แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: อักษรามณี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-01 19:03:03

ซีฮันหยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นหมุนช้า ๆ

“เพียงแต่ของบำรุงบางอย่าง...กลับทำให้ข้าเกือบไม่ได้ลืมตาขึ้นมาอีก”

ทั่วห้องตกอยู่ในความเงียบ ตงเปียนก้มหน้าปิดรอยยิ้มของตน เข่อชิงยังยิ้มอยู่ แต่ปลายนิ้วกำชายแขนเสื้อแน่น

“ฮองเฮาตรัสสิ่งใดเพคะ หม่อมฉันฟังไม่เข้าใจ”

ซีฮันวางถ้วยชาลงเบา ๆ “ไม่เข้าใจก็ดี” นางยิ้มอ่อน “บางครั้ง คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยย่อมปลอดภัยกว่าคนที่รู้ทุกอย่าง”

เข่อชิงจ้องหน้าซีฮัน ทั้งสองต่างยิ้มให้กันแต่ไม่มีแม้แต่น้อยของความจริงใจเหมือนคนสองคนกำลังใช้รอยยิ้มแทนดาบ เข่อชิงหัวเราะเบา ๆ

“ดูเหมือนหลังจากประชวรครั้งนี้ ฮองเฮาจะมีพระอารมณ์ขันมากขึ้น”

“คนที่เฉียดความตายมาย่อมเปลี่ยนไป”

ซีฮันตอบเรียบ ๆ “เมื่อก่อนข้าเชื่อคนง่าย” นางหยุดครู่หนึ่ง “แต่ตอนนี้ ข้าคิดว่าการเชื่อคนมากเกินไปอาจเป็นโรคอย่างหนึ่ง”

เซียนรื่อหงที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมโถวฝ่าเฟยและซินจางเฟยได้ยินประโยคนั้นพอดี นางหัวเราะกลบเกลื่อน

“ฮองเฮาตรัสได้คมคายยิ่งนักเพคะ”

ซีฮันหันไปมอง “เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ”

“เพคะ”

“เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็อย่าเชื่อใจผู้ใดง่ายนัก”

เซียนรื่อหงยิ้มค้าง ไม่รู้ว่าคำพูดนี้หมายถึงอะไรแต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกเตือนโดยตรง จินเช่อเฟยที่เดินเข้ามาทีหลังหัวเราะในลำคอ

“วันนี้ฮองเฮาดูไม่เหมือนเดิมจริง ๆ”

ซีฮันหันไปมอง “เจ้าชอบแบบเดิมมากกว่าหรือ”

จินเช่อเฟยยักไหล่ “แบบเดิมอ่อนโยนดี”

“อ่อนโยนจนเกือบตาย”

ซีฮันตอบทันที เสียงหัวเราะของจินเช่อเฟยหยุดลง ทุกคนเงียบ ไม่มีใครคิดว่าฮองเฮาจะพูดตรงถึงเพียงนี้ ซีฮันมองเหล่าสนมทีละคน

“ข้าประชวรเพียงครั้งเดียว แต่กลับได้เรียนรู้หลายอย่าง”

ไม่มีใครกล้าตอบ ซีฮันกล่าวต่อ “คนที่ยิ้มให้เรา ไม่ได้หวังดีกับเราเสมอไป”

เซียนรื่อหงรีบฝืนยิ้ม “เหนียงเหนียงกำลังสงสัยผู้ใดหรือเพคะ”

ซีฮันส่ายหน้า “ข้าไม่ได้สงสัย” นางยกมุมปาก  “ข้าเพียงระวัง”

คำตอบนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัด แม้แต่เข่อชิงก็เริ่มแน่ใจว่าฮองเฮาไม่ได้เป็นเพียงคนละคน แต่นางกำลังรู้ทันอะไรบางอย่าง เข่อชิงรีบเปลี่ยนเรื่อง

“อีกไม่กี่วันจะมีงานเลี้ยงชมดอกเหมย พระองค์จะเสด็จหรือไม่เพคะ”

ซีฮันยิ้ม “หากข้ายังไม่ตาย ก็คงไป”

