Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2026-03-01 19:03:03

ซีฮันหยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นหมุนช้า ๆ

“เพียงแต่ของบำรุงบางอย่าง...กลับทำให้ข้าเกือบไม่ได้ลืมตาขึ้นมาอีก”

ทั่วห้องตกอยู่ในความเงียบ ตงเปียนก้มหน้าปิดรอยยิ้มของตน เข่อชิงยังยิ้มอยู่ แต่ปลายนิ้วกำชายแขนเสื้อแน่น

“ฮองเฮาตรัสสิ่งใดเพคะ หม่อมฉันฟังไม่เข้าใจ”

ซีฮันวางถ้วยชาลงเบา ๆ “ไม่เข้าใจก็ดี” นางยิ้มอ่อน “บางครั้ง คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยย่อมปลอดภัยกว่าคนที่รู้ทุกอย่าง”

เข่อชิงจ้องหน้าซีฮัน ทั้งสองต่างยิ้มให้กันแต่ไม่มีแม้แต่น้อยของความจริงใจเหมือนคนสองคนกำลังใช้รอยยิ้มแทนดาบ เข่อชิงหัวเราะเบา ๆ

“ดูเหมือนหลังจากประชวรครั้งนี้ ฮองเฮาจะมีพระอารมณ์ขันมากขึ้น”

“คนที่เฉียดความตายมาย่อมเปลี่ยนไป”

ซีฮันตอบเรียบ ๆ “เมื่อก่อนข้าเชื่อคนง่าย” นางหยุดครู่หนึ่ง “แต่ตอนนี้ ข้าคิดว่าการเชื่อคนมากเกินไปอาจเป็นโรคอย่างหนึ่ง”

เซียนรื่อหงที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมโถวฝ่าเฟยและซินจางเฟยได้ยินประโยคนั้นพอดี นางหัวเราะกลบเกลื่อน

“ฮองเฮาตรัสได้คมคายยิ่งนักเพคะ”

ซีฮันหันไปมอง “เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ”

“เพคะ”

“เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็อย่าเชื่อใจผู้ใดง่ายนัก”

เซียนรื่อหงยิ้มค้าง ไม่รู้ว่าคำพูดนี้หมายถึงอะไรแต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกเตือนโดยตรง จินเช่อเฟยที่เดินเข้ามาทีหลังหัวเราะในลำคอ

“วันนี้ฮองเฮาดูไม่เหมือนเดิมจริง ๆ”

ซีฮันหันไปมอง “เจ้าชอบแบบเดิมมากกว่าหรือ”

จินเช่อเฟยยักไหล่ “แบบเดิมอ่อนโยนดี”

“อ่อนโยนจนเกือบตาย”

ซีฮันตอบทันที เสียงหัวเราะของจินเช่อเฟยหยุดลง ทุกคนเงียบ ไม่มีใครคิดว่าฮองเฮาจะพูดตรงถึงเพียงนี้ ซีฮันมองเหล่าสนมทีละคน

“ข้าประชวรเพียงครั้งเดียว แต่กลับได้เรียนรู้หลายอย่าง”

ไม่มีใครกล้าตอบ ซีฮันกล่าวต่อ “คนที่ยิ้มให้เรา ไม่ได้หวังดีกับเราเสมอไป”

เซียนรื่อหงรีบฝืนยิ้ม “เหนียงเหนียงกำลังสงสัยผู้ใดหรือเพคะ”

ซีฮันส่ายหน้า “ข้าไม่ได้สงสัย” นางยกมุมปาก  “ข้าเพียงระวัง”

คำตอบนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัด แม้แต่เข่อชิงก็เริ่มแน่ใจว่าฮองเฮาไม่ได้เป็นเพียงคนละคน แต่นางกำลังรู้ทันอะไรบางอย่าง เข่อชิงรีบเปลี่ยนเรื่อง

“อีกไม่กี่วันจะมีงานเลี้ยงชมดอกเหมย พระองค์จะเสด็จหรือไม่เพคะ”

ซีฮันยิ้ม “หากข้ายังไม่ตาย ก็คงไป”

ประโยคนี้ทำให้เซียนรื่อหงสำลักน้ำชา จินเช่อเฟยหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เพราะไม่เคยเห็นฮองเฮาพูดเช่นนี้มาก่อน เข่อชิงเองยังนิ่งไปชั่วขณะจากนั้นนางจึงหัวเราะตาม

“ฮองเฮาทรงล้อเล่นได้เก่งขึ้นจริง ๆ”

ซีฮันเพียงยิ้ม “คนที่ผ่านความตายมาแล้ว มักไม่กลัวคำพูดของคนอื่นอีก”

บรรยากาศในตำหนักเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าสนมต่างหาเหตุผลขอตัวกลับ เข่อชิงเป็นคนสุดท้ายที่ลุกขึ้น

“เช่นนั้นหม่อมฉันไม่รบกวนพระองค์พักผ่อนแล้วเพคะ”

ซีฮันพยักหน้า “เดินทางกลับดี ๆ”

เข่อชิงก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนหมุนตัวจากไป ในจังหวะที่นางยกมือจัดชายแขนเสื้อ แสงแดดยามสายส่องกระทบแหวนหยกวงหนึ่งที่สวมนิ้วนาง ซีฮันเหลือบตามองเพียงผ่าน ๆ แต่แล้วสายตาของนางก็หยุดนิ่งเพราะบนหน้าหยกสีเขียวอ่อนนั้น มีตราสลักขนาดเล็ก

คนอื่นอาจเห็นเป็นเพียงลวดลายเมฆ แต่ลิลลี่ ชุง ในอดีตเคยเรียนการออกแบบสัญลักษณ์และตราประจำตระกูลมาอย่างละเอียด นางมองออกทันที มันไม่ใช่ลายเมฆแต่เป็นอักษรโบราณที่ออกแบบให้ซ่อนอยู่ในลวดลาย อักษรนั้นคือ..."เข่อ" ตราประจำตระกูลของเสนาบดีใหญ่

ซีฮันหรี่ตาลง ฮองเฮาคนเดิมอาจไม่เคยสังเกตแต่สำหรับคนที่เคยทำงานออกแบบ รายละเอียดเพียงเล็กน้อยก็ไม่มีทางหลุดสายตา แหวนวงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับแต่มันคือสัญลักษณ์ของอำนาจ คนในวังไม่ควรสวมตราตระกูลของขุนนางใหญ่ติดตัวตลอดเวลา เว้นเสียแต่ว่า...

นางยังคงรับคำสั่งจากตระกูลเดิม หรือใช้แหวนวงนี้เป็นเครื่องหมายติดต่อกับคนของเสนาบดีใหญ่ เข่อชิงเดินออกจากตำหนักไปโดยไม่รู้เลยว่า ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของตน ได้ถูกอีกฝ่ายมองเห็นแล้ว ตงเปียนสังเกตเห็นสายตาของซีฮันจึงถามเบา ๆ

“เหนียงเหนียง ทรงมองสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันไม่ได้ละสายตาจากประตูตำหนักก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

“เมื่อครู่...ข้าเห็นแหวนของเข่อชิง”

นางยิ้มบาง ดวงตาค่อย ๆ เย็นลง

“บนแหวนนั้นมีตราของตระกูลเสนาบดีใหญ่”

คำพูดสั้น ๆ ทำให้ตงเปียนเบิกตากว้างทันที เพราะเขารู้ดีว่าหากสิ่งที่ฮองเฮาเห็นเป็นความจริง มันอาจเป็นกุญแจดอกแรกที่จะสาวไปถึงคนที่อยู่เบื้องหลังเกมล้มฮองเฮาทั้งหมด

ถ้วยยาที่มีรอยร้าว

ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังต้องห้ามอีกครั้ง แสงจากโคมแดงที่แขวนเรียงรายตามระเบียงทอดเงายาวลงบนพื้นหินเย็นเยียบ ลมหนาวพัดยอดสนไหวเป็นระยะ เสียงกระดิ่งทองบนชายคาดังแผ่วเบาราวกับกำลังเตือนว่าภายใต้ความสงบงามของพระราชวังแห่งนี้ ซ่อนคมดาบและพิษร้ายเอาไว้ทุกหนแห่ง

ภายในตำหนักฮองเฮา ซีฮันนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้หวงฮวาหลี บนโต๊ะมีถ้วยยากระเบื้องสีขาวที่ห่อด้วยผ้าไหมสะอาดวางอยู่ตรงหน้า นางจ้องมันนิ่งราวกับกำลังมองศัตรูคนหนึ่ง ไม่ใช่เพียงภาชนะใส่ยา

ตงเปียนยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านข้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

ซีฮันค่อย ๆ คลี่ผ้าออก ปลายนิ้วเรียวแตะขอบถ้วยเบา ๆ แสงจากโคมไฟสะท้อนให้เห็นรอยแตกร้าวเส้นเล็ก ๆ ตรงด้านในของถ้วย หากไม่เพ่งมองอย่างละเอียดแทบไม่มีทางสังเกตเห็น

“ตงเปียน”

“พ่ะย่ะค่ะ เหนียงเหนียง”

