคนวางยา แต่ซีฮันเพียงยิ้มบางแล้วมองยู่จินเชียงด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

“โอสถของเจ้าน่าจดจำจริง ๆ” นางกล่าวช้า ๆ “ข้าจะจำไว้ไม่มีวันลืม”

ยู่จินเชียงรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง แต่ยังรักษาสีหน้าไว้ได้ “หากฮองเฮาทรงต้องการ หม่อมฉันจะถวายเพิ่มอีก”

“ไม่จำเป็น” ซีฮันตอบ “ของดีเช่นนั้น ข้าควรเก็บไว้ตรวจดูให้ละเอียดก่อนใช้ครั้งต่อไป”

คำว่า ตรวจดู ทำให้ดวงตาของยู่จินเชียงไหววูบ แต่เพียงพริบตานางก็กลับมายิ้มเช่นเดิม “ฮองเฮารอบคอบนักเพคะ”

“หากไม่รอบคอบ ข้าคงไม่ได้มานั่งตรงนี้”

ประโยคนั้นทำให้หลายคนใจหายวาบ เข่อชิงหรี่ตาเพียงเล็กน้อย นางเริ่มมั่นใจว่าฮองเฮาซีฮันตรงหน้ามีบางอย่างเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพียงร่างกายฟื้นตัว แต่เป็นดวงตา น้ำเสียง และวิธีตอบโต้ ทุกอย่างต่างจากสตรีที่เคยก้มหน้ากลืนคำดูถูกโดยไม่กล้าสู้

พิธีถวายพระพรเริ่มขึ้นอย่างตึงเครียด เหล่าสนมคุกเข่าพร้อมกัน เอ่ยคำอวยพรตามธรรมเนียม เสียงของพวกนางประสานกันอย่างงดงาม แต่ใต้ความงดงามนั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ซีฮันรับคำถวายพระพรด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ตื่นเต้น ไม่อ่อนหวานเกินควร และไม่เปิดช่องให้ใครล่วงล้ำ นางสั่งตรวจบัญชีเครื่องหอม อาหาร ยา และผ้าแพรที่ส่งเข้าตำหนักฮองเฮาทั้งหมดโดยอ้างว่าสุขภาพตนอ่อนแอ ต้องการระวังเป็นพิเศษ คำสั่งนั้นฟังดูสมเหตุสมผลจนไม่มีใครคัดค้านได้ แต่ทุกคนรู้ดีว่ามันคือการปิดประตูเส้นทางที่พวกนางเคยใช้แตะต้องชีวิตฮองเฮา

หลังพิธีสิ้นสุด เหล่าสนมทยอยลุกออกจากตำหนักกลาง เซียนรื่อหงเดินผ่านตงเปียนแล้วยิ้มอ่อน แต่แววตาเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ ยู่จินเชียงเดินช้ากว่าคนอื่นเล็กน้อย ใบหน้ายังคงสงบ ทว่าปลายนิ้วที่ซ่อนในแขนเสื้อกำแน่น เข่อชิงเป็นคนสุดท้ายที่ออกไป ก่อนพ้นประตู นางหันกลับมามองซีฮันที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ดวงตาของสตรีทั้งสองสบกันกลางอากาศ ไม่มีคำพูดใด แต่เสมือนมีคมดาบสองเล่มฟาดฟันกันอย่างเงียบงัน

เมื่อม่านตำหนักปิดลง ตงเปียนถอนหายใจอย่างโล่งอก “เหนียงเหนียง วันนี้พระองค์ทำให้พวกนางหน้าซีดไปหมดพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันเอนหลังเล็กน้อย ความอ่อนแรงของร่างกายยังทำให้นางเหนื่อยจนปลายนิ้วเย็น แต่สีหน้ากลับไม่แสดงความอ่อนแอ “แค่ทำให้พวกนางรู้ว่าศพที่พวกนางรอเผายังลุกขึ้นมาเดินได้เท่านั้น ยังไม่พอ”

ตงเปียนก้มศีรษะ “กระหม่อมจะจับตาดูพวกนางต่อไปพ่ะย่ะค่ะ”

