LOGINพอมองใบหน้าและรูปร่างก็ยิ่งได้ข้อสรุปชัดเจน หากเป็นชาวบ้านธรรมดาคงไม่มีปัญญาซื้อเครื่องบำรุงมาดูแลร่างกายจนผิวพรรณผุดผ่องเช่นนี้ได้
" หากเป็นเช่นนั้นจริง ไยไม่ส่งตัวนางกลับไปหาครอบครัว " " ได้ยินว่านางขอร้องพวกเขาไว้ว่าอย่าส่งนางกลับไป " เสิ่นเจี้ยนเคยจะพานางส่งกลับบ้านเกิด พอนางได้ยินสีหน้าก็พลันแสดงอาการตื่นตระหนกขอร้องว่าอย่าส่งนางกลับไปที่นั่นอีก ส่วนเหตุผลนั้นนางไม่ยอมบอกใคร แต่น่าจะมีความจำเป็นบางอย่างจึงไม่อยากกลับไป " งั้นก็หมายความว่านางไม่ได้ความจำเสื่อมซะทีเดียวน่ะสิ " " คงหนีอะไรสักอย่างมากระมัง มิเช่นนั้นขานางคงไม่เป็นเยี่ยงนั้นหรอก " ประโยคนี้พวกนางพยายามเบาเสียงลง เพราะกลัวสองสามีภรรยาคู่นั้นได้ยิน " เจ้าว่านางหนีอะไรมา " " ข้าว่า...." ระหว่างนั้น หญิงสาวที่ถูกพูดถึงก็ค่อยๆ ก้าวขาเข้ามาใกล้หญิงวัยกลางคนทั้งสอง นางฉีกยิ้มทักทายอย่างอารมณ์ดี " ป้าจ้าว ป้าหลี่ อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ " สองร่างสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงสดใสกล่าวทักทาย " ซินเหยียน เจ้าออกมาช่วยเสิ่นเจี้ยนหรือ " " เจ้าค่ะ ข้าอยากมาช่วยเขา แต่เขาไม่ยอมให้ข้าช่วย " ใบหน้าหวานหันไปทางสามีที่หาบถังน้ำสองถังขึ้นบ่า " ก็ข้ากลัวเจ้าล้มนี่นา " เขาอยากให้นางออกมาเปิดหูเปิดตา ไม่ใช่มาหาบถังน้ำที่หนักเกือบเท่าตัวนางเช่นนี้ " ไม่ล้มหรอกน่า ข้าจะระวัง " " ไม่ได้ " เสิ่นเจี๋ยนปฏิเสธหนักแน่น ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่ยอมให้นางทำงานหนักเด็ดขาด ทุกอย่างที่ใช้แรงงานเขาจะเป็นคนทำเองทั้งหมด ป้าจางทนฟังสองสามีภรรยาโต้เถียงกันไปมาไม่ไหว จึงเอ่ยแทรกขึ้นว่า " โธ่เอ๊ย สองผัวเมียคู่นี้นี่ พวกเจ้าจะเถียงกันทำไม ซินเหยียน งานหนักเช่นนี้เจ้าก็ให้สามีเจ้าทำไปเถิด ขาของเจ้ายิ่งไม่ดีอยู่ด้วย " " ข้าแค่อยากแบ่งเบาภาระเขา " ตั้งแต่นางตัดสินใจอยู่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้กับเสิ่นเจี้ยน เขาไม่เคยให้นางแตะต้องสิ่งใด แม้แต่อาหารเขาก็เป็นคนหุงหาด้วยตนเอง จนแม่สามีกล่าวตำหนินางว่าบกพร่องในการทำหน้าที่ภรรยา กระนั้นเสิ่นเจี้ยนก็คอยออกหน้าแทนนางเสมอ เขาบอกว่าเขาอยากทำเองทั้งหมด ส่วนนางกับแม่สามีมีหน้าที่กินให้อิ่มนอนให้หลับก็พอ แม้จะได้สามีช่วยพูดให้ ถึงอย่างนั้น แม่สามีนางก็ยังไม่หยุดเหน็บแนมหาว่านางเป็นภาระของลูกชายอีกฝ่าย มาอยู่ผลาญข้าวปลาอาหารไปวันๆ ดังนั้นนางจึงอยากแบ่งเบาภาระหนักอึ้งของเขาบ้าง แต่ก็เป็นอย่างที่เห็น เสิ่นเจี้ยนไม่ยอมให้นางทำสิ่งใดสักอย่าง " เช่นนั้นช่วยอยู่บ้านเฉยๆ ได้หรือไม่ แบบนั้นข้าย่อมสบายใจมากกว่าที่เห็นเจ้ามาที่นี่คนเดียว " เขาคลาดสายตาไปเพียงนิด นางก็หอบถังน้ำมาที่ลำธารเสียแล้ว