Masukคำโปรย เพราะรักจึงได้ใช้ร่างกายเข้าขวางทางธนูช่วยชีวิตเขา พร้อมกับบีบคั้นให้อีกฝ่ายแต่งนางเป็นภรรยาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ความสุขที่เกิดขึ้นกับนางเพียงคนเดียว หากแต่อีกคนกลับต้องทนฝืน ในช่วงเวลาที่สำนึกได้ทุกอย่างก็สายเกินกว่าจะแก้ไข เพราะตั้งแต่นางแต่งเข้ามา เขาทั้งเย็นชา และไม่เหลียวแลนางสักนิด ชีวิตในเรือนหลังที่แสนยากลำบาก แม่สามีที่จงเกลียดชิงชังนาง แม้ว่าผู้เป็นย่าของสามีจะมีเมตตากับนางเพียงใดก็ตาม ในยามคับขันที่เมืองหลวงวุ่นวาย คนร้ายก่อกบฏ นางที่ท้องโตใกล้คลอด ยังเฝ้าคิดเข้าข้างตนเองว่าเขาจะกลับมาช่วยนางในที่สุด หากแต่รอแล้วรอเล่า เขาก็ยังไม่มาเสียที... สุดท้ายจึงได้รู้ว่าชายหนุ่มฝ่าเข้าวงล้อมของศัตรูเพื่อช่วยเหลือสตรีอันเป็นที่รักของเขา ทั้งยังหลงลืมนางที่ไร้ความสำคัญและลูกในครรภ์ไว้ยังเรือนหลังท้ายจวน ร่างกายของนางทั้งบอบช้ำ พร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย หากว่าสามารถย้อนกลับไปในวันวาน นางจะขอหลีกหนีเขาให้ไกลห่าง จะไม่ขอร่วมทางชีวิตกับบุรุษใจร้ายผู้นี้อีก พอลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งความเจ็บปวดหรือก็ยังมิจางหาย....
Lihat lebih banyakหนิงอันถึงกับสำลักน้ำชาเมื่อได้ยินว่ามารดาจะพานางไปพบกับไต้ซือหวงผู้นั้นอีก ก่อนที่หญิงสาวจะคิดในใจว่าให้นางไปพบไต้ซือผู้นั้นอีกงั้นหรือ ไม่รู้ว่าไปคราวนี้จะได้พบเคราะห์กรรมอันใดอีก ? น่ากลัวว่าจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตกลับมาอีกกระมัง แต่เพราะต้องการให้บิดามารดาสบายใจจึงได้ทำตามนั้นหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาหนิงอันก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในเรือน ทุกคนคิดว่าเป็นเพราะนางเสียโฉมจึงทำให้หญิงสาวอับอายจนกระทั่งไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด แต่...ในความเป็นจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ !หนิงอันสำนึกได้ตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องแล้วว่าหากครั้งนี้นางรอดมาได้ต้องพบกับอุปสรรคบางอย่างเป็นแน่ และเมื่อฟื้นขึ้นมาจริง ๆ แล้วพบว่าใบหน้าเสียโฉม แม้ว่าจะทำใจไว้แล้วก็เถิดหากแต่ก็ยังเสียใจอยู่นิด ๆ ก่อนจะตั้งใจเอาไว้ว่าเป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน นางจะได้ไม่ต้องไปงานเลี้ยงที่แสนน่าเบื่อ ไม่ต้องคอยพบปะผู้คนที่เอาแต่ตีสองหน้าใส่หน้ากากเข้าหากัน และที่สำคัญที่นางเอาแต่หมกตัวอยู่ในเรือนก็เพื่อศึกษาแผนที่เพื่อที่จะได้ออกเดินทางไปท่องเที่ยวให้ทั่วแผ่นดิน ด้วยใบหน้าเช่นนี้รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง ไม่มีใครกล้าทำอันใดนางเป็นแน่ ! หญิ
