مشاركة

บทที่ 2

ในขณะที่หนิงอันกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย “ลูกรักของแม่ เจ้าอย่าเป็นอะไรนะ” เสียงนั้นดังขัดความคิดของเจ้าตัว ทำให้เด็กหญิงรีบลุกจากเก้าอี้เดินมายังเตียงนอนพร้อมปีนกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

“ละเมอหรอกหรือ” เด็กหญิงมองไปยังใบหน้าของหญิงสาวที่เป็นมารดาของร่างเดิมอย่างสงสารและเห็นใจ

“ต่อไปนี้ท่านคือแม่ของข้า” อันอันกล่าวออกมาอีกครั้ง จากนั้นเธอก็หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน

เช้าวันต่อมา เสียงนกส่งเสียงเจื้อยแจ้วทำให้ร่างเล็กขยับเปลือกตาก่อนจะลืมตากลมโตมองเพดานห้องนอนอย่างครุ่นคิด ว่าเรื่องเมื่อคืนของตนเป็นเพียงฝันหรือเรื่องจริง กระนั้นเจ้าตัวจึงได้หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาซึ่งเป็นลายมือของตนไม่ผิดแน่

“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ ข้าน้อยจะไปเรียนฮูหยิน” สาวใช้อายุเจ็ดปีกล่าวอย่างดีใจพร้อมก้าวเท้าวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่อันอันได้แต่มองตามตาปริบ ๆ

‘อะไรจะรวดเร็วปานนั้นแม่คู๊ณ’ อันอันได้แต่มองตามแผ่นหลังของร่างนั้นโดยไม่ทันได้ปริปาก

เด็กหญิงกึ่งนั่งกึ่งนอนเอาหลังพิงหัวเตียงอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงเอะอะมาจากทางประตู

“ลูกรักของแม่เจ้าฟื้นแล้ว ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์” หญิงสาวรูปร่างอรชรใบหน้ารูปไข่ผมสีดำเกล้าขึ้นปักปิ่นเรียบร้อยงดงามรีบก้าวเท้าเดินเข้ามากอดเด็กหญิงที่หันมามองเธอพร้อมรอยยิ้มบางอย่างรวดเร็ว

“ท่านแม่ ข้าขอโทษนะเจ้าคะที่ทำให้ท่านเป็นกังวล” เด็กหญิงตัวน้อยกระชับอ้อมกอดของตนกับมารดาแน่นกล่าวเสียงเบา

“แม่ไม่เป็นอะไรจ้ะ ขอแค่ลูกปลอดภัยก็พอ” หญิงงามกล่าวปลอบลูกเสียงอ่อน

สองคนแม่ลูกต่างสนทนากันอยู่สักพัก หญิงชราก็เดินเข้ามาโดยมีบ่าวช่วยประคองไม่ห่างกาย

“หลานสาวของย่าเจ้าหายดีแล้วอย่างนั้นหรือ” หญิงชรานั่งลงข้างเตียงของเด็กหญิงถามออกมา ในขณะเดียวกันอันอันก็โผเข้ากอดร่างอวบของย่าแน่น

“ท่านย่า อันอันหายดีแล้วเจ้าคะ ข้าคิดถึงท่านมากเลย” เด็กหญิงกล่าวเสียงหวานแม้จะคล้ายว่าประจบแต่คำพูดนั้นออกมาจากใจทุกคำ เนื่องจากหญิงชราคนนี้เหมือนกับยายที่เสียไปราวพิมพ์เดียวกัน

‘จะว่าไปท่านแม่ก็ดูคล้ายแม่ของเราจากภาพถ่าย ส่วนท่านพ่อเมื่อวานยังเห็นไม่ชัด’ หนิงอันคิด

“ปากน้อย ๆ ของเจ้านี่ช่างหวานปานน้ำผึ้งเสียจริง อยากได้อะไรล่ะบอกย่ามา ยกเว้นดาวกับเดือนแล้วย่าจะเอามาให้” หญิงชราลูบหัวเล็กของหลานสุดที่รักกล่าวเอาใจ

