ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด

ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด

last updateHuling Na-update : 2026-09-11
By:  อักษรามณีIn-update ngayon lang
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Rating. 1 Rebyu
60Mga Kabanata
959views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

แผนล้างบางเจ็ดสนมเอก ของสถาปนิกสาวจอมวางแผนในร่างฮองเฮาผู้เคยอ่อนแอ ...ร้ายมาร้ายกลับ ดีมาข้าก็ร้ายกลับ “พวกนางเคยรุมกันกลั่นแกล้งข้าเช่นนั้นรึ...ข้าจะฝังนางทีละคน!”

view more

Kabanata 1

บทที่ 1

 ฟื้นในร่างฮองเฮา

ความหนาวเย็นแทรกซึมเข้ากระดูกจนคล้ายมีเข็มนับพันเล่มค่อย ๆ ทิ่มแทงอยู่ใต้ผิวหนัง กลิ่นธูปเก่า กลิ่นยาเหม็นขม และกลิ่นอับชื้นของผ้าม่านหนาหนักลอยวนอยู่ในอากาศราวกับม่านหมอกที่กดทับลมหายใจ ลิลลี่ ชุง ได้ยินเสียงบางอย่างดังอยู่ไกล ๆ เป็นเสียงสะอื้นเบา ๆ สลับกับเสียงลมพัดลอดช่องหน้าต่างไม้เก่า ครู่หนึ่งนางคิดว่าตนคงยังนอนอยู่บนพื้นห้องทำงานหลังจากเสียงปืนนัดนั้นดังขึ้น ภาพสุดท้ายก่อนทุกอย่างมืดดับยังชัดเจนจนเจ็บปวด แจ๊คกี้ เฉิน ยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจ มือของเขายังถือปืนกระบอกนั้นไว้ ขณะที่เลือดอุ่น ๆ ไหลซึมจากอกของเธอ เขาพูดบางอย่าง แต่เสียงของเขาแตกพร่าและห่างไกลเกินกว่าจะฟังออก จากนั้นโลกทั้งใบก็กลายเป็นสีดำ

แต่ความตายไม่ควรหนาวเช่นนี้ ไม่ควรมีความเจ็บปวด ไม่ควรมีกลิ่นยาขมติดปลายลิ้นเช่นนี้ ลิลลี่พยายามขยับนิ้ว ทว่าร่างกายหนักอึ้งเหมือนถูกหินก้อนใหญ่ทับไว้ เปลือกตาของเธอสั่นไหวอยู่หลายครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสลัวจากโคมไฟน้ำมันทำให้เพดานเหนือศีรษะปรากฏขึ้นในสายตา เพดานนั้นไม่ใช่เพดานห้องพักสมัยใหม่ ไม่ใช่ฝ้าขาวเรียบที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นคานไม้แกะสลักลวดลายเมฆมงคลเก่าแก่ มีผ้าม่านสีหม่นห้อยลงมารอบเตียง กลิ่นอายโบราณชัดเจนเสียจนหัวใจของเธอกระตุกวูบ

“นี่ที่ไหน...” เสียงที่หลุดออกจากลำคอแหบแห้งเบาจนแทบไม่ใช่เสียงของเธอเอง

ทันใดนั้นเสียงสะอื้นก็หยุดลง ชายผู้หนึ่งในชุดขันทีสีเทาหม่นถลาเข้ามาข้างเตียง ใบหน้าซูบซีดเปื้อนคราบน้ำตา ดวงตาแดงก่ำราวกับร้องไห้มานานหลายชั่วยาม เขาคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฮองเฮาเหนียงเหนียง! สวรรค์เมตตาแล้วพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ฟื้นแล้ว พระองค์ฟื้นจริง ๆ!”