ประโยคนี้ทำให้เซียนรื่อหงสำลักน้ำชา จินเช่อเฟยหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เพราะไม่เคยเห็นฮองเฮาพูดเช่นนี้มาก่อน เข่อชิงเองยังนิ่งไปชั่วขณะจากนั้นนางจึงหัวเราะตาม

“ฮองเฮาทรงล้อเล่นได้เก่งขึ้นจริง ๆ”

ซีฮันเพียงยิ้ม “คนที่ผ่านความตายมาแล้ว มักไม่กลัวคำพูดของคนอื่นอีก”

บรรยากาศในตำหนักเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าสนมต่างหาเหตุผลขอตัวกลับ เข่อชิงเป็นคนสุดท้ายที่ลุกขึ้น

“เช่นนั้นหม่อมฉันไม่รบกวนพระองค์พักผ่อนแล้วเพคะ”

ซีฮันพยักหน้า “เดินทางกลับดี ๆ”

เข่อชิงก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนหมุนตัวจากไป ในจังหวะที่นางยกมือจัดชายแขนเสื้อ แสงแดดยามสายส่องกระทบแหวนหยกวงหนึ่งที่สวมนิ้วนาง ซีฮันเหลือบตามองเพียงผ่าน ๆ แต่แล้วสายตาของนางก็หยุดนิ่งเพราะบนหน้าหยกสีเขียวอ่อนนั้น มีตราสลักขนาดเล็ก

คนอื่นอาจเห็นเป็นเพียงลวดลายเมฆ แต่ลิลลี่ ชุง ในอดีตเคยเรียนการออกแบบสัญลักษณ์และตราประจำตระกูลมาอย่างละเอียด นางมองออกทันที มันไม่ใช่ลายเมฆแต่เป็นอักษรโบราณที่ออกแบบให้ซ่อนอยู่ในลวดลาย อักษรนั้นคือ..."เข่อ" ตราประจำตระกูลของเสนาบดีใหญ่

ซีฮันหรี่ตาลง ฮองเฮาคนเดิมอาจไม่เคยสังเกตแต่สำหรับคนที่เคยทำงานออกแบบ รายละเอียดเพียงเล็กน้อยก็ไม่มีทางหลุดสายตา แหวนวงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับแต่มันคือสัญลักษณ์ของอำนาจ คนในวังไม่ควรสวมตราตระกูลของขุนนางใหญ่ติดตัวตลอดเวลา เว้นเสียแต่ว่า...

นางยังคงรับคำสั่งจากตระกูลเดิม หรือใช้แหวนวงนี้เป็นเครื่องหมายติดต่อกับคนของเสนาบดีใหญ่ เข่อชิงเดินออกจากตำหนักไปโดยไม่รู้เลยว่า ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของตน ได้ถูกอีกฝ่ายมองเห็นแล้ว ตงเปียนสังเกตเห็นสายตาของซีฮันจึงถามเบา ๆ

“เหนียงเหนียง ทรงมองสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันไม่ได้ละสายตาจากประตูตำหนักก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

“เมื่อครู่...ข้าเห็นแหวนของเข่อชิง”

นางยิ้มบาง ดวงตาค่อย ๆ เย็นลง

“บนแหวนนั้นมีตราของตระกูลเสนาบดีใหญ่”

คำพูดสั้น ๆ ทำให้ตงเปียนเบิกตากว้างทันที เพราะเขารู้ดีว่าหากสิ่งที่ฮองเฮาเห็นเป็นความจริง มันอาจเป็นกุญแจดอกแรกที่จะสาวไปถึงคนที่อยู่เบื้องหลังเกมล้มฮองเฮาทั้งหมด

ถ้วยยาที่มีรอยร้าว

ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังต้องห้ามอีกครั้ง แสงจากโคมแดงที่แขวนเรียงรายตามระเบียงทอดเงายาวลงบนพื้นหินเย็นเยียบ ลมหนาวพัดยอดสนไหวเป็นระยะ เสียงกระดิ่งทองบนชายคาดังแผ่วเบาราวกับกำลังเตือนว่าภายใต้ความสงบงามของพระราชวังแห่งนี้ ซ่อนคมดาบและพิษร้ายเอาไว้ทุกหนแห่ง

