공유

บทที่ 5

last update 게시일: 2025-04-07 10:50:35

ฮองเฮาที่เปลี่ยนไป

เช้าวันถวายพระพรประจำเดือนของวังหลังมาถึงเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้ ตำหนักกลางซึ่งใช้รับการเข้าเฝ้าของเหล่าสนมถูกตกแต่งด้วยม่านไหมสีทองอ่อน กระถางธูปสำริดตั้งอยู่สองข้างทางเดิน กลิ่นไม้หอมลอยจางอยู่ในอากาศ

นางกำนัลและขันทีต่างเดินก้มหน้าอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ดีว่าวันนี้ไม่ใช่เพียงพิธีตามธรรมเนียม แต่เป็นวันที่วังหลังทั้งวังจับตาว่าฮองเฮาซีฮันจะยังมีแรงลุกขึ้นมารับการถวายพระพรหรือไม่ หลายวันก่อนข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่าองค์ฮองเฮาประชวรหนักจนชีพจรแทบขาด บางคนกระซิบว่านางอาจไม่พ้นคืนนี้ บางคนถึงขั้นคาดเดาว่าตำแหน่งมารดาแห่งแผ่นดินคงว่างลงในไม่ช้า และผู้ที่มีสิทธิ์ก้าวขึ้นแทนมากที่สุดย่อมเป็นเข่อชิงหวงกุ้ยเฟย

เหล่าสนมมาถึงตำหนักกลางก่อนเวลา ทุกนางแต่งกายงดงามราวกับตั้งใจให้ความงามของตนกลบเงาฮองเฮาที่กำลังโรยรา เข่อชิงหวงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ตำแหน่งสูงสุดรองจากบัลลังก์ฮองเฮา อาภรณ์สีแดงเข้มปักลายดอกโบตั๋นทองทำให้นางดูสง่าและทรงอำนาจ

ยามยกถ้วยชาขึ้นจิบ ท่วงท่าทุกอย่างล้วนเหมือนเจ้าของวังหลังตัวจริง เซียนรื่อหงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ด้านข้าง ใบหน้ายิ้มอ่อนหวานเหมือนดอกสาลี่ต้องฝน ส่วนยู่จินเชียงกุ้ยเฟยยังคงนิ่งสงบ ดวงตาเรียวยาวหลุบต่ำราวกับไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับตน จินเช่อเฟยกวาดสายตามองรอบตำหนักด้วยความเบื่อหน่าย เซียวจื่อเฟยลูบลูกประคำสีดำในมือเบา ๆ โถวฝ่าเฟยนั่งก้มหน้าเหมือนกลัวสายตาผู้อื่น และซินจางเฟยมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ได้ยินว่าพระอาการของฮองเฮาหนักมาก” เซียนรื่อหงเอ่ยเสียงนุ่ม เสียงของนางไม่ดัง แต่ดังพอให้ทุกคนได้ยิน “หม่อมฉันกังวลทั้งคืน นอนไม่หลับเลยเพคะ”

จินเช่อเฟยหัวเราะในลำคอ “กังวลหรือรอข่าวดีกันแน่”

เซียนรื่อหงหันไปมองนาง สีหน้าตกใจอย่างพอดี “น้องจินกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าย่อมห่วงใยฮองเฮาจากใจจริง”

เข่อชิงวางถ้วยชาลงช้า ๆ ริมฝีปากยกยิ้มอ่อนโยน “พอเถิด อย่าพูดจาให้เสียบรรยากาศ วันนี้เป็นวันถวายพระพร หากฮองเฮาไม่สามารถเสด็จออกมา พวกเราก็ควรแสดงความเข้าใจ พระวรกายของพระองค์อ่อนแอมานานแล้ว ฝืนมากไปจะยิ่งไม่เป็นผลดี”

