INICIAR SESIÓNนางเสมือนเป็นผู้ที่ตายแล้วเกิดใหม่ ชีวิตครั้งนี้หวังเพียงความสงบสุข ไม่อยากตามตอแยชายใดเพื่อร้องขอความรักอีกแล้ว แต่ในวันที่นางหมดรัก เขากลับตามทวงสิทธิ์ที่ตนเองไม่เคยเหลียวแลหรือใส่ใจ
Ver másร่างกายบอบช้ำจากการถูกทำร้ายของสตรีนางหนึ่ง ร่วงหล่นลงจากหน้าผาสูงชันราวกับใบไม้แห้งที่ปลิดปลิวออกจากต้น
ทั้งที่รู้ว่าตกลงไปนางต้องตายแน่นอน ทว่าใบหน้ากลับเคลือบไปด้วยรอยยิ้ม โล่งใจที่ท้ายที่สุดนางก็หลุดพ้นจากความเจ็บปวดนี้เสียที ' หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอไม่รักท่านอีก ' นั่นคือสิ่งที่นางกล่าวในใจ ระหว่างมองไปยังผู้ที่ชะเง้อและยื่นแขนลงมา สีหน้าเขาดูตื่นตกใจเป็นอย่างมาก คล้ายเสียใจที่คว้าตัวนางไม่ทัน แต่แล้วอย่างไร ในตอนที่นางอยู่ดีมีสุขเขาไม่เคยเหลือบแลหรือให้ความสนใจสักนิด แต่บัดนี้กลับทำเหมือนว่าเสียใจนักหนา เขาควรดีใจสิที่ตัวน่ารำคาญเช่นนางไม่อยู่แล้ว สองปีผ่านไป " ซินเหยียน ข้าบอกว่าจะทำเองอย่างไรเล่า " บุรุษร่างสูงรีบไปแย่งถังน้ำจากหญิงสาวและนำมาถือเอง นางยิ้มให้เขา ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อให้อีกฝ่าย " พี่เจี้ยนเหงื่อท่านออกแล้ว " ภาพสองสามีภรรยายืนเช็ดเหงื่อให้กันอย่างหวานชื่นตกอยู่ในสายตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมา เพื่อตักน้ำจากลำธารไปใช้สอย " ดูเจ้าเสิ่นเจี้ยนสิ " หญิงชาวบ้านนางหนึ่งสะกิดแขนสหายที่มาด้วยกันมองไปยังสองสามีภรรยาที่ยืนอยู่ข้างลำธาร " ช่างได้ภรรยาดีจริงๆ " " ใครว่าเล่า ซินเหยียนเองก็ได้สามีดีเช่นกัน เจ้าไม่เห็นขาของนางหรือ " ทั้งสองมองไปที่ขาของหญิงสาว แม้หน้าตาและรูปร่างของนางจะงดงามเกินบรรยาย ทว่าขาข้างหนึ่งกลับใช้การได้ไม่ปกติ เวลาเดินจะเดินกะเผลกเหมือนคนเจ็บขาตลอดเวลา แต่ข้อเสียนั้นกลับทำให้ทุกคนมองข้าม โดยเฉพาะกับเสิ่นเจี้ยน เขาไม่เคยรังเกียจที่มีภรรยาขาพิการ กลับรู้สึกเห็นอกเห็นใจนางเสียมากกว่า " น่าสงสารยิ่งนัก เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นไปได้นะ " " ข้าได้ยินว่านางได้รับบาดเจ็บตกจากหน้าผาเมื่อสองปีก่อน เสิ่นเจี้ยนพาตัวนางมารักษาตัว จากนั้นก็แต่งงานกัน " นางรู้เพราะสามีนางพอมีวิชาแพทย์อยู่บ้าง และเป็นคนช่วยรักษาซินเหยียนกับมือ ยามนั้นมีแต่คนบอกว่าหญิงนางนี้ไม่น่ารอดจากความตาย แต่ใครจะคิดเล่าว่า ผ่านไปสามวันชีพจรของนางจะกลับมาเต้นเป็นปกติดังเดิม " เรื่องนั้นข้าก็รู้ แต่อยากรู้ว่านางตกลงมาได้อย่างไรมากกว่า เหมือนว่านางจะจำอะไรไม่ได้ด้วยนะ " ครั้นซินเหยียนฟื้นตัว ทุกคนต่างรุมถามนางว่าเป็นใคร มาจากที่ไหน ชื่อแซ่อะไร แต่นางกลับตอบแค่ว่า จำไม่ได้ " ข้าได้ยินยายแก่เสิ่นบอกว่า นางน่าจะเป็นสตรีสูงศักดิ์ที่มาจากเมืองหลวง " ดูจากเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่นางสวมใส่แล้ว ย่อมไม่ใช่สิ่งของที่จะหาได้ง่าย หากไม่ใช่ผู้ที่มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้ว จะบอกว่านางเป็นชาวบ้านธรรมดาที่ปลอมตัวเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ก็ยิ่งไม่ใช่เพราะมือและเท้าของนางนุ่มนวลเหมือนไม่ใช่ผู้ที่เคยทำงานหนักมาก่อนแม้สามีบอกว่าพร้อมเลี้ยงเต็มที่ แต่ซินเหยียนกลับสั่งแค่อาหารที่ถูกที่สุด ไม่กล้าซื้อของแพงกว่านี้ เพราะทุกครั้งที่เห็นสามีควักเงินออกมาจ่าย นางมักนึกถึงคำพูดของแม่สามีที่บอกว่านางเป็นตัวล้างผลาญทรัพย์สินของเขาเสิ่นเจี้ยนเห็นภรรยาสั่งน้อย จึงหันไปหาเสี่ยวเอ้อร์ " เอาปลาต้มผักดองมาหนึ่งถ้วย แล้วก็ขนมเปี๊ยะไส้ถั่วสองชิ้น แล้ว..."" พี่เจี้ยนพอแล้ว แค่นี้ก็เยอะแล้วเจ้าค่ะ " ซินเหยียนรีบห้ามเพราะอันที่นางสั่งไปก็สามสี่อย่างแล้ว หากเขายังสั่งมาเพิ่มอีกเกรงว่าสองคนคงกินไม่หมด" ก็ได้ " เสิ่นเจี้ยนว่าตามภรรยา ก่อนบอกเสี่ยวเอ้อร์ว่าเอาเท่าที่สั่งไปเมื่อครู่ภาพสองสามีภรรยาพูดคุยกันอย่างสนิทสนมตกอยู่ในสายตาคนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ตรงมุมร้านอีกฝั่ง เขาจ้องมองสองคนนั้นตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวขาเข้ามาหญิงสาวนางนั้นเหมือนอดีตคู่หมั้นของเขาตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า มีเพียงอย่างเดียวที่ไม่เหมือนหรืออาจจะแปลกไป นั่นก็คือวิธีการเดินของนางนางเดินกะโผลกกะเผลกคล้ายคนได้รับบาดเจ็บที่ขา ทว่าสีหน้าของนางกลับดูสดชื่นอยู่เลย ไม่เหมือนคนที่ได้รับความเจ็บปวดสักนิดดวงตาคมปลาบมองไปยังร่างบอบบางของหญิงสาว รอยยิ้มที่
เมืองซีเป่ยซีเป่ยขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนที่เชียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์ ด้วยมีภูเขาล้อมรอบสามด้านช่วยบดบังพายุและลมหนาว ทำให้ความเป็นอยู่ของคนแถบนี้ค่อนข้างสมบูรณ์พูนสุขภายในโรงน้ำชาที่เป็นที่นิยมของคนเมืองนี้ มีชายผู้หนึ่งนั่งมองผู้คนสัญจรไปมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สองวันก่อนเขาได้รับจดหมายด่วนว่าพบคนที่หน้าตาคล้ายคลึงกับอดีตคู่หมั้นของเขาที่หายไปแล้ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงเร่งควบม้ามาที่เมืองซีเป่ยเพื่อมาดูด้วยตาตนเองว่าใช่นางจริงหรือไม่" เหตุใดเจ้าจึงไม่เลิกตามหานาง เจ้าเองก็เห็นกับตามิใช่หรือว่านางตกจาก...."" หุบปาก "เฉิงอิ๋นสั่งสหายที่มาด้วยกันปิดปาก ยามนี้เขาไม่รับฟังความเห็นต่างจากผู้ใดทั้งนั้น ตราบใดที่ยังไม่พบศพนาง จะให้เขาเชื่อได้อย่างไรว่านางตายไปแล้ว" ข้านึกว่าเจ้าชอบหลี่เจินเสียอีก ""...."" ถึงขนาดช่วยนางแทนที่จะช่วยคู่หมั้นตัวเองมิใช่หรือ "มือของเฉิงอิ๋นกำแน่น ไม่ใช่ว่าโกรธเรื่องที่สหายพูดออกมา แต่โกรธตัวเองที่ตอนนั้นมัวแต่ลังเลจนพลาดโอกาสช่วยคู่หมั้นตนเองไป เหลือแค่เอื้อมมือหนึ่งเท่านั้นที่เขาสามารถคว้าตัวนางไว้ได้ ทว่าทุกอย่างก็กลับตาลปัตรไปหมด นอกจากเขาจะจับนางไว้ไม่ทันแ