“จับตาเซียนรื่อหง” ซีฮันกล่าว “คนแบบนั้นจะรีบหาที่พึ่งเมื่อรู้สึกว่าเรือเริ่มโคลง และจับตายู่จินเชียงด้วย นางจะอยากรู้ว่าข้ารู้เรื่องโอสถมากแค่ไหน”

ขณะเดียวกัน ในตำหนักของเข่อชิงหวงกุ้ยเฟย บรรยากาศเย็นเยียบยิ่งกว่าลมหนาวด้านนอก เข่อชิงถอดปิ่นทองออกจากศีรษะช้า ๆ แล้ววางลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง เสียงปิ่นกระทบไม้ดังเบา ๆ แต่นางกำนัลรอบข้างกลับสะดุ้งพร้อมกัน

“นางฟื้นได้อย่างไร”

เข่อชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเกินไปจนน่ากลัว นางกำนัลคนสนิทรีบคุกเข่า

 “บ่าวไม่ทราบเพคะ หมอหลวงแจ้งว่าชีพจรของฮองเฮาอ่อนมาก ควรจะ...ควรจะลุกไม่ไหวด้วยซ้ำ”

เข่อชิงยิ้มบาง ดวงตากลับไร้ความอบอุ่น “ควรจะลุกไม่ไหว แต่วันนี้นางนั่งบนบัลลังก์ต่อหน้าข้า แถมยังกล้าพูดเหมือนรู้บางอย่าง”

นางหยิบถ้วยชาขึ้นมา หมุนมันในมือช้า ๆ ก่อนกล่าวเสียงเบา

“ไปบอกยู่จินเชียง ให้ตรวจดูให้ชัดว่าโอสถผิดพลาดตรงไหน เหตุใดคนที่ควรนอนรอความตายจึงยังลืมตาขึ้นมามองข้าได้”

นางกำนัลก้มหน้าจนหน้าผากแตะพื้น “เพคะ หวงกุ้ยเฟย”

เข่อชิงมองเงาตนเองในกระจก รอยยิ้มบนริมฝีปากงดงามราวดอกโบตั๋น แต่ดวงตากลับเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง

“หากยาครั้งแรกฆ่านางไม่ได้ ก็ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่านางรอดมาได้อย่างไร เพราะครั้งต่อไป ข้าไม่อนุญาตให้พลาดอีก”

รอยยิ้มของหวงกุ้ยเฟย

หลังพิธีถวายพระพรสิ้นสุดลง ตำหนักกลางกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง ขันทีและนางกำนัลต่างเร่งเก็บเครื่องชาและโต๊ะเครื่องบูชาอย่างรวดเร็ว แต่ทุกคนยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองฮองเฮาซีฮันเป็นระยะ เพราะไม่ว่าจะเป็นสายตา ท่าทาง หรือแม้แต่การนั่งบนบัลลังก์ของนาง ล้วนแตกต่างจากสตรีผู้เคยยอมก้มหน้ารับคำดูถูกโดยไม่โต้ตอบราวกับเป็นคนละคน

ซีฮันยกถ้วยชาขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยก่อนวางลง ตงเปียนยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคอยสังเกตทุกการเคลื่อนไหวภายในตำหนัก แม้พิธีจะจบแล้ว แต่เขารู้ดีว่าศึกที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น

ไม่นานนัก ขันทีหน้าตำหนักก็รีบเดินเข้ามาคุกเข่า

“กราบทูลเหนียงเหนียง เข่อชิงหวงกุ้ยเฟยขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

ตงเปียนขมวดคิ้วทันที เขาเพิ่งเห็นอีกฝ่ายออกจากตำหนักไปเมื่อครู่ เหตุใดจึงย้อนกลับมาอีก

ซีฮันกลับยิ้มเพียงบางเบา

“เชิญเข้ามา”

เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ก่อนร่างสูงสง่าของเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยจะก้าวเข้ามาภายในห้อง นางเปลี่ยนจากสีหน้าสงบนิ่งเมื่อครู่เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนทันที

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”

ซีฮันพยักหน้าเล็กน้อย

“หวงกุ้ยเฟยมีธุระอันใด”

เข่อชิงก้าวเข้ามาใกล้ สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“หม่อมฉันยังคงกังวลพระวรกายของพระองค์ แม้เมื่อครู่จะเห็นพระองค์เสด็จออกงานได้ แต่พระพักตร์ยังซีดอยู่มาก หม่อมฉันจึงอดเป็นห่วงไม่ได้”

นางยกมือขึ้นเบา ๆ

“หากพระองค์ไม่ทรงรังเกียจ หม่อมฉันมีโสมภูเขาอายุหลายร้อยปี จะถวายให้พระองค์บำรุงพระวรกาย”

ตงเปียนแทบกลอกตา เมื่อไม่กี่วันก่อนหญิงคนนี้เพิ่งร่วมมือวางยา วันนี้กลับแสร้งทำเป็นห่วงใยเสียเหลือเกิน ซีฮันยังคงยิ้ม

“หวงกุ้ยเฟยช่างมีน้ำใจ”

เข่อชิงยิ้มหวานกว่าเดิม “พระองค์เป็นฮองเฮา เป็นมารดาแห่งแผ่นดิน หม่อมฉันย่อมหวังให้พระองค์แข็งแรง”

ซีฮันเอียงศีรษะเล็กน้อย “จริงหรือ”

คำถามสั้น ๆ ทำให้เข่อชิงชะงักเพียงเสี้ยววินาที

“แน่นอนเพคะ”

ซีฮันมองนางนิ่ง

“ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องขอบใจเจ้ามาก”

เข่อชิงยิ้มอย่างผู้ชนะ

แต่คำพูดถัดมาของซีฮันกลับทำให้รอยยิ้มของนางแข็งค้าง

“เพราะช่วงนี้ผู้ที่เป็นห่วงข้ามักนำของบำรุงมาให้เสมอ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 146

    นางหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ แล้วเงยหน้ามองกิ่งก้านซึ่งแตกยอดใหม่ ลมเย็นพัดผ่าน กลีบดอกท้อจากที่ไกลปลิวมาตกบนไหล่ ซีฮันยกมือหยิบมันออกอย่างแผ่วเบา ภาพอดีตย้อนกลับมาในความคิด คืนที่นางฟื้นในตำหนักเย็น ถ้วยยาพิษ การถูกดูหมิ่น ศัตรูเจ็ดคนที่รอเหยียบย่ำ ความสงสัยของฮ่องเต้ การใส่ร้าย ห้องลับ ไฟไหม้ การก่อกบฏ ลูกธนูอาบพิษ การพิจารณาคดี และคำถามของเข่อชิงว่า นางร้ายถึงเพียงนี้แล้วมีความสุขหรือไม่วันนั้นซีฮันตอบว่า นางไม่ได้ร้ายเพื่อความสุข แต่ร้ายเพื่อไม่ให้ใครฆ่านางได้อีก วันนี้นางยังคงเชื่อ เช่นเดิม ความร้ายของนางไม่เคยเกิดจากความกระหายเลือด มันคือเกราะ คือคมดาบ คือสติที่ทำให้นางไม่ยอมปล่อยให้ความเมตตาถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายตนเอง เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง ซีฮันไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใดฮ่องเต้เสด็จเข้ามาหยุดข้างนางโดยไม่มีขบวนติดตาม พระองค์สวมฉลองพระองค์เรียบง่าย หลังเสร็จราชกิจตลอดทั้งวัน สีพระพักตร์มีความเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่สายพระเนตรที่มองนางยังคงอบอุ่นเช่นเดิม“เราตามหาเจ้าอยู่ตั้งนาน”ซีฮันเลิกคิ้ว “ฝ่าบาททรงทราบดีว่าหม่อมฉันมาที่นี่บ่อย”“เราจึงหาเจอ”พระองค์ยืนเคียงข้างนาง แล