“ข้าไม่ได้หวังอะไรสักหน่อย ข้าคิดถึงท่านย่าจริง ๆ นะเจ้าคะ” หนิงอันยู่หน้าแลบลิ้นน้อยออกมาทำให้หญิงต่างวัยที่อยู่ภายในห้องหัวเราะให้ท่าทางของเด็กหญิงอย่างเอ็นดู

เสียงหัวเราะดังออกมาจนถึงด้านนอก ทำให้ชายหนุ่มผู้กลับมาถึงจวนรู้สึกได้ถึงความสุข

“หัวเราะอะไรกันหรือขอรับ เสียงดังออกไปจนถึงหน้าประตูเชียว” ชายหนุมรูปงามในชุดขุนนางขั้นสองตำแหน่งเสนาบดีสำนักตรวจราชการเดินส่งเสียงมาก่อนตัว

“หัวเราะท่าทางทะเล้นของบุตรสาวเจ้านะสิ” หญิงชราตอบเสียงเนิบช้าใบหน้ายังแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม

“ท่านพ่อ!” หนิงอันเรียกบุรุษหนุ่มเสียงดังอย่างดีใจ ‘เราได้กลับมาอยู่กับครอบครัวของตนใช่ไหม ดีใจจัง ขอบคุณนะเด็กน้อย’ อันอันคิดอย่างยินดีแม้ว่าจะต้องเผชิญชะตากรรมคราวเคราะห์เธอก็ไม่หวั่น

“ว่ายังไงลูกรัก เจ้าหายดีแล้วอย่างนั้นหรือ” หยูเจียงเดินเข้าไปใกล้ลูกสาวตัวน้อยเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน

“หายแล้วเจ้าค่ะ ตะ...แต่ว่าข้ามีเรื่องไม่สบายใจยิ่งอยากจะบอกท่าน” เด็กหญิงหลุบตาลงต่ำน้ำเสียงลังเล

เนื่องจากเธอตัดสินใจดีแล้วที่จะหลีกเลี่ยงหายนะตามเนื้อเรื่องที่ตนเขียน ผู้ใหญ่ในบ้านทั้งสามคนต่างมองหน้ากันไปมา จากนั้น

“พวกเจ้าออกไปให้หมด ปิดประตูด้วย กวนมามาเจ้าไปเฝ้าหน้าประตูอย่าให้ใครแอบฟัง” เสียงอันเต็มไปด้วยอำนาจของหญิงชราเอ่ยไล่ข้ารับใช้ภายในห้อง

“เจ้าค่ะนายหญิงผู้เฒ่า” หญิงรับใช้ผู้สูงวัยรับคำ ก่อนจะถอยร่นออกไปจากเรือนนอนของเด็กสาวตัวน้อย

“หลานรัก เจ้ามีอะไรก็พูดออกมาเถอะ” ผู้สูงวัยหนึ่งเดียวกล่าวเนิบช้าลูบหัวเล็กของเด็กหญิงอย่างรักใคร่

“ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ มันอาจจะเหลือเชื่อสักหน่อย ตะ...แต่ข้าฝันเจ้าค่ะ ในฝันมีท่านปู่คนหนึ่งมาบอกข้าว่า ให้ท่านพ่อรีบไปลาออกจากราชการซะภายในวันพรุ่ง หาไม่ครอบครัวของพวกเราจะล่มจมยากไร้ไม่มีแม้แต่ข้าวสารกรอกหม้อ ในฝันนั้นข้ากลัวมาก

ท่านปู่ยังย้ำอีกว่าให้เก็บสิ่งของมีค่าซ่อนให้ดี เดินทางไปอยู่ชนบทเสีย หากใครจะหัวเราะว่าตกอับก็ปล่อยเขา ให้รักษาชีวิตรอดเอาไว้ก่อน” หนิงอันรีบกล่าวออกมาอย่างหวาดกลัวน้ำตาคลอหน่วย