เกิดพลาดท่าตกลงน้ำไปจะเป็นเช่นไร ขาข้างหนึ่งยิ่งไม่ดีอยู่ด้วย ซึ่งไม่มีทางที่นางจะว่ายน้ำขึ้นฝั่งมาได้ด้วยตนเองหากไม่มีผู้ใดช่วย ป้าจ้าว ป้าจางเข้าใจถึงความกังวลของเสิ่นเจี้ยนดี ทั้งสองจึงช่วยพูดเสริมอีกแรง " ซินเหยียน เจ้าก็เชื่อฟังสามีเจ้าเถิด " ดวงตาคู่งามเหลือบมองใบหน้าดำทะมึนของสามี เขาคงโกรธมากที่นางฝ่าฝืนคำสั่งเขา ด้วยเหตุนี้ นางจึงขยับขาเข้าใกล้ร่างสูงใหญ่สอดแขนคล้องกับท่อนแขนข้างหนึ่งของเขา ก่อนเผยอริมฝีปากยิ้มเอาใจผู้เป็นสามี " ก็ได้ ข้าจะเชื่อฟังพี่เจี้ยน " " ดีแล้วๆ " ป้าจางกล่าว " เช่นนั้นพวกเราขอตัวกลับก่อน " เสิ่นเจี้ยนลาหญิงวัยกลางคนทั้งสองคน ก่อนพาภรรยาเดินกลับเรือนตนเอง พอเดินพ้นประตูเรือนเข้ามา คำแรกที่ซินเหยียนได้ยินก็คือคำพูดเหน็บแนมของแม่สามี " ช่างไร้ประโยชน์จริงๆ ไปตักน้ำแค่นี้ก็ยังทำเองไม่ได้ " หญิงชราเอ่ยตำหนิลูกสะใภ้ต่อหน้าบุตรชาย นางเคยห้ามแล้วว่าไม่อยากได้หญิงพิการนางนี้เป็นลูกสะใภ้ แต่เสิ่นเจี้ยนก็ดันทุรังไม่เชื่อฟังนาง เอาสตรีที่ไร้ประโยชน์ผู้นี้มาเป็นภรรยาจนได้ " เป็นท่านแม่หรอกหรือที่บอกให้นางไปหาบน้ำมา " เสิ่นเจี้ยนวางถังน้ำบนบ่าลง ก่อนเดินเข้าใกล้มารดาที่นั่งอยู่บนเฉลียงบ้านโดยมีซินเหยียนเดินตามอยู่ข้างหลัง " หากใช่แล้วจะทำไม " เสิ่นซื้อกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ การที่นางจะเรียกใช้สะใภ้ที่แต่งเข้าบ้านมามันผิดด้วยหรือ หรือว่าซินเหยียนสูงส่งจนแม้แต่นางก็ห้ามใช้งานอีกฝ่าย เสิ่นเจี้ยนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดเรื่องนี้กับมารดา แต่มันถูกพูดคุยและเจรจามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว กระนั้นก็ยังไม่ได้ข้อสรุปเสียที " ลูกเคยบอกแล้วมิใช่หรือว่าลูกจะทำเอง " " เจ้ามีสิบมือสิบแขนหรือไร หากไม่ช่วยกันทำแล้วเมื่อไรจะเสร็จ " " ท่านแม่ " หญิงชราลุกพรวดจากเก้าอี้ ใช้สายตาเยือกเย็นมองไปยังลูกสะใภ้ที่ยื่นหลบอยู่ข้างหลังผู้เป็นสามี ก่อนหันมาโน้มน้าวบุตรชายด้วยโทนเสียงที่อ่อนโยนกว่าเมื่อครู่ " เจี้ยนเอ๋อร์ หย่ากับนางแล้วส่งนางกลับไปยังที่ของนางเถิดนะ เจ้าอย่าได้ฝืนอยู่กับนางอีกเลย " สองสามีภรรยาเบิกตาอย่างตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อว่าเสิ่นซื่อจะกล้ากล่าวถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจพวกเขาทั้งสองคนเช่นนี้ออกมา " ท่านแม่ ท่านพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ซินเหยียนเจ้าอย่าไปฟังนาง " แผ่นไหล่บอบบางสั่นสะท้าน ใบหน้าอาบคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ยอมรับว่าคำพูดที่แม่สามีพูดมันกระทบกระเทือนจิตใจนางจริงๆ นางไม่ได้หวังให้อีกฝ่ายทำดีกับนางเสมือนลูก