INICIAR SESIÓNจากนักธุรกิจหญิงแกร่งระดับพันล้าน วิญญาณทะลุมิติกลับสู่อดีต ต้องมากลายเป็นคุณแม่ลูกสองที่ไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อในยุค 1983! ในยุคที่บัตรปันส่วนยังสำคัญพอๆ กับเงิน ชิงเหอรู้ดีว่าเธอจะรอโชคชะตาไม่ได้ เมื่อสามีที่หายสาบสูญจากสงครามทิ้งลูกเล็กสองคนรออาหารเหมือนนกน้อย ครั้งนี้ เธอไม่ใช่หญิงสาวที่รอคอยความช่วยเหลือ แต่เป็นผู้หญิงที่ยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยด้วยขาของตัวเอง
Ver másบทที่ 1 ราชินีแห่งตลาดทุน
บนชั้น 88 ของอาคาร 'หลิน กรุ๊ป' แลนด์มาร์คที่สูงที่สุดในใจกลางกรุงเซี่ยงไฮ้ แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่องสะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบของ หลินชิงเหอ หญิงสาวในชุดสูทสีขาวสั่งตัดราคาสูงลิบประทับรอยนิ้วมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊คสายพันธุ์หายาก เธอไม่ได้เพียงแค่นั่งมองตัวเลขที่วิ่งสลับไปมาเหมือนนักพนันทั่วไป แต่เธอกำลัง 'อ่าน' จังหวะหัวใจของเศรษฐกิจโลก
"ท่านประธานครับ หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีในเครือหูหนานร่วงลง 5% ตามที่เราคาดการณ์ไว้แล้วครับ" เซี่ยปิน เลขาหนุ่มคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
หลินชิงเหอจิบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล สายตาไม่ละจากกราฟ "แค่นั้นยังไม่พอ... สั่งเทขายเพิ่มอีกสามแสนหุ้น ทำให้มันดูเหมือนว่าเรากำลังตื่นตระหนก"
"แต่ถ้าทำแบบนั้น ราคามันจะดิ่งลงเหวเลยนะครับ?"
"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ" เธอแสยะยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "เมื่อพวกปลากระดี่ตื่นน้ำเริ่มทิ้งหุ้นเพราะความกลัว เราจะกวาดซื้อกลับมาทั้งหมดในราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง ภายในเย็นนี้ ฉันต้องการให้บริษัทนั้นเปลี่ยนเจ้าของมาเป็นชื่อของ 'หลิน กรุ๊ป'"
นี่คือความเย็นชาและเฉียบคมที่ทำให้หลินชิงเหอ ในวัยเพียง 28 ปี ถูกขนานนามว่า 'ราชินีแห่งตลาดทุน' เธอรับสืบทอดกิจการต่อจากบิดาที่เสียชีวิตกะทันหันเมื่อสามปีก่อน ท่ามกลางเสียงสบประมาทของเหล่าผู้ถือหุ้นรุ่นเก่า แต่ในเวลาเพียงไม่นาน เธอก็กวาดล้างอิทธิพลมืดและขยายอาณาจักรจนมั่งคั่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ห้องประชุมคณะกรรมการบริหาร
บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความกดดัน หลินชิงเหอเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่มั่นคง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงกลองศึกที่ข่มขวัญผู้ฟัง
"หลินชิงเหอ! เธอทำแบบนี้ได้ยังไง!" หลินเจิ้งหยวน อาสองของเธอที่หวังจะฮุบตำแหน่งประธานมาตลอด ตบโต๊ะฉาดใหญ่ "การไปกว้านซื้อบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังจะเจ๊งนั่น มันเป็นการเอาเงินของผู้ถือหุ้นไปละเลงชัดๆ!"