ลิลลี่นิ่งงัน คำว่าฮองเฮากระแทกเข้าหัวเหมือนเสียงระฆัง นางพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายเจ็บร้าวทุกส่วนจนต้องนิ่วหน้า ขันทีผู้นั้นรีบเข้ามาประคองอย่างระมัดระวัง ดวงตาเต็มไปด้วยความยินดีและหวาดกลัวปะปนกัน “เหนียงเหนียงอย่าเพิ่งขยับแรงพ่ะย่ะค่ะ ร่างกายของพระองค์ยังอ่อนแอมาก หมอหลวงบอกว่าชีพจรของพระองค์แทบไม่เหลือแล้ว กระหม่อมคิดว่า...คิดว่า...” เขาพูดต่อไม่ออก น้ำตาหยดลงบนหลังมือ

ลิลลี่ก้มมองมือตนเอง มือคู่นั้นเรียวยาว ขาวซีด และอ่อนแรง แต่ไม่ใช่มือของเธอ มือของลิลลี่มีรอยปากกาจากการร่างแบบ มีรอยกดจากเครื่องมือ มีเล็บสั้นสะอาดแบบคนทำงานตลอดเวลา แต่มือคู่นี้บอบบางเกินไป เล็บยาวแต่งทรงอย่างประณีต แม้ซีดไร้เลือดฝาดก็ยังงดงามเหมือนมือของสตรีสูงศักดิ์ นางยกมือขึ้นแตะใบหน้าตนเองอย่างช้า ๆ ปลายนิ้วสัมผัสผิวเย็นจัด แก้มตอบเล็กน้อย ริมฝีปากแห้งผาก เส้นผมยาวสลวยแผ่เต็มหมอน ไม่ใช่ผมสั้นประบ่าของเธอ

ความทรงจำแปลกประหลาดพลันทะลักเข้ามาเหมือนน้ำหลาก ภาพตำหนักสูงใหญ่ ภาพสตรีเจ็ดนางในอาภรณ์งดงาม ภาพเสียงหัวเราะเยาะ ภาพถ้วยยาที่ถูกยื่นมาตรงหน้า ภาพฮ่องเต้ผู้มีสายตาเย็นชา ภาพหญิงคนหนึ่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางหิมะพร้อมความเจ็บปวดที่ฝังแน่นในหัวใจ ชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นในความทรงจำอย่างชัดเจน ซีฮัน ฮองเฮาแห่งราชสำนักเฉียนหลง ธิดาจากตระกูลนักรบผู้ถูกส่งเข้าวังเพราะการเมือง เป็นสตรีที่มีตำแหน่งสูงสุดในวังหลัง แต่กลับอ่อนแอและโดดเดี่ยวเสียยิ่งกว่านางกำนัลต่ำต้อย

ลิลลี่หลับตาแน่น หายใจหอบอย่างเจ็บปวด ความทรงจำของร่างเดิมบีบรัดหัวใจราวกับไม่ใช่ภาพของคนอื่น แต่เป็นบาดแผลที่เคยเกิดกับตัวนางจริง ๆ ฮองเฮาซีฮันถูกนางสนมเอกทั้งเจ็ดกดดัน บ้างเยาะเย้ย บ้างแสร้งภักดี บ้างถวายยา บ้างส่งข่าวลือ บ้างวางแผนให้ฮ่องเต้รังเกียจ จนร่างกายและจิตใจทรุดโทรมลงทุกวัน ไม่มีใครเชื่อว่านางถูกทำร้าย ทุกคนเห็นเพียงฮองเฮาผู้อ่อนแอ อ่อนไหว และไร้ความสามารถ

“ข้าตายแล้วใช่หรือไม่” นางถามเสียงเบา

ขันทีตรงหน้าสะดุ้ง รีบก้มศีรษะจนหน้าผากแทบแตะพื้น “เหนียงเหนียงอย่าตรัสเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ พระองค์เพียงหมดสติไปนาน ชีพจรขาดหายจนหมอหลวงตกใจ แต่พระองค์ยังมีบุญบารมี สวรรค์จึงส่งพระองค์กลับมา”

ลิลลี่มองเขาอย่างพิจารณา ความทรงจำบอกนางว่าขันทีผู้นี้ชื่อ ตงเปียน เป็นคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามซีฮันตั้งแต่ยังอยู่จวนตระกูลซี เขาซื่อสัตย์ โง่เขลาในบางครั้ง แต่ภักดีชนิดยอมตายแทนนางได้ ในวังหลังที่เต็มไปด้วยคนสวมหน้ากาก ตงเปียนเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่เคยคิดทรยศร่างเดิม