นางหวังเพียงให้นางกับเสิ่นเจี๋ยนได้อยู่อย่างสงบสุขบ้าง มิใช่ทุกวันมีแต่เสียงก่นด่าและบอกว่านางไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ไม่เหมาะสมกับการเป็นภรรยาของเขา " ท่านพี่ ข้าอยู่แล้วเป็นภาระของท่านจริงๆ นั่นแหละ แต่ว่าข้าไม่อยากหย่า " ซินเหยียนพูดกับสามีพลางโผกอดเขา ใบหน้างามซุกกับแผงอกกำยำ ท่าทางออดอ้อนออเซาะของนาง ทำเสิ่นซื่อเดือดพล่านจนกระทืบเท้าเสียงดัง " สารเลว! เจ้าคิดจะสร้างความลำบากให้ข้ากับลูกไปถึงไหน กลับไปยังที่ของเจ้าได้แล้ว " เสิ่นซื่อเตรียมจะพุ่งเข้ามาทำร้ายลูกสะใภ้ แต่เสิ่นเจี้ยนรีบเบี่ยงตัวพาซินเหยียนหลบไปอีกด้าน " หยุดเถิดท่านแม่ ข้าจะไม่ยอมหย่ากับนางเด็ดขาด แล้วท่านก็เลิกพูดทำร้ายจิตใจภรรยาข้าเสียที " " เจี้ยนเอ๋อร์ " เป็นครั้งแรกที่เสิ่นซื่อถูกบุตรชายตำหนิด้วยสีหน้าและท่าทางจริงจังเช่นนี้ สายตาเขาที่มองนางดูเย็นชาเสียจนนางเจ็บแปลบในใจ เหตุใดบุตรที่นางประคบประหงมเลี้ยงดูมาอย่างดีจึงเห็นผู้อื่นดีกว่ามารดาตนเองเสียได้ " ซินเหยียน เรากลับเข้าห้องกันเถิด ข้างนอกบรรยากาศย่ำแย่เกรงว่าเจ้าจะไม่สบายเอา " เสิ่นเจี้ยนประคองภรรยาเข้าไปในบ้าน โดยไม่สนว่ามารดาจะก่นด่าอะไรตามหลังมาใบหน้าของเฉิงอิ๋นดูชุ่มฉ่ำและสดชื่นยิ่ง เขายืนกางแขนออกให้ภรรยาช่วยผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนไปยกน้ำชาคารวะบิดามารดา และด้วยส่วนสูงที่มากกว่าของเขา ยามมองลงจึงเห็นหน้าผากใสกระจ่าง แพขนตางอนยาว จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่ม ลำคอระหง ผิวขาวเนียนละเอียด รวมไปถึงเนินหน้าอกได้รูปที่โผล่พ้นสาบเสื้อออกมา เฉิงอิ๋นกระแอมเพื่อกลบระลอกคลื่นในใจตน ข่มใจไม่ให้ข่มเหงนางอีกรอบ " เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือ " ปากถาม แต่หน้ากลับก้มจัดเสื้อผ้าให้สามี " เมื่อคืนดื่มสุราเยอะไปหน่อยจึงรู้สึกแสบคอ " เฉิงอิ๋นพูดเพื่อให้ภรรยาเป็นห่วง แต่นางกลับตอบมาว่า " สมน้ำหน้า " ใบหน้าหล่อเหลาสลด เมื่อได้ยิ่งสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา สิ่งที่เขาต้องการได้ยินคือนางบอกว่า จะไปเชิญหมอมาตรวจดูอาการหรือไม่ก็บอกสาวใช้ไปต้มยามาให้ต่างหาก " เหตุใดเมียข้าจึงกล่าวเช่นนี้ ไม่ห่วงข้าเลยหรือไร " เฉิงอิ๋นพูดกระเง้ากระงอด " ก็ท่านทำตัวเองทั้งนั้น ข้าบอกไปแล้วว่าอย่าดื่มเยอะ เมื่อคืนเป็นเช่นไรท่านก็เห็นผลไปแล้วนี่ " รอบสุด