ชิงเหอนั่งลงที่หัวโต๊ะอย่างใจเย็น เธอประสานมือวางบนโต๊ะแล้วมองจ้องไปยังอาของเธอด้วยสายตาว่างเปล่า
"อาสองคะ" เธอกล่าวเสียงเรียบ "ถ้าอาจะตำหนิฉัน รบกวนช่วยอ่านเอกสารหน้าเจ็ดก่อนนะคะ รายงานฉบับนั้นบอกว่าบริษัทนี้ถือครองสิทธิบัตรเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญที่สุดในเอเชีย ที่พวกเขากำลังจะเจ๊งไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีไม่ดี แต่เพราะการบริหารที่โง่เง่า... เหมือนกับที่อาพยายามจะทำกับแผนกส่งออกของบริษัทเราเมื่อปีที่แล้วไงคะ"
"เธอ! นี่เธอหลอกด่าฉันเหรอ!" หลินเจิ้งหยวนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ฉันไม่ได้หลอกด่าค่ะ ฉันด่าตรงๆ" ชิงเหอเปิดหน้าจอโปรเจกเตอร์ขึ้น "และถ้าใครในที่นี้คิดว่าฉันบริหารงานผิดพลาด ฉันขอเสนอทางเลือกค่ะ ฉันจะซื้อหุ้นคืนจากพวกคุณทุกคนในราคาปัจจุบันตอนนี้เดี๋ยวนี้ แล้วเชิญพวกคุณออกไปพักผ่อนใช้เงินแก่ๆ ได้เลย แต่ถ้ายังอยากรวยไปกับฉัน ก็หุบปากแล้วฟังแผนการควบรวมกิจการในไตรมาสถัดไปซะ"
ทั้งห้องประชุมเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตาหญิงสาวคนนี้ เธอไม่เพียงแต่รวยระดับพันล้าน แต่เธอคืออัจฉริยะที่มองเห็นอนาคตในขณะที่คนอื่นยังมองไม่เห็นแม้แต่ปัจจุบัน
ความเพอร์เฟกต์ที่โดดเดี่ยว
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่บริษัท หลินชิงเหอกลับมายังเพนท์เฮาส์สุดหรูราคาหลายร้อยล้านหยวนที่มองเห็นวิวแม่น้ำหวงผู่ได้สุดลูกหูลูกตา ชีวิตของเธอคือคำนิยามของความสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปร่าง หน้าตา ฐานะ และสติปัญญา
เธอเดินไปยังตู้แช่ไวน์ราคาแพง แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายเก่าๆ ของคุณย่าที่เคยเล่าเรื่องราวความลำบากในยุค 80 ให้ฟังบ่อยๆ คุณย่ามักจะบอกเสมอว่า 'ชิงเหอเอ๋ย เจ้าเกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่อย่าลืมว่าความเพียรพยายามของบรรพบุรุษที่สร้างมาจากการไม่มีอะไรเลยนั้นยิ่งใหญ่กว่าเงินตรา'
"ความลำบากเหรอ... มันหน้าตาเป็นยังไงกันนะ?"
