Beranda / รักโบราณ / ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด / บทที่ 5 ฉันไม่ใช่...คนเดิม

Share

บทที่ 5 ฉันไม่ใช่...คนเดิม

last update Tanggal publikasi: 2025-04-07 10:50:35

เสียงนั้นลั่นเสียดทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเฉียนหลงขณะหมอหลวงรีบเข้าไปนั่งคุกเข่าแทบพระบาท ฮ่องเต้ทรงถามขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมองหน้าเพราะมัวแต่จ้องภาพเบื้องหลังฮองเฮาที่กรีดร้องลั่นอยู่กับสระน้ำไม่ต่างอะไรจากคราแรกก่อนนางสิ้นชีพจร

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...นางเป็นอะไร...ข้าถามว่าฮองเฮาเป็นอะไร!”

“หม่อมฉันก็มิอาจทราบได้เลยพะย่ะค่ะ...ตะ...แต่ว่า...”

“แต่ว่าอะไร”

“ขอพระราชทานอภัย...นอกเหนือจากความอัศจรรย์ที่ฮองเฮาทรงฟื้นคืนพระชนม์ชีพขึ้นมาได้...ก็เห็นจะมีอีกอย่างนั่นคือ...ลางร้ายของราชสำนัก”

“หรือว่านางจะถูกปิศาจเข้าสิงเพคะ” เข่อชิงหวงกุ้ยเฟยรีบเข้ามาสำทับและทำให้เฉียนหลงต้องทรงคิดหนัก ขณะนั้นฮองเฮาหยุดส่งเสียงกรีดร้องและหันขวับกลับมาทำให้ทุกคนในที่นั้นผงะ โดยเฉพาะฮ่องเต้ที่จ้องมองนางด้วยความสับสนจนพระองค์เองก็คุมพระสติแทบไม่อยู่เช่นกัน แต่แล้วซีฮันฮองเฮาก็ส่งเสียงกรีดร้องลั่นขึ้นอีกครั้งก่อนทรุดฮวบลงและผู้ปรี่เข้าไปรับร่างนั้นไว้คือตงเปียนขันทีผู้ซื่อสัตย์

“ฮองเฮา...ฮองเฮาพะย่ะค่ะ...ฮ่องเต้...ฮองเฮาทรงหมดสติ แต่ยังมีลมหายพระทัยอยู่พะย่ะค่ะ”

“นำนางกลับเข้าไปในตำหนัก!” ฮ่องเต้รับสั่งด้วยพระสุรเสียงที่ก็ไม่มั่นคงนัก “ตงเปียน...ข้าขอมอบหมายให้เจ้าเป็นผู้ดูแลฮองเฮาจนกว่านางจะฟื้น เมื่อนางฟื้นจงให้คนไปรายงานข้า คอยดูแลอย่าให้นางคลาดสายตา ข้าจะให้ทหารกับองครักษ์มาคุ้มกันรอบตำหนักนี้ ห้ามผู้ใดเข้าออกหากมิได้รับอนุญาต!”

รับสั่งแล้วก็เสด็จกลับ ปล่อยให้เหล่าทหารและนางกำนัลช่วยกันพาร่างไร้สติของฮองเฮากลับเข้าไปในตำหนัก ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นเข่อชิงหันไปทางพระสนมเอกทั้งหกนางและโบกมือส่งสัญญาณให้พวกนางรีบกลับกันไปก่อน ส่วนนางเดินออกมายังเกี้ยวที่รออยู่ด้านนอกตำหนัก ขณะนั้นหมอหลวงก็รีบตามออกมาติดๆ และกล่าวกับนางว่า

“สงสัยคราวนี้ฮองเฮาจะมีพระอาการหนักกว่าเดิม บางทีพระนางอาจวิปลาสไปจริง ๆ ก็เป็นได้”

“ท่านคิดเช่นนั้นรึ” เข่อชิงหันกลับมาและส่งสายตาเป็นประกายคมวับไปยังตำหนักหลวงของพระอัครมเหสีซึ่งตอนนี้อยู่ในพระอาการที่น่าหวั่นวิตก นางหยัดปากเป็นรอยยิ้มเหยียด