เมื่อไต้ซือหวงหันมาพบกับหนิงอันก็ได้ยกมือพนมขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับกล่าวว่า"ประสกกับอาตมามีวาสนาต่อกันยิ่งนัก" หนิงอันตกใจที่อยู่ ๆ ไต้ซือหวงก็เอ่ยทักนาง ด้วยเพราะกลัวว่าทุกคนจะล่วงรู้ความลับของตนเองจึงได้หันไปมองผู้คนที่อยู่โดยรอบ หากแต่สิ่งที่ทำให้นางได้แต่แปลกใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือทั้งมารดาของนางและหลิวฮูหยินดูเหมือนว่าจะมองไม่เห็นนางที่กำลังพูดคุยอยู่กับไต้ซือหวง ราวกับอยู่กันละโลกก็มิปาน"พวกเขาไม่เห็น มีเพียงอาตมาและประสกเท่านั้น""คารวะไต้ซือเจ้าค่ะ""ประสกได้มีโอกาสกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง เหตุใดจึงได้สร้างกรรมให้ตนเองอีกเล่า ?" หนิงอันตกใจ นางเข้าใจว่าไต้ซือหวงหมายถึงสิ่งใดก่อนจะก้มหน้ายอมรับโดยไม่ปฏิเสธ"ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ""หากประสกทำเช่นนี้จะไม่อาจหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมนี้ได้อีก ปล่อยวางเถิดหนา พันธนาการนี้หากว่าประสกต้องการหลุดพ้นก็จำเป็นจะต้องตัดสิ้นความสัมพันธ์ทั้งหลาย" ไต้ซือหวงกล่าวก่อนที่จะยื่นกำไลด้ายแดงให้นางหนึ่งเส้น หนิงอันรับมันมาก่อนจะกำไว้ในมือ"อยู่ที่ประสกว่าจ
หนิงอันตั้งใจที่จะเอ่ยเรื่องที่นางไม่อยากไปไหว้พระกับมารดาตามตรง หากแต่หญิงสาวกลับบังเอิญไปได้ยินในเรื่องที่ไม่ควรเข้าเสียก่อน"ข้ารู้ว่าเดิมทีพวกเรายกเลิกงานแต่งงานไปแล้วก็ควรอยู่ในห่างจากตระกูลหลิว แต่ท่านพี่ข้าคิดว่าทำเช่นนั้นก็มิเป็นผลดีกับพวกเราในตอนนี้ ท่านก็รู้ดีว่าหลังจากที่อันเอ๋อของเรายกเลิกงานแต่งงานกับท่านแม่ทัพหลิวไปแล้วก็มีองค์ชายหลายคนจับจ้องนางอยู่ การที่พวกเรายังคงมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหลิวก็มิใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีเสมอไปนะเจ้าคะ"จางซื่อเอ่ยกับสามีอย่างตรงไปตรงมา นางชั่งน้ำหนักแล้วว่าการที่นางยังผูกสัมพันธ์กับหลิวฮูหยินผู้นั้นจะกลายเป็นเกราะป้องกันบุตรสาวของนางได้ แม้จะไม่ตลอดไปหากแต่ก็ยังสามารถถ่วงเวลาไปจนกระทั่งหนิงอันสามารถหมั้นหมายกับใครสักคนหนึ่งอย่างจริงจังเสียก่อน
"ท่านแม่ทัพ !" หนิงอันที่เห็นชายหนุ่มในสภาพนั้นหากกล่าวว่าไม่ได้รู้สึกอันใดเลยก็ดูจะใจดำเกินไปหน่อยเพราะนางเองก็รู้สึกตกใจมากเช่นกันก่อนจะให้สาวใช้ของตนเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ แทนตนเอง "ท่านแม่ทัพของท่านเป็นอันใดไปหรือ ?" "ท่านไม่ทัพป่วยหนัก หากแต่วันนี้กลับยังห่วงเรื่องค่ายฝึกจึงได้เดินทางออกมาทั้ง ๆ ที่ยังป่วยเช่นนี้น่ะสิ" "พวกเจ้าอย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลย พาท่านแม่ทัพของเจ้าขึ้นมาบนรถม้าเสียก่อนเถิด" หนิงอันออกคำสั่ง ในขณะนั้นเองรถม้าคันใหม่ก็มาถึงพอดี ก่อนที่นางจะให้บ่าวรับใช้และองครักษ์ของเขาพยุงร่างของชายหนุ่มขึ้นไปบนรถม้า พร้อมกับมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองก่อนจะมุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิวเพื่อไปส่งชายหนุ่มที่จวนเป็นอันดับแรก ร่างสูงนอนราบอยู่บนเก้าอี้ยาวด้านข้าง ด้วยความเร็วของรถม้าทั้











