LOGINเหยียนเฟิงถาม “แล้วเกิดอะไรขึ้น”
รอยยิ้มบนใบหน้าจางหยวนหายไปทันที ลี่หลินเองก็ซีดลง ชายหนุ
“ดี” ซูมี่หันไปหาลี่หลิน “ตอนนี้เจ้ายังคิดว่าตัวเองต้องเข้าไปเป็นอนุของเหยียนเฟิงอยู่หรือไม่”หญิงสาวชะงัก มองจางหยวน จากนั้นมองเหยียนเฟิง ก่อนส่ายหน้า“ไม่เจ้าค่ะ”เสียงยังสั่น แต่ชัด “ข้าไม่เคยอยากเป็นตั้งแต่แรก”เหยียนเฟิงตอบทันที “ดี”ลี่หลินงง เขากล่าว “เพราะข้าก็ไม่เคยอยากรับเจ้า”บรรยากาศที่ตึงเครียดกลับแปลกไปเล็กน้อย ซูมี่เกือบหัวเราะ ลี่หลินเองก็ชะงัก ก่อนหลุดยิ้มทั้งน้ำตา“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ”เหยียนเฟิงพูดต่อ “ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องเสียเวลามองกันเป็นศัตรูอีก”ลี่หลินก้มหน้า “เจ้าค่ะ”ซูมี่กล่าว “ปัญหาจริงไม่ใช่เจ้ากับข้า”“แต่คือคนที่ใช้เจ้ามาเชื่อมเข้าหาจวนแม่ทัพ”ลี่หลินสีหน้าหม่นลง “ข้ารู้”“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดต้องเป็นเหยียนเฟิง”คำถามนี้ทำให้ลี่หลินเงียบ จางหยวนเองก็หันมองนาง นางกำมือ“ตอนแรกข้าไม่รู้”“ตอนนี้?”ลี่หลินสูดหายใจ “ซินอี๋เคยพูดกับข้าว่า…” เสียงเบาลง “แม่ทัพหลี่มีสิ่งที่คนอื่นไม่มี”เหยียนเฟิงถาม “อะไร”หญิงสาว
เหยียนเฟิงถาม “แล้วเกิดอะไรขึ้น”รอยยิ้มบนใบหน้าจางหยวนหายไปทันที ลี่หลินเองก็ซีดลง ชายหนุ่มตอบ“ซินอี๋ส่งคนมาที่บ้านขอรับ”บรรยากาศเย็นลงในทันที ซูมี่ถาม “เมื่อไร”“ประมาณสองเดือนก่อนลี่หลินเข้าวัง”“เพื่ออะไร”“ตอนแรกคนของนางบอกว่า พระสนมได้ยินว่าลี่หลินมีความรู้เรื่องสมุนไพร จึงอยากพาเข้าวังไปช่วยงาน”ลี่หลินพูดเบา ๆ “ข้าไม่อยากไป”ซูมี่หันมอง “เจ้าปฏิเสธ?”“เจ้าค่ะ”“อย่างไร”“ข้าบอกว่าความรู้ของข้ายังไม่พอ และครอบครัวกำลังเตรียมเรื่องแต่งงาน”จางหยวนพยักหน้า “หลังนางปฏิเสธ คนของซินอี๋ก็กลับไป”“แล้วมาอีกครั้ง?”“สามวันต่อมา” น้ำเสียงเขาเปลี่ยน “คราวนี้ไม่ได้มาพูดดีเหมือนเดิม”เหยียนเฟิงถาม “พูดอะไร”ลี่หลินกัดริมฝีปาก จางหยวนหันมองนาง ก่อนตอบแทน“พวกเขาบอกว่า ครอบครัวลี่หลินมีบิดาเป็นขุนนางท้องถิ่นระดับล่าง หากมีเรื่องร้องเรียนเรื่องทุจริตขึ้นมา ตำแหน่งคงรักษาไม่ยาก”ซูมี่ขมวดคิ้ว “บิดานางทุจริตจริงหรือ”“ไม่ขอรับ” จางหยวนตอบทันที “ท่านลุงเป็นคนซื