ภายในตำหนักฮองเฮา ซีฮันนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้หวงฮวาหลี บนโต๊ะมีถ้วยยากระเบื้องสีขาวที่ห่อด้วยผ้าไหมสะอาดวางอยู่ตรงหน้า นางจ้องมันนิ่งราวกับกำลังมองศัตรูคนหนึ่ง ไม่ใช่เพียงภาชนะใส่ยา

ตงเปียนยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านข้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

ซีฮันค่อย ๆ คลี่ผ้าออก ปลายนิ้วเรียวแตะขอบถ้วยเบา ๆ แสงจากโคมไฟสะท้อนให้เห็นรอยแตกร้าวเส้นเล็ก ๆ ตรงด้านในของถ้วย หากไม่เพ่งมองอย่างละเอียดแทบไม่มีทางสังเกตเห็น

“ตงเปียน”

“พ่ะย่ะค่ะ เหนียงเหนียง”

“เจ้าสังเกตรอยนี้หรือไม่”

ขันทีหนุ่มรีบก้มลงมอง ก่อนส่ายหน้า

“กระหม่อมไม่ทันเห็นพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันใช้นิ้วลูบไปตามรอยแตกนั้นอย่างแผ่วเบา ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด “รอยแตกนี้ไม่ได้เกิดจากการตกกระแทก แต่เกิดจากความร้อนจัดแล้วถูกทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็ว”

ตงเปียนมองอย่างสงสัย

“เกี่ยวกับพิษหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“อาจเกี่ยว”

นางวางถ้วยลงอย่างระมัดระวัง

“บางครั้งภาชนะที่ใช้ใส่ยาก็เป็นหลักฐานได้ หากคนวางยาต้องผสมสิ่งใดบางอย่างในนาทีสุดท้าย”

ซีฮันย้อนนึกถึงชีวิตเดิม ลิลลี่ ชุง เคยทำงานออกแบบอาคารและวัสดุ เธอรู้ดีว่าความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของพื้นผิวสามารถบอกสิ่งที่เคยเกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับถ้วยใบนี้ นางเงยหน้ามองตงเปียน

“คืนนี้เจ้าต้องออกจากตำหนัก”

ขันทีหนุ่มตกใจ “เหนียงเหนียงจะให้กระหม่อมไปที่ใด”

“ไปหาคนผู้หนึ่ง”

“ผู้ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “หมอหลวงที่ยังเหลือจิตสำนึก”

ตงเปียนรีบขยับเข้าใกล้ “แต่หมอหลวงส่วนใหญ่เป็นคนของตระกูลเข่อ”

“ข้ารู้”

ซีฮันยิ้มบาง “แต่ไม่มีอาคารใดสร้างจากเสาเพียงต้นเดียว”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 98

    ซีฮันโยนสมุดสองเล่มข้ามกองไฟ ตงเปียนรับไว้ได้ แต่เมื่อจะโยนม้วนสุดท้าย เพดานด้านข้างก็พังลงมาอีกส่วน นางต้องกระโดดหลบ เศษไม้ร่วงขวางทางจนมองไม่เห็นคนฝั่งตรงข้าม ควันดำหนาทึบทำให้หายใจลำบาก ซีฮันก้มต่ำ คลานไปยังผนังด้านเหนือ หวังหาช่องระบายอากาศตามที่ผู้ดูแลบอก แต่ไฟได้ลามถึงโครงไม้รอบห้องแล้ว เสียงตะโกนจากภายนอกดังขึ้นไกล ๆ นางจำพระสุรเสียงนั้นได้ทันที“ซีฮัน!”ฮ่องเต้มาถึงแล้ว นางพยายามตอบ แต่ควันทำให้ไอจนไม่มีเสียง ด้านนอก ฮ่องเต้เฉียนหลงเสด็จมาถึงพร้อมทหารรักษาพระองค์ เมื่อเห็นหอเอกสารถูกไฟกลืน พระพักตร์ก็เปลี่ยนทันที“ฮองเฮาอยู่ที่ใด”หัวหน้าองครักษ์คุกเข่าลง “ยังอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ ทางขึ้นถูกไฟตัดขาด”พระองค์คว้าผ้าชุบน้ำจากทหาร “เปิดทาง”หัวหน้าองครักษ์รีบขวาง “ฝ่าบาทเสด็จเข้าไปมิได้ อาคารกำลังจะถล่มพ่ะย่ะค่ะ”“นางยังอยู่ข้างใน!”ฮ่องเต้ผลักเขาออกและก้าวไปทางประตู แต่เสียงแตกสนั่นดังขึ้นจากชั้นบนเสียก่อน หลังคาด้านหนึ่งทรุดตัว ทหารทั้งหมดร้องเตือนและ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 97