“ตงเปียน” นางเอ่ยชื่อเขาอย่างช้า ๆ

ขันทีเงยหน้าขึ้นทันที แววตาเปล่งประกายด้วยความดีใจ “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยู่ตรงนี้ เหนียงเหนียงยังจำกระหม่อมได้ กระหม่อมดีใจเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ”

ซีฮันในร่างใหม่สูดลมหายใจลึก นางยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่สัญชาตญาณบอกชัดว่าสถานการณ์นี้อันตรายกว่าความตายเสียอีก เธอเคยเป็นสถาปนิก เคยวางแผนโครงสร้างอาคารสูง เคยอ่านแบบซับซ้อน เคยคำนวณน้ำหนักและช่องโหว่ในระบบใหญ่ ๆ โลกธุรกิจสอนให้เธอรู้ว่าความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจทำให้อาคารทั้งหลังถล่ม วังหลังแห่งนี้ก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่เสาค้ำยันที่นี่ไม่ใช่เหล็กหรือปูน แต่เป็นอำนาจ ความโปรดปราน ความริษยา และชีวิตคน

“เกิดอะไรขึ้นก่อนข้าหมดสติ” นางถาม

ตงเปียนเม้มปากคล้ายไม่กล้าพูด แต่เมื่อเห็นสายตาของนาง เขาก็รีบตอบ

 “หลายวันก่อนเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยพาสนมเอกทั้งหลายมาเยี่ยมพระองค์พ่ะย่ะค่ะ พวกนางกล่าวว่าห่วงใยสุขภาพของพระองค์ ยู่จินเชียงกุ้ยเฟยถวายโอสถทิพย์ บอกว่าเป็นยาบำรุงหายากจากหมอยาพเนจร เซียนรื่อหงกุ้ยเฟยก็ช่วยพูดสนับสนุน บอกว่าหากพระองค์ไม่รับไว้คงเป็นการไม่ไว้หน้าไมตรีของเหล่าสนม พระองค์ในตอนนั้น...พระองค์ทรงอ่อนแรงและไม่อยากมีเรื่อง จึงรับสั่งให้ต้มยา”

ตงเปียนพูดถึงตรงนี้แล้วน้ำเสียงสั่นด้วยความโกรธ

 “หลังดื่มได้ไม่นาน พระองค์ก็ทรงเจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก หมอหลวงกลับบอกว่าเป็นโรคเก่ากำเริบ พวกนางสนมต่างทำทีร้องไห้ แต่กระหม่อมเห็นกับตาว่าบางคนแอบยิ้มพ่ะย่ะค่ะ!”

ซีฮันเงียบไป ดวงตาค่อย ๆ เย็นลง ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย หมอยาผู้ชอบสะสมพิษจากสัตว์ร้าย นางจำชื่อนี้ได้จากความทรงจำที่กระจัดกระจาย สนมผู้นั้นงดงาม สุภาพ และมักพูดเรื่องยาอย่างถ่อมตัว แต่เบื้องหลังกลับเก็บพิษงู พิษแมงป่อง และพิษคางคกไว้ในตำหนักอย่างลับ ๆ หากโอสถทิพย์มาจากนาง ย่อมไม่มีทางเป็นเพียงยาบำรุงธรรมดา