เธอพึมพำกับตัวเอง พลางนึกถึงความวุ่นวายในโลกธุรกิจที่เธอเพิ่งผ่านมา สำหรับเธอ ความลำบากคือการที่กำไรลดลงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ หรือการที่คู่ค้าเจรจาไม่ลงตัว
ในคืนนั้นเอง พายุฤดูร้อนโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงเหนือท้องฟ้าเซี่ยงไฮ้ ฟ้าผ่าลงมายังยอดตึกอาคารหลินกรุ๊ปจนระบบไฟฟ้าขัดข้องชั่วขณะ หลินชิงเหอที่กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ผิดปกติ
"ขอบคุณค่ะชิงป๋อ" ชิงเหอยิ้มพลางวางมือลงบนมือที่เหี่ยวย่นแต่แข็งแรงของสามี "คุณดูนั่นสิคะ... เด็กๆ มากันแล้ว"มรดกที่ยังมีลมหายใจเสียงหัวเราะและเสียงเรียกสดใสดังมาจากทางเดินหินอ่อนขบวนรถยนต์ตระกูลโจวแล่นเข้ามาจอดเรียงราย ต้าเป่า ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ของหลินกรุ๊ป ก้าวลงจากรถพร้อมกับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก เขาสุขุมและดูภูมิฐานดุจราชสีห์ที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วน ส่วน เสี่ยวเป่า นักวิทยาศาสตร์ผู้มั่งคั่งยังคงมีรอยยิ้มขี้เล่นเดินจูงมือลูกหลานตามมาติดๆ"คุณย่าครับ! คุณปู่ครับ! พวกเรามาแล้ว!" เหล่าทายาทรุ่นที่สามวิ่งนำหน้าเข้ามากอดตายายด้วยความรัก"เบาๆ หน่อยเด็กๆ เดี๋ยวปู่กับย่าจะรับแรงกระแทกไม่ไหว" เสี่ยวเป่าหยอกล้อพลางเดินเข้ามาก้มกราบแม่ของเขา "แม่ครับ... วันนี้ผมนำ 'ข้าวหอมนวัตกรรมใหม่' จากแล็บมาให้แม่ชิมด้วยนะ เป็นผลผลิตที่พัฒนามาจากเมล็ดพันธุ์ที่แม่เคยให้ไว้เมื่อยี่สิบปีก่อนครับ"ชิงเหอลูบหัวลูกชายคนเล็ก "ดีมากจ้ะเสี่ยวเป่า... ปัญญาต้องงอกเงยตามกาลเวลา อย่าหยุดพัฒนาเด็ดขาดนะ"ต้าเป่าเดินเข้ามานั่งลงที่ปลายเท้าของแม่ เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งส่งให้ "แม่ครับ... สรุปงบประมาณปีนี้ของมูลนิธิ
บทสนทนากับเด็กหญิงผู้ยากไร้ในระหว่างการเดินชมอาคารโรงเรียน ชิงเหอสังเกตเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่นั่งคุดคู้หลบมุมอยู่หลังเสา ใบหน้ามอมแมมและแววตานั้นทำให้ชิงเหอชะงัก... มันคือแววตาของหลินชิงเหอในอดีต แววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงและหวาดกลัวต่อโชคชะตาชิงเหอเดินเข้าไปหา ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเด็กหญิงโดยไม่สนว่าชุดผ้าไหมราคาแพงจะเปื้อนดิน"หนูชื่ออะไรจ๊ะ?" ชิงเหอถามเสียงนุ่ม"ชื่อ... อาฟางค่ะ" เด็กหญิงตอบเสียงสั่น "หนูอยากเรียนหนังสือ แต่หนูไม่มีรองเท้า..."ชิงเหอจับมือน้อยๆ ที่หยาบกร้านขึ้นมา "ตั้งแต่วันนี้ไป หนูจะมีรองเท้า มีหนังสือ และมีอาหารที่อิ่มท้องทุกมื้อนะจ๊ะอาฟาง... หนูเห็นโรงเรียนหลังนั้นไหม? นั่นคือบ้านหลังที่สองของหนู จงใช้มันเพื่อสร้างปีกให้ตัวเอง แล้ววันหนึ่งหนูจะบินไปได้ไกลกว่าหุบเขาแห่งนี้"เธอดึงเข็มกลัดรูปหงส์ทองคำชิ้นเล็กๆ จากหน้าอกส่งให้เด็กหญิง "เก็บไว้เป็นเครื่องรางนะ เมื่อไหร่ที่หนูรู้สึกท้อถอย ให้มองหงส์ตัวนี้ แล้วบอกตัวเองว่า 'ฉันคือผู้กำหนดโชคชะตาของตัวเอง' เหมือนที่ฉันเคยบอกตัวเองมาตลอดสามสิบปี"ชิงป๋อที่ยืนมองอยู่ข้างหลังรู้สึกสะท้อนใจ เขาเห็นเมียของ