“เจ้าสังเกตรอยนี้หรือไม่”

ขันทีหนุ่มรีบก้มลงมอง ก่อนส่ายหน้า

“กระหม่อมไม่ทันเห็นพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันใช้นิ้วลูบไปตามรอยแตกนั้นอย่างแผ่วเบา ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด “รอยแตกนี้ไม่ได้เกิดจากการตกกระแทก แต่เกิดจากความร้อนจัดแล้วถูกทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็ว”

ตงเปียนมองอย่างสงสัย

“เกี่ยวกับพิษหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“อาจเกี่ยว”

นางวางถ้วยลงอย่างระมัดระวัง

“บางครั้งภาชนะที่ใช้ใส่ยาก็เป็นหลักฐานได้ หากคนวางยาต้องผสมสิ่งใดบางอย่างในนาทีสุดท้าย”

ซีฮันย้อนนึกถึงชีวิตเดิม ลิลลี่ ชุง เคยทำงานออกแบบอาคารและวัสดุ เธอรู้ดีว่าความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของพื้นผิวสามารถบอกสิ่งที่เคยเกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับถ้วยใบนี้ นางเงยหน้ามองตงเปียน

“คืนนี้เจ้าต้องออกจากตำหนัก”

ขันทีหนุ่มตกใจ “เหนียงเหนียงจะให้กระหม่อมไปที่ใด”

“ไปหาคนผู้หนึ่ง”

“ผู้ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “หมอหลวงที่ยังเหลือจิตสำนึก”

ตงเปียนรีบขยับเข้าใกล้ “แต่หมอหลวงส่วนใหญ่เป็นคนของตระกูลเข่อ”

“ข้ารู้”

ซีฮันยิ้มบาง “แต่ไม่มีอาคารใดสร้างจากเสาเพียงต้นเดียว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 98

    ซีฮันโยนสมุดสองเล่มข้ามกองไฟ ตงเปียนรับไว้ได้ แต่เมื่อจะโยนม้วนสุดท้าย เพดานด้านข้างก็พังลงมาอีกส่วน นางต้องกระโดดหลบ เศษไม้ร่วงขวางทางจนมองไม่เห็นคนฝั่งตรงข้าม ควันดำหนาทึบทำให้หายใจลำบาก ซีฮันก้มต่ำ คลานไปยังผนังด้านเหนือ หวังหาช่องระบายอากาศตามที่ผู้ดูแลบอก แต่ไฟได้ลามถึงโครงไม้รอบห้องแล้ว เสียงตะโกนจากภายนอกดังขึ้นไกล ๆ นางจำพระสุรเสียงนั้นได้ทันที“ซีฮัน!”ฮ่องเต้มาถึงแล้ว นางพยายามตอบ แต่ควันทำให้ไอจนไม่มีเสียง ด้านนอก ฮ่องเต้เฉียนหลงเสด็จมาถึงพร้อมทหารรักษาพระองค์ เมื่อเห็นหอเอกสารถูกไฟกลืน พระพักตร์ก็เปลี่ยนทันที“ฮองเฮาอยู่ที่ใด”หัวหน้าองครักษ์คุกเข่าลง “ยังอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ ทางขึ้นถูกไฟตัดขาด”พระองค์คว้าผ้าชุบน้ำจากทหาร “เปิดทาง”หัวหน้าองครักษ์รีบขวาง “ฝ่าบาทเสด็จเข้าไปมิได้ อาคารกำลังจะถล่มพ่ะย่ะค่ะ”“นางยังอยู่ข้างใน!”ฮ่องเต้ผลักเขาออกและก้าวไปทางประตู แต่เสียงแตกสนั่นดังขึ้นจากชั้นบนเสียก่อน หลังคาด้านหนึ่งทรุดตัว ทหารทั้งหมดร้องเตือนและ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 97