จากนั้นนางก็โผเข้ากอดมารดาเอาหัวเล็ก ๆ นั้นซบอกของผู้เป็นแม่แนบแน่นทำตัวสั่น ในขณะเดียวกันก็คอยชำเลืองมองใบหน้าของคนทั้งสามไปด้วย

ผู้ใหญ่ในบ้านต่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับคำพูดของคนตัวเล็ก ดังนั้นหนิงอันจึงได้เปิดไม้เด็ดทันที

“ท่านปู่ยังบอกอีกว่าหากพวกท่านยังไม่เชื่อให้บอกว่าในตอนนี้หลานชายตระกูลหยูได้มาเกิดแล้ว” เด็กน้อยกล่าวออกมาท่าทางไร้เดียงสากะพริบตาปริบ ๆ

ทั้งที่มือยังไม่คลายจากอ้อมกอดอันอบอุ่นของมารดาผู้เบิกตากว้างหลังได้ยินคำกล่าวของบุตรตัวน้อย

ผิดกับหยูเจียง ชายหนุ่มรีบลุกจากเก้าอี้วิ่งออกไปหน้าห้องทันที

“พ่อบ้านรุ่ย ท่านรีบให้คนไปตามหมอมาด่วนที่สุด” เจ้านายหนุ่มสั่งการอย่างรวดเร็ว

หมอเฒ่าอกสั่นขวัญแขวนเป็นอย่างมากที่ถูกจวนขุนนางตามตัวกลับมาในวันรุ่งขึ้น

กระนั้นสิ่งที่เขาคิดกับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องนอนของเด็กหญิง

ก็เห็นว่านางนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สนทนากับมารดาอย่างปกติแตกต่างจากสภาพที่เห็นเมื่อวานเป็นคนละคน

“ใต้เท้าไม่ทราบว่า” หมอชราชำเลืองมองท่าทางของขุนนางหนุ่มเปิดปากถามอย่างระวัง

“ท่านหมอรบกวนช่วยตรวจชีพจรฮูหยินของข้าสักหน่อยเถอะพักนี้ข้าเห็นว่านางดูอิดโรยไม่น้อย”

“ขอรับ”

หยวนฟานรู้สึกเขินอายเป็นอย่างมาก เนื่องจากนางไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมีอาการคล้ายคนตั้งครรภ์ ทว่าสามีของนางก็ยังคงเอาใจใส่ยอมเชื่อคำพูดของบุตรสาว

ใบหน้าของหมอชราเริ่มแสดงสีหน้าดีใจและผ่อนคลาย “ข้าน้อยขอแสดงความดีใจกับใต้เท้าด้วยขอรับ ฮูหยินของท่านมีชีพจรมงคล ทว่าอายุครรภ์ยังอ่อนนักในช่วงนี้ต้องระวังให้มาก ข้าจะเขียนใบสั่งยาให้เดี๋ยวนี้”

ขุนนางหนุ่มจับมือฮูหยินของตนแน่น จากนั้นชายหนุ่มก็สั่งพ่อบ้านตบรางวัลให้กับหมอชรา คล้อยหลังหมอเฒ่าเดินจากไป

หลังจากเรื่องยินดีผ่านพ้น คนทั้งสามภายในห้องก็มีสีหน้าหนักใจขึ้นอีกครั้ง “ท่านแม่ พวกเราควรทำอย่างไรดี” หยูเจียงกล่าวกับมารดาเสียงเครียด

“ท่านพ่อเจ้าคะ ท่านปู่ยังบอกมาอีกว่าหากท่านยังอยากรับราชการอีกละก็ ช่วยรอให้ข้าเติบโตจนถึงวัยปักปิ่นเสียก่อน เมื่อนั้นตระกูลของเราถึงจะปลอดภัย” หนิงอันจำเป็นต้องอุปโลกน์ท่านปู่ผู้ไม่มีตัวตนออกมาอีก

ทว่าภายในใจนั้น (ข้าพูดทุ่มเทจนหมดหน้าตักแล้ว เชื่อข้าเถอะ)