คำพูดนั้นฟังดูห่วงใย แต่ทุกคนเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ หากฮองเฮาอ่อนแอจนรับถวายพระพรไม่ได้ อำนาจดูแลวังหลังก็ย่อมต้องตกไปอยู่ในมือของหวงกุ้ยเฟยชั่วคราว และเมื่อชั่วคราวนานพอ มันก็อาจกลายเป็นถาวรได้ เซียนรื่อหงรีบพยักหน้า “หวงกุ้ยเฟยกล่าวถูกแล้วเพคะ พวกเราทุกคนเพียงหวังให้ฮองเฮาได้พักผ่อน”

ยู่จินเชียงยกมุมปากเพียงเล็กน้อย นางไม่ได้พูดอะไร แต่สายตากลับเหลือบไปยังม่านด้านหลังบัลลังก์ฮองเฮา คำนวณในใจอย่างเงียบงัน ยาที่ถวายครั้งนั้นควรทำให้ชีพจรของซีฮันอ่อนลงเรื่อย ๆ ต่อให้ไม่ตายทันที ก็ไม่มีทางลุกขึ้นมาเดินได้ในเวลาอันสั้น หากวันนี้ฮองเฮาไม่ปรากฏตัว แปลว่าแผนเดินไปตามทางที่ควรเป็น

ทว่าในขณะที่เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นจากมุมต่าง ๆ ของตำหนัก เสียงขันทีหน้าประตูก็ดังขึ้นอย่างก้องกังวาน “ฮองเฮาเหนียงเหนียงเสด็จ!”

ทั้งตำหนักเงียบกริบทันที ถ้วยชาในมือของเซียนรื่อหงสั่นเล็กน้อยจนเกิดเสียงกระทบฝา จินเช่อเฟยเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ ยู่จินเชียงเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาที่เคยนิ่งสงบมีประกายไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ส่วนเข่อชิงยังคงยิ้มอยู่ แต่ปลายนิ้วที่แตะถ้วยชากลับแข็งค้าง

ม่านไหมสีทองถูกแหวกออกช้า ๆ ฮองเฮาซีฮันก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยท่วงท่าเยือกเย็น นางสวมอาภรณ์ฮองเฮาสีขาวปักลายหงส์ทอง ไม่ใช่สีฉูดฉาดเพื่อข่มใคร แต่ความเรียบสง่านั้นกลับทำให้ทั้งตำหนักหม่นลงทันที เครื่องประดับบนศีรษะไม่มากเกินควร แต่ทุกชิ้นวางอย่างเหมาะสม ใบหน้ายังซีดจากอาการประชวร ทว่าแววตาคมชัดและนิ่งลึกผิดจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ตงเปียนเดินตามหลังนางด้วยสีหน้าระมัดระวัง แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

เหล่าสนมมองนางราวกับเห็นคนตายเดินกลับมา เซียนรื่อหงเป็นคนแรกที่ได้สติ นางรีบลุกขึ้นพร้อมยิ้มหวาน

“ถวายพระพรฮองเฮาเหนียงเหนียง เพคะ หม่อมฉันดีใจเหลือเกินที่พระองค์เสด็จออกมาได้ หม่อมฉันกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ”

ซีฮันไม่ได้ตอบทันที นางเดินผ่านเซียนรื่อหงไปยังบัลลังก์ของตนอย่างช้า ๆ แล้วนั่งลงด้วยท่าทีสง่างาม หลังตรง คางเชิดเล็กน้อย สายตากวาดมองทุกคนทีละนางอย่างเงียบเชียบ เพียงสายตานั้นก็ทำให้บรรยากาศทั้งตำหนักคล้ายถูกกดต่ำลง เซียนรื่อหงที่ยังยืนยิ้มอยู่เริ่มรู้สึกว่ารอยยิ้มบนใบหน้าตนแข็งค้าง

“กังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับหรือ” ซีฮันเอ่ยในที่สุด น้ำเสียงนุ่มแต่เย็น “เช่นนั้นร่างกายเจ้าคงอ่อนเพลียมาก กลับตำหนักแล้วให้หมอหลวงตรวจด้วย อย่าให้เป็นเหมือนข้า”