    นางหันไปยังเจ้าหน้าที่ “มีบัญชีสำเนาหรือไม่”“น่าจะอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ เป็นทะเบียนกลางของเอกสารลับทั้งหมด”ซีฮันตัดสินใจขึ้นไปทันที ตงเปียนตามหลังอย่างกังวล“เหนียงเหนียง ฝ่าบาทมีรับสั่งว่าหากพบสิ่งผิดปกติให้เสด็จออกทันทีนะพ่ะย่ะค่ะ”“เราพบเอกสารหาย ไม่ใช่คนร้าย”“แต่นี่อาจเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้พระองค์พบ”ซีฮันหยุดชั่วครู่ คำเตือนนั้นมีเหตุผล ทว่าในเวลาเดียวกัน เสียงโลหะกระทบพื้นก็ดังมาจากชั้นล่าง ตามด้วยเสียงคนตะโกน“จับเขาไว้!”เสียงฝีเท้าวิ่งวุ่นวายขึ้นทันที หัวหน้าองครักษ์หันไปสั่ง“คุ้มครองฮองเฮา!”องครักษ์สองนายยืนปิดทางบันได ขณะที่อีกกลุ่มวิ่งลงไปด้านล่าง ซีฮันก้าวไปชะโงกมองผ่านราวไม้ เห็นชายในชุดคนส่งน้ำผลักทหารออกแล้ววิ่งไปทางประตูหลัง เขาถือไหดินเผาใบหนึ่งไว้ในมือก่อนจะถูกจับ ชายผู้นั้นขว้างไหเข้าใส่กองเอกสารข้างผนัง ไหแตกกระจาย ของเหลวที่มีกลิ่นฉุนไหลกระจายไปทั่วพื้น ตงเปียนร้องขึ้น“น้ำมัน!”

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 96

    ซีฮันกล่าวเสริม“ตรวจคนส่งน้ำ คนครัว และช่างซ่อมทั้งหมดด้วย คนของตระกูลเข่ออาจมิได้สวมชุดขุนนางหรือองครักษ์”ตงเปียนรับคำแล้วรีบออกไป ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง“คืนนี้เจ้าไม่ต้องไปหอเอกสาร”ซีฮันเลิกคิ้ว“เหตุใดเพคะ”“เพราะอาจเป็นกับดัก”“ยิ่งเป็นกับดัก หม่อมฉันยิ่งควรเห็นด้วยตนเองว่าอีกฝ่ายต้องการทำลายสิ่งใด”“เราไม่ได้ขาดเจ้าหน้าที่”“แต่พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังค้นหาอะไร”ฮ่องเต้ขมวดพระขนง“แล้วเจ้ารู้หรือ”“ยังไม่รู้ทั้งหมดเพคะ แต่หม่อมฉันรู้เส้นทางของคดีนี้ตั้งแต่เสบียงหายไปจนถึงการวางยาร่างเดิม บางครั้งเอกสารที่ดูไม่เกี่ยวข้องอาจเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่สุด”พระองค์เงียบไปซีฮันจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงบอกว่าจะเริ่มมองหม่อมฉันให้ดีตั้งแต่วันนี้ เช่นนั้นก็ควรทรงเห็นว่าหม่อมฉันไม่ใช่สตรีที่จะยอมนั่งรออยู่ในตำหนัก ขณะที่หลักฐานกำลังตกอยู่ในอันตราย”ฮ่องเต้ถอนพระทั

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 95

    ฮ่องเต้ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงเชื่อว่าจับกระหม่อมแล้ว ทุกอย่างจะสิ้นสุดหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหรี่ตาลง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”เข่อหยวนฉิงยิ้ม “บางเรื่องใหญ่เกินกว่าจะอยู่ในมือคนคนเดียว บางเอกสาร ต่อให้ค้นทั้งจวนก็ไม่มีวันพบ”หัวหน้าองครักษ์เข้าจับแขนเขา ชายชราไม่ขัดขืน เพียงหันมามองซีฮันเป็นครั้งสุดท้าย“เหนียงเหนียงทรงชนะในท้องพระโรงวันนี้ แต่หากเอกสารชิ้นนั้นถูกเปิดเผย ผู้ที่พังทลายอาจไม่ใช่ตระกูลเข่อเพียงฝ่ายเดียว”ซีฮันก้าวเข้ามา “เอกสารอะไร”เข่อหยวนฉิงหัวเราะโดยไม่ตอบ องครักษ์จึงลากตัวเขาออกจากท้องพระโรง ท่ามกลางสายตาของขุนนางทั้งราชสำนักเมื่อประตูใหญ่ปิดลง ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จับผู้เกี่ยวข้องตามรายชื่อทั้งหมด บางคนถูกควบคุมตัวในทันที บางคนถูกถอดตราประจำตำแหน่ง และบางคนถูกสั่งห้ามออกจากจวนจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด การประชุมใหญ่จบลงด้วยความโกลาหล แต่ซีฮันกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจ นางยืนมองเอกสารบนโต๊ะ ความคิดวนเวียนอยู่กับคำพูดสุดท้ายของเข่อหยวน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 94