" ข้าจะกลับเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้เลย " ซินเหยียนลุกพรวดเตรียมจะพุ่งไปที่หีบเก็บเสื้อผ้าอาภรณ์ แต่กลับถูกมือใหญ่ดันให้นั่งลงอีกครั้ง" ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอก "" ก็ข้าตื่นเต้นนี่นา ขอข้าเตรียมของไว้ก่อนไม่ได้หรือ ข้ากลัวว่าพอถึงวันแล้วข้าจะลืมเอาสิ่งสำคัญไปน่ะ " ซินเหยียนพูดด้วยรอยยิ้มพลางทำท่าทางออดอ้อน จนผู้เป็นสามียอมคล้อยตาม" เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า "เสิ่นเจี้ยนปล่อยให้ภรรยาเตรียมตัวไปก่อน ส่วนตนปลีกออกไปหามารดาที่นั่งรออยู่ที่เรือนฝั่งขวา ครั้นมาถึงผู้เป็นมารดาก็ไม่รอช้ารีบพูดกับบุตรชายทันทีว่า" หย่ากับนาง แล้วก็กลับไปสอบขุนนางเสีย "" ท่านแม่ เรื่องนี้ข้าเคยพูดไปแล้วมิใช่หรือว่าข้าจะไม่ไปสอบอีก "ครั้งก่อนเขาถูกคนไม่หวังดีสับเปลี่ยนข้อสอบ นำของเขาไปให้บุตรขุนนางตระกูลใหญ่ ทำให้เขาสอบคัดเลือกไม่ผ่าน เขาเคยไปตีกลองร้องทุกข์แต่กลับไม่มีผู้ใดสนใจว่าเขาจงใจใส่ร้ายคนผู้นั้น ทั้งยังถูกไล่ออกมาจากที่ว่าการประหนึ่งสุนัขตัวหนึ่งยามนั้นเขาแค้นใจเป็นอย่างมากถึงขั้นวางแผนอยากแก้แค้นคืน แต่พอเดินทางกลับบ้านกลับสตรีนางหนึ่งนอนหมดสติอยู่ข้างลำธารที่หนาวเย็น ตามเนื้อตัวนางเต็มไปด้วยรอยแผล ขาข้างหนึ่งบ
เสิ่นเจี้ยนยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ภรรยาใช้เช็ดน้ำตาหลังเข้ามาในห้องนอนตนเองแล้วมือเรียวยื่นไปรับผ้าผืนนั้นมาก่อนนำมาซับที่หัวตาตนเอง ดวงตาแดงก่ำมองไปยังร่างสูงที่ยืนมองนางอยู่" หากเรามีลูกด้วยกัน จะทำให้ความโกรธเคืองที่ท่านแม่มีต่อข้าลดน้อยลงหรือไม่ "" เปล่าประโยชน์ คนเช่นนางไม่มีทางคลายความโกรธลงเพราะเรื่องนั้นแน่ "เสิ่นเจี้ยนรู้จักมารดาตนเองดีกว่าใคร เจ้าคิดเจ้าแค้นคำนี้ดูจะไม่เกินจริงสักเท่าไร ที่สำคัญ การที่เขาแต่งงานกับซินเหยียนไม่ใช่แค่อยากช่วยนางฟื้นความทรงจำเพียงอย่างเดียว แต่มันยังมีความรู้สึกอื่นผสมอยู่อีกด้วย" แล้วจะทำอย่างไรดี ข้าไม่อยากหย่ากับท่านนะเจ้าคะ "" ข้ายังพูดอะไรมากไม่ได้ คงต้องรอความทรงจำของเจ้ากลับมาก่อน "" นี่เป็นเหตุผลที่ท่านไม่ยอมร่วมเตียงกับข้างั้นหรือ "สองปีมานี้ แม้นอนห้องเดียวกัน แต่นางกับเสิ่นเจี้ยนกลับนอนคนละมุม นางนอนที่เตียง ส่วนเขานอนที่ตั่งไม้ตัวยาวที่วางอยู่ติดกับหน้าต่างทางเข้าห้องทั้งที่นางเคยเอ่ยปากชวนให้เขามานอนด้วยกันแล้วแท้ๆ แต่เขากลับไม่ยอม และยังกำชับอีกว่าอย่าเล่าเรื่องในห้องนอนให้ใครฟังเด็ดขาด มิเช่นนั้นมันจะนำปัญหามาสู่เขาและนางไม่จ