"...." ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเป็นเส้นตรง มองร่างเปลือยเปล่าท่อนบนของสามีก่อนเลื่อนต่ำลงไปใต้ผิวน้ำ เพราะเป็นกางเกงซับข้างใน เนื้อผ้าจึงบางกว่าเสื้อผ้าชนิดอื่น เห็นไปถึงของสงวนที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่าข้อมือนาง หวังซินเหยียนลอบกลืนน้ำลาย ใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นแดงปลั่ง หากถามถึงความรู้สึกในตอนนี้ นางกลับคิดว่าสภาพน่ารังเกียจเช่นนี้ไม่สมควรให้ผู้ใดมาเห็นจริงๆ นั่นแหละ " เฮ้อ ปัญหาเยอะเสียจริงนะท่านน่ะ " ร่างเพรียวระหงเดินไปหยิบจ้าวเจี่ยวที่ใช้ขัดตัวตรงชั้นวางของ จากนั้นก็หยิบตั่งตัวเล็กมานั่งข้างหลังเขา " ขัดได้ดี " คิ้วเรียวขมวดมุ่น นางไม่ทันได้ออกแรงก็ดีถึงขนาดเขาออกปากชมแล้วหรือ " ข้ายังไม่ทันขัดเสียหน่อย " นางแค่วางมือเอง เฉิงอิ๋นยิ้มกริ่ม " แค่เป็นเจ้าอะไรก็ดีไปหมด " หวังซินเหยียนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ดีอย่างนั้นหรือ ได้! นางจะทำให้ดีกว่านี้อีก ว่าแล้วนางก็ลงมือขัดหลังให้สามีอย่างแรง จนแผ่นหลังของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง แม้แสบหลังจนท
ใกล้ค่ำ ขณะที่นางเพิ่งลืมตาตื่น ได้ยินเหมือนเสียงคนเปิดประตูเข้ามา ร่างเล็กลุกพรวดเพ่งสายตามองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ค่อยๆ เดินเข้ามา เฉิงอิ๋นตาแดงก่ำ กระนั้นก็ยังประคองสติได้ดี เขาถูกหลินอวี้จับสุรากรอกปากหลายจอก พอเริ่มมึนหัวก็ขอตัวกลับมาที่ห้องหอก่อน ส่วนคนที่เหลือเขาสั่งให้บ่าวรับใช้พาไปนอนแล้ว " นี่ท่านดื่มไปมากถึงขนาดไหน " หวังซินเหยียนรีบเข้าไปประคองสามี พาเขามานั่งตรงเก้าอี้ ก่อนหันไปรินน้ำใส่จอกและยื่นให้เขา " ก็...หลายจอกอยู่ " เฉิงอิ๋นรับน้ำจากภรรยามาดื่มรวดเดียว เพราะดื่มสุราไปมากร่างกายจึงรู้สึกร้อนรุ่ม มือหนาเลื่อนถอดสายคาดเอวของตนออก พร้อมบ่นพึมพำว่าร้อนจนทนไม่ไหว ร่างสูงลุกขึ้น ทำทีเหมือนว่าจะพุ่งไปที่เตียง แต่ร่างเพรียวบางกลับปาดไปข้างหน้า กางแขนออกเพื่อห้ามเขา " ไปอาบน้ำก่อน อย่าเพิ่งนอน " " ข้ามึนหัว เดินไม่ไหวแล้ว " มือใหญ่ยกกุมขมับ และเบี่ยงตัวหลบไปอีกทาง ก่อนฉวยโอกาสในช่วงที่ภรรยาตามไม่ทัน ล้มตัวลงบนเตียงที่ปูด้วยฟูกสีแดงมงคล หวังซิ
" หนึ่งคำนับฟ้าดิน " เฉิงอิ๋นจูงหวังซินเหยียนหันหลังกลับ พานางคุกเข่าคำนับฟ้าดิน " สองคำนับบิดามารดา " ยามนี้หวังซินเหยียนกลายเป็นคนสกุลเฉิงโดยสมบูรณ์แล้ว " สามีภรรยาคำนับกันและกัน " สองสามีภรรยาคำนับกัน เฉิงอิ๋นกลายเป็นสามีของนางอย่างถูกต้องนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป " เสร็จพิธี...ส่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ " เฉิงอิ๋นร้อนใจ หากมัวแต่เดินเอื่อยเฉื่อยเช่นนี้ เมื่อไรจะก้าวถึงห้องหอเสียที ร่างสูงใหญ่ไม่รอช้าหลังเสร็จสิ้นพิธี เขาก็ย่อกายอุ้มเจ้าสาวขึ้นมา พาภรรยาตรงดิ่งไปยังห้องหอ โดยไม่สนคำคัดค้านของแม่สื่อแม้แต่น้อย ครั้นวางร่างบอบบางลงบนเตียงแล้ว เฉิงอิ๋นก็หันไปหาแม่สื่อกับผู้ดำเนินพิธีบอกว่าเขาต้องการเปิดผ้าคลุมหน้าเดี๋ยวนี้ หญิงวัยกลางคนเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว จึงยื่นถาดที่มีไม้มงคลวางอยู่ไปให้เฉิงอิ๋น เขาใช้ไม้นั้นเปิดผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาวออก เผยให้เห็นใบหน้างดงามภายใต้ผ้าผืนนั้น แม่สื่อกับผู้ดำเนินพิธีหญิงมองหน้ากัน เ