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata

Rebyu

Nongnuch Julmana
Nongnuch Julmana
สนุกมากค่ะ เดินเรื่องเร็ว เนื้อเรื่องน่าติดตามทุกตอน
2026-09-13 09:09:20
0
0
60 Kabanata
บทที่ 1
ฟื้นในร่างฮองเฮาความหนาวเย็นแทรกซึมเข้ากระดูกจนคล้ายมีเข็มนับพันเล่มค่อย ๆ ทิ่มแทงอยู่ใต้ผิวหนัง กลิ่นธูปเก่า กลิ่นยาเหม็นขม และกลิ่นอับชื้นของผ้าม่านหนาหนักลอยวนอยู่ในอากาศราวกับม่านหมอกที่กดทับลมหายใจ ลิลลี่ ชุง ได้ยินเสียงบางอย่างดังอยู่ไกล ๆ เป็นเสียงสะอื้นเบา ๆ สลับกับเสียงลมพัดลอดช่องหน้าต่างไม้เก่า ครู่หนึ่งนางคิดว่าตนคงยังนอนอยู่บนพื้นห้องทำงานหลังจากเสียงปืนนัดนั้นดังขึ้น ภาพสุดท้ายก่อนทุกอย่างมืดดับยังชัดเจนจนเจ็บปวด แจ๊คกี้ เฉิน ยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจ มือของเขายังถือปืนกระบอกนั้นไว้ ขณะที่เลือดอุ่น ๆ ไหลซึมจากอกของเธอ เขาพูดบางอย่าง แต่เสียงของเขาแตกพร่าและห่างไกลเกินกว่าจะฟังออก จากนั้นโลกทั้งใบก็กลายเป็นสีดำแต่ความตายไม่ควรหนาวเช่นนี้ ไม่ควรมีความเจ็บปวด ไม่ควรมีกลิ่นยาขมติดปลายลิ้นเช่นนี้ ลิลลี่พยายามขยับนิ้ว ทว่าร่างกายหนักอึ้งเหมือนถูกหินก้อนใหญ่ทับไว้ เปลือกตาของเธอสั่นไหวอยู่หลายครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสลัวจากโคมไฟน้ำมันทำให้เพดานเหนือศีรษะปรากฏขึ้นในสายตา เพดานนั้นไม่ใช่เพดานห้องพักสมัยใหม่ ไม่ใช่ฝ้าขาวเรียบที่เธอคุ้นเคย แ
Magbasa pa
บทที่ 2
“ฮ่องเต้เล่า” ซีฮันถามต่อ “เขามาหรือไม่”ตงเปียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบาลง“ฝ่าบาทเสด็จมาเพียงชั่วยามหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ หมอหลวงทูลว่าพระอาการของพระองค์เกิดจากร่างกายอ่อนแอมานาน มิใช่เพราะถูกวางยา ฝ่าบาทจึงรับสั่งให้รักษาตามอาการ แล้ว...แล้วเสด็จกลับไป”คำตอบนั้นไม่ทำให้นางแปลกใจ แต่ความเจ็บลึกในอกกลับเป็นความรู้สึกของซีฮันคนเดิมที่ยังตกค้างอยู่ ฮ่องเต้เฉียนหลง ชายที่แต่งกับนางเพราะการเมือง ไม่เคยรัก ไม่เคยเข้าใจ และไม่เคยคิดว่านางมีค่าพอให้ปกป้อง ในความทรงจำของร่างเดิม นางเคยรอเขานับครั้งไม่ถ้วน รอเพียงสายตาอ่อนโยนหนึ่งครั้ง คำปลอบโยนหนึ่งคำ หรือแม้แต่ความยุติธรรมเล็กน้อย ทว่าสิ่งที่ได้กลับมีเพียงความเย็นชาลิลลี่ หรือซีฮันคนใหม่ กระตุกมุมปากอย่างเย็นเยียบ “ดี เช่นนั้นก็แปลว่าข้าไม่ต้องคาดหวังจากผู้ใด”ตงเปียนมองนางอย่างตกตะลึง ราวกับไม่เคยได้ยินฮองเฮาพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนี้มาก่อน “เหนียงเหนียง...”“เอากระจกมาให้ข้า”ตงเปียนรีบลุกไปหยิบกระจกทองเหลืองมาถวาย ซีฮันรับมาอย่างช้า ๆ ภาพในกระจกพร่าเล็กน้อย แต่ยังสะท้อนใบหน้าของสตรีผู้หนึ่ง ใบหน้างดงามสูงศักดิ์ คิ้วเรียวยาว ดวงตาหงส์อ่อนล้าแ
