Masukจากนักธุรกิจหญิงแกร่งระดับพันล้าน วิญญาณทะลุมิติกลับสู่อดีต ต้องมากลายเป็นคุณแม่ลูกสองที่ไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อในยุค 1983! ในยุคที่บัตรปันส่วนยังสำคัญพอๆ กับเงิน ชิงเหอรู้ดีว่าเธอจะรอโชคชะตาไม่ได้ เมื่อสามีที่หายสาบสูญจากสงครามทิ้งลูกเล็กสองคนรออาหารเหมือนนกน้อย ครั้งนี้ เธอไม่ใช่หญิงสาวที่รอคอยความช่วยเหลือ แต่เป็นผู้หญิงที่ยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยด้วยขาของตัวเอง
Lihat lebih banyak"ขอบคุณค่ะชิงป๋อ" ชิงเหอยิ้มพลางวางมือลงบนมือที่เหี่ยวย่นแต่แข็งแรงของสามี "คุณดูนั่นสิคะ... เด็กๆ มากันแล้ว"มรดกที่ยังมีลมหายใจเสียงหัวเราะและเสียงเรียกสดใสดังมาจากทางเดินหินอ่อนขบวนรถยนต์ตระกูลโจวแล่นเข้ามาจอดเรียงราย ต้าเป่า ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ของหลินกรุ๊ป ก้าวลงจากรถพร้อมกับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก เขาสุขุมและดูภูมิฐานดุจราชสีห์ที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วน ส่วน เสี่ยวเป่า นักวิทยาศาสตร์ผู้มั่งคั่งยังคงมีรอยยิ้มขี้เล่นเดินจูงมือลูกหลานตามมาติดๆ"คุณย่าครับ! คุณปู่ครับ! พวกเรามาแล้ว!" เหล่าทายาทรุ่นที่สามวิ่งนำหน้าเข้ามากอดตายายด้วยความรัก"เบาๆ หน่อยเด็กๆ เดี๋ยวปู่กับย่าจะรับแรงกระแทกไม่ไหว" เสี่ยวเป่าหยอกล้อพลางเดินเข้ามาก้มกราบแม่ของเขา "แม่ครับ... วันนี้ผมนำ 'ข้าวหอมนวัตกรรมใหม่' จากแล็บมาให้แม่ชิมด้วยนะ เป็นผลผลิตที่พัฒนามาจากเมล็ดพันธุ์ที่แม่เคยให้ไว้เมื่อยี่สิบปีก่อนครับ"ชิงเหอลูบหัวลูกชายคนเล็ก "ดีมากจ้ะเสี่ยวเป่า... ปัญญาต้องงอกเงยตามกาลเวลา อย่าหยุดพัฒนาเด็ดขาดนะ"ต้าเป่าเดินเข้ามานั่งลงที่ปลายเท้าของแม่ เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งส่งให้ "แม่ครับ... สรุปงบประมาณปีนี้ของมูลนิธิ
บทสนทนากับเด็กหญิงผู้ยากไร้ในระหว่างการเดินชมอาคารโรงเรียน ชิงเหอสังเกตเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่นั่งคุดคู้หลบมุมอยู่หลังเสา ใบหน้ามอมแมมและแววตานั้นทำให้ชิงเหอชะงัก... มันคือแววตาของหลินชิงเหอในอดีต แววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงและหวาดกลัวต่อโชคชะตาชิงเหอเดินเข้าไปหา ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเด็กหญิงโดยไม่สนว่าชุดผ้าไหมราคาแพงจะเปื้อนดิน"หนูชื่ออะไรจ๊ะ?" ชิงเหอถามเสียงนุ่ม"ชื่อ... อาฟางค่ะ" เด็กหญิงตอบเสียงสั่น "หนูอยากเรียนหนังสือ แต่หนูไม่มีรองเท้า..."ชิงเหอจับมือน้อยๆ ที่หยาบกร้านขึ้นมา "ตั้งแต่วันนี้ไป หนูจะมีรองเท้า มีหนังสือ และมีอาหารที่อิ่มท้องทุกมื้อนะจ๊ะอาฟาง... หนูเห็นโรงเรียนหลังนั้นไหม? นั่นคือบ้านหลังที่สองของหนู จงใช้มันเพื่อสร้างปีกให้ตัวเอง แล้ววันหนึ่งหนูจะบินไปได้ไกลกว่าหุบเขาแห่งนี้"เธอดึงเข็มกลัดรูปหงส์ทองคำชิ้นเล็กๆ จากหน้าอกส่งให้เด็กหญิง "เก็บไว้เป็นเครื่องรางนะ เมื่อไหร่ที่หนูรู้สึกท้อถอย ให้มองหงส์ตัวนี้ แล้วบอกตัวเองว่า 'ฉันคือผู้กำหนดโชคชะตาของตัวเอง' เหมือนที่ฉันเคยบอกตัวเองมาตลอดสามสิบปี"ชิงป๋อที่ยืนมองอยู่ข้างหลังรู้สึกสะท้อนใจ เขาเห็นเมียของ
พันธะสัญญาที่อยู่เหนือกาลเวลาแสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องลงมาทำให้หมอกสลายไป เผยให้เห็นหมู่บ้านหลงซานที่รุ่งเรืองขึ้นเพราะรากฐานที่หลินชิงเหอวางไว้ ชิงเหอซบหน้าลงกับอกสามี เธอรู้สึกถึงความสงบที่แท้จริง ความลับที่เธอแบกมาสามสิบปีบัดนี้กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าปรัมปราที่ไม่มีอำนาจทำลายความรักของเขาได้เลย"ขอบคุณนะชิงป๋อ... ที่รักฉันในแบบที่ฉันเป็นจริงๆ ไม่ใช่รักเพราะฉันเป็นภรรยาตามหน้าที่""ขอบคุณที่คุณเลือกจะอยู่ตรงนี้... แทนที่จะหาทางกลับไปรวยที่นั่นครับ" ชิงป๋อจูบหน้าผากเธอเบาๆในวินาทีนั้น