    นางหันไปยังเจ้าหน้าที่ “มีบัญชีสำเนาหรือไม่”“น่าจะอยู่ชั้นสามพ่ะย่ะค่ะ เป็นทะเบียนกลางของเอกสารลับทั้งหมด”ซีฮันตัดสินใจขึ้นไปทันที ตงเปียนตามหลังอย่างกังวล“เหนียงเหนียง ฝ่าบาทมีรับสั่งว่าหากพบสิ่งผิดปกติให้เสด็จออกทันทีนะพ่ะย่ะค่ะ”“เราพบเอกสารหาย ไม่ใช่คนร้าย”“แต่นี่อาจเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้พระองค์พบ”ซีฮันหยุดชั่วครู่ คำเตือนนั้นมีเหตุผล ทว่าในเวลาเดียวกัน เสียงโลหะกระทบพื้นก็ดังมาจากชั้นล่าง ตามด้วยเสียงคนตะโกน“จับเขาไว้!”เสียงฝีเท้าวิ่งวุ่นวายขึ้นทันที หัวหน้าองครักษ์หันไปสั่ง“คุ้มครองฮองเฮา!”องครักษ์สองนายยืนปิดทางบันได ขณะที่อีกกลุ่มวิ่งลงไปด้านล่าง ซีฮันก้าวไปชะโงกมองผ่านราวไม้ เห็นชายในชุดคนส่งน้ำผลักทหารออกแล้ววิ่งไปทางประตูหลัง เขาถือไหดินเผาใบหนึ่งไว้ในมือก่อนจะถูกจับ ชายผู้นั้นขว้างไหเข้าใส่กองเอกสารข้างผนัง ไหแตกกระจาย ของเหลวที่มีกลิ่นฉุนไหลกระจายไปทั่วพื้น ตงเปียนร้องขึ้น“น้ำมัน!”

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 96

    ซีฮันกล่าวเสริม“ตรวจคนส่งน้ำ คนครัว และช่างซ่อมทั้งหมดด้วย คนของตระกูลเข่ออาจมิได้สวมชุดขุนนางหรือองครักษ์”ตงเปียนรับคำแล้วรีบออกไป ฮ่องเต้มองนางอยู่ครู่หนึ่ง“คืนนี้เจ้าไม่ต้องไปหอเอกสาร”ซีฮันเลิกคิ้ว“เหตุใดเพคะ”“เพราะอาจเป็นกับดัก”“ยิ่งเป็นกับดัก หม่อมฉันยิ่งควรเห็นด้วยตนเองว่าอีกฝ่ายต้องการทำลายสิ่งใด”“เราไม่ได้ขาดเจ้าหน้าที่”“แต่พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังค้นหาอะไร”ฮ่องเต้ขมวดพระขนง“แล้วเจ้ารู้หรือ”“ยังไม่รู้ทั้งหมดเพคะ แต่หม่อมฉันรู้เส้นทางของคดีนี้ตั้งแต่เสบียงหายไปจนถึงการวางยาร่างเดิม บางครั้งเอกสารที่ดูไม่เกี่ยวข้องอาจเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่สุด”พระองค์เงียบไปซีฮันจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงบอกว่าจะเริ่มมองหม่อมฉันให้ดีตั้งแต่วันนี้ เช่นนั้นก็ควรทรงเห็นว่าหม่อมฉันไม่ใช่สตรีที่จะยอมนั่งรออยู่ในตำหนัก ขณะที่หลักฐานกำลังตกอยู่ในอันตราย”ฮ่องเต้ถอนพระทั