เซียนรื่อหงชะงัก คำพูดนี้ฟังดูห่วงใย แต่กลับทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเบา ๆ ต่อหน้าทุกคน นางรีบย่อตัว “ขอบพระทัยเหนียงเหนียงที่ทรงเมตตาเพคะ”

เข่อชิงลุกขึ้นอย่างอ่อนช้อย “ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ เห็นพระองค์เสด็จออกมาได้ หม่อมฉันก็วางใจแล้ว หลายวันมานี้วังหลังวุ่นวายไม่น้อย หม่อมฉันเพียงช่วยดูแลแทนชั่วคราว หวังว่าฮองเฮาจะไม่ถือสา”

ซีฮันหันไปมองนาง รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก “ถือสาหรือ เหตุใดข้าต้องถือสาคนที่ทำงานแทนข้าด้วยความภักดีเล่า”

เข่อชิงยิ้มตอบ “หม่อมฉันมิกล้ารับคำชมเพคะ”

“ไม่กล้าก็ดี” ซีฮันกล่าวเรียบ ๆ “เพราะงานของฮองเฮาไม่ใช่สิ่งที่ใครคิดจะแตะก็แตะได้ ต่อไปหากข้าไม่ได้รับสั่งเอง เรื่องในตำหนักกลางให้รายงานต่อข้าโดยตรง ไม่ต้องผ่านผู้อื่นอีก”

ความเงียบกดทับลงทันที ขันทีและนางกำนัลรอบตำหนักก้มหน้าต่ำกว่าเดิม เข่อชิงยังคงยิ้ม แต่แววตาลึกลงเล็กน้อย

 “ฮองเฮาตรัสถูกต้องเพคะ หม่อมฉันเพียงเกรงว่าพระวรกายของพระองค์ยังไม่แข็งแรง”

“ข้าอ่อนแอเพียงร่างกาย ไม่ได้อ่อนแอถึงสมอง” ซีฮันตอบทันที

สีหน้าของสนมหลายคนเปลี่ยนไป เซียนรื่อหงก้มหน้าซ่อนความตกใจ จินเช่อเฟยถึงกับยิ้มอย่างสนใจ โถวฝ่าเฟยแอบเงยหน้ามองฮองเฮา ก่อนรีบหลุบตาลงอีกครั้ง ซินจางเฟยมีประกายโล่งใจวาบผ่านดวงตา ราวกับได้เห็นสิ่งที่รอคอยมานาน

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 72

    ซีฮันตอบ “แต่คือเชื่อว่าชีวิตของผู้อื่นไม่มีค่า”รอยยิ้มของเข่อชิงบิดเบี้ยว “อย่าทำตัวสูงส่งนักเลย เจ้าชนะเพราะฝ่าบาทเลือกเชื่อเจ้า ถ้าวันหนึ่งพระองค์ระแวงเจ้าเหมือนที่เคยระแวงข้า เจ้าก็จะไม่ต่างจากข้า”ซีฮันมองนางโดยไม่หลบสายตา“หากวันนั้นมาถึง ข้าจะพิสูจน์ตนด้วยความจริง ไม่ใช่ฆ่าคนเพื่อปิดปาก”คำตอบนั้นทำให้เข่อชิงเงียบไปครู่หนึ่งเสนาบดีกรมอาญาจึงประกาศว่าการไต่สวนวันนี้สิ้นสุดลง และจะนำตัวนางกลับไปคุมขังเพื่อรอพิจารณาโทษขั้นสุดท้ายองครักษ์เข้าจับแขนทั้งสองข้าง เข่อชิงถูกลากให้ลุกขึ้น แต่ก่อนออกจากห้อง นางกลับสะบัดตัวอย่างแรงแล้วหันมามองฮ่องเต้กับซีฮัน ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความแค้นและความบ้าคลั่ง“พวกเจ้าคิดว่าถอดเครื่องยศข้าแล้วจะชนะหรือ”เสียงของนางดังก้องไปทั่วห้องไต่สวน“คิดว่าข้าถูกขังแล้วทุกอย่างจะจบหรือ”องครักษ์พยายามลากนางออกไป แต่นางขืนตัวไว้สุดแรง“ข้าคือบุตรสาวตระกูลเข่อ อำนาจที่พวกเจ้ามองเห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น”