“นึกว่าคืนนี้จะได้รับข่าวดีแต่ก็พลาดเสียได้ นางฟื้นขึ้นมาทั้งที่ทุกคนก็เห็นว่านางตายไปแล้ว เช่นนี้ข้ารู้สึกผิดหวัง”

บทที่ 4

ฟื้นจากความตาย

“อย่ากังวลไปเลยหวงกุ้ยเฟย ถึงเช่นไรพระองค์ก็อยู่ในฐานะของพระอัครมเหสีรองที่รอคอยแทนที่สตรีผู้มีพระราชอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน แต่ข้าขอรับรองว่าหลังจากนี้แผนการณ์ต้องสำเร็จ ครั้งนี้ข้ายอมรับว่าอยู่เหนือการควบคุมจริงๆ”

“แต่ข้าก็ปรารถนาได้ยินข่าวดี นี่เหมือนกับว่าเราต้องเริ่มต้นกันใหม่”

“เราไปเกินครึ่งทางแล้วต่างหาก หวงกุ้ยเฟย...นางเป็นถึงขนาดนี้เชื่อแน่ว่าฮ่องเต้คงมิทรงต้องการอยู่กับมเหสีที่เสียสติเป็นแน่”

           เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วยามที่ตงเปียนยังเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องบรรทมของพระอัครมเหสี บรรยากาศตำหนักหลวงด้านในนั้นยังอึมครึมและเงียบอย่าน่าใจหาย หลังฮ่องเต้เสด็จกลับก็มีทหารหลายสิบนายมาคอยคุ้มกันดูแลรอบ ๆ ตำหนัก ยิ่งทำให้ทั้งขันทีคนสนิทและนางสนมอึดอัดกับบรรยากาศอันบีบคั้นซึ่งก่อนหน้านี้ก็เป็นเช่นนี้มานานนับเดือน นั่นเพราะอาการพระประชวรของฮองเฮาที่นับวันก็ยิ่งหนักหนา มีเสียงลือไปทั่วว่าที่นางประชวรหนักเพราะความเครียดและถูกจับตาจากเหล่านางต้องห้ามที่พยายามดันตัวเองให้อยู่ในสายพระเนตรของฮ่องเต้ กระทั่งคราวนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายเพราะแม้แต่นางกำนัลที่มาถวายการรับใช้ก็ยังหวั่นกลัวจนไม่มีใครกล้าเข้าไปในห้องบรรทม ตงเปียนเห็นแล้วขัดใจจนต้องตวาดเหล่านางรับใช้ที่นั่งกระจุกตัวกันสองสามคนตรงมุมห้อง

“นี่...พวกเจ้าเป็นอะไรกันฮึ..เหตุใดจึงไปนั่งกองกันอยู่อย่างนั้น ทำอย่างกับว่าในตำหนักนี้มีปิศาจร้ายเช่นนั้นล่ะ”

“ก็มันน่ากลัวไหมเล่าท่านขันที” นางกำนัลนางหนึ่งเอ่ยขึ้น “เมื่อตอนหัวค่ำที่ฮองเฮาทรงประชวรหนักมีสายฟ้าฟาดลงมาที่ตำหนัก หนำซ้ำยังมีคนเห็นงูเผือกใหญ่อยู่ในนี้ ท่านมิกลัวบ้างรึ”

“ข้ามิขี้ขลาดตาขาวเช่นพวกเจ้า! ก็เห็นอยู่ว่ามิมีอันใดเกิดขึ้นเลย แค่ฮองเฮาทรงประชวรและบัดนี้ก็ฟื้นคืนกลับมาแล้ว”

“จะเป็นดั่งเดิมหรือไม่ก็มิรู้เลย”

“ระวังปากของเจ้าหน่อย กล่าวเช่นนี้ข้าถือว่าเป็นการสาปแช่งองค์ฮองเฮา หากพระองค์ทรงกลับมาเป็นดั่งเดิมพวกเจ้าจะไม่มีเงาหัว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 26 แผนการใหม่ใต้เงาความระแวง