ส่วนความคิดอีกด้าน ‘ขอโทษด้วยนะ เหล่าตัวเอกเห็นทีว่าข้าคนนี้คงต้องลิขิตชะตาของตนขึ้นมาใหม่เสียแล้ว ขอยืมวาสนาของพวกเจ้าก่อนก็แล้วกัน’

“เจ้าไปทำตามที่พ่อของเจ้าบอกกับอันอันมาเถอะ วันพรุ่งรีบไปลาออกซะ อ้างว่าข้าล้มป่วยตรอมใจที่เห็นหลานสาวเจ็บไข้อาการเป็นตายเท่ากัน จำต้องเดินทางกลับหมู่บ้านชนบท” หญิงชราสั่งบุตรชายหลังจากไตร่ตรองดีแล้ว

‘โชคดีที่ว่าราชวงศ์เยว่มีฮ่องเต้ผู้ยึดมั่นในความกตัญญูเป็นหลัก ถึงแม้ว่าคนผู้นั้นจะเอาแต่ใจเกินไป หูเบามากไปหน่อยก็เถอะ’ หญิงชราคิด

โดยไม่ได้รู้เลยว่าลักษณะผู้นำของตนเป็นแบบนี้เกิดมาจากน้ำมือของเด็กหญิงผู้กำลังมองตัวเองตาแป๋ว

“เจ้าตัวน้อยยังมีอะไรอีกอย่างนั้นหรือ” หญิงชราถามหลานสาวผู้คล้ายอยากจะพูดอะไรแต่ไม่ยอมเอ่ยคำ

“ท่านย่า ให้พ่อบ้านรุ่ยไปตามหาชายวัยใกล้เคียงกับท่านพ่อที่ตรอกจู่เซียง เขามีชื่อว่ายงเผย ให้นำจดหมายฉบับนี้ส่งให้เขาเจ้าค่ะ” หนิงอันตัดสินใจกล่าวออกมาในที่สุดพร้อมกับนำจดหมายที่ตนได้แอบเขียนเอาไว้ช่วงที่รู้สึกตัวก่อนฟ้าสางออกมา

“เจ้าเป็นคนเขียนเองอย่างนั้นหรือแล้วเขียนไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” หญิงชราถามอย่างสงสัยหลังจากเปิดอ่านจดหมายที่หลานสาวส่งให้ ลายมือนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยหนักแน่นไม่คล้ายลายมือของเด็กเล็กอีกทั้งหลานของนางนอนป่วยอยู่

อันอันสะดุ้ง ดีที่ไม่มีใครจับสังเกตทันก่อนที่เจ้าตัวจะพยักหน้าจริงจัง “เจ้าค่ะ ท่านปู่จับมือของข้าเขียนในฝัน รวมถึงยังกำชับมาด้วยว่าจะรอท่านอยู่ที่สะพานไน่เหอตามที่ได้สัญญาไว้” เด็กหญิงสบตากลมโตของตนกับดวงตาอันรื้นขึ้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำของหญิงชรา

ภายในใจนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ‘ข้าขอโทษนะเจ้าคะท่านย่า เอาไว้ข้าคนนี้จะตอบแทนท่านเป็นอย่างดีที่ต้องทำให้ท่านหลั่งน้ำตา’

“ปู่ของเจ้าบอกแบบนั้นเหรอ ตาแก่นี่ยังไม่ยอมไปเกิดอีก” หญิงชรายกชายเสื้อซับน้ำตากล่าวเสียงเบา

“ท่านย่าเจ้าคะ สะพานไน่เหอคือสถานที่ใด ข้าบอกให้ท่านปู่พาข้าไปดูแต่เขาปฏิเสธเสียงแข็งบอกว่ายังไม่ถึงเวลา” คำกล่าวของหนิงอันทำให้หญิงชราคลายความเศร้าเปลี่ยนเป็นตกใจทันที