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 71

    ตงเปียนขมวดคิ้ว“แต่ทุกคนรู้ว่าไม่มีหัวหน้าองครักษ์คนใดกล้าส่งมือสังหารเข้าวังเอง”“สิ่งที่ทุกคนรู้กับสิ่งที่พิสูจน์ได้ในศาลเป็นคนละเรื่อง”ซีฮันมองแผนผังคดีบนผนัง“ข้าต้องการหลักฐานที่เขาปฏิเสธไม่ได้”ขณะนั้นขันทีจากตำหนักทรงพระอักษรเข้ามารายงานว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้ซีฮันเข้าเฝ้า เมื่อไปถึง นางพบว่าฮ่องเต้กำลังทอดพระเนตรตราหยกและเครื่องยศของเข่อชิงที่ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ พระองค์ยกตราหยกขึ้นช้า ๆ“ของชิ้นนี้เราเป็นผู้มอบให้นางด้วยตนเอง”ซีฮันไม่กล่าวสิ่งใด ฮ่องเต้ทรงวางมันลง“ครั้งนั้นเราคิดว่านางอ่อนโยน รู้จักวางตัว และเหมาะสมจะช่วยเจ้าดูแลวังหลัง”พระองค์แย้มพระสรวลอย่างขมขื่น“แต่กลับเป็นเราที่มอบอำนาจให้นางทำร้ายผู้คน”“ฝ่าบาทไม่อาจมองเห็นความจริงได้ทั้งหมดในวันเดียวเพคะ”ซีฮันกล่าว“คนที่ตั้งใจหลอกลวงย่อมแสดงแต่สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการเห็น”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนาง “เจ้ากำลังปลอบใจเราหรือ&

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 70

    คำว่า “เข่อซื่อ” ทำให้ดวงตาของนางแข็งค้าง ครั้งหนึ่งทุกคนต้องเรียกนางว่าเหนียงเหนียง ต้องก้มศีรษะเมื่อเดินผ่าน ต้องรอรับคำสั่งด้วยความหวาดกลัว แต่บัดนี้ นางกลับถูกเรียกด้วยเพียงนามสกุล ราวกับเป็นหญิงสามัญคนหนึ่งซึ่งไม่มีฐานันดรหลงเหลืออยู่ เข่อชิงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาขันที“เจ้ากล้าเรียกข้าเช่นนั้นหรือ”ขันทีถอยหลังเพียงครึ่งก้าว แต่ยังคงประสานมือ“เป็นคำเรียกตามพระราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”บทที่ 68ฝ่ามือของเข่อชิงฟาดลงบนใบหน้าของเขาทันที เสียงดังฉาดสะท้อนไปทั่วโถง นางกำนัลรอบด้านสะดุ้ง แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปห้าม ขันทีผู้นั้นหันหน้ากลับมาอย่างช้า ๆ เลือดซึมตรงมุมปาก แต่สีหน้ากลับไม่แสดงความโกรธ“พระนางไม่มีสิทธิ์ลงโทษข้ารับใช้อีกแล้ว”ประโยคนั้นรุนแรงกว่าการตอบโต้ใด ๆ เข่อชิงยกมือขึ้นอีกครั้ง แต่หัวหน้าองครักษ์ก้าวเข้ามาขวาง“เข่อซื่อ โปรดสำรวม”นางมองมือของตนเองที่ถูกกันไว้ ก่อนมองใบหน้าของผู้คนรอบตัว ไม่มีความหวาดกลัวเหมือนในอดีต มีเพี