ทั้งหมดจึงออกจากสวนร้างทางเส้นทางเงียบ ระหว่างเดิน ลี่หลินไม่ยอมอยู่ห่างจางหยวนเกินสองก้าว แม้มือของเขาถูกควบคุมไว้ นางยังคอยหันมองตลอด ราวกับกลัวว่าถ้าละสายตา ชายหนุ่มจะหายไปอีกครั้ง เมื่อข่าวไปถึงเหยียนเฟิง เขายังอยู่ในเรือนพักกับซูมี่ เฉินหยางเข้ามารายงานสั้น ๆ“ท่านแม่ทัพ คนของเราพบคุณหนูลี่หลินแอบพบชายคนหนึ่งในสวนร้างขอรับ”ซูมี่เงยหน้าทันที “ใคร”เฉินหยางตอบ “เขาบอกว่าชื่อจางหยวน”ซูมี่ลุกขึ้น เหยียนเฟิงเองก็วางเอกสาร “แน่ใจ?”“ลี่หลินยืนยันเองขอรับ”“เขาเข้าวังได้อย่างไร”“ยังไม่ทราบ”“มีอาวุธ?”“มีมีดสั้นหนึ่งเล่ม”สีหน้าเหยียนเฟิงเย็นลงทันที “พาตัวมา”เฉินหยางพยักหน้า “ลี่หลินขอมาด้วยขอรับ”ซูมี่ถาม “นางเป็นอย่างไร”“ตกใจมาก”“พูดอะไรบ้าง”เฉินหยางลังเล ก่อนตอบ “นางขอร้องไม่ให้ฆ่าชายคนนั้น และยืนยันว่าเขาไม่ใช่สายลับ”ซูมี่สบตาเหยียนเฟิง สิ่งที่สงสัยมาตลอดเริ่มชัดขึ้น จางหยวนไม่ใช่แค่คนรู้จัก เขาคือคนที่ลี่หลินยอมเสี่ยงเปิดเผยตัวเองเพื่อปกป้อง ไม่นาน ประตูก็เปิด จ
ลี่หลินตัวแข็ง “แล้วครอบครัวข้า…”“ยังปลอดภัย”“เจ้ารู้ได้อย่างไร”จางหยวนเงียบ ลี่หลินถามทันที “เจ้ากลับไปหา?”“ไม่ได้”“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร”ชายหนุ่มไม่ตอบ เฉินหยางที่ฟังอยู่เริ่มรู้สึกผิดปกติ จางหยวนหนีออกมาได้ รู้ว่าครอบครัวลี่หลินยังปลอดภัย และกล้ามาพบนางถึงในวัง ถ้าไม่มีคนช่วย เขาทำได้อย่างไร หรือจริง ๆ แล้วเขาถูกปล่อยออกมาเพื่อส่งข่าว เฉินหยางยกมือส่งสัญญาณ ทหารสองคนค่อย ๆ แยกออกจากกันเพื่อปิดทางหนี ในสวนร้าง ลี่หลินยังถาม“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”จางหยวนมองนาง “มีคนช่วย”“ใคร”“ข้าบอกไม่ได้”“จางหยวน!”“ยิ่งเจ้ารู้น้อยยิ่งปลอดภัย”ลี่หลินหน้าเสีย “ทุกคนพูดเหมือนกันหมด”“อะไร”“ซินอี๋บอกว่าข้าไม่ควรรู้ คนของนางก็บอกว่าไม่ควรรู้ ตอนนี้แม้แต่เจ้าก็บอกว่าข้าไม่ควรรู้”นางปาดน้ำตา “แล้วชีวิตข้าเป็นของใครกันแน่”ชายหนุ่มนิ่งไป ลี่หลินพูดต่อ“ข้าถูกบังคับให้เข้าไปช่วยรักษาคนที่เขาเตรียมอาการไว้แล้ว”จางหยวนสีหน้าเปลี่ยน “ลี่หลิน”“ข้าต้องยืนต