    ความผิดพลาดของแม่มดโอสถท่ามกลางความวุ่นวาย ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย นั่งนิ่งสนิท ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกระดาษ มือที่เคยนิ่งมั่นคงในการปรุงยาพิษบัดนี้สั่นเทาจนต้องซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อกว้าง นางยังคงตกใจกับคำพูดของฮองเฮาที่เอ่ยถึง 'ดอกโถวเข่า' และสัดส่วนทางเคมีที่นางมั่นใจว่าคนในยุคนี้ไม่มีทางเข้าใจ"ยู่จินเชียง!" เสียงตวาดกร้าวของ เข่อชิงหวงกุ้ยเฟย ดังขึ้น ทำเอาทุกคนในห้องสะดุ้ง "เจ้าบอกข้าว่าอย่างไร? เจ้าบอกว่ายาพิษ 'โอสถลืมเลือน' ของเจ้าจะทำให้นางกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนหรือไม่ก็หลับเป็นผักปลาไปตลอดกาลไม่ใช่รึ! แล้วที่ข้าเห็นเมื่อครู่นี้คืออะไร? นางไม่ได้แค่ฟื้น แต่นางกลับมาพร้อมเขี้ยวเล็บที่คมกว่าเดิมร้อยเท่า!"ยู่จินเชียงเงยหน้าขึ้นพยายามเค้นเสียงตอบ "หม่อมฉัน... หม่อมฉันมั่นใจในสูตรยาเพคะพี่หญิง ยานั่นมีฤทธิ์ทำลายประสาทส่วนกลาง หม่อมฉันทดสอบกับนักโทษในคุกหลวงมานักต่อนัก ทุกคนล้วนกลายเป็นคนปัญญาอ่อนภายในสามวัน แต่ฮองเฮา... นางกลับดูฉลาดขึ้น รวดเร็วขึ้น ราวกับเป็นคนละคน""ฉลาดขึ้นรึ? หึ!" เข่อชิงแค่นยิ้มหยัน นางลุกขึ้นเดินวนรอบยู่จินเชียงด้วยท่าทางคุกคาม "หรือจริงๆ แล้วเจ้ามันไร้ความสามารถ?

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 25 เพลิงริษยาของเหล่านกในกรงทอง

    จากนั้นลิลลี่หันไปมอง เซียวจื่อเฟย สนมสายมูที่มักจะพกยันต์และน้ำมันพราย "เซียวจื่อเฟย เจ้าไม่ต้องแอบบีบลูกประคำในแขนเสื้อหรอก มนต์ดำของเจ้ามันสู้ 'กฎฟิสิกส์' ไม่ได้หรอกนะ วันก่อนที่เจ้าบอกว่าเห็นเงาผีในตำหนักข้า... จริงๆ มันก็แค่การสะท้อนแสงของกระจกที่ข้าตั้งใจวางไว้เพื่อดักจับ 'หนอน' ที่ชอบแอบเข้ามาตอนกลางคืนเท่านั้นเอง"ลิลลี่วางกระดาษแผนผังลงบนโต๊ะกลาง "พวกเจ้าทุกคนรู้ไหมว่าสถาปนิกคืออะไร? มันคือคนที่มองเห็น จุดอ่อนของทุกอาคาร วังหลังแห่งนี้เปรียบเหมือนกล่องไม้ขนาดใหญ่ พวกเจ้าคือมดที่พยายามจะกัดกินเนื้อไม้จากข้างใน"นางลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินวนรอบโต๊ะน้ำชา "เข่อชิง เจ้ากุมอำนาจบริหาร... แต่เจ้าลืมไปว่าข้าคือกุญแจดอกเดียวที่เปิดประตูห้องลับของฮ่องเต้ได้ ยู่จินเชียง เจ้ามีพิษแต่ข้ามีโครงสร้างทางเคมีที่สลายพิษเจ้าได้ จินเช่อเฟย เจ้ามีกำลัง แต่ข้ามีกลไกกับดักที่เจ้าจินตนาการไม่ถึง"ลิลลี่หยุดเดินตรงหน้า โถวฝ่าเฟย สนมที่ชอบส่งเสื้อผ้าปักมาให้ "และเจ้า... โถวฝ่าเฟย เสื้อคลุมดอกเหมยที่เจ้ากำลังจะปักเสร็จ ข้าแนะนำให้เจ้าเปลี่ยนด้ายสีทองเป็นด้ายไหมธรรมดานะ เพราะทองมันนำไฟฟ้าได้ดี และข้าเพิ่งสั่