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 95

    ฮ่องเต้ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาจึงกล่าวต่อ“ฝ่าบาททรงเชื่อว่าจับกระหม่อมแล้ว ทุกอย่างจะสิ้นสุดหรือพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหรี่ตาลง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”เข่อหยวนฉิงยิ้ม “บางเรื่องใหญ่เกินกว่าจะอยู่ในมือคนคนเดียว บางเอกสาร ต่อให้ค้นทั้งจวนก็ไม่มีวันพบ”หัวหน้าองครักษ์เข้าจับแขนเขา ชายชราไม่ขัดขืน เพียงหันมามองซีฮันเป็นครั้งสุดท้าย“เหนียงเหนียงทรงชนะในท้องพระโรงวันนี้ แต่หากเอกสารชิ้นนั้นถูกเปิดเผย ผู้ที่พังทลายอาจไม่ใช่ตระกูลเข่อเพียงฝ่ายเดียว”ซีฮันก้าวเข้ามา “เอกสารอะไร”เข่อหยวนฉิงหัวเราะโดยไม่ตอบ องครักษ์จึงลากตัวเขาออกจากท้องพระโรง ท่ามกลางสายตาของขุนนางทั้งราชสำนักเมื่อประตูใหญ่ปิดลง ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จับผู้เกี่ยวข้องตามรายชื่อทั้งหมด บางคนถูกควบคุมตัวในทันที บางคนถูกถอดตราประจำตำแหน่ง และบางคนถูกสั่งห้ามออกจากจวนจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด การประชุมใหญ่จบลงด้วยความโกลาหล แต่ซีฮันกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจ นางยืนมองเอกสารบนโต๊ะ ความคิดวนเวียนอยู่กับคำพูดสุดท้ายของเข่อหยวน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 94

    พระองค์พยักหน้าให้หัวหน้าองครักษ์ ชายผู้นั้นก้าวออกมาและถวายรายงาน“หน่วยลาดตระเวนพบค่ายจริงพ่ะย่ะค่ะ มีทหารประมาณสองพันสามร้อยนาย อาวุธครบมือ และมีเสบียงประทับตราคลังหลวงอยู่ภายใน”เสียงแตกตื่นดังขึ้นทั่วท้องพระโรง“ผู้บัญชาการค่ายคือใคร” ฮ่องเต้ถาม“ชายชื่อเข่ออวี้ เป็นญาติห่าง ๆ ของท่านเสนาบดีใหญ่ และเคยถูกแจ้งว่าเสียชีวิตในสงครามเมื่อห้าปีก่อนพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันหันไปมองเข่อหยวนฉิง“คนตายกลับมีชีวิตและคุมทหารสองพันคน เจ้ายังจะบอกว่าไม่รู้หรือ”เข่อหยวนฉิงกำแผ่นป้ายงาช้างแน่น“ตระกูลเข่อมีสมาชิกมากมาย กระหม่อมไม่อาจรับผิดชอบการกระทำของทุกคน”“แต่เงินที่ใช้เลี้ยงค่ายมาจากบัญชีของคนดูแลทรัพย์สินจวนเจ้า”“คนผู้นั้นอาจทรยศ”“ตราผ่านทางเป็นตราส่วนตัวของเจ้า”“อาจถูกปลอม”“คำสั่งขนเสบียงเขียนด้วยรหัสที่ใช้ในจวนเจ้า”“ผู้ใดในจวนก็รู้รหัสได้”เขายังคงปฏิเสธทุ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 93