Magbasa pa
บทที่ 3
นางสวมอาภรณ์ไหมสีแดงเข้ม ปักหงส์ทองงดงาม เครื่องประดับบนศีรษะหรูหราเสียจนดูเด่นกว่าฮองเฮาเสียอีก ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างผู้ชนะตั้งแต่ยังไม่เริ่มสงครามเข่อชิงเดินเข้ามาโดยไม่แม้แต่จะถวายความเคารพเต็มพิธี เพียงย่อตัวเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ พระวรกายของพระองค์ยังทรุดโทรมเช่นเดิมหรือเพคะ”ซีฮันในอดีตยิ้มอ่อน“ข้าดีขึ้นแล้ว”เข่อชิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนมองหน้าสนมคนอื่น“ดีขึ้นหรือเพคะ ข้ากลับได้ยินว่าหมอหลวงต้องเข้าออกตำหนักทุกวัน หากเป็นเช่นนี้ เกรงว่าพระองค์จะดูแลวังหลังไม่ไหว”เหล่าสนมหัวเราะคิกคักซีฮันคนเก่าก้มหน้าลง ไม่ตอบโต้แม้แต่คำเดียวภาพนั้นทำให้ซีฮันคนใหม่กำหมัดแน่นนางรู้ดีว่าคนแบบเข่อชิงกำลังใช้วิธีลดทอนอำนาจผู้นำต่อหน้าคนหมู่มาก ยิ่งฮองเฮาเงียบ คนอื่นก็ยิ่งเชื่อว่านางอ่อนแอภาพเปลี่ยนไปอีกครั้งคราวนี้เป็นงานเลี้ยงดอกโบตั๋นในตำหนักหลวงเซียนรื่อหงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ข้างฮองเฮา ใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน รินชาให้ด้วยตนเอง“เหนียงเหนียง ทรงเสวยให้น้อยเกินไปนะเพคะ หากพระวรกายไม่แข็งแรง พวกหม่อมฉันจะเป็นห่วง”ซีฮันในอดีตยิ้มซาบซึ้ง“เจ้าช่างมีน้ำใจ”เซียนรื่อห
Magbasa pa
บทที่ 4
แทนที่จะเขียนอักษรหรือวาดภาพ ฮองเฮากลับลากเส้นเชื่อมต่อกันเป็นโครงสร้างประหลาด คล้ายผังของอาคารหลังหนึ่ง ซีฮันหยุดพู่กันแล้วเงยหน้ามองขันทีคนสนิท"ตงเปียน""พ่ะย่ะค่ะ เหนียงเหนียง""เจ้าบอกว่ารับใช้ข้ามาตั้งแต่ยังอยู่จวนตระกูลซี""พ่ะย่ะค่ะ""เช่นนั้นเจ้าคงรู้เรื่องในวังหลังดีกว่าข้าในตอนนี้"ตงเปียนรีบก้มศีรษะ "กระหม่อมยินดีถวายชีวิตเพื่อรับใช้พระองค์"ซีฮันยิ้มบาง"ข้าไม่ได้ต้องการชีวิตของเจ้า"นางวางพู่กันลงเบา ๆ "ข้าต้องการข้อมูล"ตงเปียนชะงัก ก่อนจะเข้าใจความหมายทันที ซีฮันผลักกระดาษเปล่ามาตรงหน้าเขา"เล่าให้ข้าฟังทุกอย่างเกี่ยวกับสนมทั้งเจ็ด อย่าปิดบังแม้แต่เรื่องเดียว"ตงเปียนสูดหายใจลึก ก่อนเริ่มต้นรายงานอย่างละเอียด"คนแรก...เข่อชิงหวงกุ้ยเฟย"เพียงได้ยินชื่อนั้น ดวงตาของซีฮันก็หรี่ลงเล็กน้อย"พระนางเป็นธิดาของเสนาบดีใหญ่เข่อเจิ้งเหอ ตระกูลเข่อมีอำนาจสูงสุดในหมู่ขุนนางฝ่ายบุ๋น ขุนนางจำนวนมากเป็นคนของตระกูลนี้ แม้แต่หมอหลวงหลายคนก็เกรงใจ"ซีฮันพยักหน้า ก่อนลากวงกลมวงใหญ่ที่สุดลงบนกระดาษ"อำนาจของนางไม่ได้มาจากตัวเอง แต่มาจากตระกูล"ตงเปียนรีบตอบ "ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ นอกจากนี้พระนา
Magbasa pa
บทที่ 5