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 24 สงครามประสาท เมื่อฮองเฮากลับมาคุมเกมร้าย

    หมากรุกในสวนบุปผา และการชำแหละธาตุแท้เมื่อฮ่องเต้เสด็จกลับไป ลิลลี่ถอนหายใจยาวพลางทิ้งตัวลงนั่ง ตงเปียนรีบวิ่งเข้ามาปรนนิบัติถวายน้ำชา"ฮองเฮา! เมื่อครู่นี้กระหม่อมหัวใจจะวายพ่ะย่ะค่ะ ทรงกล้าล้อเล่นเรื่องเปลี่ยนเจ้าของบ้านต่อหน้าฝ่าบาท!"ลิลลี่จิบชาพลางยิ้มเย็น "ตงเปียน... ผู้ชายประเภทนี้ชอบความท้าทาย ถ้าข้าทำตัวเป็นของตายเหมือนเดิม เขาก็จะทิ้งฉันไว้ในซอกตึกเหมือนเดิม แต่ถ้าข้าทำให้พระองค์เห็นว่าข้าคือ มันสมอง ที่พระองค์ขาดไม่ได้ และจะเดินเข้ามาหาข้าเองโดยที่ข้าไม่ต้องร้องขอ"นางมองไปยังแผนผังที่วางอยู่บนโต๊ะ แววตาคมกริบ "วันนี้แค่ซ่อมห้อง... พรุ่งนี้เราจะเริ่มซ่อม 'คน' เตรียมตัวไว้เถอะตงเปียน เพราะงานรื้อถอนของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว"ลิลลี่ ชุง ในร่างฮองเฮาซีฮันเริ่มสัมผัสได้ว่าอำนาจในมือของเธอกำลังก่อตัวขึ้น และเธอก็พร้อมที่จะใช้ พิมพ์เขียว ใบนี้ เพื่อสยบทุกคนที่เคยดูถูกเธอไว้แทบเท้าแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงบนอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกโบตั๋นเบ่งบาน แต่บรรยากาศกลับเย็นเยียบอย่างประหลาด เมื่อ ลิลลี่ ชุง ในร่างฮองเฮาซีฮัน สั่งให้จัดโต๊ะเสวยน้ำชาที่กลางสวน และเรียกสนมเอกทั้งเจ็ดมาเข้าเ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 23 การหว่านล้อมและไม้ตาย

    "จะเรียกแบบนั้นก็ได้เพคะ แต่มันคือศาสตร์แห่ง 'Space Management' หรือการจัดการพื้นที่" ลิลลี่ผุดลุกขึ้นแล้วเดินสำรวจรอบห้อง "ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรดูสิเพคะ ห้องนี้เดิมทีเพดานสูงแต่กลับวางตู้ไม้แกะสลักทึบตันไว้ที่มุมอับ แสงอาทิตย์ยามบ่ายถูกบังหมด ทำให้เกิดความชื้นและเชื้อโรค มิน่าล่ะ ซีฮันคนก่อนถึงได้ป่วยออดๆ แอดๆ อยู่ตลอดเวลา"นางชี้ไปยังหน้าต่างทิศตะวันออก "หม่อมฉันสั่งให้ตงเปียนย้ายชั้นวางแจกันออก และเปลี่ยนผ้าม่านเป็นผ้าไหมเนื้อบางเพื่อให้แสงส่องสว่างได้ทั่วถึง ห้องที่อากาศถ่ายเทได้ดีและแสงพอเหมาะ ย่อมส่งผลต่อสภาวะจิตใจและประสิทธิภาพในการทำงาน... อ้อ...ในที่นี้คือการปกครองวังหลังเพคะ"เฉียนหลงอึ้งไปครู่ใหญ่ คำศัพท์ประหลาดและท่าทางฉะฉานของนางทำให้พระองค์ลืมคำพูดที่จะมาตำหนิไปเสียสิ้น "เจ้า... เจ้าไปเอาความรู้เหล่านี้มาจากไหนกัน? ข้าจำได้ว่าเจ้าชอบแต่อ่านตำราสอนหญิง"ลิลลี่หัวเราะเบาๆ ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะที่ดูมั่นใจจนเฉียนหลงรู้สึกแปลกประหลาด "ตำราพวกนั้นสอนให้หม่อมฉันอ่อนน้อมจนถูกเหยียบย่ำเพคะ ตอนที่หม่อมฉันหลับไป หม่อมฉันได้เดินทางไปยังดินแดนที่สตรีต้องยืนด้วยลำแข้งของตนเอง ดินแดนที่อา