    ฮ่องเต้ถาม “แล้วเหตุใดบัญชีทางการจึงระบุว่าของถึงครบ”เจ้าหน้าที่กรมคลังมองตราประทับบนเอกสาร“เพราะมีการใช้ตราของหน่วยทหารปลายทางประทับรับแทนพ่ะย่ะค่ะ”ตงเปียนนำตราปลอมหลายชิ้นออกจากหีบ วางลงบนถาดทอง เจ้าหน้าที่กรมพิธีการตรวจดูอย่างละเอียด“ตราเหล่านี้เลียนแบบตราทหารหลายกองได้เกือบสมบูรณ์ แม้รายละเอียดตรงขอบจะแตกต่างเล็กน้อย แต่หากไม่ตรวจเทียบกับตราจริงย่อมดูไม่ออกพ่ะย่ะค่ะ”ซีฮันกล่าว“ช่างผู้แกะตราสารภาพว่าได้รับคำสั่งผ่านรองเสนาบดีกรมพิธีการ”สายตาทุกคู่หันไปยังรองเสนาบดีผู้นั้น ชายวัยกลางคนหน้าซีดลง เขารีบคุกเข่า“กระหม่อมถูกใส่ร้ายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เคยสั่งให้ผู้ใดแกะตราทหาร”“นำพยานเข้ามา”สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ องครักษ์ก็นำชายชราคนหนึ่งเข้าท้องพระโรง เขาคือช่างแกะตราที่ถูกจับก่อนหลบหนี ชายชราคุกเข่าลง ตัวสั่นเทา“กระหม่อมถวายพระพรฝ่าบาท”ฮ่องเต้ตรัส “ผู้ใดสั่งเจ้าแกะตรา”ช่างแกะตราชี้ไปยังรอ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 12 คำบอกเล่าจากโหรหลวง

    “ข้ามิกลัวดอก คนในราชสำนักล้วนอยู่ใต้อาณัติของข้า ทุกคนรู้ดีว่าชะตาของฮองเฮานั้นอยู่ได้อีกมินาน ก็นางช่างอ่อนแอ มีวาสนาหากไร้ซึ่งอำนาจก็มิอาจทำอันใดได้ นางมิมีใครอยู่เคียงข้าง แม้พ่อของนางเป็นถึงแม่ทัพกองธงขอบเหลืองที่ฮ่องเต้ต้องทรงให้ความเกรงใจแต่ความอ่อนแอจะฝังนางทั้งเป็น และวันหนึ่งข้านี่ล่ะจะเห

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 11 ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    โหรหลวงโบกมือเรียกคนสนิทนำกระดองเต่าวางบนกระดานรองเข้ามาเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เห็นซึ่งก็ทำให้ทั้งเฉียนหลงและเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยสนใจอย่างมาก สักครู่โหรหลวงจึงเอ่ยขึ้น“โดยปกติแล้วหม่อมฉันใช้กระดูกวัวในการทำนายดวงบ้านเมือง แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความแปลกประหลาด จึงได้ใช้วิธีการทำนายอย่างโบราณที่

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 10 คำทำนาย

    ตงเปียนรีบห้ามฮองเฮาที่คว้ามืดเล่มเดิมขึ้นมาและดึงพระเกษาทำท่าจะตัดทิ้ง ลิลลี่หยุดชะงักและเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของขันทีหนุ่ม“ทำไมข้าตัดผมไม่ได้ นี่รู้หรือเปล่าว่าตอนอยู่ศตวรรษที่21 ข้าให้ช่างหั่นผมจนสั้นเลยนะ”“พระองค์จะทรงทำเช่นนั้นมิได้ การตัดพระเกษาออกนั่นหมายถึงการไว้ทุกข์เมื่อฮ่องเต้สวรรคต หาก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 9 ฟื้นความทรงจำ

    “หม่อมฉันดีใจที่พระองค์ยังทรงความจำดีอยู่ เรื่องนี้หลงลืมมิได้อย่างเด็ดขาดเลยนะเพคะ”“เรื่องแม่ยายกับลูกสะใภ้ ยุคสมัยไหนก็ไม่ต่างกันหรอกนะ...โอเค...ฉัน...เอ๊ย...ข้าจะไม่ขัดเจ้าละ”ตงเปียนเลิกคิ้ว “โอเค...คืออะไรหรือเพคะ”“แปลว่าตกลง...เจ้าจะเอาไปพูดก็ได้นะ”“เช่นนั้นหม่อมฉันก็จะขอเล่าต่อว่าพระองค์เ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status