LOGINดวงตาคู่คมวาวโรจน์ ต่อให้นางอ้อนขอ เขาก็ไม่ยอมให้นางไปพบกับเสิ่นเจี้ยนอยู่ดี เกิดทั้งสองรำลึกถึงค
ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ ต่อให้นางอ้อนขอ เขาก็ไม่ยอมให้นางไปพบกับเสิ่นเจี้ยนอยู่ดี เกิดทั้งสองรำลึกถึงความหลังที่มีมาด้วยกัน และนึกอยากกลับไปอยู่ด้วยกันอีกครั้ง เขาจะทำเช่นไร เขาคงอยู่ไม่เป็นสุข และคลุ้มคลั่งจนอยากตายเหมือนเมื่อก่อนแน่ " นั่นแหละ คือเหตุผลที่ข้าไม่บอกท่าน " ดวงตาคู่งามประสานกับนัยน์ตาสีดำทมิฬอย่างไม่ยำเกรง เฉิงอิ๋นใบหน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่นสั่นด้วยโทสะที่แผดเผา มองภรรยาด้วยสายตาผิดหวังและเสียใจอย่างสุดซึ้ง เสี้ยววินาทีที่กำลังสบตากัน หวังซินเหยียนรู้สึกเหมือนลมร้อนบางอย่างวิ่งเฉียดหน้านางไป หญิงสาวตัวแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นสามีรัวหมัดใส่ผนังเรือนจนเนื้อส่วนนั้นแตก " นี่ท่าน...อื้อ " ร่างบอบบางปลิวเข้าสู่วงแขนร้อนแผ่วของชายหนุ่ม นางตัวสั่นสะท้านยามแนบชิดกับร่างสูงใหญ่ เรียวปากงามถูกอีกฝ่ายจุมพิตอย่างหิวกระหาย มือหนาเลื่อนลูบไปทั่วผิวกายนุ่มนวล หวังซินเหยียนดิ้นขัดขืน พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสวาบหวาม นางใช้มือทั้งผลักทั้งดันเขาออก แต่กลับไม่เป็นผล
พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าถึงเวลาให้รัตติกาลมาเยือน กำหนดกลับจวนช้าไปหนึ่งชั่วยาม ทำให้นางมาถึงในตอนที่แสงจันทร์สาดส่องลงมาแล้ว หวังซินเหยียนเร่งฝีเท้ากลับเรือนหลุนซีอย่างเร่งรีบ เมื่อครู่สอบถามบ่าวเฝ้าหน้าประตูจนแน่ใจแล้วว่าเฉิงอิ๋นยังไม่กลับมา นางพลันโล่งใจ หากเขากลับมาก่อน เขาต้องถามแน่ว่านางไปที่ใดมา ทว่า... ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด นางมาถึงเรือนพักของตน เห็นร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นสามีนั่งอยู่บนเก้าอี้เอนหลังตรงเฉลียงบ้าน ใบหน้างามเผยความตื่นตระหนกหยุดฝีเท้าที่กำลังเดินไปข้างหน้าด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น ดวงตาสีดำทมิฬจ้องเขม็งท่ามกลางความมืด ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเยือกเย็นยิ่ง " กลับมาแล้วหรือ " " ท่านพี่ " ร่างกายนางพลันแข็งค้าง ขนคอพากันลุกเกรียวเสียววาบไปถึงแผ่นหลัง หัวใจดวงน้อยเต้นหนักหน่วง ยามเห็นสายตาที่เขาใช้มองมา " ทะ..ท่านกลับมานานแล้วหรือ " นางกล่าวตะกุกตะกัก พลางเดินเข้าใกล้อีกฝ่าย " เมื่อครึ่งชั่วยามที่แล้ว " น้ำเสียงของเฉิงอิ๋นยังคงเรี
" คือข้า...." " ไม่ต้องรู้สึกผิดไปหรอก เดิมทีคนในใจเจ้าก็ไม่ใช่ข้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว " เสิ่นเจี้ยนคลี่ยิ้มเหมือนเป็นการปลอบประโลมนาง ไม่ให้ทุกข์ใจยามเห็นสีหน้าเขามากนัก กระนั้นนางก็อดไม่ได้อยู่ดี หวังซินเหยียนร่ำไห้ประหนึ่งจะขาดใจ ที่ผ่านมานางหลอกใช้คนดีๆ เช่นนี้ได้อย่างไร ช่างน่าละอายใจนัก " ฮึก ข้าไม่ดีเอง ฮือๆ ข้าหลอกท่าน " เสิ่นเจี้ยนส่ายหน้า " ไม่เลย เจ้าไม่ได้หลอกข้า เป็นข้าต่างหากที่เกิดความโลภอยากจะครอบครองเจ้า ข้ารู้แต่แรกแล้วว่าเจ้าคือใคร " เสิ่นเจี้ยนรู้ว่าหวังซินเหยียนเป็นใครตั้งแต่วันแรกที่เขาพบนาง รู้แม้กระทั่งว่าบุรุษที่นางจะแต่งงานด้วยคือใคร ทว่าความงดงามของนางทำเขาสติเลอะเลือนไปชั่วขณะ ถึงขั้นอยากโกหกนางตั้งแต่แรกว่าเขาเป็นสามีนางด้วยซ้ำ แต่คุณธรรมในใจเขาถือว่ายังมีอยู่ จึงไม่ได้ทำอย่างที่ใจคิด ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น " เพราะแบบนั้นท่านจึงไม่แตะตัวข้าใช่หรือไม่ " ถึงแม้มีฐานะเป็นสามีภรรยากัน แต่เสิ่นเจี้ยนก็ไม่เคยล่วง