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 22 คำกล่าวท้าทายอำนาจ

    เหล่าสนมมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก ยู่จินเชียงกุ้ยเฟย แสร้งทำเป็นเป็นห่วง "ฮองเฮาทรงตรัสเรื่องใดเพคะ? หรือว่าพิษที่... เอ้อ อาการประชวรครั้งก่อนจะกระทบกระเทือนถึงพระเศียร?"ลิลลี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "กระทบกระเทือนน่ะใช่ แต่มันทำให้ข้าเห็น พิมพ์เขียว ของวังนี้ชัดขึ้นเยอะเลยล่ะ ยู่จินเชียง... ยาที่เจ้าส่งมาให้ข้าวันก่อน ข้ายังเก็บ 'ตัวอย่าง' ไว้อยู่นะ ว่างๆ เรามาคุยเรื่องส่วนประกอบทางเคมีของมันหน่อยดีไหม?"เมื่อได้ยินเช่นนั้น ยู่จินเชียงหน้าซีดเผือดลงทันทีตลอดการสนทนา ลิลลี่ไม่ได้พูดเรื่องความรักหรือการแย่งชิงฮ่องเต้เลยแม้แต่น้อย แต่นางกลับวิพากษ์วิจารณ์การจัดวางผังที่นั่งและฮวงจุ้ยของแต่ละตำหนักด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ"จินเช่อเฟย ตำหนักของเจ้าทิศทางลมไม่ดีนะ มันระบายความโกรธไม่ออก มิน่าเจ้าถึงดูหน้าบึ้งตลอดเวลา" "โถวฝ่าเฟย ผ้าปักของเจ้าน่ะ ลายเส้นมันเบี้ยวไป 0.5 มิลลิเมตร ข้าทนดูไม่ได้จริงๆ"ตงเปียนที่ยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าไม่ถูก เขาไม่เคยเห็นฮองเฮา "รุก" หนักขนาดนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกสะใจอย่างประหลาดที่เห็นสนมจอมแสบพวกนั้นนั่งเงียบเป็นเป่าสากหลังจากเหล่าสนมทูลลากลับไปด้วยความมึนงงแ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 21 สถาปนิกวิพากย์วังหลัง