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 145

    ชิงหลานก้มศีรษะ“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”ซีฮันมองนาง แล้วกล่าวเบาลง“แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องเรียกตนเองว่าหม่อมฉันทุกครั้งเวลามีเพียงพวกเรา”ชิงหลานส่ายหน้า“ไม่ได้เพคะ เหนียงเหนียงทรงเป็นฮองเฮา”“เจ้าก็เป็นขุนนางหญิงใหญ่แล้ว”“ต่อให้หม่อมฉันมีตำแหน่งสูงเพียงใด ก็ยังเป็นชิงหลานคนเดิมที่เคยได้รับพระเมตตา”ซีฮันยิ้มบางครั้งหนึ่ง ชิงหลานเคยทรยศเพราะครอบครัวถูกจับเป็นตัวประกัน และยอมสารภาพทุกอย่างต่อหน้านาง วันนั้นซีฮันไม่ได้ลงโทษ แต่เลือกใช้ความผิดของอีกฝ่ายเป็นกับดักล่อศัตรูออกมาหากเป็นซีฮันคนเดิม นางอาจไม่กล้าตัดสินใจเช่นนั้น หากเป็นลิลลี่ในอดีต นางอาจไม่เชื่อใจคนที่เคยทรยศอีกเลย แต่นางในวันนี้เรียนรู้แล้วว่า ความเข้มแข็งไม่ใช่การปฏิเสธทุกคน และความเมตตาก็ไม่ใช่การปล่อยให้คนผิดหลบหนีการรู้ว่าเมื่อใดควรลงโทษ และเมื่อใดควรให้โอกาส คืออำนาจที่ยากกว่าการออกคำสั่งประหารเสียอีก เสียงหัวเราะของเด็กดังขึ้นจากลานด้านล่าง ซีฮันก้มมอง เห็นเด็กหญิงสองคนกำลังวิ่งตามกันอยู่ใต้ต้นท้อ โดยมีนางกำนัลคอยดูแลอยู่ไม่ไกลพวกนางเป็นบุตรสาวของขุนนางหญิงรุ่นใหม่ซึ่งได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในเขตเรือนพักครอบครัวต

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 144

    พระสนมคนอื่น ๆ ค่อย ๆ คุกเข่าลงทีละคน สนมชั้นสูง สนมชั้นล่าง นางกำนัล ขุนนางหญิง ทุกคนต่างก้มศีรษะลงต่อหน้าซีฮัน เสียงของสตรีทั้งวังดังขึ้นพร้อมกัน“ขอฮองเฮาเหนียงเหนียงทรงพระเจริญพันปี พันปี พันพันปี”ซีฮันยืนนิ่งอยู่บนแท่นสูง ภาพตรงหน้าควรทำให้นางรู้สึกถึงอำนาจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจกลับเป็นความหนักแน่นและสงบ นางจำวันแรกที่ลืมตาขึ้นในตำหนักเย็นได้ ตอนนั้น ไม่มีผู้ใดเคารพนาง ข้ารับใช้ยังกล้าดูหมิ่น สนมฝ่ายตรงข้ามกล้าส่งยาพิษ ฮ่องเต้เองก็มองนางด้วยความเย็นชาและระแวงจากหญิงผู้ถูกเหยียบย่ำจนไม่มีแม้แต่สิทธิรักษาชีวิตตนเอง วันนี้นางกลับยืนอยู่ในตำแหน่งที่คนทั้งราชสำนักยอมก้มศีรษะให้ ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิด ไม่ใช่เพราะได้เป็นที่โปรดปรานแต่เพราะนางต่อสู้ด้วยสติปัญญา ความกล้า และความยุติธรรมฮ่องเต้หันมามองนาง พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่บนบัลลังก์เพียงลำพังอีกต่อไป กลับก้าวลงมาหนึ่งขั้น แล้วหยุดยืนตรงหน้านาง ท่ามกลางสายตาของคนทั้งราชสำนัก พระองค์ทรงยกมือของซีฮันขึ้นช้า ๆ จากนั้นก้มพระพักตร์ลงแตะหลังมือนางอย่างแผ่วเบา เสียงสูดหายใจดังขึ้นทั่วลานพิธี ซีฮันเบิกตากว้าง “ฝ่าบาท”พระองค์เงยหน้าขึ้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 143

    ซีฮันไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่เมื่อเห็นสายตาหนักแน่นของพระองค์ นางจึงค่อย ๆ ยื่นมือออกไป ฮ่องเต้จับมือนาง แล้วพาขึ้นไปนั่งข้างกันต่อหน้าสายตาทุกคน ความเงียบปกคลุมทั่วลานพิธี ไม่มีผู้ใดกล้าพูด แม้แต่เสียงหายใจก็ดูแผ่วเบาลง ฮ่องเต้ไม่ได้ปล่อยมือของซีฮันทันที พระองค์ทอดพระเนตรผู้คนเบื้องล่าง ก่อนตรัสขึ้น“วันนี้เราเรียกทุกคนมาที่นี่ เพื่อประกาศเรื่องหนึ่ง”ขันทีใหญ่รับสัญญาณและก้าวออกมาด้านหน้า แต่ฮ่องเต้กลับยกพระหัตถ์ห้าม“เรื่องนี้ เราจะกล่าวด้วยตนเอง”ซีฮันหันไปมองพระองค์ นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพระองค์จึงเขียนพระราชดำรัสเอง และเหตุใดทุกคนรอบตัวจึงมีท่าทีปิดบัง ฮ่องเต้ลุกขึ้นช้า ๆ“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ราชสำนักของเราผ่านเหตุการณ์มากมาย เกิดการทุจริตในวังหลัง เกิดการสมคบคิดของตระกูลขุนนาง เกิดกบฏกลางพระราชวัง และเกิดการลอบสังหารซึ่งเกือบทำให้บัลลังก์มังกรต้องเปลี่ยนมือ”พระสุรเสียงดังก้องไปทั่วลานพิธี“ในทุกเหตุการณ์ มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างเรา”ซีฮันมองแผ่นหลังของพระองค์นิ่ง “เมื่อนางถูกวางยา นางไม่ร้องขอความสงสาร เมื่อนางถูกใส่ร้าย นางไม่ได้ใช้ยศลงโทษศัตรูตามอำเภอใจ นางรวบรวมหลัก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 142

    อีกไม่นาน เอกสารชุดใหม่จะถูกส่งมา ขุนนางฝ่ายตรงข้ามอาจยังไม่ยอมแพ้ และราชสำนักยังมีปัญหาอีกมากมายรอให้นางแก้ไข แต่ซีฮันไม่รู้สึกหนักอึ้งเหมือนที่ผ่านมา ชีวิตนี้เป็นของนางแล้วอย่างแท้จริงไม่ใช่ชีวิตที่ยืมมาเพื่อแก้แค้น ไม่ใช่ชีวิตที่ต้องชดใช้แทนซีฮันคนเดิม และไม่ใช่ชีวิตที่ถูกความตายของลิลลี่ควบคุม นางจะใช้มันในฐานะผู้หญิงที่รวมความเข้มแข็งของทั้งสองชีวิตไว้ด้วยกัน ชิงหลานเข้ามาช่วยจัดฉลองพระองค์ ก่อนถามเบา ๆ“วันนี้เหนียงเหนียงดูต่างจากเมื่อวานเพคะ”ซีฮันมองเงาของตนในกระจกทองเหลือง ใบหน้าที่สะท้อนกลับมายังเป็นใบหน้าของฮองเฮาซีฮัน แต่ในดวงตาคู่นั้น ไม่มีความรู้สึกว่าตนเป็นคนแปลกหน้าอีกแล้วนางยิ้ม “อาจเพราะข้านอนหลับเต็มที่”ชิงหลานหัวเราะ“เช่นนั้นหม่อมฉันต้องบังคับให้ทรงพักทุกคืนแล้วเพคะ”ซีฮันไม่ได้โต้แย้ง นางยกมือแตะกระจกเบา ๆ ในชั่วขณะหนึ่ง เหมือนเห็นเงาของลิลลี่ยืนอยู่ข้างหลัง ไม่ได้เศร้า ไม่ได้หวาดกลัว เพียงยิ้มให้ก่อนจะเลือนหายไปกับแสงอาทิตย์ ซีฮันหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อเปิดขึ้นอีกครั้ง น้ำตาหยดสุดท้ายไหลผ่านแก้ม แต่นางไม่ได้รีบเช็ด เพราะรู้ว่าน้ำตาครั้งนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดมั

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 141

    ประโยคนั้นกระแทกหัวใจอย่างรุนแรง ซีฮันถอยหลังไปหนึ่งก้าว“ข้าไม่เข้าใจ”“แจ๊คกี้ทำร้ายเรา แต่คนที่ยังคงใช้ความผิดของเขาทำร้ายเจ้าทุกวันคือเจ้าเอง”ลิลลี่ยกมือแตะหน้าอกของซีฮัน “เขาฆ่าชีวิตเดิมของเราเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าปล่อยให้ความกลัวฆ่าหัวใจของตนเองมานานเกินไป”ซีฮันเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาค่อย ๆ คลอขึ้นในดวงตา“แล้วข้าต้องทำอย่างไร ลืมเขาหรือ ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นหรือ”ลิลลี่ส่ายหน้า “การปล่อยวางไม่ใช่การลืม และไม่ใช่การให้อภัยคนที่ไม่สมควรได้รับ เจ้ามีสิทธิจำว่าเขาทำอะไร มีสิทธิเกลียด มีสิทธิเสียใจ แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องแบกเขาไว้ในทุกก้าวของชีวิตใหม่”ซีฮันหันไปมองเมืองนอกกระจก แสงไฟนับพันดวงส่องสว่างอยู่เบื้องล่าง โลกนี้เคยเป็นทุกสิ่งของนาง งาน ความฝัน ความสำเร็จ ความรัก และความตาย นางเคยคิดว่าหากกลับมาได้ จะต้องตามหาความจริงและทวงความยุติธรรมจากแจ๊คกี้ แต่ในโลกใหม่ นางไม่มีทางกลับมา ไม่มีทางเผชิญหน้า ไม่มีทางถามว่าทำไม คำถามทั้งหมดจึงค้างอยู่ในใจเหมือนประตูที่ปิดไม่สนิท“ข้าไม่เคยได้รับคำตอบ” ซีฮันกล่าวเสียงเบา“เหตุใดเขาจึงทำเช่นนั้น”ลิลลี่ยืนข้างนาง “บางคำถามไม่มีคำตอบที่ทำให้

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 14 ปัดเป่าภัยร้าย

    ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 13 พระสวามีคือฮ่องเต้

    พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 12 คำบอกเล่าจากโหรหลวง

    “ข้ามิกลัวดอก คนในราชสำนักล้วนอยู่ใต้อาณัติของข้า ทุกคนรู้ดีว่าชะตาของฮองเฮานั้นอยู่ได้อีกมินาน ก็นางช่างอ่อนแอ มีวาสนาหากไร้ซึ่งอำนาจก็มิอาจทำอันใดได้ นางมิมีใครอยู่เคียงข้าง แม้พ่อของนางเป็นถึงแม่ทัพกองธงขอบเหลืองที่ฮ่องเต้ต้องทรงให้ความเกรงใจแต่ความอ่อนแอจะฝังนางทั้งเป็น และวันหนึ่งข้านี่ล่ะจะเห

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 11 ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    โหรหลวงโบกมือเรียกคนสนิทนำกระดองเต่าวางบนกระดานรองเข้ามาเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เห็นซึ่งก็ทำให้ทั้งเฉียนหลงและเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยสนใจอย่างมาก สักครู่โหรหลวงจึงเอ่ยขึ้น“โดยปกติแล้วหม่อมฉันใช้กระดูกวัวในการทำนายดวงบ้านเมือง แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความแปลกประหลาด จึงได้ใช้วิธีการทำนายอย่างโบราณที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status