ตลอดสามวันมานี้ สองสามีภรรยาต่างหมางเมินใส่กัน เฉิงอิ๋นหลับนอนในห้องตำราเสียส่วนใหญ่ ร่วมโต๊ะทานอาหารแต่ไม่พูดจา ต่างคนต่างรอให้อีกฝ่ายเปิดปากพูดก่อน แต่กลับไม่มีผู้ใดยอมโอนอ่อนสักคน เฉิงอิ๋นให้บ่าวรับใช้ไปถามภรรยาว่า วันนี้นางจะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ ไม่ นางไม่อยากกลับไป ด้วยความไม่อยากให้ภรรยาถูกมองไม่ดี เขาจึงอาสาไปแทนนาง โดยอ้างว่านางป่วยจึงกลับมาไม่ได้ หวังซินเหยียนใช้โอกาสในตอนนี้ออกไปจ้างรถม้ารับจ้าง เพื่อเดินทางไปที่เมืองซีเป่ย ใช้เวลาไปกลับไม่เกินห้าชั่วยามก็น่าจะเพียงพอแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่ได้แจ้งให้คนในจวนทราบก่อน ซึ่งเป้าหมายของนางที่มาในครั้งนี้เพื่อไปหาเสิ้นเจี้ยนและกล่าวขอโทษเขาในเรื่องที่ผ่านๆ มา สองไปสืบดูว่าคุณชายลู่ยังเลี้ยงภรรยาลับผู้นั้นอยู่หรือไม่ เหตุผลที่นางไม่บอกกล่าวสามีก่อน เป็นเพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องปฏิเสธและไม่ยอมให้นางมาแน่ ดังนั้นนางจึงรอบอกเขาทีเดียวตอนที่กลับไปแล้ว และหวังซินเหยียนยังคิดอีกว่า หากพลาดโอกาสครั้งนี้ไป ก็คงไม่มีโอกาสให้ได้พูด
ที่จริงในยุคสมัยนี้การที่สามีมีภรรยาหลายคนมิใช่เรื่องผิด แต่สตรีพวกนั้นควรมาทีหลังภรรยาเอก เพราะถ้าภรรยาลับพวกนั้นพลาดพลั้งมีบุตรก่อน จะกลายเป็นว่าบุตรคนโตที่ควรจะเกิดจากภรรยาเอกได้ถูกภรรยาลับและบุตรนอกสมรสลิดรอนไป ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นหลังลูกๆ ทุกคนเติบโต หากเด็กๆ รักกันดีย่อมเป็นวาสนาของบิดามารดา แต่ถ้าพวกเขามีใจคิดริษยากันเล่า จะไม่กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่มีวันแก้ไขได้หรอกหรือ " บุรุษที่ยังไม่ผ่านการแต่งงานข้องแวะกับสตรีย่อมมิใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรือ " เฉิงอิ๋นพูดตามสิ่งที่ตนเคยเห็น ขนาดบิดาเขาก็มีอนุภรรยาหลายคนเช่นกัน จึงไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลก แต่นั่นเขามองจากมุมมองของบุรุษด้วยกัน ซึ่งแตกต่างจากมุมของสตรี " หมายความว่าท่านก็เคยงั้นหรือ " หวังซินเหยียนถึงกับเดือดดาลเมื่อได้ยินสามีกล่าวเช่นนี้ " เปล่านะ " เฉิงอิ๋นรีบกล่าวอย่างร้อนรน " นอกจากเจ้าแล้ว ข้าเคยแตะเนื้อต้องตัวสตรีใดอีกเล่า " หวังซินเหยียนหรี่ตา จ้องหน้าสามีอย่างคาดคั้น จนในที่สุดเขาก็ยอมพูดออกมา " มีแค่ครั้งนั้นครั้งเดี
" ซื่อจื่อกลับมาแล้ว ฮูหยินมาถามหาท่านหลายรอบแล้วขอรับ " บ่าวเฝ้าหน้าประตูรีบวิ่งมาแจ้งข่าวให้เจ้านายทราบตรงจุดจอดรถม้า " ไม่เจอกันแค่ครึ่งวันนางก็แสดงออกว่าคิดถึงข้าถึงเพียงนี้แล้วหรือ " แม้ในใจจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทว่าใบหน้ากลับยังคงสีหน้าเดิมไม่แสดงอารมณ์ใจ " รีบไปเถิดขอรับ นางกำลังรอท่านอยู่ " บ่าวรับใช้กล่าวอย่างกระตือรือร้นเพราะรู้อยู่แล้วว่าเจ้านายพึงพอใจยิ่งยามได้ยินว่าผู้เป็นภรรยาถามหา " อืม " เฉิงอิ๋นรีบก้าวขาไปยังเรือนพักของตนกับฮูหยิน ครั้นไม่มีผู้ใดอยู่แล้ว ริมฝีปากหยักก็ปรากฏมุมโค้งขึ้นมา ดวงตาประกายระยับ ในใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก 'ซินเหยียน เจ้าคิดถึงข้า เหมือนที่ข้าคิดถึงเจ้าเช่นกันใช่หรือไม่' หวังซินเหยียนเดินวนไปวนมา ชะเง้อมองด้านนอกหลายรอบ ตั้งแต่ได้ฟังเรื่องที่เซี่ยซื่อกับโหล่วอี้เหนียงคุยกันจิตใจนางพลันไม่สงบ อยากรีบปรึกษากับสามีเร็วๆ " ฮูหยิน ซื่อจื่อกลับมาแล้วเจ้าค่ะ " ปี้จูสาวใช้คนสนิทของหวังซินเหยียนเข้ามารายงาน นางพยักหน้า " ข้าจะออก