    เธอยืนนิ่งอยู่กลางอุทยาน สูดลมหายใจลึกๆ "ตงเปียน ข้าขอบใจเจ้ามากที่คอยเตือน ข้าเริ่มเข้าใจแล้ว วังหลวงนี่มันก็เหมือนโปรเจกต์งานสร้างที่ซับซ้อนที่สุด ถ้าข้าไม่เรียนรู้กฎเกณฑ์ของวัสดุ ข้าก็ไม่มีทางสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงได้"ตงเปียนมองเจ้านายด้วยความซาบซึ้ง "พระนางทรงเป็นศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดพ่ะย่ะค่ะ""ข้าต้องเรียนรู้ที่จะเป็นซีฮันในมาดใหม่" ลิลลี่กล่าว แววตาแปรเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่น "การใส่รองเท้าเองไม่ได้อาจจะทำให้น่ารำคาญ แต่มันคือชุดเกราะที่ข้าต้องสวมเพื่อไปรบกับพวกสนมทั้งหกคนนั่น ในเมื่อพวกนางอยากให้ข้าเป็นฮองเฮาผู้งามสง่าตามแบบแผน ข้าก็จะจัดให้... แต่เป็นเวอร์ชันที่คมกริบกว่าที่พวกนางเคยเจอ"ลิลลี่บอกตัวเองว่านี่คือบทเรียนใหม่ที่เธอต้องเรียนรู้อย่างตั้งใจ ไม่ต่างจากการสอบใบประกอบวิชาชีพสถาปนิก เธอเริ่มจดจำลำดับชั้นของข้ารับใช้ กฎมณเฑียรบาลที่หยุมหยิม และมารยาทที่ดูไร้สาระแต่ทรงพลัง เพราะเธอรู้ดีว่า "รายละเอียดที่เล็กที่สุด มักจะเป็นจุดที่ทำให้ตึกทั้งหลังถล่มลงมาได้" และเธอจะไม่ยอมให้ใครหาช่องโหว่ในตัวเธอได้อีกต่อไป สถาปนิกวิพากษ์วังหลังวันต่อมา...ความโกลาหลในพิธีการ"ฮองเฮาเพคะ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 11 ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    โหรหลวงโบกมือเรียกคนสนิทนำกระดองเต่าวางบนกระดานรองเข้ามาเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เห็นซึ่งก็ทำให้ทั้งเฉียนหลงและเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยสนใจอย่างมาก สักครู่โหรหลวงจึงเอ่ยขึ้น“โดยปกติแล้วหม่อมฉันใช้กระดูกวัวในการทำนายดวงบ้านเมือง แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความแปลกประหลาด จึงได้ใช้วิธีการทำนายอย่างโบราณที่

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 10 คำทำนาย

    ตงเปียนรีบห้ามฮองเฮาที่คว้ามืดเล่มเดิมขึ้นมาและดึงพระเกษาทำท่าจะตัดทิ้ง ลิลลี่หยุดชะงักและเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของขันทีหนุ่ม“ทำไมข้าตัดผมไม่ได้ นี่รู้หรือเปล่าว่าตอนอยู่ศตวรรษที่21 ข้าให้ช่างหั่นผมจนสั้นเลยนะ”“พระองค์จะทรงทำเช่นนั้นมิได้ การตัดพระเกษาออกนั่นหมายถึงการไว้ทุกข์เมื่อฮ่องเต้สวรรคต หาก

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 9 ฟื้นความทรงจำ

    “หม่อมฉันดีใจที่พระองค์ยังทรงความจำดีอยู่ เรื่องนี้หลงลืมมิได้อย่างเด็ดขาดเลยนะเพคะ”“เรื่องแม่ยายกับลูกสะใภ้ ยุคสมัยไหนก็ไม่ต่างกันหรอกนะ...โอเค...ฉัน...เอ๊ย...ข้าจะไม่ขัดเจ้าละ”ตงเปียนเลิกคิ้ว “โอเค...คืออะไรหรือเพคะ”“แปลว่าตกลง...เจ้าจะเอาไปพูดก็ได้นะ”“เช่นนั้นหม่อมฉันก็จะขอเล่าต่อว่าพระองค์เ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 8 เรียนรู้ในร่างใหม่

    เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของฮองเฮาทำให้ขันทีหนุ่มซึ่งตอนนี้เหงื่อกาฬซึมไปทั่วถึงกับลอบถอนใจ เขาคลานเข้าไปและคุกเข่าลงข้าง ๆ พระอัครมเหสี ลิลลี่ในร่างของสตรีผู้สูงศักดิ์กว่าผู้ใดในแผ่นดินแห่งยุคราชวงศ์ชิงก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง น้ำตาของเธอเหือดแห้ง นัยน์ตาฉายประกายกล้าขึ้น ในเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นแล้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status