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 69

    ภายในสวนมีต้นไผ่และต้นเหมยเก่าแก่ แม้ตำหนักจะมิได้หรูหราเท่าตำหนักของสนมผู้ได้รับความโปรดปราน แต่กลับเงียบสงบจนได้ยินเสียงนกร้องเมื่อซินจางเฟยถูกนำมาถึง นางมองไปรอบตำหนักด้วยแววตาไม่เชื่อ“ที่นี่สงบมากเพคะ”“นั่นคือเหตุผลที่ข้าเลือกให้เจ้า”ซีฮันพานางเข้าไปในห้องชั้นใน บนโต๊ะมีหนังสือหลายเล่ม สมุนไพรสำหรับบำรุงร่างกาย และเครื่องเขียนเตรียมไว้ครบถ้วน“ข้าจำได้ว่าเจ้าชอบคัดพระสูตร”ซินจางเฟยมองพู่กันด้ามใหม่แล้วน้ำตาคลอ“เหนียงเหนียงยังจำได้หรือเพคะ”“ข้าจำเรื่องของคนที่อยู่ข้างข้าเสมอ”ซีฮันตอบ“จากนี้เจ้าไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับการแก่งแย่งในวังหลัง ไม่ต้องสืบข่าว ไม่ต้องเป็นพยานต่อหน้าผู้ใดจนกว่าร่างกายจะแข็งแรง ข้าจะให้ตงเปียนเก็บคำให้การไว้เป็นความลับ”ซินจางเฟยมองนางนิ่ง ๆ“พระองค์ไม่กลัวว่าหม่อมฉันจะหมดประโยชน์หรือเพคะ”คำถามนั้นทำให้ซีฮันขมวดคิ้ว“ในสายตาเจ้า ข้าปกป้องคนเพราะพวกเขามีประโยชน์เท่าน

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 68

    ซีฮันมองนางนิ่ง ๆ“ข้าไม่ได้ส่งเจ้าไปเพื่อลงโทษ”“แล้วเหตุใดจึงต้องเป็นตำหนักนั้นเพคะ”“เพราะตำหนักอันซินเงียบสงบ ไม่มีสนมคนใดแก่งแย่งกันอยู่ใกล้ ๆ ไม่มีทางลับเชื่อมกับตำหนักอื่น และอยู่ใกล้กององครักษ์ฝ่ายในมากที่สุด”ซีฮันเว้นช่วงเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ“ข้าจะให้คนของตำหนักหงส์ดูแลทางเข้าออก เปลี่ยนนางกำนัลและขันทีทั้งหมดเป็นคนที่ผ่านการตรวจสอบ เจ้าจะไม่ต้องเข้าร่วมงานเลี้ยง ไม่ต้องรับแขก และไม่ต้องแสดงตนในวังหลังจนกว่าคดีจะสิ้นสุด”ซินจางเฟยเข้าใจทันทีซีฮันกำลังมอบสิ่งที่หาได้ยากที่สุดในวังหลังให้นางความสงบไม่ใช่ตำแหน่งที่สูงขึ้น ไม่ใช่เครื่องประดับ ไม่ใช่ความโปรดปรานจากฮ่องเต้ แต่เป็นพื้นที่ซึ่งนางไม่ต้องหวาดระแวงว่าผู้ใดจะใส่ยาในถ้วยชา ไม่ต้องประจบผู้มีอำนาจ และไม่ต้องถูกใช้เป็นหมากในการแก่งแย่ง“หม่อมฉันจะยังคงเป็นซินจางเฟยหรือเพคะ”“ยังคงตำแหน่งเดิม”ซีฮันตอบ“ข้าจะไม่เลื่อนตำแหน่งเจ้าในเวลานี้”ซิ