หลินชิงเหอรู้แล้วว่าภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอไม่ใช่การสร้างหลินกรุ๊ปให้เป็นเบอร์หนึ่งของโลก แต่คือการใช้ "หัวใจ" จากอนาคต มาเยียวยา "อดีต" ให้กลายเป็นปัจจุบันที่สมบูรณ์แบบที่สุดตำนานของยอดคุณแม่ยุค 80 บัดนี้ไม่ใช่เรื่องของการทะลุมิติเพียงอย่างเดียว แต่มันคือตำนานของความภักดีที่อยู่เหนือเหตุผลของวิทยาศาสตร์และกาลเวลา เป็นบทสรุปที่ว่า... เมื่อวิญญาณสองดวงจูนคลื่นตรงกันแล้ว มิติที่ห่างไกลก็เป็นเพียงระยะทางที่ไม่มีความหมายเลยแม้แต่น้อย มูลนิธิหลินชิงเหอต้นปี 2008... ปักกิ่งกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพกี
คำตอบของนายพลผู้ภักดีรุ่งอรุณที่หมู่บ้านหลงซานในปี 2005 เริ่มต้นด้วยสายหมอกบางๆ ที่โอบกอดทุ่งนาสีเขียวขจี เสียงไก่ป่าขันขานรับแสงแรกของดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ โผล่พ้นทิวเขา ภายในกระท่อมดินที่ได้รับการปฏิสังขรณ์ บรรยากาศของคำสารภาพเมื่อคืนยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดใจ ทว่ากลับเป็นความโล่งใจที่แสนบริสุทธิ์หลินชิงเหอตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองยังคงกุมมือโจวชิงป๋อไว้แน่น เธอเงยหน้ามองสามีที่นั่งพิงผนังกระท่อมจ้องมองเธอด้วยแววตาที่สงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความเมตตาเหมือนเมื่อสามสิบปีก่อน"หลับสบายไหมครับ... ยอดนักธุรกิจจากอนาคตของผม?" ชิงป๋อเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเอ็นดูชิงเหอขยับยิ้มบางๆ พลางลุกขึ้นนั่ง "ฉันนึกว่าพอตื่นมา คุณจะมองฉันเป็นปีศาจที่มาสิงร่างเมียคุณเสียอีก"ชิงป๋อหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาประคองมือภรรยาขึ้นมาจูบที่หลังมืออย่างทะนุถนอม "ปีศาจที่ไหนจะยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อลูกชายที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง? ปีศาจที่ไหนจะยอมสู้กับคำนินทาคนทั้งหมู่บ้านเพื่อกู้ศักดิ์ศรีให้ทหารที่หายสาบสูญอย่างผม? ถ้าคุณคือปีศาจ... โลกนี้ก็คงไม่ต้องการเทวดาที่ไหนแล้วครับชิงเ
การเผชิญหน้าในตลาดมืดตัวอำเภอในยุค 80 เต็มไปด้วยความคึกคักที่ดูแปลกตา ตึกแถวสีเทาและผู้คนที่สวมชุดสีน้ำเงินเข้มหรือสีเขียวขี้ม้าเดินกันขวักไขว่ ชิงเหอไม่ได้มุ่งหน้าไปที่สหกรณ์ของรัฐที่ต้องใช้บัตรปันส่วน แต่เธอจูงมือลูกๆ เลี้ยวเข้าสู่ตรอกเล็กๆ หลังตลาดที่เรียกกันว่า 'ตลาดมืด'ที่นี่คือพื้นที่สีเทาที
"ในโลกของธุรกิจ เงินที่อยู่นิ่งๆ คือเงินที่ตายแล้ว แหวนวงนี้ถ้าเก็บไว้ในรูผนัง มันก็แค่โลหะชิ้นหนึ่งที่ช่วยอะไรใครไม่ได้ แต่ถ้ามันถูกเปลี่ยนเป็นแป้งขาว เป็นน้ำมัน เป็นเนื้อ และเป็นแม่ไก่... มันจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมหาศาล"เธอกำแหวนไว้แน่น แผนการในสมองเริ่มร่างออกมาเป็นฉากๆ พรุ่งนี้เป็นวันตลาดนัดท
"ดีแล้วๆ... นี่ ฉันเอาผักกาดขาวกับหัวไชเท้าที่เหลือจากแปลงมาฝาก เห็นว่าช่วงนี้บ้านเธอคง... ลำบาก" เหม่ยหลินลดเสียงลงพลางถอนหายใจยาว "แล้วนี่ ยายแก่ตระกูลหลินนั่นไม่ได้มาหาเรื่องเธออีกใช่ไหม? เมื่อเช้าฉันเห็นนางเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากบ้านเธอ พร้อมกับหิ้วถุงแป้งขาวออกไปหน้าตาเฉย! ใจคอทำด้วยอะไรกันน
คืนแรกในกระท่อมเก่าซอมซ่อหลังจากมื้อค่ำที่เรียบง่ายที่สุดในชีวิตผ่านพ้นไป ซุปผักกาดขาวใสๆ กับแผ่นแป้งข้าวโพดเนื้อหยาบที่ฝาดคอ หลินชิงเหอก็ได้เห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของเด็กน้อยทั้งสอง ต้าเป่าและเสี่ยวเป่ากินจนหยดสุดท้ายก่อนจะช่วยกันเช็ดถูถ้วยดินเผาอย่างทะนุถนอม ราวกับว่ามันเป็นภาชนะล้ำค่า

