ฮองเฮาที่เปลี่ยนไปเช้าวันถวายพระพรประจำเดือนของวังหลังมาถึงเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้ ตำหนักกลางซึ่งใช้รับการเข้าเฝ้าของเหล่าสนมถูกตกแต่งด้วยม่านไหมสีทองอ่อน กระถางธูปสำริดตั้งอยู่สองข้างทางเดิน กลิ่นไม้หอมลอยจางอยู่ในอากาศนางกำนัลและขันทีต่างเดินก้มหน้าอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ดีว่าวันนี้ไม่ใช่เพียงพิธีตามธรรมเนียม แต่เป็นวันที่วังหลังทั้งวังจับตาว่าฮองเฮาซีฮันจะยังมีแรงลุกขึ้นมารับการถวายพระพรหรือไม่ หลายวันก่อนข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่าองค์ฮองเฮาประชวรหนักจนชีพจรแทบขาด บางคนกระซิบว่านางอาจไม่พ้นคืนนี้ บางคนถึงขั้นคาดเดาว่าตำแหน่งมารดาแห่งแผ่นดินคงว่างลงในไม่ช้า และผู้ที่มีสิทธิ์ก้าวขึ้นแทนมากที่สุดย่อมเป็นเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยเหล่าสนมมาถึงตำหนักกลางก่อนเวลา ทุกนางแต่งกายงดงามราวกับตั้งใจให้ความงามของตนกลบเงาฮองเฮาที่กำลังโรยรา เข่อชิงหวงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ตำแหน่งสูงสุดรองจากบัลลังก์ฮองเฮา อาภรณ์สีแดงเข้มปักลายดอกโบตั๋นทองทำให้นางดูสง่าและทรงอำนาจยามยกถ้วยชาขึ้นจิบ ท่วงท่าทุกอย่างล้วนเหมือนเจ้าของวังหลังตัวจริง เซียนรื่อหงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ด้านข้าง ใบหน้ายิ้มอ่อนหวานเหมือนดอกสาลี่ต้องฝน ส่วนยู่จ
Magbasa pa
บทที่ 6
ยู่จินเชียงค่อย ๆ ลุกขึ้น ยิ้มสุภาพ“หม่อมฉันเห็นพระวรกายของฮองเฮาดีขึ้นมากก็ยินดีนัก โอสถที่หม่อมฉันถวายคงช่วยบำรุงได้บ้างกระมังเพคะ”ในตำหนักเงียบลงอีกครั้ง ตงเปียนที่ยืนอยู่ด้านหลังซีฮันกำมือแน่น เขาแทบอยากถลาออกไปชี้หน้าสตรีผู้นี้ว่าคือคนวางยา แต่ซีฮันเพียงยิ้มบางแล้วมองยู่จินเชียงด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก“โอสถของเจ้าน่าจดจำจริง ๆ” นางกล่าวช้า ๆ “ข้าจะจำไว้ไม่มีวันลืม”ยู่จินเชียงรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง แต่ยังรักษาสีหน้าไว้ได้ “หากฮองเฮาทรงต้องการ หม่อมฉันจะถวายเพิ่มอีก”“ไม่จำเป็น” ซีฮันตอบ “ของดีเช่นนั้น ข้าควรเก็บไว้ตรวจดูให้ละเอียดก่อนใช้ครั้งต่อไป”คำว่า ตรวจดู ทำให้ดวงตาของยู่จินเชียงไหววูบ แต่เพียงพริบตานางก็กลับมายิ้มเช่นเดิม “ฮองเฮารอบคอบนักเพคะ”“หากไม่รอบคอบ ข้าคงไม่ได้มานั่งตรงนี้”ประโยคนั้นทำให้หลายคนใจหายวาบ เข่อชิงหรี่ตาเพียงเล็กน้อย นางเริ่มมั่นใจว่าฮองเฮาซีฮันตรงหน้ามีบางอย่างเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพียงร่างกายฟื้นตัว แต่เป็นดวงตา น้ำเสียง และวิธีตอบโต้ ทุกอย่างต่างจากสตรีที่เคยก้มหน้ากลืนคำดูถูกโดยไม่กล้าสู้พิธีถวายพระพรเริ่มขึ้นอย่างตึงเครียด เหล่าสนมคุกเข่าพร้อมกัน เอ่