“เจ้ายังไปไม่ได้นะลูก” หยวนฟานเดินเข้ามาโอบกอดลูกสาวกล่าวอย่างหวาดกลัว

“ตาแก่นั่นเอาใหญ่แล้ว กล้ามาพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าหลานได้ยังไง เมื่อไหร่ที่ข้าได้พบเขานะจะตีให้หัวแตกเลย” หญิงชรากล่าวอย่างแค้นเคือง

หนิงอันจำต้องก้มหน้าลงอีกครั้ง กล่าวในใจถึงผู้ลาลับ ‘ท่านปู่อภัยให้ข้าด้วยนะเจ้าคะ ข้าแค่ไม่อยากให้ท่านย่าเป็นทุกข์เรื่องของท่านเพียงเท่านั้น’

เช้าวันต่อมาก่อนจะถึงเรื่องราวที่ฮ่องเต้สั่งลงโทษเนรเทศครอบครัวหยูสองสัปดาห์

หยูเจียงได้ยื่นหนังสือลาออกพร้อมถอดหมวกต่อหน้าพระพักตร์ด้วยเหตุผลตามที่มารดาแนะนำ

เมื่อเรื่องนี้ได้ถูกเปิดเผยออกมาจึงทำให้มีผู้คนต่างแซ่ซ้องในความกตัญญูของคนผู้นี้เป็นอย่างมาก ด้านฝ่าบาทก็ประทานข้าวของเงินทองให้กับเขาอีกสองหีบใหญ่

ทว่าชายหนุ่มได้ปฏิเสธออกไป “ฝ่าบาท ข้าน้อยรู้สึกซาบซึ้งถึงพระมหาธิคุณนี้เป็นล้นพ้น ดังนั้นกระหม่อมจึงขอรับไว้แค่ความเมตตาพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ยิ่งรู้สึกพอใจในการกระทำของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว จึงทำให้ปิดโอกาสผู้ที่คิดจะยื่นฎีการ้องเรียนหยูเจียงจำต้องล่าถอย ในเมื่อคนผู้นั้นชิงลาออกไปก่อนก็ไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องราวใหญ่โต

ทางด้านพ่อบ้านรุ่ยเมื่อตามหาคนเจอแล้วเขาก็ส่งจดหมายจากคุณหนูน้อยให้คนผู้นี้ตามคำสั่ง

ยงเผยเปิดจดหมายอ่านทุกตัวอักษรในนั้นด้วยใจอันตื่นเต้น หากเป็นดั่งเช่นข้อความในจดหมายเขายินดีเป็นวัวเป็นม้าให้เจ้าของจดหมายชั่วชีวิตอย่างซื่อสัตย์

“ข้าจะทำตามที่ท่านผู้นั้นต้องการ รบกวนเจ้าไปเรียนนายท่านด้วยว่าอีกห้าวันข้าจะนำรถม้าที่ท่านต้องการไปส่งยังหน้าจวนด้วยตัวเองทั้งสามคัน” ชายวัยใกล้เคียงกับหยูเจียงตอบอย่างนอบน้อม

พ่อบ้านรุ่ยกำลังคิดอยากจะแก้ไขความเข้าใจผิด ทว่าหลังจากไตร่ตรองพ่อบ้านวัยกลางคนจึงคิดว่าให้คนผู้นี้เข้าใจผิดต่อไปก็ดีเหมือนกัน

ใครจะคิดว่าลายมือในจดหมายเป็นของเด็กหญิงวัยสี่ขวบ แม้แต่ตัวเขาขนาดเห็นเองกับตาก็ยังไม่อยากเชื่อ

ห้าวันต่อมา ภายในจวนหลังใหญ่ในตอนนี้ได้อ้างว้างมากกว่าเดิมแม้ในเวลาปกติคนจะน้อยกว่าจวนขุนนางใหญ่ท่านอื่นอยู่แล้วก็ตาม

“คุณหนูขอรับคนผู้นั้นนำรถม้ามาแล้ว พร้อมกับพาคนขับอีกสองคนมาด้วย” พ่อบ้านรุ่ยเดินเข้ามาเรียนคุณหนูตัวน้อยที่กำลังเดินตรวจตราสิ่งของคล้ายผู้ใหญ่