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 67

    ก่อนรุ่งสางไม่นาน ปลายนิ้วของซินจางเฟยขยับเล็กน้อย ซีฮันรีบลุกขึ้น“หมอหลวง รีบเข้ามา”หมอหลวงรีบตรวจชีพจร “ฟื้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เปลือกตาของซินจางเฟยค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ นางมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะค่อย ๆ เคลื่อนมาหาซีฮัน“เหนียงเหนียง...”ซีฮันยิ้มทั้งน้ำตา “เจ้ายังอยู่”ซินจางเฟยพยายามยกมือขึ้น แต่ไร้เรี่ยวแรง “หลักฐาน...”“ปลอดภัยหมดแล้ว”ได้ยินเช่นนั้น นางจึงยิ้มบาง ๆ แต่รอยยิ้มกลับเลือนหายอย่างรวดเร็ว ราวกับนึกบางสิ่งขึ้นได้ ดวงตาของซินจางเฟยเบิกกว้าง“มือสังหาร...”ซีฮันโน้มตัวเข้าไปใกล้ “เจ้าจำได้หรือ”ซินจางเฟยพยักหน้าแผ่วเบา “ตอนที่เขา...แทงหม่อมฉัน...”นางหอบหายใจ “หน้ากากของเขาหลุด...”ตงเปียนรีบหยิบพู่กันกับกระดาษ ซีฮันจับมือซินจางเฟยไว้“ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ พูด”ซินจางเฟยหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเปล่งเสียงแผ่วเบา

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 14 ปัดเป่าภัยร้าย

    ปัดเป่าภัยร้าย “มินานดอก หากเจ้าอดทนเพื่อปัดเป่าให้คำทำนายของโหรหลวงที่บอกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงนั้นผ่อนเบาลงได้”กษัตริย์ยุคโบราณเชื่อการทำนายทายทักถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ? ลิลลี่นึกในใจ เธอเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยในการออกแบบและแม้ว่ามันจะมีความสำคัญสำหรับการก่อสร้างในยุคสมัยใหม

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 13 พระสวามีคือฮ่องเต้

    พระสุรเสียงของเฉียนหลงราวติดขัดเพราะพระองค์ก็ทรงเคอะเขินต่อการได้พบพระชายาเอกซึ่งตอนนี้นางช่างแตกต่างไปจากวันวาน น้ำเสียงของนางมั่นคงกว่าเดิม ไม่ฟูมฟายพร่ำเพ้อและพระพักตร์นั้นอมชมพูงามจับพระทัยยิ่งนัก และขณะเดียวกัน ลิลลี่ในร่างของซีฮันฮองเฮาก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของกษัตริย์ผู้เลื่องชื่อเรื่องการเป

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 12 คำบอกเล่าจากโหรหลวง

    “ข้ามิกลัวดอก คนในราชสำนักล้วนอยู่ใต้อาณัติของข้า ทุกคนรู้ดีว่าชะตาของฮองเฮานั้นอยู่ได้อีกมินาน ก็นางช่างอ่อนแอ มีวาสนาหากไร้ซึ่งอำนาจก็มิอาจทำอันใดได้ นางมิมีใครอยู่เคียงข้าง แม้พ่อของนางเป็นถึงแม่ทัพกองธงขอบเหลืองที่ฮ่องเต้ต้องทรงให้ความเกรงใจแต่ความอ่อนแอจะฝังนางทั้งเป็น และวันหนึ่งข้านี่ล่ะจะเห

  • ข้าร้ายกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 11 ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    โหรหลวงโบกมือเรียกคนสนิทนำกระดองเต่าวางบนกระดานรองเข้ามาเพื่อให้ฮ่องเต้ได้เห็นซึ่งก็ทำให้ทั้งเฉียนหลงและเข่อชิงหวงกุ้ยเฟยสนใจอย่างมาก สักครู่โหรหลวงจึงเอ่ยขึ้น“โดยปกติแล้วหม่อมฉันใช้กระดูกวัวในการทำนายดวงบ้านเมือง แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความแปลกประหลาด จึงได้ใช้วิธีการทำนายอย่างโบราณที่

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status