Magbasa pa
บทที่ 7
ซีฮันหยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นหมุนช้า ๆ“เพียงแต่ของบำรุงบางอย่าง...กลับทำให้ข้าเกือบไม่ได้ลืมตาขึ้นมาอีก”ทั่วห้องตกอยู่ในความเงียบ ตงเปียนก้มหน้าปิดรอยยิ้มของตน เข่อชิงยังยิ้มอยู่ แต่ปลายนิ้วกำชายแขนเสื้อแน่น“ฮองเฮาตรัสสิ่งใดเพคะ หม่อมฉันฟังไม่เข้าใจ”ซีฮันวางถ้วยชาลงเบา ๆ “ไม่เข้าใจก็ดี” นางยิ้มอ่อน “บางครั้ง คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยย่อมปลอดภัยกว่าคนที่รู้ทุกอย่าง”เข่อชิงจ้องหน้าซีฮัน ทั้งสองต่างยิ้มให้กันแต่ไม่มีแม้แต่น้อยของความจริงใจเหมือนคนสองคนกำลังใช้รอยยิ้มแทนดาบ เข่อชิงหัวเราะเบา ๆ“ดูเหมือนหลังจากประชวรครั้งนี้ ฮองเฮาจะมีพระอารมณ์ขันมากขึ้น”“คนที่เฉียดความตายมาย่อมเปลี่ยนไป”ซีฮันตอบเรียบ ๆ “เมื่อก่อนข้าเชื่อคนง่าย” นางหยุดครู่หนึ่ง “แต่ตอนนี้ ข้าคิดว่าการเชื่อคนมากเกินไปอาจเป็นโรคอย่างหนึ่ง”เซียนรื่อหงที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมโถวฝ่าเฟยและซินจางเฟยได้ยินประโยคนั้นพอดี นางหัวเราะกลบเกลื่อน“ฮองเฮาตรัสได้คมคายยิ่งนักเพคะ”ซีฮันหันไปมอง “เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ”“เพคะ”“เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็อย่าเชื่อใจผู้ใดง่ายนัก”เซียนรื่อหงยิ้มค้าง ไม่รู้ว่าคำพูดนี้หมายถึงอะไรแต่กลับรู้สึกเหมือนกำลั
Magbasa pa
บทที่ 8
ตงเปียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนึกขึ้นได้ “เหนียงเหนียงหมายถึง...หมอหลวงซ่งเหวิน”ซีฮันพยักหน้า ความทรงจำของร่างเดิมทำให้นางจำได้ว่า ซ่งเหวินเคยเป็นหมอประจำกองทัพของตระกูลซี ก่อนถูกย้ายเข้าวังหลวงเมื่อหลายปีก่อน แม้ไม่ได้ใกล้ชิดฮองเฮา แต่ก็ไม่เคยแสดงตัวเข้าข้างฝ่ายใด“เขายังซื่อสัตย์หรือไม่”ตงเปียนตอบทันที “ซ่งหมอหลวงไม่ชอบประจบผู้ใด จึงถูกลดความสำคัญมาหลายปี”“เช่นนั้นก็ดี”ซีฮันห่อถ้วยยาอีกครั้ง “คนที่ไม่มีใครเห็นค่า ย่อมไม่มีใครระวัง”นางยื่นห่อผ้าให้ตงเปียน“คืนนี้หลังยามสาม เจ้าจงปลอมตัวเป็นขันทีส่งของ แล้วนำถ้วยนี้ไปให้เขาตรวจ อย่าให้ผู้ใดเห็น”“พ่ะย่ะค่ะ”“จำไว้” ซีฮันจ้องตาเขา “หากมีคนสะกดรอยตาม ให้ทิ้งถ้วยทันที”ตงเปียนตกใจ “แต่หลักฐาน...”“หลักฐานหายไปยังหาใหม่ได้”ซีฮันตอบหนักแน่น “แต่คนของข้า ห้ามตาย”ตงเปียนก้มศีรษะทันที “กระหม่อมจะกลับมาพร้อมความจริงพ่ะย่ะค่ะ”คืนนั้นพระราชวังเงียบสงัด ตงเปียนเปลี่ยนเป็นชุดขันทีชั้นผู้น้อย ใช้หมวกใบใหญ่ปิดบังใบหน้า แล้วเดินออกจากตำหนักฮองเฮาผ่านทางเดินด้านหลังระหว่างทาง เขาเปลี่ยนเส้นทางถึงสามครั้ง เดินอ้อมโรงครัว ผ่านสวนหิน ก่อนเลี้ยว
Magbasa pa
บทที่ 9