“ข้าจะออกไปพบเขาเจ้าค่ะ” หนิงอันเดินนำพ่อบ้านวัยกลางคนโดยมีเด็กรับใช้วัยเจ็ดขวบตามติดไม่ห่างกาย

หน้าจวนของอดีตท่านเสนาบดีสำนักตรวจราชการของฮ่องเต้ในยามนี้ ได้มีชายหนุ่มร่างใหญ่หนึ่งคนกับสองเด็กหนุ่มยืนอยู่ข้างรถม้าสภาพกลางเก่ากลางใหม่สามคัน ทั้งสามยืนรอคนภายในจวนอย่างเรียบร้อย

เสียงบานประตูสีแดงเปิดออก เด็กหญิงตัวน้อยเดินมาหยุดยืนต่อหน้าชายรูปร่างองอาจคนนั้น แต่ทว่าใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยหนวดเครารกครึ้ม

“ท่านคือยงเผยใช่หรือไม่เจ้าคะ” เสียงหวานใสของเด็กหญิงในขณะที่มือน้อยจับชายเสื้อของเขากระตุกเบา ๆ

ยงเผยก้มหน้าลงมามองใบหน้าน้อยของเด็กหญิงที่กำลังแหงนหน้ามองตนอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก

“ใช่ ข้าคือยงเผย หนูน้อยเจ้าเป็นใครกัน” ชายหนุ่มรูป ร่างใหญ่เอ่ยถามร่างเล็กจ้อยผู้ที่กล้าสบตาตนอย่างไร้อาการหวาดกลัวอย่างสนใจ

“ท่านยงขอรับ คุณหนูน้อยผู้นี้คือคุณหนูใหญ่ของจวนเรา คือคนที่ให้ข้าไปส่งจดหมายให้กับท่าน” พ่อบ้านรุ่ยกล่าวแนะนำคุณหนูของตน ในขณะเดียวกันก็เปิดเผยเรื่องของจดหมายออก มาด้วย

“ท่านล้อข้าเล่นอย่างนั้นหรือ เด็กตัวเท่านี้จะมารู้เรื่องของข้าได้ยังไง” แม้คำพูดจะดูสุภาพกับผู้สูงวัยทว่าแววตาของเขานั้นกลับคมกริบดุจกระบี่

“ท่านอาใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ เรื่องในจดหมายนั้นจะเป็นจริงหรือเท็จเมื่อท่านติดตามข้าไปจนถึงเมืองซานไห่ข้ารับรองได้ว่าท่านจะรู้คำตอบเอง” หนิงอันกล่าวอย่างใจเย็นผิดกับอายุ

ทำให้ผู้ที่อยู่ด้วยกันหลายคนในตอนนี้ต่างมองไปทางเด็กหญิงด้วยความประหลาดใจ

ยงเผยมองสบเข้าไปยังดวงตากลมของเด็กหญิงผู้ที่ไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยง หนึ่งผู้ใหญ่หนึ่งเด็กเล็กต่างจ้องตากันอยู่สักพัก

“ได้ ข้าจะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง แต่ข้าขอเตือนหากข้อความในจดหมายไม่เป็นความจริง เจ้าต้องเตรีมรับกับสิ่งที่ตนเองก่อด้วยเช่นกัน” ยงเผยกล่าวข่มขู่ หนิงอันแย้มยิ้ม

“ท่านย่อมไม่ผิดหวัง แต่ข้าขอเตือนท่านสักหน่อยท่าน อาหญิงนั้นหาได้ง้อง่ายไม่ เมื่อถึงเวลานั้นท่านอาจจะต้องให้ข้าช่วยเหลือก็ได้” คำกล่าวของหนิงอันทำให้ชายหน้าดุหนวดกระตุก

‘ข้ายงเผยอดีตหัวหน้านายกอง โดนเด็กตัวเล็กข่มขู่อย่างนั้นเหรอ นางหนูคนนี้ใจใหญ่เกินไปแล้ว’