    พระองค์พยักหน้าให้หัวหน้าองครักษ์ ชายผู้นั้นก้าวออกมาและถวายรายงาน“หน่วยลาดตระเวนพบค่ายจริงพ่ะย่ะค่ะ มีทหารประมาณสองพันสามร้อยนาย อาวุธครบมือ และมีเสบียงประทับตราคลังหลวงอยู่ภายใน”เสียงแตกตื่นดังขึ้นทั่วท้องพระโรง“ผู้บัญชาการค่ายคือใคร” ฮ่องเต้ถาม“ชายชื่อเข่ออวี้ เป็นญาติห่าง ๆ ของท่านเสนาบดีใหญ่ และเคยถูกแจ้งว่าเสียชีวิตในสงครามเมื่อห้าปีก่อนพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหันไปมองเข่อหยวนฉิง“คนตายกลับมีชีวิตและคุมทหารสองพันคน เจ้ายังจะบอกว่าไม่รู้หรือ”เข่อหยวนฉิงกำแผ่นป้ายงาช้างแน่น“ตระกูลเข่อมีสมาชิกมากมาย กระหม่อมไม่อาจรับผิดชอบการกระทำของทุกคน”“แต่เงินที่ใช้เลี้ยงค่ายมาจากบัญชีของคนดูแลทรัพย์สินจวนเจ้า”“คนผู้นั้นอาจทรยศ”“ตราผ่านทางเป็นตราส่วนตัวของเจ้า”“อาจถูกปลอม”“คำสั่งขนเสบียงเขียนด้วยรหัสที่ใช้ในจวนเจ้า”“ผู้ใดในจวนก็รู้รหัสได้”เขายังคงปฏิเสธทุ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 93

    ฮ่องเต้ถาม “แล้วเหตุใดบัญชีทางการจึงระบุว่าของถึงครบ”เจ้าหน้าที่กรมคลังมองตราประทับบนเอกสาร“เพราะมีการใช้ตราของหน่วยทหารปลายทางประทับรับแทนพ่ะย่ะค่ะ”ตงเปียนนำตราปลอมหลายชิ้นออกจากหีบ วางลงบนถาดทอง เจ้าหน้าที่กรมพิธีการตรวจดูอย่างละเอียด“ตราเหล่านี้เลียนแบบตราทหารหลายกองได้เกือบสมบูรณ์ แม้รายละเอียดตรงขอบจะแตกต่างเล็กน้อย แต่หากไม่ตรวจเทียบกับตราจริงย่อมดูไม่ออกพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันกล่าว“ช่างผู้แกะตราสารภาพว่าได้รับคำสั่งผ่านรองเสนาบดีกรมพิธีการ”สายตาทุกคู่หันไปยังรองเสนาบดีผู้นั้น ชายวัยกลางคนหน้าซีดลง เขารีบคุกเข่า“กระหม่อมถูกใส่ร้ายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เคยสั่งให้ผู้ใดแกะตราทหาร”“นำพยานเข้ามา”สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ องครักษ์ก็นำชายชราคนหนึ่งเข้าท้องพระโรง เขาคือช่างแกะตราที่ถูกจับก่อนหลบหนี ชายชราคุกเข่าลง ตัวสั่นเทา“กระหม่อมถวายพระพรฝ่าบาท”ฮ่องเต้ตรัส “ผู้ใดสั่งเจ้าแกะตรา”ช่างแกะตราชี้ไปยังรอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 14 ปัดเป่าภัยร้าย

    ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 13 พระสวามีคือฮ่องเต้

    พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 12 คำบอกเล่าจากโหรหลวง

    “ข้ามิกลัวดอก คนในราชสำนักล้วนอยู่ใต้อาณัติของข้า ทุกคนรู้ดีว่าชะตาของฮองเฮานั้นอยู่ได้อีกมินาน ก็นางช่างอ่อนแอ มีวาสนาหากไร้ซึ่งอำนาจก็มิอาจทำอันใดได้ นางมิมีใครอยู่เคียงข้าง แม้พ่อของนางเป็นถึงแม่ทัพกองธงขอบเหลืองที่ฮ่องเต้ต้องทรงให้ความเกรงใจแต่ความอ่อนแอจะฝังนางทั้งเป็น และวันหนึ่งข้านี่ล่ะจะเห

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 11 ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    โหรหลวงโบกมือเรียกคนสนิทนำกระดองเต่าวางบนกระดานรองเข้ามาเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เห็นซึ่งก็ทำให้ทั้งเฉียนหลงและเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยสนใจอย่างมาก สักครู่โหรหลวงจึงเอ่ยขึ้น“โดยปกติแล้วหม่อมฉันใช้กระดูกวัวในการทำนายดวงบ้านเมือง แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความแปลกประหลาด จึงได้ใช้วิธีการทำนายอย่างโบราณที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status