ขบวนของเจ้าบ่าวที่มารับเจ้าสาวยาวกว่าครึ่งลี้ ที่ประตูจวนสกุลหวังประดับประดาโคมไฟที่ทำจากผ้าโปร่งสีแดงจำนวนนับไม่ถ้วนดูงามจับตาม่านสีแดงห้อยระย้ากำลังปลิวไสวตามแรงลม ผู้คนต่างออกมาร่วมยินดีกับคู่บ่าวสาว หวังซินเหยียนนั่งอยู่ในห้องได้ยินเสียงแต่งกลอนของเฉิงอิ๋น พร้อมกับเสียงโห่ร้องของญาติๆ นางที่มาร่วมยินดี มีคนบอกให้เขาแต่งกลอนเพิ่มอีก หากแต่งไม่น่าพึงพอใจพวกเขาจะไม่ปล่อยให้เจ้าบ่าวได้เจอหน้าเจ้าสาวเฉิงอิ๋นหัวเราะด้วยความสุข ยอมแต่งกลอนเพิ่มอีกหนึ่งบท ซึ่งเนื้อหาที่เขาแต่งพรรณนาถึงธรรมชาติและขุนเขา แต่ความหมายแฝงของบทกลอนนั้นกลับหมายถึงเกี้ยวพานสตรีในดวงใจหวังซินเหยียนหน้าเห่อร้อนมองตัวเองผ่านคันฉ่องทองเหลือง ใบหน้าถูกแต่งแต้มและประทินโฉมงดงาม เรือนผมถูกเกล้าขึ้นสูงพร้อมสวมมงกุฎหงส์ของเจ้าสาวผู้ที่มาแต่งตัวให้นางในวันนี้คือท่านป้าสะใภ้ใหญ่มารดาของหวังกุ้ยเฟย อีกฝ่ายค่อนข้างเชี่ยวชาญในด้านนี้ หลี่ซื่อมารดาของหวังซินเหยียนจึงไหว้วานอีกฝ่ายมาช่วยแต่งตัวให้บุตรสาวตน" ขอบคุณท่านป้าใหญ่ที่มาช่วยเหยียนเอ๋อร์แต่งตัวให้วันนี้ " นางกล่าวขอบคุณ
หวังซินเหยียนนึกว่าเฉิงอิ๋นเข้าใจที่นางพูดแล้ว ไฉนตกกลางคืนเขาจึงแอบเข้ามาในห้องของนางอีก" ออกไปนะ " นางไล่คนที่ฉวยโอกาสเข้ามาในห้องนาง และมาแย่งผ้าห่มของนางไปตอนแรกนางนึกว่าลมพัดหน้าต่างถึงได้มีเสียงเช่นนั้น แต่พอเห็นเขาปรากฏกายก็รู้ได้ทันทีว่าเขางัดหน้าต่างเข้ามาเหตุใดนักรบที่เคยองอาจเช่นเขา จึงได้มีพฤติกรรมเช่นนี้ไปได้นะ" อย่าเสียงดังสิ ประเดี๋ยวสาวใช้ของเจ้าก็ได้ยินหรอก " เฉิงอิ๋นใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากของตนเชิงบอกให้นางเบาเสียงลงหน่อย" ข้าบอกท่านไปว่าอย่างไร " น้ำเสียงกระด้างเอ่ยถามผู้ที่มีสีหน้าเบิกบานใจ ขนาดถูกนางตำหนิไปถึงขนาดนี้แล้วเขายังยิ้มได้อีก" แล้วข้าได้ตอบตกลงหรือไม่ " เขาจำได้ว่าไม่เคยคำปากนาง ดังนั้นนางจะเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาไม่ได้" เฉิงอิ๋น ท่านกลายเป็นคนดื้อด้านเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร "หญิงสาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อยากยื่นมือไปหยิกเนื้อเขาให้เขียวนัก แต่ต้องข่มกลั้นอารมณ์ประเดี๋ยวจะพาลทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต หากตะโกนบอกให้สาวใช้มานำตัวเขาออกไป คนจะลือกันอีกว่าหวังซินเหยียนไม่รู้จักหักห้