พันธะสัญญาที่อยู่เหนือกาลเวลาแสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องลงมาทำให้หมอกสลายไป เผยให้เห็นหมู่บ้านหลงซานที่รุ่งเรืองขึ้นเพราะรากฐานที่หลินชิงเหอวางไว้ ชิงเหอซบหน้าลงกับอกสามี เธอรู้สึกถึงความสงบที่แท้จริง ความลับที่เธอแบกมาสามสิบปีบัดนี้กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าปรัมปราที่ไม่มีอำนาจทำลายความรักของเขาได้เลย"ขอบคุณนะชิงป๋อ... ที่รักฉันในแบบที่ฉันเป็นจริงๆ ไม่ใช่รักเพราะฉันเป็นภรรยาตามหน้าที่""ขอบคุณที่คุณเลือกจะอยู่ตรงนี้... แทนที่จะหาทางกลับไปรวยที่นั่นครับ" ชิงป๋อจูบหน้าผากเธอเบาๆในวินาทีนั้น หลินชิงเหอรู้แล้วว่าภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอไม่ใช่การสร้างหลินกรุ๊ปให้เป็นเบอร์หนึ่งของโลก แต่คือการใช้ "หัวใจ" จากอนาคต มาเยียวยา "อดีต" ให้กลายเป็นปัจจุบันที่สมบูรณ์แบบที่สุดตำนานของยอดคุณแม่ยุค 80 บัดนี้ไม่ใช่เรื่องของการทะลุมิติเพียงอย่างเดียว แต่มันคือตำนานของความภักดีที่อยู่เหนือเหตุผลของวิทยาศาสตร์และกาลเวลา เป็นบทสรุปที่ว่า... เมื่อวิญญาณสองดวงจูนคลื่นตรงกันแล้ว มิติที่ห่างไกลก็เป็นเพียงระยะทางที่ไม่มีความหมายเลยแม้แต่น้อย มูลนิธิหลินชิงเหอต้นปี 2008... ปักกิ่งกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพกี
คำตอบของนายพลผู้ภักดีรุ่งอรุณที่หมู่บ้านหลงซานในปี 2005 เริ่มต้นด้วยสายหมอกบางๆ ที่โอบกอดทุ่งนาสีเขียวขจี เสียงไก่ป่าขันขานรับแสงแรกของดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ โผล่พ้นทิวเขา ภายในกระท่อมดินที่ได้รับการปฏิสังขรณ์ บรรยากาศของคำสารภาพเมื่อคืนยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดใจ ทว่ากลับเป็นความโล่งใจที่แสนบริสุทธิ์หลินชิงเหอตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองยังคงกุมมือโจวชิงป๋อไว้แน่น เธอเงยหน้ามองสามีที่นั่งพิงผนังกระท่อมจ้องมองเธอด้วยแววตาที่สงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความเมตตาเหมือนเมื่อสามสิบปีก่อน"หลับสบายไหมครับ... ยอดนักธุรกิจจากอนาคตของผม?" ชิงป๋อเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเอ็นดูชิงเหอขยับยิ้มบางๆ พลางลุกขึ้นนั่ง "ฉันนึกว่าพอตื่นมา คุณจะมองฉันเป็นปีศาจที่มาสิงร่างเมียคุณเสียอีก"ชิงป๋อหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาประคองมือภรรยาขึ้นมาจูบที่หลังมืออย่างทะนุถนอม "ปีศาจที่ไหนจะยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อลูกชายที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง? ปีศาจที่ไหนจะยอมสู้กับคำนินทาคนทั้งหมู่บ้านเพื่อกู้ศักดิ์ศรีให้ทหารที่หายสาบสูญอย่างผม? ถ้าคุณคือปีศาจ... โลกนี้ก็คงไม่ต้องการเทวดาที่ไหนแล้วครับชิงเ