ขันทีหนุ่มมองถ้วยทั้งสองอย่างไม่เข้าใจ “ละครหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่ ละครที่มีผู้ชมเป็นหมอยาพิษ”ซีฮันกระซิบแผนการให้ตงเปียนฟังอย่างละเอียด ทุกคำสั่งถูกกำหนดอย่างแม่นยำราวกับกำลังอธิบายแบบแปลนอาคาร ตั้งแต่ตำแหน่งการยืนของขันที การวางถ้วยชา ไปจนถึงจังหวะที่ต้องเปลี่ยนถ้วย ทุกอย่างต้องตรงเวลาแม้เพียงเสี้ยวอึดใจ ตงเปียนยิ่งฟังก็ยิ่งตื่นตะลึง ฮองเฮาคนใหม่ไม่ได้ต่อสู้ด้วยอารมณ์ แต่ต่อสู้ด้วยการวางหมากทีละก้าว“จำได้หรือไม่”“จำได้ทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ”“ดี เพราะวันนี้ หากผิดเพียงนิดเดียว คนที่ดื่มพิษอาจเป็นข้าจริง ๆ”ไม่นานหลังจากนั้น ตงเปียนก็ออกไปส่งสารเชิญยู่จินเชียงกุ้ยเฟยมายังตำหนักฮองเฮา โดยแจ้งว่าฮองเฮาประชวรไม่หาย อยากให้กุ้ยเฟยผู้เชี่ยวชาญด้านโอสถมาปรุงยาด้วยตนเอง ข่าวนี้แพร่ไปถึงตำหนักของยู่จินเชียงอย่างรวดเร็วภายในตำหนักหมอยา ยู่จินเชียงกำลังจัดเรียงขวดสมุนไพรอยู่บนชั้นไม้ เมื่อได้ฟังคำเชิญ นางยกยิ้มมุมปาก “ฮองเฮายังไว้ใจข้าอยู่หรือ”นางกำนัลคนสนิทรีบกล่าว “บางทีพระนางอาจไม่สงสัยเพคะ”“ไม่...” ยู่จินเชียงส่ายหน้าเบา ๆ “หลังพิธีถวายพระพร ข้ารู้สึกว่านางเปลี่ยนไป แต่ต่อให้นางสงสัย ก็ไม่มีหล
Magbasa pa
บทที่ 10
ซีฮันลุกจากที่ประทับ เดินเข้ามาช้า ๆ ทุกย่างก้าวสงบนิ่งจนบรรยากาศยิ่งกดดัน นางทอดสายตามองเสี่ยวอิงเพียงครู่เดียว ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “กุ้ยเฟย เจ้าบอกว่าโอสถไม่มีพิษ แล้วเหตุใดคนของเจ้าจึงมีอาการเช่นนี้”“หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”“เจ้าปรุงยาด้วยมือของเจ้าเอง”“เพคะ”“เจ้าบอกว่ายานี้บำรุงร่างกาย”“เพคะ”ซีฮันพยักหน้าเบา ๆ “เช่นนั้นยิ่งแปลก”ยู่จินเชียงเม้มริมฝีปากแน่น นางตรวจชีพจรเสี่ยวอิงอีกครั้ง ก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อย เมื่อพบว่าหญิงสาวเพียงหมดสติ มิได้เสียชีวิต ทว่าความหวาดหวั่นในใจกลับเพิ่มขึ้นหลายเท่า เพราะนางมั่นใจว่าโอสถที่ปรุงวันนี้ไม่มีพิษแม้แต่น้อย แล้วเหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นไม่นานหมอหลวงก็รีบเดินทางมาถึง เมื่อเขาตรวจอาการของเสี่ยวอิงแล้วจึงกราบทูลว่า “กราบทูลฮองเฮา นางกำนัลผู้นี้ได้รับสารพิษอ่อนบางชนิด แต่ปริมาณไม่มาก จึงเพียงหมดสติ หากรักษาทันจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต”“พิษ?” ซีฮันเลิกคิ้ว “แปลว่ามีพิษจริง”หมอหลวงรีบก้มหน้า “พ่ะย่ะค่ะ”ยู่จินเชียงเงยหน้าขึ้นทันที “เป็นไปไม่ได้ ข้าตรวจสมุนไพรทุกชนิดด้วยตนเอง”ซีฮันหันไปมองนาง “ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเ
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status