เสียงหัวเราะอันรื่นเริงดังขัดจังหวะของชายหน้าหนวด “เสี่ยวจือ! เจ้าหัวเราะอะไร” ยงเผยตวาดเด็กหนุ่มวัยสิบหกอย่างโมโห

“เปล่าขอรับท่านอาจารย์ ข้าแค่นึกเรื่องขำขันได้ก็เลยหัวเราะเพียงเท่านั้น ใช่ไหมเสี่ยวเทา” เด็กหนุ่มตอบกลับเสียงกลั้วหัวเราะเช่นเดียวกับสหายของตนอีกคนที่กำลังยืนยิ้มอยู่เช่นกัน

หยูหนิงอันมองไปยังเด็กหนุ่มคนนั้น ‘เขาก็คือจือฉีสินะ ในอนาคตจะเป็นจอมยุทธ์ชื่อดังผู้ช่วยมือหนึ่งของตัวร้าย ไม่ได้! ข้าจะต้องแก้ไขชีวิตของเขาเช่นกัน เพราะจุดจบตัวร้ายไม่มีดีสักคน ส่วนอีกคนมู่เทาอย่างนั้นเหรอ

สองคนนี้จะแตกคอกันเพราะผู้หญิง เฮ้อ! ข้าทำไมซวยอย่างนี้ เอาเถอะในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ค่อย ๆ แก้กันไปต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กหนุ่มทั้งสองด้วยจะได้ไม่ตกหลุมพรางใครง่าย ๆ’

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 373

    ส่วนเด็กหญิงผู้ปลอมตัวเป็นเด็กชายก็ได้อาศัยจังหวะนี้ หนีออกไปจากกลุ่มของผู้คนอย่างว่องไว กระนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาคมดุจเหยี่ยวของคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในวัยสิบห้าปี กงล้อแห่งโชคชะตาของนาง ผู้ที่เคยลิขิตให้ผู้อื่นได้เริ่มต้นขึ้นกับตนบ้างแล้ว สองเท้าของคนตัวเล็กวิ่งไปทางซ้าย ทะลุซ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 372

    เมื่อชายชราเห็นศิษย์คนโปรดถูกพี่ชายต่อว่าอย่างเย็นชา เขาจึงได้เอ่ยปากแทน เพื่ออธิบายให้คนผู้นี้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวแต่หนหลังในโทษของเด็กหญิง “นางได้รับโทษแล้ว จากการฝ่าฝืนกฎของสวรรค์ นางจึงได้รับโทษลงทัณฑ์ด้วยการรับสายฟ้าเป็นจำนวนสามครั้ง ตอนนี้ร่างกายของนางกำลังจะสลาย อีกไม่นานดวงจิตขอ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 371

    หลายปีผ่านไปหมิงหมิงผู้อยู่ในวัยชรา กำลังนอนอยู่บนเตียงโดยมีลูกหลานรายล้อม เสียงร้องไห้ของคนเหล่านั้นทำให้เจ้าตัวอดที่จะเอ่ยปากตำหนิออกมาไม่ได้ “ร้องทำไม ทุกชีวิตมีเกิดย่อมมีดับ เรื่องนี้ไม่มีใครหลีกหนีข้าเองก็เป็นเช่นเดียวกัน สำหรับตัวข้านั้นดีใจมากกว่าที่จะได้เดินทางไปพบกับพี่สาว” น้ำเ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 370

    มู่เทาจึงได้นำเงินที่ตัวเองมีพาบุคคลที่ตนช่วยเอาไว้ไปรักษา จือฉีนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงหมอถึงสามวันเต็มอาการของเขาจึงได้ทุเลา และเมื่อรู้ว่าใครได้ช่วยเหลือตนเองเอาไว้ คนทั้งคู่ก็ทำความรู้จักและหลังจากทราบเรื่องราวของกันและกันต่างคนก็เห็นว่าชะตาชีวิตของพวกเขานั้นช่างอาภัพเหมือนกันไม่มีผิด