“ใช่” เหยียนเฟิงวางรายงานลง “คืนนี้ข้าจะให้คนเข้าใกล้บ้านร้างมากขึ้น”“ระวัง”“อืม”“อย่าให้พวกมันรู้ว่าเราตามเจอ”“ข้ารู้”ซูมี่เงียบครู่หนึ่ง “นางไม่ได้ร่วมมือด้วยความสมัครใจ”เหยียนเฟิงมอง “แน่ใจ?”“มากขึ้น”“แต่ยังไม่ควรไว้ใจเต็มที่”“ข้ารู้” ซูมี่ตอบ “คนถูกบังคับก็ยังทำให้คนอื่นเจ็บได้ เพราะฉะนั้นต้องแยกสองเรื่อง นางเป็นเหยื่อ กับนางเคยทำอะไรไปแล้ว”เหยียนเฟิงพยักหน้า “ดี ...ถ้าพบจางหยวน…ข้าจะไม่พาเขามาหาลี่หลินทันที”ซูมี่มองอย่างพอใจ “ท่านรู้แล้วว่าข้าจะพูดอะไร”“อยู่กับเจ้ามานานพอ” เขาตอบ “ต้องรู้ก่อนว่าเขาเห็นอะไร รู้เรื่องไหน และถูกใช้เป็นเหยื่อล่อหรือไม่”“ใช่”เหยียนเฟิงเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้นาง “เฉินหยางพบอีกเรื่อง”ซูมี่รับมา “อะไร”“ชายที่เฝ้าบ้านร้างหนึ่งคน เคยทำงานให้ร้านสมุนไพรที่มีเงินเชื่อมกับคนของตระกูลซิน”แววตาซูมี่เปลี่ยน หลักฐานยังไม่ตรง แต่เส้นเริ่มวิ่งไปทิศเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ นางวางกระดาษลง“ลี่หลินร้องไห้เพราะนางคิดว่
ลี่หลินเงยหน้า “หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”“ถ้ามีคนเอาชีวิตของคนสำคัญมาบังคับ ข้าจะหาคนช่วย”“แต่ถ้าคนที่ขู่มีอำนาจมาก?”“ยิ่งต้องหาคนที่มีอำนาจพอจะต่อกร”ลี่หลินยิ้มเศร้า “คนแบบนั้นหาได้ง่ายหรือเจ้าคะ”“ไม่ง่าย” ซูมี่ตอบ “แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี”หญิงสาวมองนาง ซูมี่ไม่หลบสายตา “ฮองเฮา ฝ่าบาท เหยียนเฟิง และข้า”ลี่หลินเม้มปาก “ถ้าข้าพูดแล้วพวกเขาช่วยไม่ทันเล่าเจ้าคะ”“นั่นคือสิ่งที่เจ้ากลัวที่สุดใช่หรือไม่”คราวนี้ลี่หลินไม่ตอบ แต่น้ำตาไหลมากกว่าเดิม ซูมี่รู้ว่าถามถูกจุด นางจึงกล่าวช้า ๆ“เจ้าไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะถูกลงโทษ เจ้ากลัวคนอื่นถูกฆ่าเพราะเจ้าพูด”ลี่หลินกำมือแน่น ไหล่สั่น “ข้า…”ซูมี่รอ แต่หญิงสาวกลับยกมือปิดหน้า “ข้าพูดไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ”เสียงสะอื้นหลุดออกมา “อย่างน้อยตอนนี้ยังไม่ได้”ซูมี่ไม่ได้แตะตัวนาง เพียงนั่งอยู่ข้าง ๆ “เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดตอนนี้”ลี่หลินลดมือลง มองนางอย่างไม่เข้าใจ “ฮูหยินไม่บังคับข้าหรือ”“ถ้าข้าบังคับ เจ้าอาจพูด”“แต่พูดเพราะกลั