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 369

    ย้อนกลับไปยังครั้งอดีต ได้มีเด็กชายตัวน้อยในห่อผ้าเก่าสีซีดที่ไม่อาจทราบสีเดิมของมันได้ว่าเป็นสีอะไร ใบหน้าซีดเหลืองของเด็กคนนั้นพร้อมกับน้ำตาปริ่มบริเวณหางตา ทำให้ชายวัยกลางคนผู้มีสติไม่ค่อยสมประดีได้เกิดความรู้สึกสงสารหรืออาจจะสมเพชก็สุดจะทราบได้ เจ้าตัวจึงได้อุ้มเด็กน้อยขึ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 368

    “เรียนนายท่านผู้สูงส่ง เผื่อท่านลืมข้ามีหนังสือตัดขาดออกจากตระกูลอยู่ในมือ อีกทั้งข้าได้ละทิ้งแซ่ของท่านไปนานแล้วนับตั้งแต่วันที่ข้าออกจากจวนหลังนั้นชีวิตข้าก็ถือว่าได้ตายตกลงไปแล้ว คนที่ยืนอยู่ตรงนี้หาได้มีแซ่ใด ๆ และมีความเกี่ยวข้องกับท่านไม่ ข้าคงมีเพียงชื่อที่มารดาตั้งให้เพียงเท่านั้นลาก่อน” คำ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 41

    ช่วงสายของวัน หลังจากหยูเจียงจัดการนำอาหารไปให้คนงานเรียบร้อยเขาก็มานั่งเรียบเรียงเขียนถึงวิธีแก้ปัญหาน้ำตามที่ตนนึกออก ในจังหวะเขียนอักษรตัวสุดท้ายจบก็ได้ยินเสียงของคนมาเรียก“น้องเจียงมีคนมาหา” หรานต้าเป็นผู้เดินมาตาม เนื่องจากผู้มาใหม่ไม่ได้บอกตัวตนของเขาทำให้ชายหนุ่มคนนี้ ไม่มั่นใจว่าผู้ม

    last updateآخر تحديث : 2026-03-18
  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 166

    เมื่อหลินเซียวมู่ตงเป่านกหวีดก็มีองครักษ์เงาสี่นายปรากฏตัวออกมาซึ่งคนพวกนี้หากไม่ถึงคราวคับขัน พวกเขาจะไม่แสดงตัว หนิงอันมองการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ด้วยสายตาแห่งความชื่นชม ‘เฮยเฮยนี่คือองครักษ์เงาละ ข้าอยากมีบ้างเจ้าดูการเคลื่อนไหวของพวกเขาสิช่างรวดเร็วยิ่ง’ “อันอันเจ้ามองอ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-25
  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 153

    ส่วนที่เหลือก็หก เจ็ด แปด เก้า สิบ” จบคำของหนิงอันได้ทำให้ผู้ที่กำลังต้องการให้เด็กหญิงตั้งชื่อให้บุตรหลานของตนมาได้ยินเข้าพอดีถึงกับหัวแทบคะมำ“ท่านพ่อจะให้หลานสาวตั้งชื่ออยู่หรือไม่” หรานต้า กระซิบกับบิดาเสียงเบา“ให้ นางเป็นคนช่วยทำคลอดหากไม่ใช่นางแล้วจะเป็นใคร” อานไท่พูดขึ้นอย่างมั่นใจแม้ว่านางจ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-24
  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 359

    และหลังจากที่ทหารใหม่ทั้งหมดเข้าสู่ประตูด้านใน ชีวิตของแต่ละคนนับจากนี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล คืนแรกพวกเขาต่างกินอิ่มนอนหลับ จนกระทั่งเริ่มเข้าสู่เช้าวันใหม่และยังไม่ทันที่แสงแรกจะโผล่ขึ้นจับขอบฟ้า เสียงแตรก็ดังขึ้น อานเจิงกับยงฮ่าวผู้เตรียมตัวพร้อมอยู่แล้วรีบออกมาด้านนอกก

    last updateآخر تحديث : 2026-04-05
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status